Semester at Sea มหาวิทยาลัยลอยได้ที่เจ๋งที่สุดในโลก ได้เรียนแถมได้ล่องเรือ! []

ใครๆก็มีความฝันอยากเที่ยวรอบโลก จะดีแค่ไหน หากได้ทั้งเรียนรู้และท่องเที่ยวไปในคราวเดียวกัน
5,895 0
    สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้ พี่พริ้ม มีคอร์สเรียนต่างประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเจ๋งที่สุด และแปลกแหวกแนวที่สุดในโลกอย่าง Semester at Sea มาฝากกัน โครงการนี้เขาจัดการเรียนการสอนบนเรือสำราญที่จะแล่นไปทั่วโลก นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้ด้านวิชาการแล้ว ยังได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศต่างๆ ด้วย มาถึงขนาดนี้แล้ว อย่ารอช้า เราไปลงเรือสำราญและออกเดินทางท่องโลกไปด้วยกันค่ะ


‘มหาวิทยาลัยลอยได้ที่เจ๋งที่สุดในโลก’


    คอนเซ็ปต์หลักที่ Semester at Sea ใช้โปรโมทให้เด็กมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกได้รับรู้ทั่วกันก็คือ ‘Sail on the World's Coolest Campus’ หรือการล่องเรือไปกับมหาวิทยาลัยที่เจ๋งที่สุดในโลก อาจจะดูเกินจริงไปนิดสำหรับการโฆษณาแบบนี้ แต่เมื่อเทียบกับหลักสูตร การเรียนการสอน และประสบการณ์ที่เด็กๆ จะได้รับ ก็ดูเหมือนมันจะไม่ใช่คำกล่าวเกินจริงอย่างที่คิด เพราะน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้ใช้ชีวิตบนเรือสำราญขนาด 570 ฟุต สูง 7 ชั้น ออกเดินทางไปทั่วโลกในระยะเวลาประมาณ 100 วัน และระหว่างที่อยู่บนเรือนั้น พวกเขาจะได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทาง

     ซึ่งการเดินทางแต่ละครั้ง จะผ่านจุดหมายต่างๆ มากกว่า 10 ประเทศ เท่ากับว่าทุกๆ สัปดาห์ เมื่อเราลืมตาขึ้นมา เรือสำราญลำนี้จะแล่นพาเรามาถึงจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ ให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรม ได้เห็นผู้คนและสภาพสังคมของประเทศที่เป็นจุดจอดเรือ แถมด้วยเซอร์ไพรส์อย่างการที่คนดังของประเทศนั้นๆ มารับหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษ พาเราเที่ยวชมสถานที่สำคัญด้วยตัวเองอีกด้วย เรียกได้ว่าทุกๆ ที่ที่เรือแล่นไปคือห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่เด็กๆ จะไม่มีทางได้เห็นหากเรียนในหลักสูตรทั่วไปแน่ๆ

Semester at Sea มหาวิทยาลัยลอยได้ที่เจ๋งที่สุดในโลก ได้เรียนแถมได้ล่องเรือ!
c
 
นี่คือการ ‘สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต’ ที่แท้ทรู
 
    Alexa O’Connell ศิษย์เก่าที่เคยเข้าร่วมคอร์ส Semester at Sea เมื่อปี 2014 เล่าให้ฟังว่า นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะนอกจากเขาจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไปในประเทศที่ไม่เคยไปแล้ว การได้ลงเรือและใช้ชีวิตกับคนแปลกหน้าอีกหลายร้อยชีวิต ยังช่วยให้เธอกลายเป็นคนที่เข้าสังคมได้ดี จากที่ค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยคุยกับใคร แต่เมื่อสถานการณ์พาไป ก็ทำให้เธอได้เพื่อนใหม่มามากมาย และเธอมองว่า สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ที่ติดตัวไปตลอดชีวิต เพราะหลังจากสิ้นสุดการเดินทาง เธอกลายเป็นคนที่เข้มแข็ง กล้าหาญ และฉลาดมากขึ้น สิ่งที่เธอได้รับจากประสบการณ์ครั้งนี้ ให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
 
ทำอย่างไรถึงจะได้เป็นส่วนหนึ่งของ Semester at Sea?

    การเดินทางไปกับ Semester at Sea ค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นม.ปลาย, ปริญญาตรี ไปจนถึงเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการนี้ได้ ซึ่งคอร์สที่เปิดในปีนี้ จะเริ่มออกเดินทางวันที่ 9 กันยายนจากเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ผ่าน 11 ประเทศ 13 เมืองใหญ่ใน 4 ทวีป (เช่น สเปน, กานา, แอฟริกาใต้, มอริเชียส, อินเดีย, เมียนมา, เวียดนาม, จีน, ญี่ปุ่น และเกาะฮาวาย) ใช้เวลาทั้งสิ้น 107 วัน สิ้นสุดการเดินทางวันที่ 23 ธันวาคมที่เมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา

    สำหรับการสมัครก็ไม่ได้วุ่นวายแบบที่คิด แค่กรอกใบสมัครออนไลน์ แนบทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษและจดหมายรับรองฉบับภาษาอังกฤษจากสถานศึกษา พร้อมกับคะแนนสอบภาษาอังกฤษ (TOEFL ขั้นต่ำ 550 (PBT) หรือ 80 (iBT) IELTS ขั้นต่ำ 6.5 หรือมากกว่า) โดยสามารถเข้าไปกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่ https://www.semesteratsea.org/apply/ ขั้นตอนการสมัครอธิบายไว้โดยละเอียด เข้าใจง่ายค่ะ
 
ค่าใช้จ่ายในการออกเดินทางท่องโลก
   
    ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่า ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมคอร์สของ Semester at Sea หลักๆ จะขึ้นอยู่กับการเลือกขนาดห้องพัก และโปรแกรมที่เราเลือกสำหรับการเดินทาง สำหรับโปรแกรมที่จะออกเดินทางในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นโปรแกรม Fall 2018 ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับเข้าพักในห้อง Inside Triple ซึ่งเป็นห้องพักสำหรับ 3 คนและไม่เห็นวิวทะเล จะอยู่ที่คนละ 25,074 ดอลลาร์ หรือประมาณ 787,000 บาท

    แต่หากใครที่อยากอัปเกรดขึ้นมาอีกระดับ ด้วยการพักห้องสำหรับ 2 คน และเห็นวิวทะเลอันแสนงดงาม ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่คนละ 31,074 ดอลลาร์ หรือประมาณ 975,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินที่เราต้องออกเดินทางจากบ้านเกิดไปยังจุดที่เรือจอด, ค่าทำวีซ่า, ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง ที่อาจจะต้องบวกเพิ่มไปอีกประมาณ 8,750 ดอลลาร์ หรือราว 275,000 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่ไม่อยากเสียเงิน ก็สามารถสมัครขอรับทุนการศึกษาจากโครงการนี้ได้เช่นกัน เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.semesteratsea.org/voyages/fall-2018/scholarships/ ค่ะ
 

เกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจกี่ยวกับ Semester at Sea

-    เป็นหนึ่งในโครงการเรียนต่อที่มีความเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1963 ปัจจุบันบริหารงานโดย  Institute for Shipboard Education และมี Colorado State University เป็นสปอนเซอร์
-    การเดินทางแต่ละครั้งจะมีนักเรียนเข้าร่วมโครงการประมาณ 700 คน
-    แขกคนพิเศษที่เคยมาบรรยายหรือร่วมเป็นเกียรติในโครงการ Semester at Sea มีทั้งนายฟิเดล คาสโตร อดีตประธานาธิบดีคิวบา, นางอินทิรา คานธี นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของอินเดีย, เนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และแม่ชีเทเรซา เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นต้น
-    ระหว่างการเดินทางจะมีการแข่งขันโอลิมปิก โดยจะแบ่งเด็กนักเรียนออกเป็นกลุ่มต่างๆตามชื่อทะเลทั่วโลก วันนั้นทั้งวันจะไม่มีการเรียนการสอน กีฬาที่ใช้แข่งขันจะประยุกต์จากสิ่งที่มีอยู่บนเรือ ทีมที่ชนะ จะได้รับรางวัลใหญ่ นั่นคือการได้เดินขึ้นฝั่งเป็นกลุ่มแรก เมื่อเรือจอดเทียบท่ายังจุดหมายปลายทางสุดท้ายของการเดินทาง

Clip

Semester at Sea


 
   
    ใครที่สนใจโครงการนี้ อาจจะต้องเริ่มเตรียมตัวหาข้อมูลเพิ่มเติม และยื่นใบสมัครไว้เสียแต่เนิ่นๆ นะคะ แม้ว่าทางโครงการจะไม่ได้กำหนดเดดไลน์ที่ชัดเจนสำหรับการสมัคร แต่การเผื่อเวลาเอาไว้ก่อนเป็นดีที่สุด เพราะอย่าลืมว่าเราต้องดำเนินการเรื่องวีซ่า ซึ่งอาจจะกินเวลานาน หากทุกอย่างดำเนินการเรียบร้อนก่อนออกเดินทางประมาณ 1 เดือนได้ก็จะดีมาก และหากใครเคยไปร่วมโครงการนี้มาแล้วก็สามารถนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันได้ เชื่อว่าน่าสนุกและเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ แน่นอนค่ะ

 
#Studyabroad #Semester at Sea #Cruise Ship School #Study on Cruise #เรียนต่อบนเรือสำราญ #เที่ยวรอบโลก #มหาวิทยาลัยลอยน้ำ #เรือสำราญ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?