เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! []

วันสำคัญของโลกมีมากมาย แล้ววันแปลกๆ ของโลกล่ะมีหรือเปล่า?
3,746 3
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com มีใครเคยเฉลิมฉลองวันเครื่องหมายวรรคตอนแห่งชาติบ้างมั้ยคะ หรือลุกขึ้นมาพูดจาแบบโจรสลัดในวันพิเศษวันหนึ่งของเดือนกันยายนบ้าง ที่สำคัญคือมีใครใช้เวลาหนึ่งวันในการคิดคำจารึกบนหลุมศพของตัวเองหรือเปล่า อย่าเพิ่งทำหน้าแปลกใจแล้วถามว่ามันมีวันแบบนี้จริงๆ หรือคะพี่ เพราะ พี่บุ๋มบิ๋ม บอกได้เลยว่าวันพวกนี้มีอยู่จริงค่ะ แถมยังเป็นวันแปลกๆ ที่น่าสนใจชนิดที่ได้ฟังแล้วต้องร้องว่า “เอาจริงดิ?” เลยนะ จะมีวันแปลกๆ วันไหนที่น่าสนใจและสุดจะฮาบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกันเลยดีกว่า
     
     

วันขอบคุณกระรอก (21 มกราคม)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: pixabay.com 
      
     สำหรับวันแปลกๆ วันแรกที่แนะนำให้รู้จักกันนั้น ฟังชื่ออาจดูตลกไปบ้าง แต่ที่มาของมันไม่ตลกเลยนะคะ เพราะวันสุดพิเศษนี้เกิดขึ้นจากการที่ คริสตี้ ฮาร์โกรฟ (Christy Hargrove) ผู้ฟื้นฟูสัตว์ป่าในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ร่วมมือกับ Western North Carolina Nature Center จัดวันขอบคุณกระรอกขึ้นมาครั้งแรกในวันที่ 21 มกราคม 2001 เพื่อเฉลิมฉลองให้บรรดากระรอกทั้งหลาย รวมถึงให้ความรู้แก่คนอื่นๆ เกี่ยวกับสายพันธุ์กระรอกที่มีอยู่ในโลกนี้ค่ะ
     
     คำถามต่อมาคือเราจะจัดงานเฉลิมฉลองขอบคุณเจ้ากระรอกอย่างไร ง่ายมากค่ะ มีหลายวิธีที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวันนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งดูสารคดีเกี่ยวกับกระรอก มองหากระรอกจากนอกหน้าต่าง อ่านหนังสือเกี่ยวกับพวกมันหรือสายพันธุ์สัตว์ที่น่าสนใจ หรือไม่ก็นั่งเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับกระรอกจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ก็ได้เหมือนกันค่ะ
     
     

วันกางร่มในร่มแห่งชาติ (13 มีนาคม)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
 Photo credit: unsplash.com
      
     เรื่องนี้เกิดขึ้นจากความเชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องของโชครางค่ะ โดยคนอเมริกันมักเชื่อกันว่าการกางร่มในร่มอาจทำให้เกิดโชคร้ายเหมือนเวลาที่เราเดินออกไปข้างนอกแล้วจู่ๆ ฝนก็ตกใส่เรานั่นแหละ จนกระทั่งชายคนหนึ่งในรัฐแมรีแลนด์ที่ชื่อ โทมัส เอ็ดวาร์ด นิบบ์ (Thomas Edward Knibb) เล็งเห็นว่าผู้คนยึดมั่นในเรื่องของโชคลางแบบผิดๆ ดังนั้นเขาจึงก่อตั้งวันกางร่มในร่มแห่งชาติขึ้นมาเมื่อปี 2003 เพื่อต่อต้านความเชื่อเหล่านั้นค่ะ
     
     โทมัสสนับสนุนให้คนกางร่มของตัวเองในที่ร่มเพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่า การที่คนเราจะโชคดีหรือโชคร้ายมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการกางร่มเลยสักนิด ซึ่งหลังจากที่โทมัสทำแบบนี้ก็มีหลายคนทำตามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกางร่มในห้องทำงาน ในบ้าน หรือพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นพื้นที่ในร่ม ไม่มีทางที่ฝนจะตกลงมาใส่ได้ค่ะ
     
     

วันคิดคำจารึกบนหลุมศพ (6 เมษายน และ 2 พฤศจิกายน)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: pixabay.com 
      
     เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบการในรัฐแคลิฟอร์เนียอย่าง แลนซ์ ฮาร์ดี (Lance Hardie) ซึ่งในตอนนั้นทำงานเป็นผู้ผลิตรายการพิเศษสำหรับวิทยุ KHSU ในปี 1995 ได้คิดค้นวันที่ว่านี้ขึ้นมาเพื่อให้ผู้คนเริ่มต้นวางแผนว่าคำจารึกที่จะสลักไว้บนป้ายหลุมฝังศพของตัวเองควรเป็นประโยคไหนดี โดยวันที่ถูกเลือกให้เป็นวันคิดคำจารึกบนหลุมศพคือวันที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ชาวเม็กซิกันจะรำลึกและแสดงความอาลัยให้กับคนรักที่ตายจากไปแล้ว กับวันที่ 6 เมษายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาของเทศกาลเช็งเม้งของจีน
     
     แน่นอนว่ากิจกรรมในวันนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากคิดคำจารึกบนหลุมศพของตนเอาไว้ล่วงหน้า แต่หากใครเบื่อก็สามารถไปปิกนิกที่สุสานเพื่อหาแรงบันดาลใจในการคิดคำพูดสุดท้ายก่อนตายได้เช่นกันค่ะ ทว่าจุดประสงค์หลักๆ ของวันนี้ก็คือ ต้องการให้คนเรารู้จักปลงและได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รักก่อนจะสายเกินไปนั่นเอง
     
     

วันพูดจาภาษาโจรสลัด (19 กันยายน)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: beliefnet.com 
     
     มันมีวันนี้อยู่จริงนะน้องๆ แถมยังมีมานานแล้วด้วย นั่นคือในวันที่ 6 มิถุนายน 1995 โดย จอห์น บาวเออร์ (John Baur) และ มาร์ก ซัมเมอรส์ (Mark Summers) เป็นผู้ให้กำเนิดวันนี้ แรงบันดาลใจในการสร้างวันที่ว่านี้คือ ในระหว่างที่พวกเขาเล่นแร็กเกตบอลอยู่นั้น พวกเขาจะชอบตะโกนให้กำลังใจกัน และไม่นานถ้อยคำเหล่านั้นก็กลายเป็นคำแสลงหรือคำพูดแบบที่โจรสลัดชอบใช้ แต่วันที่ 6 มิถุนายนนั้นถือเป็นวัน D-Day อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงกำหนดวันใหม่เป็นวันที่ 19 กันยายน (วันเกิดภรรยาเก่าของมาร์ก) เพื่อเฉลิมฉลองแทน
     
     สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ทำได้ง่ายเหมือนอย่างชื่อนั่นแหละค่ะ นั่นคือการพูดด้วยสำเนียงท้องถิ่นเหมือนโจรสลัด จัดปาร์ตี้บาร์บีคิวในสวนหลังบ้าน แล้วเปิดเพลงที่พวกกะลาสีชอบร้องคลอตามกันไป ส่วนเด็กๆ ก็อาจจะแต่งตัวเป็นโจรสลัด ถือเป็นวันสนุกๆ อีกหนึ่งวันที่น่าสนใจเลยค่ะ
     
     

วันเครื่องหมายวรรคตอนแห่งชาติ (24 กันยายน)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: movelifestyle.com 
     
     วันที่ว่านี้เกิดขึ้นโดย เจฟฟ์ รูบิน (Jeff Rubin) ผู้ก่อตั้งและพัฒนาเว็บไซต์ www.nationalpunctuationday.com โดยเริ่มกำหนดวันอย่างจริงจังครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2004 นี่เองค่ะ เหตุผลง่ายๆ เลยคือ เขาต้องการที่จะส่งเสริมและทำให้ผู้คนหันมาใช้เครื่องหมายวรรคตอนกันอย่างถูกต้อง ซึ่งคนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนเขาคือ นอร์มา (Norma) ผู้เป็นภรรยา เพราะเธอเบื่อที่จะต้องมานั่งฟังเจฟฟ์บ่นเรื่องการใช้เครื่องหมายวรรคตอนแบบผิดๆ นั่นเองค่ะ
     
     เราสามารถร่วมเฉลิมฉลองวันเครื่องหมายวรรคตอนแห่งชาติได้หลายวิธีนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการทำวิดีโอหรือโปรแกรมที่จะช่วยสอนให้นักเรียนในโรงเรียนใช้เครื่องหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง นั่งหาประโยคที่ใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิดในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือเดินไปเรื่อยๆ แล้วสังเกตว่ามีป้ายโฆษณาหรือป้ายสถานที่แบบใดที่ใช้ไวยากรณ์ไม่ถูกต้องบ้าง เพื่อที่เราจะได้เขียนโน้ตอย่างสุภาพบอกเจ้าของไปว่าคุณใช้ไวยากรณ์ผิดนะ แบบนี้ก็ได้เหมือนกันค่ะ
     
          

วันใส่อะไรก็ได้ที่สีสันฉูดฉาด (17 ตุลาคม)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: unsplash.com 
     
     วันแปลกๆ ที่ว่านี้มีต้นกำเนิดมาจากตอนหนึ่งของรายการซิตคอมที่ชื่อ Three's Company ที่ฉายในปี 1970 ตอนที่ตัวละครที่ชื่อ แลร์รี ดัลลาส (Larry Dallas) ประกาศว่า "จงใส่อะไรก็ได้ที่สีสันฉูดฉาด" ทำให้วันที่ 17 ตุลาคมเป็นเหมือนวันดีในการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่มีสีสันสว่างสดใสนั่นเองค่ะ
     
     คงไม่ต้องบอกก็เดาได้ใช่มั้ยคะว่าวันนี้เราต้องทำอะไรบ้าง ในตู้เสื้อผ้าของเราอย่างน้อยก็ต้องมีเสื้อผ้าสีสันสดใสสักตัวให้หยิบมาใส่นั่นแหละ อย่าอายไปเลยน่า!
     
     

วันตามหาสายรุ้ง (3 เมษายน)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: unsplash.com 
     
     วันตามหาสายรุ้งเหมาะกับคนช่างฝันมากๆ ค่ะ เพราะแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแฟนตาซีแล้ว ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าคนเริ่มคิดค้นวันที่ว่านี้ขึ้นมาคือใคร แต่แน่นอนว่าการตามหาสายรุ้งนั้นไม่ได้หากันได้ง่ายอย่างที่คิดล่ะนะ
     
     ในวันนี้สิ่งที่จะทำกันแน่นอนว่าต้องเป็นการตามหาสายรุ้งค่ะ หากเราโชคดีอาจจะได้เจอสายรุ้งหลังฝนตก (ตอนนี้ที่ไทยเองก็อยู่ในช่วงที่ฝนมักจะตกบ่อยๆ เหมือนกันเนอะ!) แต่ในวันนี้เราไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านเพื่อตามหาสายรุ้งทั้งวันนะคะ เพราะเรายังสามารถทำขนมสีสันคัลเลอร์ฟูลเพื่อเฉลิมฉลองอยู่กับบ้านได้เหมือนกัน
     
     

วันกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน (11 พฤษภาคม)

     
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: unsplash.com
     
     ต้องมีหลายคนกำลังรอวันนี้อยู่แน่ๆ เลย กับวันที่เราสามารถกินอะไรก็ได้ที่อยากกิน และนี่ไม่ใช่วันที่ก่อตั้งขึ้นมาแบบเล่นๆ ด้วยนะคะ เรื่องมันเกิดขึ้นจาก โทมัส และ รูธ รอย (Thomas and Ruth Roy) อยากช่วยให้ผู้คนทั้งหลายหลุดพ้นจากเทรนด์การอดอาหารเพื่อหุ่นในฝัน เพราะเขาเข้าใจดีว่าการไม่ได้กินในสิ่งที่ตัวเองอยากกินนั้น มันก่อให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญใจได้ไม่น้อยเลยนะ!
     
     ไม่ยากเลยที่จะคิดว่าคนเราจะทำอะไรกันในวันที่ 11 พฤษภาคม ใช่ค่ะ เราสามารถกินอะไรก็ได้ที่เราอยากกิน หากใครไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนก็อาจจะมองหาร้านแปลกตาที่เราไม่เคยเข้า หรือกลับบ้านไปทำอาหารดีๆ ให้ตัวเองสักมื้อก็ได้เหมือนกันค่ะ จุดประสงค์จริงๆ ของวันกินอะไรก็ได้ที่อยากกินนี้คือให้เราได้มีวันสบายๆ ของตัวเองหนึ่งวัน เป็นวันที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแคลอรีในอาหาร แค่กินไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขก็พอ
     
     

วันไม่มีอะไรแห่งชาติ (16 มกราคม)

          
เอาจริงดิ!? 9 วันแปลกๆ ทั่วโลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้ด้วย! 
Photo credit: unsplash.com
     
     เมื่อปี 1972 คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์อย่าง แฮโรลด์ พูลแมน คอฟฟิน (Harold Pullman Coffin) ได้เสนอให้วันไม่มีอะไรแห่งชาติที่จัดขึ้นทุกๆ วันที่ 16 มกราคมของทุกปี เป็นวันหยุดอย่างไม่เป็นทางการของชาวอเมริกัน เพื่อให้คนทั้งหลายสามารถนั่งเฉยๆ ได้โดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องเฉลิมฉลอง ไม่ต้องทำการกราบไหว้บูชา ทำแค่เพียงนั่งเฉยๆ เท่านั้น
     
     นั่นแหละค่ะคือสิ่งที่ต้องทำในวันไม่มีอะไรแห่งชาติ เราไม่จำเป็นต้องสังเกตอะไร ไม่ต้องจัดงานเฉลิมฉลองอะไร พูดง่ายๆ คือไม่มีอะไรพิเศษๆ ให้ทำ แต่หากใครเบื่อก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของความไม่มีอะไรในหลักปรัชญาและวิทยาศาสตร์ได้นะ รับรองว่าต้องเจอเรื่องน่าสนใจเพียบแน่ๆ เลย
     
     
     นี่เป็นส่วนหนึ่งของวันแปลกๆ ที่มีอยู่จริงบนโลกค่ะ น้องๆ จดลิสต์ไว้หรือยังว่าอยากจะเข้าร่วมกิจกรรมไหนในวันอะไรบ้าง ยังไงก็แสดงความคิดเห็นบอกกันได้ที่ด้านล่างเลยนะคะ ^^
     
     
#Studyabroad #วันสำคัญ #วันแปลกๆ #ต่างประเทศ #National Day

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?