มาเรียนภาษาอังกฤษผ่าน 12 บทเพลงความหมายดีๆ เพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต []

มาเติมพลังใจให้กับชีวิต พร้อมเรียนภาษาอังกฤษจากบทเพลงกันเถอะ!
15,605 1
     บางครั้งเราอาจจะเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก จนทำให้เรานั้นรู้สึกแย่ รู้สึกท้อใจ หรืออาจจะทำให้เรารู้สึกหมดหวัง และในทุกๆ ครั้งก็พยายามปลอบใจตัวเองว่า ‘นี่แหละคือชีวิต’ ถ้าจะเจอเรื่องผิดหวังบ้าง มันก็คงเป็นเรื่องธรรมดา … แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าเราจะสามารถผ่านมันไปได้ ในบางเวลาเราก็อยากได้กำลังใจดีๆ ที่จะทำให้เรามีแรงกลับมาสู้อีกครั้ง ถ้าน้องๆ ชาว Dek-D.com หลายคนกำลังรู้สึกแบบนี้ วันนี้ พี่วุฒิ และ English Issues มีเพลงสากลความหมายดีๆ มาแนะนำให้น้องๆ ได้ฟังและจำประโยคภาษาอังกฤษจากบทเพลงไปใช้กันครับ    

 
มาเรียนภาษาอังกฤษผ่าน 12 บทเพลงความหมายดีๆ เพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต

 
Boys Like Girls - Stuck In The Middle
 
     มาเริ่มกันที่เพลงแรก สำหรับพี่เองถ้าจะพูดถึงเพลงที่ให้กำลังใจ ก็คงจะมีเพลงนี้ขึ้นมาเป็นลิสต์แรกๆ ซึ่งเป็นเพลงของวง Boys Like Girls เพลงนี้มีชื่อว่า “Stuck In The Middle” หรือถ้าจะแปลตรงตัวคือ “ติดอยู่ตรงกลาง” ซึ่งมีความหมายว่า ช่วงเวลาที่อยากลำบากของเรา อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เกิดความลำบากใจ หรือตอนนั้นเรากำลังติดอยู่กับความสับสนในชีวิต พูดง่ายๆ คือ มืดแปดด้านนั่นเอง เพลงนี้ความหมายดีมากๆ เลยครับ แต่ละท่อนคือกินใจเว่อร์ๆ พร้อมมีประโยคภาษาอังกฤษที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมาก สามารถจำไปใช้ได้ครับ 
 
Someday things will be perfect (สักวันทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง)
It will be worth it all this time (และมันก็คุ้มค่าที่จะรอ)
Stuck in the middle (ถึงแม้ตอนนี้อาจจะยังมืดแปดด้านอยู่ก็เถอะ)
I know things will get better (ฉันรู้ว่ามันจะดีขึ้น)
Hold it together (อดทนไปด้วยกันนะ)
Take your time (มันต้องใช้เวลา/ให้เวลากับตัวเอง)
Stuck in the middle (ถึงแม้ตอนนี้อาจจะยังมืดแปดด้านอยู่ก็เถอะ)
 

Clip



 
When You Believe - Whitney Houston 
 
     พอพูดถึงเพลงความหมายดีๆ เพิ่มพลังชีวิต จะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้เลยครับ “When You Believe” ของราชินีเพลงป๊อบผู้ล่วงลับอย่าง Whitney Houston เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกนำมาขับร้องบ่อยมาก โดยเฉพาะในเวทีการประกวดร้องเพลง เพราะว่าดีงามทั้งดนตรีและเสียงร้อง และที่ซึ้งกินใจสุดๆ ก็คงเป็นเนื้อเพลงที่สามารถสร้างแรงฮึบได้อย่างมากเลยล่ะครับ ตอนสมัยพี่เรียนอยู่มัธยม คุณครูก็มักนำเพลงนี้มาใช้ในการสอนภาษาอังกฤษ เพราะว่ามีประโยคที่เข้าใจง่าย แต่ที่เห็นชัดๆ ในเพลงนี้ก็คงจะเป็นการใช้ conjunction “when” ในการเชื่อมประโยค เรามาดูตัวอย่างประโยคจากท่อนฮุกของเพลงกันครับ 
 
There can be miracles (มันมักมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น) 
* there + be (is/am/are) แปลว่า  ‘มี’  แต่ถ้าตามหลังกริยาพิเศษ เช่น will,can,should,may,must ให้เปลี่ยน is,am,are เป็น be
When you believe (หากคุณเชื่อมั่น) *when เป็นคำเชื่อมกับประโยคด้านบน 
Though hope is frail (แม้ความหวังนั้นอาจจะเปราะบาง) 
Its hard to kill (แต่มันก็ยากที่จะทำลาย) *2 ประโยคนี้เชื่อมกันครับ โดยมีคำว่า though เป็นคำเชื่อม
Who knows what miracles (ใครก็ตามที่รู้ว่าปาฎิหารย์นั้นคืออะไร)
You can achieve (คุณสามารถสร้างมันได้)
When you believe somehow you will (เพียงแค่คุณเชื่อมัน คุณทำมันได้)
You will when you believe (คุณจะทำได้ เพียงแค่คุณเชื่อมัน)
 

Clip



 
Hero - Mariah Carey 
 
     เมื่อมีเพลง When You Believe ไปแล้ว อีกเพลงที่ขาดไม่ได้ที่มักนำมาร้องคู่กันเสมอ และเพลงนี้ก็ได้รับความยอดนิยมอย่างมากทุกยุคทุกสมัย นั่นก็คือเพลง Hero ของ Mariah Carey ซึ่งความหมายของเพลงคือต้องการบอกว่า ‘ทุกคนนั้นมีฮีโร่ซ่อนอยู่ในตัวเอง’ ฮีโร่ที่ว่านั่นก็คือ ความกล้าหาญที่อาจหลบมุมอยู่ในใจของเรานั่นเองครับ ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่มีรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนมาก เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษมากๆ เลยครับ 
 
And then a hero comes along (และแล้วความกล้าหาญก็ได้ก้าวออกมา)
With the strength to carry on (พร้อมกับความเข้มแข็งที่พาคุณเดินต่อไป)
And you cast your fears aside (และคุณจะโยนความกลัวนั้นทิ้งไป)
And you know you can survive (และคุณจะรู้ว่า ชีวิตของคุณจะสามารถดำเนินต่อไปได้)
So when you feel like hope is gone (ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกสิ้นหวัง)
Look inside you and be strong (จงมองให้ลึกลงไปในตัวของคุณเอง และจงเข้มแข็งไว้นะ)
And you'll finally see the truth (และสุดท้ายคุณจะรู้ว่า)
That a hero lies in you (ความกล้าหาญนั้นซ่อนอยู่ในตัวคุณนั่นแหละ)

Clip



 
Bright - Khelani
 
     เพลงนี้เอาใจสำหรับคนที่ชอบแนวเพลง R&B กันบ้างดีกว่า เพลงนี้ชื่อเพลงว่า “Bright” ขับร้องโดยนักร้องสาวชาวอเมริกันชื่อ Khelani เป็นอีกเพลงที่ความหมายดีมากเลยครับ ในตัวเพลงเหมือนต้องการจะสื่อถึงคนที่รู้สึกว่า ทำไมตัวเองไม่เป็นเหมือนคนอื่นบ้าง ทำไมเราถึงไม่มีความมั่นใจเหมือนใครเขาเลย แล้วทำไมฉันสวยขนาดนี้แต่ก็ยังโดนผู้ชายเทล่ะ พอเจอสถานการณ์แบบนี้ก็อาจทำให้บางคนรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าไปเลยก็ได้ แต่ก็อย่าลืมนะว่าตัวของทุกคนนั้นมีแสงที่เปล่งประกายในตัวเองอยู่แล้ว อย่าไปให้น้ำหนักกับคำพูดแย่ๆ หรือคนที่ไม่เห็นค่าเราจะดีกว่า (อินมากพูดเลย 5555) จริงๆ แล้วอยากยกเนื้อเพลงทั้งเพลงมาแปะให้น้องๆ ได้อ่าน เพราะแต่ละประโยคคือดีงามมาก แต่กลัวว่ามันจะเยอะไป 5555 เอาเป็นว่าเรามาดูท่อนฮุกของเพลงนี้กันดีกว่าครับ 
 
Can nobody love somebody that do not love themselves 
(ไม่มีใครที่จะสามารถรักคนอื่นได้ หากพวกเขาไม่รักตัวเอง)
You are what you choose to be (เธอจะเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เธอเลือกจะเป็น)
It's not up to no one else (มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครทั้งนั้นแหละ)
So be great, be kind (ดังนั้นจงทำตัวสวยๆ เริ่ดๆ เข้าไว้ และก็เป็นคนจิตใจดี)
Don't let them dim your light (อย่าให้ใครมากลบแสงออร่าของเธอ)
A woman like a sun should always stay bright 
(ผู้หญิงสวยๆ ดุจดั่งดวงตะวัน ควรจะเปล่งประกายเข้าไว้นะ)

Clip


 
F**kin’ Perfect - P!nk
 
     มาต่อกันที่เพลง F**kin’ Perfect ของ P!nk เพลงนี้เหมาะกับคนที่อาจจะเคยเดินทางผิด หรือเคยทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรืออาจจะเป็นคนที่ถูกเข้าใจผิดแถมโดนดูถูก บ้างอาจจะถูกคาดหวังจากคนอื่นว่าต้องเป็นแบบนั้นหรือเป็นแบบนี้ จนเก็บความรู้สึกมากมายมากดดันตัวเอง และรู้สึกตัวเองแย่ ไร้ค่า ทำไมถึงทำไม่ได้เหมือนกับที่คนอื่นเค้าทำกัน (กอดปลอบนะ ฮือๆ) ส่วนประโยคต่างๆ ในเพลงก็น่าสนใจดีครับ เรามาดูท่อนฮุกกันดีกว่า
 
Pretty, pretty please, don't you ever, ever feel (คนดี..อย่าคิดไปเองเลยนะ)
Like you are less than, less than fuckin' perfect (อย่ารู้สึกไปเองว่าเธอน่ะไม่สมบูรณ์แบบ)
Pretty, pretty please, if you ever, ever feel like you're nothing
(ที่รัก..อย่าไปคิดว่าตัวเองนั้นไร้ค่า)
You're fuckin' perfect to me (เธอน่ะโคตรจะเพอร์เฟ็กต์เลยสำหรับฉัน)
*fuck ใช้ได้หลายบริบท หลายความหมาย ส่วนในเพลงนี้แปลประมาณว่า “โคตรๆ, สุดๆ” 
อ่าน 20 วิธีใช้คำว่า fuck ในหลายความหมาย  คลิกที่นี่

Clip



 
Stronger (What Doesn’t Kill You) - Kelly Clarkson
 
     Strong Strong Strong! (เสียงพี่ลูกเกด) เปลี่ยนแนวเพลงมาปลุกความสตรองในตัวเรากันบ้างดีกว่า กับเพลง What Doesn’t Kill You ของ Kelly Clarkson ซึ่งถือว่าเป็นเพลงฮิตของเธอเลยทีเดียว เพลงนี้เนื้อหาประมาณว่า ‘ถึงแม้ว่าฉันจะโดนเท แต่ฉันไม่เซหรอกนะ’ เธอจะมาทำแย่ๆ หรือทำให้ฉันเสียใจแค่ไหน ฉันก็ไม่ตายหรอก ฉันเข้มแข็งกว่าที่เธอคิดซะอีก เชิ่ด! (อินเนอร์ล้วนๆ) ซึ่งท่อนฮุกของเพลงนี้ก็มีประโยคฮิตติดหู สามารถนำไปปประยุกต์ใช้กันได้ครับ 
 
What doesn't kill you makes you stronger
(สิ่งที่ทำร้ายคุณไม่ได้ มันมีแต่จะทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น)
*ในประโยคนี้ ‘What doesn’t kill you’ ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค ส่วนกริยาของประโยคนี้ คือ ‘make’ 
Stand a little taller (จงยืดอกยอมรับกับสิ่งที่เผชิญอยู่)
Doesn't mean I'm lonely when I'm alone
(เวลาที่ฉันต้องอยู่คนเดียว มันก็ไม่แปลว่าฉันจะเหงาหรอกนะ)
What doesn't kill you makes a fighter
(อะไรก็ตามที่ทำร้ายคุณไม่ได้ มันจะทำให้คุณเป็นนักสู้)
Footsteps even lighter (เป็นแรงผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้า)
Doesn't mean I'm over 'cause you're gone 
(แค่คุณทิ้งฉันไป มันไม่ได้แปลว่าฉันจะต้องตายหรอกนะ)

Clip



 
Breakaway  -  Kelly Clarkson  
 
     เพลงของ Kelly Clarkson ไม่ได้มีแค่เพลง Stronger เพียงเท่านั้น ยังมีอีกเพลงที่สามารถสร้างกำลังใจให้กับเราได้อีกเพลง นั่นก็คือเพลง “Breakaway” หรือแปลตรงตัวว่า “หลุดพ้น” ถ้าใครกำลังรู้สึกหมดหวัง รู้สึกว่าเรายิ่งพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นดั่งที่หวัง หรือใครอาจจะกำลังรู้สึกเหนื่อยกับการอ่านหนังสือสอบ หรืออาจจะสอบไม่ติดดั่งที่หวัง เพลงนี้อาจจะเป็นอีกเพลงที่สร้างพลังบวกให้กับน้องๆ ได้กลับมามีแรงฮึบสู่ต่ออีกครั้งครับ ส่วนเพลงนี้มีกริยาวลี (Phrasal Verb) ที่น่าสนใจหลายตัวเลยครับ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง 
 
I’ll spread my wings and I’ll learn how to fly
(ฉันจะกางปีกของฉันออกไป และเรียนรู้ที่จะโบยบิน)
I’ll do what it takes til’ I touch the sky (ฉันจะทำทุกๆ อย่าง จนกว่าจะเอื้อมแตะท้องฟ้าได้)
And I’ll make a wish (และฉันจะอธิษฐาน)
Take a chance (ยื่นมือคว้าโอกาส)
Make a change (สร้างการเปลี่ยนแปลง)
And breakaway (และหลุดพ้นออกจากตรงนี้ไปให้ได้)

Clip



 
Hall of Fame - The Script
 
     มาถึงคิวของวงดนตรีสัญชาติไอร์แลนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก วง “The Script” ก็เป็นอีกวงที่มักมีเพลงความหมายดีๆ เพิ่มพลังบวกให้กับผู้ฟังเสมอ เพลง “Hall of Fame” หรือ “หอเกียรติยศ” ก็เป็นอีกเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื้อหาของเพลงต้องการจะบอกว่า เราสามารถจะเป็นอะไรก็ได้ ทำอะไรก็ได้ ถึงแม้ว่ามันยาก เราก็สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าในเนื้อเพลงเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ทุกท่อนนั้นสร้างพลังใจได้อย่างดีมากเลยล่ะครับ ส่วนรูปแบบประโยคของเพลงนี้ส่วนใหญ่ จะสังเกตได้เลยว่ามีการใช้ can/could + v1 เยอะมาก เอาเป็นว่าถ้าใครยังสับสนโครงสร้างประโยคการใช้ can/could + v1 พอฟังเพลงนี้แล้ว ต่อไปจะใช้ไม่ผิดแน่นอนครับ เพราะมีทุกท่อนเลย นอกจากนี้ยังมีการใช้เปรียบเปรยอีกด้วยครับ
 
You can throw your hands up (เธอสามารถยกมือขึ้น)
You can beat the clock (เธอสามารถเอาชนะเวลาได้) 
* beat the clock เป็นสำนวนเกี่ยวกับเวลา ในที่นี้หมายถึง การทำอะไรสักอย่างได้ทันเวลาที่จำกัด
You can move a mountain (เธอสามารถย้ายภูเขาทั้งลูก) 
*เปรียบภูเขาเหมือนสิ่งสิ่งที่ยากมากๆ แต่เราก็สามารถจัดการมันได้
You can break rocks (เธอสามารถทำลายหินทั้งก้อนได้)
*เปรียบเปรยก้อนหินเหมือนสิ่งที่ยากๆ หนักหนาสาหัส
You can be a master (เธอจะเป็นหัวหน้าของทุกสรรพสิ่งได้)
Don’t wait for luck (อย่ามัวแต่รอคอยโชคชะตา)
Dedicate yourself and you can find yourself
(กำหนดมันด้วยตัวเธอเองและเธอจะค้นพบตัวเอง)
 

Clip



 
The Climb - Miley Cyrus   
 
     พอพูดถึง Miley Cyrus หลายคนคงจะนึกถึงภาพเธอโหนลูกตุ้มในเพลง Wrecking Ball กันอยู่ใช่มั้ยครับ 5555 จริงๆ แล้วก่อนที่เพลงนี้จะดัง สาวไมลีย์เคยฝากผลงานเพลงความหมายดีๆ สร้างกำลังใจให้กับผู้ฟังมาก่อน เพลงนี้ชื่อเพลงว่า “The Climb” ซึ่งเพลงนี้ต้องการจะสื่อว่า ต่อให้ใครจะดูถูกฉัน คิดว่าฉันทำไม่ได้ และถึงแม้จะมีแต่คำพูดลบๆ ต่างๆ นานา ก็ไม่ได้ทำให้ฉันยอมแพ้หรอกนะ ส่วนภาษาอังกฤษในเพลงนี้ก็มีการใช้การเปรียบเปรยอยู่ครับ เรามาดูว่าเขาเปรียบอะไรบ้าง 
 
There's always gonna be another mountain (มันจะต้องมีภูเขาลูกต่อไปอีกแน่นอน)
I'm always gonna wanna make it move (และฉันก็อยากให้ภูเขานั้นขยับออกไป)
*เปรียบภูเขาเหมือนอุปสรรคนั่นเอง
Always gonna be an uphill battle (แต่มันก็ย่อมมีอุปสรรคเสมอ)
Sometimes I'm gonna have to lose (บางครั้งฉันเองก็รู้สึกต้องยอมแพ้) 
Ain't about how fast I get there (มันไม่ใช่ว่าฉันจะไปถึงเร็วแค่ไหน)
Ain't about what's waiting on the other side (มันไม่ใช่ว่ามีอะไรรออยู่ที่อีกฝั่งหนึึ่ง)
It's the climb (แต่สิ่งนั้นคือ เราพยายามมากเท่าไหร่ที่จะปีนข้ามภูเขานั้นไปต่างหาก)
*the climb (การปีนป่าย) คือความพยายามนั่นเอง
 

Clip



 
Que Sera, Sera (What Ever Will Be Will BE) - Doris Day
 
     เรามาย้อนเวลาไปที่เพลงอมตะอย่างเพลง “Que Sera Sera (Whatever Will Be Will be)” เพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Man Who Knew Too Much ขับร้องโดย Doris Day ถ้าพูดถึงเนื้อหาของเพลงแล้ว จริงๆ ดูเหมือนไม่มีอะไร เนื้อหาเหมือนเป็นเรื่องเล่าของคนๆ หนึ่งตั้งแต่เด็กจนโตที่มักสงสัยกับอนาคตของตัวเองอยู่ตลอดเวลา และท่อนที่ย้ำอยู่ทั้งเพลงและเป็นใจความสำคัญของเพลงนี้ก็คือ “อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด” ดังนั้นอย่าไปกังวลหรือคาดหวังกับอนาคตจนเกินไป อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอยู่ดีแหละครับ 
 
Que Sera, Sera, (อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด) *เป็นภาษาฝรั่งเศส
Whatever will be, will be (อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด)
The future’s not ours, to see (อนาคตนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราจะมองเห็น)
Que Sera, Sera (อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด)
What will be, will be. (อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด)
 

Clip



 
Fix You - Coldplay
 
     ถ้าพูดถึงเพลงสร้างกำลังใจให้กับคนที่ท้อแท้หมดความหวังในชีวิต จะขาดเพลงนี้ไปไม่ได้เลยครับ “Fix You” ของวง Coldplay เนื้อหาของเพลงนี้ตั้งใจแต่งขึ้นมาเพื่อสร้างบอกกับคนที่รู้สึกท้อแท้เมื่อทำอะไรก็ไม่สำเร็จ หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่เหลือใคร พวกคุณยังมีผมอยู่นะ (ตอนฟังครั้งแรกบอกตรงๆ ว่าแอบน้ำตาไหลเลยครับ) ส่วนภาษาการใช้ในเพลงนี้ก็ไม่ได้ยากมากครับ ใครที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ค่อยออก ก็ลองอ่านเนื้อร้องไปพร้อมๆ กับฟังก็ได้ครับ เดี๋ยวมันจะค่อยๆ ซึมซับเอง
 
Lights will guide you home (แสงสว่างจะนำพาเธอกลับบ้าน)
And ignite your bones (และเติมเต็มเชื้อไฟให้เธออีกครั้ง)
And I will try to fix you (และฉันจะพยายามช่วยเหลือเธอเอง)

Clip



 
Lost - Coldplay
 
     ปิดท้ายด้วยเพลงของวง Coldplay อีกเพลงหนึ่ง นั่นก็คือเพลง “Lost” เพลงนี้เป็นเพลงที่ปลุกพลังบวกในตัวเราได้ดีมากเลยครับ ถ้าน้องๆ คนไหนรู้สึกเฟลๆ จากการสอบ หรือรู้สึกผิดหวังกับเรื่องอะไรมาก็ตาม ในบางครั้งเราก็แค่แพ้ แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่สู้ต่อซะหน่อย ใช่มั้ยครับ? ซึ่งในเพลงนี้ก็มีรูปแบบประโยคที่น่าจดจำไปใช้มากๆ เลยครับ นั่นก็คือ “Just because +..., doesn’t mean...” ซึ่งรูปประโยคนี้ในเพลงมีเยอะมากๆ เลยล่ะครับ เรามาดูตัวอย่างกันเลย 
 
Just because I’m losing (เพียงแค่เพราะฉันกำลังแย่)
Doesn’t mean I’m lost (ไม่ได้แปลว่าฉันแพ้ซะหน่อย)
Doesn’t mean I’ll stop (ไม่ได้แปลว่าฉันจะถอย)
Doesn’t mean I’m across (ไม่ได้แปลว่าฉันปล่อย/มองข้าม)
 

Clip




 
มาเรียนภาษาอังกฤษผ่าน 12 บทเพลงความหมายดีๆ เพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต
Cr.Unsplash.com


 
     การฟังเพลงภาษาอังกฤษ นอกจากจะทำให้เราบันเทิงใจแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการเรียนภาษาอังกฤษอีกด้วย และจริงๆ แล้วก็ยังมีอีกเพลงอีกหลายเพลงเลยครับที่ม่ีความหมายดีๆ ชวนปลุกพลังชีวิต แต่วันนี้ยกมาแค่นี้ก่อนละกัน แล้วน้องๆ ล่ะครับ มีเพลงความหมายดีๆ เพลงไหนจะแนะนำให้พี่และเพื่อนๆ ชาว Dek-D.com ได้ฟังกันบ้าง คอมเมนต์กันมาได้เลยยยย!  
#Studyabroad #English Issues #เพลง #เพลงสากล #เพลงภาษาอังกฤษ #เรียนภาษาอังกฤษผ่านเพลง #ไวยากรณ์ #แกรมม่าร์ #Grammar

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?