/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

มาดูกันชัดๆ! ความแตกต่างระหว่างหลักสูตร MBA และ Executive MBA ม.ฮาร์วาร์ด []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ถ้าถามว่าหลักสูตรปริญญาโทของที่ไหนเรียกได้ว่าเจ๋งสุด พี่บุ๋มบิ๋ม เชื่อว่า MBA ของฮาร์วาร์ดต้องเป็นหนึ่งในรายชื่อหลักสูตรที่เด้งเข้ามาในหัวทุกคนแน่ๆ ใช่มั้ยคะ แต่รู้หรือเปล่าว่าเขามีแยกย่อยเป็น MBA กับ Executive MBA ด้วยนะไม่ใช่มีแค่โปรแกรมเดียวเท่านั้น
      
      
     MBA (Master of Business Administration) คือหลักสูตรปริญญาโทยอดนิยมซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรนี้จะมีรายละเอียดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันไปค่ะ แต่สถาบันที่ต้องยกนิ้วซูฮกให้เลยแน่นอนว่าต้องเป็น MBA ของ Harvard Business School (HBS) นี่เอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคอร์สแบ่งออกไปอีกมากมายและเปิดเป็นแบบทั้ง MBA และ Executive MBA (EMBA) ค่ะ เรามาดูกันที่กว่าค่ะว่าทั้งสองแบบนี้มันแตกต่างกันยังไง แล้วเลือกเรียนแบบไหนจึงจะเหมาะกับเราที่สุด
      
Photo credit: hbs.edu 
      

MBA Harvard

      
     สำหรับหลักสูตร MBA ของฮาร์วาร์ดนี้จะใช้เวลาเรียนด้วยกันทั้งหมด 2 ปีค่ะ ผู้เรียนจะมีประสบการณ์การทำงานในแวดวงธุรกิจจากหลายสาขา หลักสูตรการเรียนจะเน้นให้ผู้เรียนฝึกการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยผู้เรียนส่วนใหญ่ของหลักสูตร MBA ฮาร์วาร์ดจะเป็นพลเมืองในทวีปอเมริกาเหนือกว่า 69% (เป็นชาวอเมริกัน 65%) ชาวเอเชีย 14% และชาวยุโรป 10% ค่ะ
      
     สำหรับเนื้อหาที่เรียนในชั้นปีที่ 1 จะเน้นการพัฒนาความเป็นผู้นำด้านธุรกิจ เรียนการเงิน การตลาด การจัดการการปฏิบัติงานและเทคโนโลยี รวมถึงการทำกิจกรรมและโปรเจกต์เป็นทีมค่ะ
     
     ส่วนในชั้นปีที่ 2 ผู้เรียนจะสามารถเรียนวิชาเลือกได้หลายวิชา เช่น นวัตกรรมพลังงาน การออกแบบองค์กร การจัดการสำนักงานการเงิน อีคอมเมิร์ซ กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ฯลฯ 
      
      

ทำอย่างไรจึงจะได้เรียน MBA

      
 
Photo credit: hbs.edu 
      
     การจะผ่านด่านเข้าเรียนหลักสูตร MBA ของ Harvard จะต้องผ่านสมรภูมิทั้งหมด 3 สมรภูมิด้วยกัน คือ
     
1. Written Application
-เอกสารแสดงการจบปริญญาตรี
-ผลสอบ GMAT หรือ GRE ทาง MBA Admissions Board ไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำของ GMAT หรือ GRE นะคะ แต่สำหรับ Top U แล้วก็ควรมีคะแนน GMAT มากกว่า 700 หรืออย่างน้อยที่สุดคือเกินกว่า 680 คะแนนจึงจะถือว่าปลอดภัยค่ะ
-ผลสอบ TOEFL, IELTS ควรมีคะแนน TOEFL IBT ไม่ต่ำกว่า 109 คะแนน หรือได้ IELTS ไม่ต่ำกว่า 7.5
-Essay สำหรับ Essay ของฮาร์วาร์ดจะไม่มี word limit ค่ะ เพียงแต่ต้องตอบคำถามได้อย่างชัดเจน ไม่เวิ่นเว้อ และทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
-Recommendations (2 ฉบับ) ส่วนนี้เราอาจให้อาจารย์หรือหัวหน้างานช่วยเขียนให้ได้ แต่ทาง MBA Admissions Board ไม่ได้เจาะจงขนาดนั้นค่ะ เราสามารถหาคนที่คิดว่ารู้จักเราดีพอที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ อาจเป็นอดีตหัวหน้าเพื่อนร่วมงานที่ทำกิจกรรมกับเรามาตลอดก็ได้เช่นกัน สำหรับจดหมายแนะนำตัวนี้ก็จะมีคำถามแนบมาให้ตอบ 2 คำถามค่ะ จำกัดตัวอักษรที่ 300 และ 250 ตัวอักษร
-Resume ในส่วนนี้ควรจะเขียนถึงประสบการณ์การทำงานในแวดวงธุรกิจ เน้นไปที่ความก้าวหน้าในหน้าที่ แสดงบุคลิกของคนที่มีความเป็นผู้นำและสามารถทำงานเป็นทีมได้ เพราะสถาบันมองหาคนแบบนี้ค่ะ
-ค่าสมัคร $250 
      
 
Photo credit: pixabay.com 
      
2. Interview
     สำหรับการสอบสัมภาษณ์นั้นเราสามารถเลือกโลเกชั่นสัมภาษณ์ได้ค่ะ โดยทางฮาร์วาร์ดมี Interview Location อยู่มากกว่า 20 แห่งทั่วโลก สำหรับสถานที่ที่ใกล้ประเทศไทยที่สุดคือที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ใช้เวลาในการสัมภาษณ์ประมาณ 30 นาที
      
3. Post-Interview Reflection
     ภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการสัมภาษณ์ ผู้สมัครจะต้องส่งคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านระบบการสมัครออนไลน์ของฮาร์วาร์ด โดยจะมีคำแนะนำให้กับผู้สมัครที่ได้รับการสัมภาษณ์ค่ะ
      
หลักสูตร MBA ของฮาร์วาร์ด (คลาสที่เปิดให้เรียนในช่วงปี 2020) จะเปิดรับสมัคร 3 รอบด้วยกัน
-รอบแรกเปิดให้ส่งเอกสารการสมัครเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2017
-รอบที่สองเปิดให้ส่งเอกสารการสมัครเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2018
-รอบที่สามจะเปิดให้ส่งเอกสารการสมัครในวันที่ 2 เมษายน 2018
ในส่วนของค่าเล่าเรียนหลักสูตร MBA ต่อปีการศึกษาจะคิดเป็น $73,440 ค่ะ 
      
      

Executive MBA Harvard 

      
 
Photo credit: hbs.edu 
      
     รู้จักกับ MBA ฮาร์วาร์ดกันไปแล้ว คราวนี้เรามาทำความรู้จักกับ Executive MBA (EMBA) กันบ้างดีกว่าค่ะ สำหรับหลักสูตรนี้พูดง่ายๆ คือเป็นหลักสูตรนอกเวลา เมื่อเรียนจบคอร์สจะได้ใบประกาศเข้ารับการอบรมจากทาง Executive MBA เหมาะกับคนที่คิดว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะเรียนแบบเต็มเวลา การเรียนการสอนของหลักสูตรนี้จะไม่หนักมากและสามารถทำงานควบคู่กันไปได้ด้วยค่ะ โดยมี 3 โปรแกรมหลักให้เลือก นั่นคือ Comprehensive Leadership Programs, Focused Programs และ Custom Programs เดี๋ยวเราค่อยๆ ดูกันไปทีละอย่างแล้วกันนะคะ
      
  • Comprehensive Leadership Programs
      
     โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับบุคคลทุกระดับตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการทั่วไป จนถึงผู้นำและเจ้าของธุรกิจต่างๆ ซึ่งสามารถแยกย่อยออกไปได้อีก 4 โปรแกรมคือ
      
1. Owner/President Management (OPM)
     โปรแกรมสำหรับผู้สมัครที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือผู้ก่อตั้งที่มีประสบการณ์อย่างน้อย 10 ปีในบริษัทที่มียอดขายรายปีเกินกว่า $10 ล้าน ค่าเล่าเรียนต่อยูนิตคิดเป็น $42,500 (ต้องเรียน 3 ยูนิต)
      
 
Photo credit: pixabay.com 
      
2. Advanced Management Program (AMP)
     โปรแกรมนี้จะเหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์ 20-25 ปีขึ้นไป และองค์กรของผู้สมัครมีรายได้ประจำปีเกินกว่า $250 ล้าน ค่าเล่าเรียนต่อหลักสูตรคิดเป็น $80,000
      
3. General Management Program (GMP)
     ในส่วนของโปรแกรม GMP จะเหมาะสำหรับผู้จัดการทั่วไปที่มีผลกำไรโดยรวมหรือมีบทบาทในการทำงานข้ามสายงาน มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างน้อย 15-20 ปี ค่าเล่าเรียนต่อหลักสูตรคิดเป็น $70,000
      
4. Program for Leadership Development (PLD)
     ส่วนโปรแกรมสุดท้ายจะเน้นการสร้างทักษะข้ามสายงานและวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์ค่ะ เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษและมีประสบการณ์ในการทำงานประมาณ 10-15 ปี ค่าเล่าเรียนต่อหลักสูตรคิดเป็น $50,000 
      
 
Photo credit: pixabay.com 
            
  • Focused Programs
      
     ในส่วนนี้ผู้เรียนสามารถเลือกได้ว่าอยากโฟกัสการเรียนไปที่ธุรกิจแบบใดเป็นพิเศษ มีให้เลือกมากถึง 18 Topic คือ Business Operations, Business Ventures, Customer-Centric Strategies, Entrepreneurship, Finance, Globalization, Governance, Health Care, Innovation, Leadership, Management, Marketing & Sales, Negotiation, Organizations, Social Enterprise และ Strategy ซึ่งเราสามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากลงในโปรแกรมที่มีระยะเวลาการเรียนการสอนมากน้อยแค่ไหน โดยจะมีตั้งแต่ระดับ น้อยกว่า 1 สัปดาห์, 1-2 สัปดาห์, 2-4 สัปดาห์ และ 1 เดือนขึ้นไป นอกจากนั้นยังเลือกได้ว่าโปรแกรมที่เราต้องการเรียนเปิดให้ลงเรียนได้ที่ไหนบ้าง ซึ่งโลเกชั่นของ Executive MBA Harvard จะมีด้วยกัน 7 ที่คือ HBS Campus ในแมสซาชูเซตส์, แอฟริกา, จีน, อังกฤษ, อินเดีย, สเปน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ค่ะ
            
  • Custom Programs
      
     Custom Programs เป็นหลักสูตรที่ผู้เรียนสามารถพัฒนาหรือกำหนดหลักสูตรในโปรแกรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในองค์กรของตัวผู้เรียนได้ โดยเน้นไปที่การสร้างผู้นำที่มีทักษะทางยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์เพื่อจัดการกับปัญหาในองค์กร รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพองค์กร ผู้ที่สนใจอยากลงเรียนโปรแกรมนี้จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทางธุรกิจในระดับสูง เป็นบริษัท หรือองค์กรที่มีรายได้ประจำปีอย่างน้อย 2 พันล้านดอลล่าร์ฯ เหมาะสำหรับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงนั่นเองค่ะ
           
           

Executive MBA สมัครอย่างไร 

      
 
Photo credit: hbs.edu 
      
     ขั้นตอนการสมัครโปรแกรมของ HBS Executive Education จะแตกต่างกันไปตามแต่ละหลักสูตรค่ะ แต่ภาพรวมทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนการสมัครและการรับเข้าเรียนคือต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ที่มีอยู่ในหน้า specific program ของเว็บไซต์ Executive Education จากนั้นดาวน์โหลดเอกสาร PDF แล้วพิมพ์ออกมาเพื่อส่งทางไปรษณีย์หรือแฟกซ์ตามคำแนะนำในใบสมัครนั้นๆ ค่ะ
      
     แม้จะไม่มีข้อกำหนดว่าผู้สมัครต้องมีคะแนนผลสอบประกอบด้วย แต่เพื่อมีส่วนร่วมในการอภิปรายภายในชั้นเรียน ผู้สมัครจึงจำเป็นต้องมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นหากผู้ที่ต้องการเข้ารับการอบรมไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักก็จำเป็นต้องแนบเอกสารที่บ่งบอกว่าเราสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับไหน โดยอาจจะเป็นใบประกาศที่ได้รับจากคอร์สอบรมภาษาอังกฤษ ผลการเรียนคลาสภาษาอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัยหรือผลสอบ TOEFL ค่ะ เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าเรียนจะเน้นไปยังบุคคลที่มีศักยภาพสูง มีภูมิหลังและประสบการณ์ที่แตกต่างกันเพื่อที่ว่าความหลากหลายเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ของเพื่อนร่วมคลาสนั่นเองค่ะ
      
     ส่วนจดหมายรับรองการสมัครเข้าอบรมนั้น คลาสส่วนใหญ่ของ Executive MBA ไม่จำเป็นต้องแนบจดหมายรับรอง ยกเว้น 7 โปรแกรมนี้ นั่นคือ Advanced Management Program, General Management Program, High Potentials Leadership Program, Program for Leadership Development, Senior Executive Leadership Program, Senior Executive Leadership Program และ Senior Executive Program ค่ะ       
      
      
สรุป
      
 
Photo credit: summer.harvard.edu 
            
     สรุปง่ายๆ ก็คือ MBA และ Executive MBA ของฮาร์วาร์ดแตกต่างกันตรงที่ MBA จะเป็นหลักสูตรปริญญาโทที่ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 2 ปี มีขั้นตอนการสมัครเข้าที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวสูง ต้องแนบเอกสารการสอบหลายอย่างประกอบการสมัคร มีการสอบสัมภาษณ์และการตอบคำถามหลังสัมภาษณ์ แต่ประสบการณ์การทำงานด้านธุรกิจของผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีระยะเวลานานมาก
      
     ในขณะที่ Executive MBA นั้นเป็นหลักสูตรที่ผู้สมัครต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 10 ปีหรือเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร การเรียนจะอยู่ในรูปแบบของคอร์สระยะสั้นที่มีหลายโปรแกรมให้เลือกตามความต้องการ มีระยะเวลาในการอบรมให้เลือกหลายระดับตั้งแต่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ ไปจนถึง 1 เดือนขึ้นไป แต่จุดที่ MBA และ Executive MBA มีเหมือนกันคือเฟ้นหาผู้สมัครที่มีความเป็นผู้นำ และสามารถทำงานเป็นทีมได้นั่นเองค่ะ
      
        
     เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับข้อมูลและรายละเอียดที่พี่นำมาฝากกันในวันนี้ น่าจะพอเข้าใจเกี่ยวกับ MBA และ EMBA กันแล้วเนอะ ส่วนใครคนไหนที่วางแผนอยากเรียนต่อ ข้อมูลพวกนี้ก็น่าจะช่วยให้ตัดสินใจได้นะคะว่าหลักสูตรไหนน่าจะเหมาะกับเรามากที่สุด สู้ๆ ค่ะ! 
      
      
อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=bumbim

พี่บุ๋มบิ๋ม - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ปริญญาโท #harvard #MBA #EMBA #USA

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?