เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย! []

วิว
     สวัสดีครับ วันนี้ พี่วุฒิ มีเรื่องราวน่าสนใจมากฝากน้องๆ ชาว Dek-D.com อีกเช่นเคย เป็นเรื่องราวการเสียชีวิตจากการโดนลงโทษของเจ้าชายและเจ้าหญิง ซึ่งทุกเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไม่อิงนิยายเลยครับ มีเรื่องอะไรบ้าง เรามาดูกัน!


 

รักต้องห้ามของเจ้าหญิงซาอุฯ กับสามัญชนที่จบด้วยความตาย
 

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพจากละครสารคดีเรื่อง Death of Princess
 
    น้องๆ หลายคนอาจจะทราบกันมาบ้างว่าประเทศซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่เคร่งในเรื่องของศาสนาและกฎเกณฑ์การแบ่งสิทธิชาย-หญิงที่ค่อนข้างชััดเจนซึ่งถูกสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน และถึงแม้จะเป็นเชื้อราชวงศ์ก็ไม่อาจเลือกปฏิบัติเหนือจารีตประเพณีของบ้านเมืองได้
 
    เรื่องโชคร้ายนี้ได้เกิดขึ้นในปี 1977 เมื่อ ‘เจ้าหญิง Mishaal’ นั้นได้สานสัมพันธ์ความรักกับหลานชายท่านทูตของซาอุดิอาระเบียประจำประเทศเลบานอน นามว่า ‘Mulhallal’ ทั้งคู่รู้จักกันหลังจากไปเรียนต่อที่อเมริกาและได้ก่อเกิดเป็นความรักขึ้นมา แต่เหมือนพวกเขาจะลืมว่าตัวเองนั้นทำผิดจารีตของแผ่นดินเกิดที่ห้ามชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพัง เจ้าหญิงและคนรักของเธอนั้นต้องคอยแอบนัดเจอกันอยู่เสมอและท้ายที่สุดก็ไม่อาจรอดหูรอดตาผู้คนไปได้ พวกเขาถูกตราหน้าว่าทำผิดข้อหาประเวณี และต้องถูกลงโทษด้วยการให้ประชาชนมารุมปาหินจนกว่าจะตาย (โหดร้ายเกิ๊นนน!) 
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพจากละครสารคดีเรื่อง Death of Princess
 
     ในเมื่อไม่มีทางเลือก เจ้าหญิง Mishaal และคนรักของเธอก็ตัดสินใจหอบผ้าหอบผ่อนหนีออกนอกประเทศ โดยเจ้าหญิงนั้นได้ปลอมตัวเป็นผู้ชาย (ไม่ได้มีแค่ในละครจริงๆ) แต่สุดท้ายก็ถูกจับได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วครอบครัวของเธอได้ยื่นข้อเสนอให้เธอรอดพ้นจากข้อกล่าวหานี้ แต่มีข้อแม้คือเธอจะต้องถูกกีดกันไม่ให้เจอกับคนรักของเธอไปตลอดชีวิต แต่สุดท้ายเธอก็เลือกยอมตายดีกว่าถ้าจะไม่ได้อยู่กับคนรัก เธอเลือกที่จะสารภาพต่อกับศาลว่า “ฉันทำผิดประเวณี”  เมื่อยอมรับไปดังนั้น ศาลก็ตัดสินประหารเธอกับคนรัก ว่ากันว่าเจ้าหญิงนั้นถูกเพชฌฆาตกระหน่ำยิงที่ศีรษะ ส่วนคนรักของเธอนั้นถูกประหารด้วยการตัดคอ…. 
 
     เรื่องราวของเธอนั้นเป็นประเด็นร้อนในยุคนั้นเป็นอย่างมาก และส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียออกกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้หญิงไปเรียนต่างประเทศ และห้ามไปต่างประเทศถ้าไม่มีคนในครอบครัวเป็นผู้ชายไปด้วย (อ่าน 9 เรื่องต้องห้ามในซาอุดิอาระเบีย คลิกที่นี่ ) และนอกจากนี้แล้ว เรื่องราวของเจ้าหญิง Mishaal ก็ได้ถูกหยิบยกมาสร้างเป็นละครสารคดีเรื่อง “Death of Princess” โดยผู้จัดชาวอังกฤษอีกด้วย  

 

ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่เจ้าชายคูเวต ถ้าทำผิดก็ถูกประหาร!
 

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพของเจ้าชายชี๊คไฟซาล
 
      เมื่อเดือนมกราคม 2017  สำนักข่าวของคูเวตได้มีการรายงานว่า นักโทษคูเวตถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอเป็นจำนวน 7 คน ซึ่งรวมไปถึงเจ้าชายผู้หนึ่งในราชวงศ์อัล-ซาบาห์ (Al-Sabah) นามว่า ‘เจ้าชายชี๊คไฟซาล’ และที่มาที่ไปซึ่งนำไปสู่การโดนลงโทษแห่งความตายนี้เกิดขึ้นมาจาก เจ้าชายชี๊คไฟซาลได้ทำการลอบสังหารหลานชายแท้ๆ ของตัวเอง ซึ่งมีชื่อว่า ‘เจ้าชายชี๊คบาซิล’ ว่ากันว่าในคืนนั้นทั้งคู่นอนอยู่ด้วยกันที่วังมาซีลาห์ ซึ่งเป็นที่พำนักของเจ้าชายชี๊คบาซิล แต่จู่ๆ เจ้าชายชี๊คไฟซาลก็ได้เรียกหลานชายของตัวเองออกไปคุยข้างนอก ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงปืนก็ดังขึ้น เจ้าชายชี๊คบาซิลถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่โชคกลับไม่เข้าข้างเพราะเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมา 
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพการประหารของประเทศคูเวต Cr. Getty Images
 
     มีการคาดเดากันต่างๆ นานาถึงเหตุผลในการสังหารครั้งนี้ว่า ทำไมเจ้าชายชี๊คไฟซาลถึงลงมือฆ่าหลานชายแท้ๆ ของตัวเอง และจากการประเมินของเจ้าหน้าที่ได้ระบุว่า ชนวนเหตุนี้น่าจะมีแรงจูงใจมาจากผลประโยชน์ทางการเมืองนั่นเองครับ และในที่สุดเจ้าชายชี๊คไฟซาลก็ได้ถูกสั่งประหารด้วยการแขวนคอในปี 2017  ซึ่งจริงๆ แล้วทางคูเวตเองได้ระงับโทษประหารไปแล้วตั้งแต่ ปี 2013 และนี่จึงเป็นการส่งสัญญาณว่าคูเวตจะกลับมาใช้โทษประหารชีวิตอีกครั้ง   

 

‘มารี อ็องตัวแน็ตต์’ กุหลาบแห่งแวร์ซาย ที่ต้องตายด้วยเครื่องกิโยติน 
 

     เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพวาด มารี อ็องตัวแน็ตต์ (1775) Cr. Getty Images
 
     ถ้าจะพูดถึงเรื่องเจ้าหญิงที่โดนลงโทษจนตาย จะขาดชื่อของเธอคนนี้ไม่ได้ “มารี อ็องตัวแน็ตต์” เจ้าหญิงแห่งออสเตรีย ผู้ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นราชินีแห่งฝรั่งเศส จริงๆ แล้วมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับพระนางมารี ทั้งเรื่องจริงและไม่ใช่เรื่องจริง บ้างก็บอกว่าเธอคือต้นเหตุแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส บ้างก็บอกว่าหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ 
 
     การแต่งงานของพระนางมารีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 นับว่าเป็นอีกคู่หนึ่งที่ร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกันเพียงเหตุผลทางการเมืองและผลประโยชน์ของประเทศเหมือนกับคู่อื่นๆ ที่มีค่านิยมคลุมถุงชนเป็นเรื่องปกติ แต่ต่างจากคู่อื่นๆ ที่ว่าพระนางมารีนั้นเป็นชาวออสเตรีย ชาติที่ถือว่าเป็นศัตรูกับฝรั่งเศสมาช้านาน การแต่งงานของเธอจึงมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน แต่เหมือนเป็นอย่างหลังที่มีมากกว่า เธอจึงได้รับการเกลียดชังอย่างมากมายตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่เข้ามาในเมืองน้ำหอมแห่งนี้ 
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
รูปจากภาพยนตร์เรื่อง Marie Antoinette (2006)

 
     ด้วยความที่ต้องแต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 14 ถ้าพูดกันตามตรงก็คือยังถือว่าเด็กมาก เธอยังเดียงสาต่อโลกใบนี้ และคนรอบข้างต่างเอาอกเอาใจเธอและตามใจเธออยู่เสมอ และใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยไปกับการจัดงานสังสรรค์แทบจะทุกวัน โดยไม่รู้ถึงความเดือดร้อนของประชาชน การที่เธอใช้เงินจำนวนมากสนองความสุขของตัวเอง จึงทำให้รัฐบาลต้องเรียกเก็บภาษีจากประชาชนมากขึ้น และทำให้ประชาชนในยุคนั้นอดอยากปากแห้งล้มตายกันระนาว ความฟุ้งเฟ้อของเธอยิ่งมากเท่าไหร่ ความเกลียดชังของประชาชนที่มีต่อเธอก็ยิ่งทวีคุณมากเท่านั้น เธอจึงถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ทำให้ประชาชนลุกฮือขึ้นมาปฏิวัติต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นประชาธิปไตยนั่นเอง 
 
     แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง การใช้จ่ายฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายของเหล่ากษัตริย์นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีมาช้านาน แต่ในยุคที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารีขึ้นครองราชย์นั้นถือว่าเป็นยุคที่เศรษฐกิจของฝรั่งเศสตกต่ำพอดี นักวิชาการหลายคนบอกว่า หนึ่งในสาเหตุของการตกต่ำทางด้านเศรษฐกิจเมืองน้ำหอมในยุคนั้น เป็นผลพวงมาจากการใช้เงินจำนวนมากในการสร้าง “พระราชวังแวร์ซาย” ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งสะสมมาจนสู่รุ่นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงทำให้มีการขูดเลือดขูดเนื้อประชาชนมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายก็นำมาสู่การปฏิวัตินั่นเอง 
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
รูปจากภาพยนตร์เรื่อง Marie Antoinette (2006)

 
     เราเองซึ่งไม่ได้เกิดในยุคนั้นก็ไม่อาจทราบถึงข้อเท็จจริงได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร บ้างก็บอกว่าพระนางมารีไม่มีส่วนรู้เห็นถึงเรื่องการเมืองของสวามีของเธอด้วยซ้ำ (ก็เธอยังเดียงสาอยู่เลย) แต่สุดท้ายก็ไม่ทันการณ์หลังจากประชาชนลุกขึ้นมาต่อต้านปฏิวัติเปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นประชาธิปไตย และตัดสินประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก่อนเป็นคนแรก และหลังจากนั้นก็เป็นคิวของพระนางมารี ทั้งคู่ถูกประหารด้วยเครื่องกิโยตินเหมือนกัน ซึ่งขณะนั้นพระนางมารีเพิ่งจะมีอายุเพียง 37 ปี และเรื่องราวของพระนางมารีได้ถูกหยิบยกขึ้นมาทำเป็นภาพยนตร์ในปี 2006 เรื่อง “Marie Antoinette” ใครสนใจก็ไปหามาดูกันได้เลยครับ
 

พระเจ้าชาลส์ที่ 1 กับโทษประหารกษัตริย์ครั้งแรกของอังกฤษ
 

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
Portrait by Gerrit van Honthorst, 1628
 
     เรื่องราวการประหารของพระเจ้าชาลส์ที่ 1 แห่งราชวงศ์สจวตของเกาะอังกฤษนั้นเกิดขึ้นในปี 1649 ต้นสายปลายเหตุที่นำไปสู่การประหารกษัตริย์พระองค์นี้เกิดขึ้นนั้นมีอยู่ไม่กี่สาเหตุ และสาเหตุหลักๆ นั่นก็คือ “เหตุผลทางการเมือง” ในสมัยนั้นทางรัฐสภาอังกฤษต้องการลดพระราชอำนาจของพระองค์ ในขณะที่พระองค์นั้นยึดติดกับความคิดปรัชญาเทวสิทธิ์ของพระมหาษัตริย์ ที่มีความเชื่อว่า กษัตริย์เป็นอำนาจที่รับมอบหมายจากพระเจ้าโดยตรง เมื่อความคิดเห็นระหว่างพระเจ้าชาลส์และรัฐสภาไม่ตรงกัน บวกกับการบริหารประเทศของพระองค์ที่ผิดพลาดอยู่หลายประการ ซึ่งนำไปสู่การเกิดสงครามกลางเมืองของเกาะอังกฤษ และนอกจากความขัดแย้งทางอำนาจแล้วก็ยังมีความขัดแย้งทางศาสนาอีกด้วย พระองค์จึงได้รับความเกลียดชังจากประชาชนเป็นอย่างมาก
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพวาดการประหารพระเจ้าชาลส์ที่ 1 (1649)

 
     จุดพีคของเรื่องมันอยู่ที่ว่า พระองค์ได้ไปสร้างสัมพันธมิตรกับประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ท้าทายและพยายามมีอำนาจเหนือรัฐสภาอังกฤษ มิหนำซ้ำพระองค์ก็ยังหนีไปเกาะไวท์อีก จากการหลบหนีครั้งนี้จึงได้นำไปสู่สงครามกลางเมืองขึ้นอีกครั้ง และในที่สุดผลของสงครามนี้ก็คือ พระองค์ทรงพ่ายแพ้อีกครั้ง และถูกตัดสินประหารด้วยการตัดพระเศียร พระเจ้าชาลส์นับเป็นกษัตริย์พระองค์แรกของอังกฤษที่ถูกลงโทษเช่นนี้ และก็เป็นครั้งแรกเช่นกันหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ประเทศอังกฤษได้เปลี่ยนมาปกครองในระบอบสาธารณรัฐ แต่ระบอบนี้ก็ใช้แค่เพียง 2 ปี เพราะประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงต่อต้านให้กลับไปใช้ระบอบราชาธิปไตยดังเดิม จึงนับได้ว่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของอังกฤษที่มีการใช้ระบอบสาธารณรัฐนั่นเองครับ

 

‘แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด’ กุหลาบอาบเลือดของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 
 

เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพวาดของแคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด
 
     เชื่อว่าน้องๆ หลายคนน่าจะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ ‘พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ’ ประจำเกาะอังกฤษกันมาบ้าง ด้วยกิตติศัพท์ที่พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักรักแห่งราชวงศ์ทิวดอร์ที่ผ่านการแต่งงานทั้งหมดถึง 6 ครั้ง และในจุดจบของความรักแต่ละครั้งก็ไม่สวยงามสักเท่าไหร่ เช่นเดียวกับความรักครั้งที่ 5 ของพระองค์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น ‘รักต่างวัย’ ที่แท้จริง ซึ่งในครั้งนี้พระองค์ได้แต่งงานกับ “แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด”  
 
      แคทเธอรีน ฮาวเวิร์ด เป็นลูกพี่ลูกน้องของ ‘พระราชินีแอนน์ โบลีน’ ชายาคนที่ 2 ของพระเจ้าเฮนรี่ ที่ถูกพระองค์ยัดเยียดข้อหาว่าคบชู้และสั่งประหารชีวิตนางในที่สุด และดูเหมือนว่าชะตากรรมนี้จะเกิดขึ้นอีกครั้งกับแคทเธอรีน ถึงแม้ว่าเธอจะมีสเปคตรงตามพระเจ้าเฮนรี่ต้องการ ด้วยวัยเพียง 19 ซึ่งอายุห่างกับพระองค์ถึง 20 ปี อีกทั้งยังมีหน้าตางดงาม เธอจึงได้รับฉายาจากสวามีของเธอว่า “กุหลาบไร้หนาม” แต่ใครจะรู้ว่าที่จริงแล้วเธอนั้นอาจซ่อนหนามไว้ ก่อนหน้าที่เธอจะมาสมรสกับพระเจ้าเฮนรี่ เธออยู่ในราชวงศ์ฮาวเวิร์ด ที่เหมือนจะเป็นราชวงศ์ดัง ใครๆ ก็อาจจะคิดว่าเธอเป็นเจ้าหญิงสูงศักดิ์ แต่จริงๆ แล้วเธอนั้นเป็นญาติเพียงห่างๆ เป็นนางกำนัลชั้นปลายแถว เธอโตมาในสังคมที่คละคลุ้งไปด้วยกามอารมณ์ เธอจึงไม่ได้บริสุทธิ์ดั่งที่พระเจ้าเฮนรี่คิด 
 
เรื่องจริงไม่อิงนิยาย! เปิดปม 5 เรื่องราว 'เจ้าชาย-เจ้าหญิง' ที่ถูกลงโทษจนตาย!
ภาพจากซีรีส์เรื่อง The Tudors
 
     และเมื่อได้มาสมรสกับพระเจ้าเฮนรี่ เธอก็ได้แอบไปสมสู่กับทหารรับใช้ในวัง (ว่ากันว่าเธอเบื่อพระเจ้าเฮนรี่ที่มีกลิ่นตัวเหม็นจากแผลที่ขาหลังจากตกม้า และพระเจ้าเฮนรี่ในตอนนั้นก็ไม่ได้หล่อเหมือนแต่ก่อนแล้ว อีกทั้งยังอ้วนลงพุงอีกด้วย) และในที่สุดก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาผู้คนและถูกจับได้ในที่สุด ในตอนแรกนั้นพระเจ้าเฮนรี่ยังไม่เชื่อปักใจ แต่ก็มีผู้ชายที่เคยได้เสียกับเธอก่อนที่จะมาแต่งงานกับพระเจ้าเฮนรี่ ได้ออกมาแฉถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา อีกทั้งทหารหนุ่มที่แอบสมสู่กับเธอก็โยนความผิดให้เธอแต่เพียงผู้เดียว เมื่อหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ เธอจึงไม่อาจหนีพ้นความผิดไปได้ พระเจ้าเฮนรี่เสียใจอย่างมาก เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความแค้น พระองค์จึงได้สั่งได้กักขังทรมาณเธอนานถึง 3 ปี ก่อนที่จะตัดสินสั่งประหารเธอด้วยการตัดศีรษะ กลายเป็นวิญญาณเฝ้าหอคอยแห่งลอนดอนเหมือนกับราชินีแอนน์ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ



 
     เป็นอย่างไรกันบ้างครับน้องๆ กับ 5 เรื่องราวความตายของเหล่าเจ้าชาย เจ้าหญิงที่พี่นำมาฝาก ส่วนตัวพี่เองตอนได้อ่านครั้งแรก ก็แอบอึ้งในบางเรื่องเหมือนกันครับ แต่พอมาคิดในอีกมุมหนึ่งในมุมของความเป็นมนุษย์ มันก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะมีรัก โลภ โกรธ หลง ต่างกันแค่ฐานะของพวกเขากับคนธรรมดาอย่างพวกเรานั้นไม่เหมือนกัน จึงมีกรอบปฏิบัติและบทลงโทษจากการกระทำที่ต่างไป แต่ไม่ว่าใคร เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับโทษกันทุกคน

 
Source:
https://www.dawn.com/news/754388
http://gulfnews.com/news/gulf/kuwait/kuwait-executes-shaikh-faisal-six-others-1.1967407
https://www.biography.com/people/marie-antoinette-9398996
https://www.history.com/this-day-in-history/king-charles-i-executed-for-treason
http://www.bbc.co.uk/history/british/middle_ages/henry_v_01.shtml
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #วัฒนธรรมต่างประเทศ #ประหารชีวิต #เจ้าหญิง #เจ้าชาย #culture

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    เสริมนิด ๆ ครับ ว่าด้วยเรื่องพระนางมารี อังตัวเน็ตต์ มีแหล่งข้อมูลหลากหลายมากมาย ผมเองก็เคยนำมาเขียนลงกระทู้ไปหลายครั้ง แต่ถ้าให้แนะนำแหล่งข้อมูลที่น่าจะเยี่ยมยอดที่สุดแหล่งนึงที่บางคน (โดยเฉพาะคนไทย) อาจจะไม่เคยอ่าน แนะนำหนังสือนี้ครับ https://www.amazon.com/Marie-Antoinette-Journey-Antonia-Fraser/dp/0385489498 Antonia Fraser เนี่ย มีชื่อเสียงในฐานะนักเขียนชีวประวัติคนในประวัติศาสตร์มากมายและข้อมูลค่อนข้างแน่นและเชื่อถือได้ และเป็นธรรมมากที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่ที่คนไม่ค่อยสนใจอ่านอาจจะเพราะมันค่อนข้างตรง ยุ่บยั่บ ละเอียดยิบ ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนอ่านนิยายเท่าไหร่กระมัง ง่าย ๆ คือออกไปทางหนังสือวิชาการน่ะครับ นอกจากเล่มเกี่ยวกับพระนางแล้ว ยังมีอีกหลายคนเลยทีเดียว ปัจจุบันมีเป็น e-book แล้ว คนที่สนใจสามารถไปหาโหลดได้ครับ(เสียตังนะ และแน่นอน eng ล้วน ๆ ) และของคนอื่นก็น่าจะมีอีกเพียบครับ เผื่อผู้สนใจ อยากให้มีคนแปลไทยมาก ๆ แต่คงยาก (ว่าแต่ ทำไมเว็บเด็กดี เมนต์แล้วเว้นบรรทัดยากจังครับ เว้นกี่ทีก็กลับมาติดกันตลอดเลย)

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    Jenine
    Guest IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ค.ศ 1649 ตรงกับ ปี พ.ศ 2192 ก็อาณาจักรอยุธยาสมัยพระนารายณ์แล้วนะคะ


    ขอเสริมเรื่องพระเจ้าชาร์ลที่ 1 ค่ะ


    พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ทรงเป็นชาวสก็อตแลนด์ค่ะ สมัยของพระองค์ กษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์เรียกว่าเป็น King of England, Scotland, and Ireland คล้ายกับสมัยนี้แล้วค่ะ พระบิดาของพระองค์คือ พระเจ้าเจมส์ที่ 1 เป็นผู้รวมบัลลังก์ระหว่างสก็อตแลนด์ อังกฤษ และไอร์แลนด์


    สาเหตุหลักๆที่ทำให้พระองค์ไม่ลงรอยกับรัฐสภาคือ


    1. สหายสนิทของพระองค์ ดุคออฟบักกิ้งแฮม ทำตัวท้าทายอำนาจรัฐสภาและกลุ่มชนชั้นสูง ทำให้พระองค์ถูกมองไม่ดีตามไปด้วย

    2. ขณะที่พระองค์เองนับถือนิกายอังกลิคัน กลับทรงเบือกแต่งงานกับเจ้าหญิงฝรั่งเศสซึ่งนับถือนิกายคาทอลิก

    3. นิสัยดื้นรั้นของพระองค์ ที่มักจะตัดสินใจทำอะไรเองโดยไม่ปรึกษารัฐสภา


    (ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความขัดแย้งระหว่างรัฐสภาอังกฤษและกษัตริย์ชาวสก็อตมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แล้ว สาเหตุก็เรื่องของเชื้อชาตินี่เอง)


    4. ทรงใช้เงินมากมายไปกับการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปราบกบฏในสก็อตแลนด์ในปี 1642 ซึ่งเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของรัฐสภา ทำให้สงครามกลางเมืองครั้งที่ 1 เกิดในปีเดียวกันนั่นเอง


    หลังจากต่อสู้กันหลายปี ฝ่ายกษัตริย์ก็พ่ายแพ้ในระหว่างปี 1645 - 1646 พระเจ้าชาร์ลส์หนีไปอยู่เกาะไวท์ในปี 1647 และพยายามใช้อำนาจที่เหลืออยู่เพียวน้อยนิดของพระองค์ ปลุกปั่นชาวสก็อตให้เข้ามาทำสงครามกับอังกฤษ เป็นสาเหตุของสงครามกลางเมืองครั้งที่ 2 ซึ่งดำเนินไม่ถึงปี ฝ่ายกษัตริย์แพ้อีกครั้ง ทางสก็อตแลนด์จึงจับพระองค์ส่งให้อังกฤษ


    พระเจ้าชาร์ลส์ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหากบฏ และถูกประหารในปี 1649 ค่ะ นายพลโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ผู้นำของรัฐสภาได้ขึ้นมาเป็นผู้ปกครองอังกฤษต่อในระบบสาธารณรัฐ แต่ภายหลังก็ขัดแย้งกับสมาชิกรัฐสภาด้วยกันเอง โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ จึงใช้อำนาจแต่งตั้งตัวเองเป็น Lord Protector แม้จะไม่ยอมใช้ชื่อเป็นกษัตริย์ แต่ด้วยอำนาจที่มีก็คือกษัตริย์นั่นแหละค่ะ

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เสริมนิด ๆ ครับ ว่าด้วยเรื่องพระนางมารี อังตัวเน็ตต์ มีแหล่งข้อมูลหลากหลายมากมาย ผมเองก็เคยนำมาเขียนลงกระทู้ไปหลายครั้ง แต่ถ้าให้แนะนำแหล่งข้อมูลที่น่าจะเยี่ยมยอดที่สุดแหล่งนึงที่บางคน (โดยเฉพาะคนไทย) อาจจะไม่เคยอ่าน แนะนำหนังสือนี้ครับ https://www.amazon.com/Marie-Antoinette-Journey-Antonia-Fraser/dp/0385489498 Antonia Fraser เนี่ย มีชื่อเสียงในฐานะนักเขียนชีวประวัติคนในประวัติศาสตร์มากมายและข้อมูลค่อนข้างแน่นและเชื่อถือได้ และเป็นธรรมมากที่สุดคนหนึ่ง เพียงแต่ที่คนไม่ค่อยสนใจอ่านอาจจะเพราะมันค่อนข้างตรง ยุ่บยั่บ ละเอียดยิบ ไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนอ่านนิยายเท่าไหร่กระมัง ง่าย ๆ คือออกไปทางหนังสือวิชาการน่ะครับ นอกจากเล่มเกี่ยวกับพระนางแล้ว ยังมีอีกหลายคนเลยทีเดียว ปัจจุบันมีเป็น e-book แล้ว คนที่สนใจสามารถไปหาโหลดได้ครับ(เสียตังนะ และแน่นอน eng ล้วน ๆ ) และของคนอื่นก็น่าจะมีอีกเพียบครับ เผื่อผู้สนใจ อยากให้มีคนแปลไทยมาก ๆ แต่คงยาก (ว่าแต่ ทำไมเว็บเด็กดี เมนต์แล้วเว้นบรรทัดยากจังครับ เว้นกี่ทีก็กลับมาติดกันตลอดเลย)

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Jenine
      Guest IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ค.ศ 1649 ตรงกับ ปี พ.ศ 2192 ก็อาณาจักรอยุธยาสมัยพระนารายณ์แล้วนะคะ


      ขอเสริมเรื่องพระเจ้าชาร์ลที่ 1 ค่ะ


      พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ทรงเป็นชาวสก็อตแลนด์ค่ะ สมัยของพระองค์ กษัตริย์ที่ขึ้นครองราชย์เรียกว่าเป็น King of England, Scotland, and Ireland คล้ายกับสมัยนี้แล้วค่ะ พระบิดาของพระองค์คือ พระเจ้าเจมส์ที่ 1 เป็นผู้รวมบัลลังก์ระหว่างสก็อตแลนด์ อังกฤษ และไอร์แลนด์


      สาเหตุหลักๆที่ทำให้พระองค์ไม่ลงรอยกับรัฐสภาคือ


      1. สหายสนิทของพระองค์ ดุคออฟบักกิ้งแฮม ทำตัวท้าทายอำนาจรัฐสภาและกลุ่มชนชั้นสูง ทำให้พระองค์ถูกมองไม่ดีตามไปด้วย

      2. ขณะที่พระองค์เองนับถือนิกายอังกลิคัน กลับทรงเบือกแต่งงานกับเจ้าหญิงฝรั่งเศสซึ่งนับถือนิกายคาทอลิก

      3. นิสัยดื้นรั้นของพระองค์ ที่มักจะตัดสินใจทำอะไรเองโดยไม่ปรึกษารัฐสภา


      (ซึ่งอันที่จริงแล้ว ความขัดแย้งระหว่างรัฐสภาอังกฤษและกษัตริย์ชาวสก็อตมีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แล้ว สาเหตุก็เรื่องของเชื้อชาตินี่เอง)


      4. ทรงใช้เงินมากมายไปกับการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปราบกบฏในสก็อตแลนด์ในปี 1642 ซึ่งเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของรัฐสภา ทำให้สงครามกลางเมืองครั้งที่ 1 เกิดในปีเดียวกันนั่นเอง


      หลังจากต่อสู้กันหลายปี ฝ่ายกษัตริย์ก็พ่ายแพ้ในระหว่างปี 1645 - 1646 พระเจ้าชาร์ลส์หนีไปอยู่เกาะไวท์ในปี 1647 และพยายามใช้อำนาจที่เหลืออยู่เพียวน้อยนิดของพระองค์ ปลุกปั่นชาวสก็อตให้เข้ามาทำสงครามกับอังกฤษ เป็นสาเหตุของสงครามกลางเมืองครั้งที่ 2 ซึ่งดำเนินไม่ถึงปี ฝ่ายกษัตริย์แพ้อีกครั้ง ทางสก็อตแลนด์จึงจับพระองค์ส่งให้อังกฤษ


      พระเจ้าชาร์ลส์ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหากบฏ และถูกประหารในปี 1649 ค่ะ นายพลโอลิเวอร์ ครอมเวลล์ ผู้นำของรัฐสภาได้ขึ้นมาเป็นผู้ปกครองอังกฤษต่อในระบบสาธารณรัฐ แต่ภายหลังก็ขัดแย้งกับสมาชิกรัฐสภาด้วยกันเอง โอลิเวอร์ ครอมเวลล์ จึงใช้อำนาจแต่งตั้งตัวเองเป็น Lord Protector แม้จะไม่ยอมใช้ชื่อเป็นกษัตริย์ แต่ด้วยอำนาจที่มีก็คือกษัตริย์นั่นแหละค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เคยมีประเทศไหนบ้างที่ว่าจู่ๆจากคนธรรมดาจะกลายมาเป็นเจ้าสงสัยคับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทำไมเรื่องแรกเปลี่ยนวิธีลงโทษคะ

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?