9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! []

ในปัจจุบันเรามีวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า แต่ถ้าพูดกันถึงสมัยโบราณล่ะจะเป็นยังไง
15,904 2
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวๆ Dek-D.com เป็นที่รู้กันว่าวิวัฒนาการของการรักษาในวงการแพทย์ปัจจุบันนั้นก้าวหน้ามาก แต่ถ้าลองมองย้อนกลับไปในสมัยโบราณที่ยังขาดแคลนเครื่องมือและวิทยาการที่ล้ำหน้า ก็อาจทำให้เกิดการรักษาแบบแปลกๆ หรือความเชื่อผิดๆ ที่ชวนอี๋ได้เหมือนกัน วันนี้ พี่บุ๋มบิ๋ม จะพาน้องๆ ไปดูกันว่าแนวทางรักษาโรคแบบโบราณสุดประหลาดที่ว่านั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง เชื่อว่าหลังจากอ่านจบน้องๆ ต้องไม่อยากเชื่อแน่ว่าวิธีแบบนี้ก็มีอยู่ในโลกด้วย!
     
     

ครีมมูลสัตว์

          
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: pixabay.com
           
     ลำดับแรกคือครีมมูลสัตว์ค่ะ อ่านไม่ผิด มันมีครีมแบบนี้อยู่ด้วยในสมัยโบราณ และยุคสมัยที่ว่าคือยุคอียิปต์โบราณค่ะ เจ้ากากอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการนี้ไม่ใช่ของมนุษย์นะคะ แต่เป็นของสัตว์ โดยการใช้มูลสัตว์ในการรักษาได้ถูกบันทึกไว้ใน ปาปิรุสอีเบอร์ (Papyrus Ebers) ตำราเก่าแก่ด้านเภสัชกรรมของอียิปต์โบราณ ย้อนหลังไปถึง 1,500 ปีก่อนคริสตกาล บันทึกไว้ว่ามีการนำเอามูลของสุนัข, กาเซลล์ (สัตว์คล้ายกวาง เลียงผา) และลา มาใช้รักษาบาดแผล แถมพวกเขายังเชื่ออีกว่า ครีมที่ทำจากมูลสัตว์เหล่านี้สามารถช่วยขจัดวิญญาณร้ายออกไปจากตัวผู้ทาได้อีกด้วย
     
      

การเอาเลือดออก

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: history.com
      
     การเอาเลือดออกเป็นกระบวนการการรักษาที่สำคัญมากในช่วง 460 - 370 ปีก่อนคริสตกาล โดยทาง British Columbia Medical Journal เคยอธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า ในอียิปต์ กรีก อาหรับ เอเชีย หรือแม้กระทั่งในยุโรป ล้วนเคยใช้วิธีการนี้ในการรักษา  เพราะพวกเขาเชื่อว่าเลือดเป็นหนึ่งในของเหลว 4 ชนิดที่สำคัญมากในร่างกายมนุษย์ และหากสิ่งเหล่านี้เกิดความไม่สมดุลในร่างกาย จะทำให้ป่วย ปวดหัว เป็นไข้ วิธีการรักษา จึงต้องทำการระบายเลือดออกจากร่างกายเพื่อสร้างความสมดุล สามารถทำได้สองวิธีคือ เจาะเลือดบริเวณเส้นเลือดดำ แล้วเอาถ้วยรองไว้เพื่อตรวจวัดปริมาณเลือดที่ไหลออกมา กับอีกวิธีคือการใช้ปลิงดูดเลือด ซึ่งการรักษาความสมดุลของร่างกายโดยการเอาเลือดออกนั้น เคยใช้รักษาคนดังในประวัติศาสตร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พระนางมารี อ็องตัวแน็ต หรือ จอร์จ วอชิงตัน ค่ะ
     
          

การใช้ปลิงดูดเลือด

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
     พูดถึงวิธีการนำเลือดออก นอกจากการใช้มีดกรีดแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้ไม่แพ้กันคือการใช้ปลิงนี่แหละค่ะ อาจจะฟังดูน่ากลัว แต่คนโบราณเขานิยมใช้วิธีนี้กันมากเลยนะคะ ส่วนมากมักใช้ปลิงดูดเลือดเพื่อรักษาอาการติดเชื้อ โรคผิวหนัง และความผิดปกติของระบบประสาท เมื่อปลิงสัมผัสผิวหนังคนไข้ มันจะดูดเลือดและปล่อยน้ำลายที่มีเอนไซม์และสารประกอบหลายชนิด ที่มีความสามารถในการรักษาโรคออกมา และน้องๆ รู้มั้ยคะว่าแพทย์ปัจจุบันให้การยอมรับแล้วว่า ปลิงสามารถช่วยบำบัดได้หลายโรค เช่น โรคไขข้อ, โรคริดสีดวงทวาร, ความดันโลหิตสูง หรือกระทั่งรักษาแผลของผู้ป่วยโรคเบาหวานได้อีกด้วยค่ะ แม้จะน่าขนลุกไปบ้าง แต่ปลิงก็มีประโยชน์มากเหมือนกันเนอะ แต่ยังไงน้องๆ อย่าเอาปลิงมาเล่นเองนะคะ เพราะเรื่องพวกนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงจะดีที่สุด
     
     

การเจาะกะโหลก

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: en.paperblog.com
     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่ามีวิธีการบำบัดโรคแบบนี้อยู่เหมือนกันในยุคโบราณ บรรพบุรุษของเราหลายคนเชื่อว่า การเจาะเปิดช่องกะโหลกศีรษะถือเป็นวิธีการที่เหมาะสมในการรักษาอาการปวดและปัญหาทางระบบประสาท แถมการรักษาด้วยวิธีนี้มีคนตายน้อยมากกว่าที่เราคิดอีกนะ วิธีการเจาะกะโหลกนี้เป็นวิธีโบร่ำโบราณที่ย้อนไปกว่า 7,000 ปี นิยมใช้กันหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นกรีก, แอฟริกา, พอลินีเชีย (ภูมิภาคในโอเชียเนีย) หรือกระทั่งในอเมริกา และน่าตกใจตรงที่เคยมีการรักษาในรูปแบบนี้เมื่อช่วงต้นทศวรรษ 1900 ด้วยล่ะค่ะ
     
     

ยาสารปรอท

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: pixabay.com
      
     เราต่างรู้กันดีว่าสารปรอทร้ายแรงมาก Environmental Protection Agency ระบุว่า ปรอทเป็นพิษต่อระบบประสาท ที่อาจส่งผลให้สูญเสียการมองเห็น เกิดโรคทางระบบประสาท การได้ยินบกพร่อง รวมไปถึงเกิดความอ่อนแอของกล้ามเนื้อ แต่ก่อนที่เราจะรู้กันว่าสารปรอทร้ายแรงแค่ไหนนั้น ชาวเปอร์เซีย ชาวกรีก และชาวจีนโบราณต่างเชื่อกันว่า การดื่มหรือใช้สารปรอททาผิวหนังสามารถช่วยเพิ่มอายุขัยให้ผู้ใช้ อีกทั้งยังเชื่อว่าสารปรอทรักษาโรคซิฟิลิสได้อีกต่างหาก ตัวอย่างความเชื่อนี้ของคนโบราณที่เรารู้จักกันดี เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของฉินสื่อหวงตี้ หรือจิ๋นซีฮ่องเต้นี่แหละค่ะ พระองค์เคยสั่งให้คนเสาะหายาอายุวัฒนะเพราะอยากมีชีวิตนิรันดร์ สุดท้ายก็กินสารปรอทที่พระองค์เชื่อว่าเป็นโอสถทิพย์ที่ตามหามานาน จนพิษสะสมในร่างกาย ไม่นานก็สิ้นพระชนม์
     
     

ซากหนูรักษาโรค

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: pixabay.com
      
     มีใครบ้างเอาซากหนูใส่ปาก? ไม่มีใครทำหรอกค่ะยกเว้นชาวอียิปต์โบราณ (น้องๆ อาจบอกว่า 'อียิปต์โบราณอีกแล้ว' แต่เป็นเรื่องจริงที่พวกเขามักค้นหาวิธีหลายรูปแบบเพื่อรักษาอาการป่วยไข้) ที่ทำแบบนี้เป็นเพราะพวกเขาคิดว่าวิธีนี้สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดฟันได้ บางครั้งก็บดซากหนูเข้ากับส่วนผสมอื่นๆ และนำไปพอกยังบริเวณที่เจ็บปวด แต่ไม่ใช่แค่ชาวอียิปต์โบราณเท่านั้นนะคะที่ใช้วิธีนี้ ลองทายดูว่าประเทศไหนใช้ซากหนูในการรักษาโรคหูดเมื่อช่วงปลายทศวรรษที่ 1500? คำตอบคือที่อังกฤษค่ะ ในยุคสมัยของพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 นั้น นิยมหั่นหนูออกครึ่งตัวเพื่อนำมาวางยังบริเวณที่เป็นหูด นอกจากนั้นยังเชื่อว่าหนูสามารถรักษาโรคไอกรน โรคหัด และไข้ทรพิษได้ด้วย โชคดีของพวกหนูๆ ที่พวกเขาค้นพบในเวลาไม่นานหลังจากนั้น ว่าวิธีเหล่านี้ไม่ได้ช่วยรักษาโรคทั้งหลายแต่อย่างใด
     
     

วินิจฉัยโรคจากตับแกะ

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: pixabay.com
      
     หนูโชคไม่ดีฉันใด แกะก็ไม่ได้แตกต่างกันฉันนั้น น้องๆ เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าในสมัยโบราณไม่มีการตรวจเลือด ไม่มีเครื่องเอกซเรย์ แล้วพวกเขาสามารถวินิจฉัยโรคคนไข้ได้อย่างไร ง่ายมากค่ะ พวกเขาใช้เจ้าแกะน้อยๆ พวกนี้ในการวินิจฉัยโรค โชคดีตรงที่ไม่ได้เกิดในยุคอียิปต์โบราณ แต่ย้อนไปในยุคเมโสโปเตเมีย วิธีการที่แพทย์สมัยนั้นใช้วินิจฉัยโรคคือการตรวจสอบจากตับของน้องแกะผู้เสียสละ เพราะพวกเขาเชื่อว่าตับถือเป็นที่ตั้งของจิตวิญญาณ เป็นศูนย์กลางของจิตใจและอารมณ์ เป็นแหล่งที่มาของเลือดมนุษย์ และเป็นแหล่งที่มาของชีวิต แต่จะให้ผ่าดูตับคนไข้ก็อาจจะฟังดูแปลกๆ ไปหน่อย พวกเขาเลยเลือกใช้ตับแกะแทน พี่ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันค่ะว่าอาการป่วยของร่างกายเราจะไปเชื่อมโยงกับแกะได้ตั้งแต่เมื่อไร 5555
      
     

ยาน้ำเชื่อม

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
      
     ฟังชื่อเฉยๆ คงไม่คิดว่ามันจะอันตรายหรือแปลกอะไรใช่มั้ยคะ เพราะยังไงก็เป็นแค่ยาน้ำสำหรับเด็ก แต่ถ้าน้องๆ ได้เห็นส่วนผสมของยาน้ำเชื่อมนี้แล้วจะต้องหนาวแน่ๆ เพราะมันไม่เหมาะจะให้เด็กกินสักนิด (กระทั่งผู้ใหญ่ก็ไม่ควรกินด้วยซ้ำ) โดยในศตวรรษที่ 19 มียาน้ำเชื่อมชื่อ "ยาน้ำเชื่อมคุณนายวินส์โลว์ (Mrs. Winslow’s Soothing Syrup)" ออกมาวางจำหน่าย มีสรรพคุณช่วยให้เด็กๆ หลับปุ๋ยไม่กวนพ่อแม่ ยุคนั้นใครๆ ก็นิยมซื้อยาน้ำเชื่อมคุณนายวินส์โลว์กันทั้งนั้น ยอดขายสูงถึง 1.5 ล้านขวด แต่กินไปกินมากลับพบว่ามีคนเสียชีวิตกันนับไม่ถ้วน ไม่นานก็มีการตรวจสอบพบว่า สารประกอบน้ำเชื่อมที่ว่านี่มีแต่ของอันตรายทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น มอร์ฟีน ซัลเฟต, มอร์ฟีน ไฮโดรคลอไรด์, เฮโรอีน, คลอโรฟอร์ม, ฝิ่น, กัญชา เฉพาะมอร์ฟีนก็มีปริมาณสูงถึง 65 มิลลิกรัมต่อออนซ์แล้วค่ะ ถึงว่าสิทำไมเด็กๆ ถึงหลับได้หลับดีขนาดนั้น
     
          

หนอนบำบัด

     
9 วิธีรักษาโรคสุดประหลาดของคนโบราณ ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าเคยมีอยู่จริง! 
Photo credit: animationmagazine.net
      
     ตั้งแต่ช่วงสงครามจักรพรรดินโปเลียน, สงครามกลางเมือง และสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หนอนแมลงวันถูกนำมาใช้เพื่อรักษาบาดแผลติดเชื้อ เพราะพวกมันจะกินเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว แต่ไม่กินเนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการรักษาชนิดนี้มีประสิทธิภาพมาก ดังนั้นเราจึงยังสามารถพบการรักษาที่เรียกว่า หนอนบำบัด (Maggot Therapy) ได้ในการใช้ยาแผนปัจจุบัน เนื่องจากแบคทีเรียบางตัวทนต่อยาปฏิชีวนะได้ ทำให้บางครั้งหนอนก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการรักษา การใช้หนอนบำบัดช่วยลดจำนวนเนื้อเยื่อที่ตายแล้วและเพิ่มจำนวนเนื้อเยื่อสร้างใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ลดความเจ็บปวด (แต่แพทย์บอกว่าอาจรู้สึกจั๊กจี้หากไม่คุ้นเคย 5555) และแผลสะอาดขึ้นกว่าเดิม หากน้องๆ กลัวเรื่องผลข้างเคียงเพราะคิดว่าพวกมันสกปรกแล้วล่ะก็ คิดผิดค่ะ เพราะการรักษาด้วยวิธีนี้ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ บางครั้งอาจมีเลือดไหลตามรูขุมขน แต่นั่นถือเป็นสัญญาณดีของการหล่อเลี้ยงของเลือดค่ะ
     
     
     การรักษาแปลกๆ ของยุคโบราณยังมีอีกหลายเรื่องเลยค่ะ แน่นอนว่าเพราะในช่วงนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้พวกเขาต้องใช้วิธีที่ผิดบ้างถูกบ้างในการรักษาหรือเยียวยาผู้ป่วย แม้บางวิธีจะใช้ได้ผลจริงขนาดที่คนปัจจุบันเองยังยอมรับ แต่ยังไงก็ตามพี่ก็ไม่อยากลองใช้วิธีพวกนี้หรอกค่ะ ขอพึ่งยาปฏิชีวนะต่อไปดีกว่า ^^;
     
     
อ้างอิง
#Studyabroad #การรักษา #การแพทย์ #แปลก #โบราณ #ต่างประเทศ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?