ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด []

วิว
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com หากน้องๆ คนไหนชอบดูรายการของประเทศเกาหลี น่าจะเคยได้ยินชื่อรายการที่ให้แรปเปอร์เกาหลีมาปล่อยของกันอย่าง Show Me The Money ที่ดังสุดๆ แถมได้รับความนิยมมากเพราะมีมา 6 ซีซั่นแล้ว กระแสดีแบบนี้ทำให้เกิดรายการแรปมัธยมตามมาอย่างรายการ School Rapper ที่ปีนี้จัดเป็นซีซั่นที่ 2 และตอนนี้ก็กำลังออนแอร์ถึงช่วงการแข่งขันรอบไฟนอลแล้วค่ะ แต่ถ้าใครที่ลองฟังเนื้อเพลงของผู้เข้าแข่งขันแล้วคิดตามน่าจะเห็นได้ว่า มีหลายคนเลยที่ถ่ายทอดเรื่องราวปัญหาส่วนตัวออกมาผ่านเนื้อเพลง วันนี้ พี่บุ๋มบิ๋ม จะยกตัวอย่างแรปเปอร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตตัวเองผ่านบทเพลงจนคนดูอึ้งไปตามๆ กันมาให้น้องๆ รู้จักกันค่ะ
     
     

Woo Won Jae ฮิปฮอปรุกกี้กับเนื้อเพลงสุดดาร์กและโรคซึมเศร้า

     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
     
     อูวอนแจ (Woo Won Jae) ปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ Show Me The Money ซีซั่น 6 ที่เพิ่งแข่งขันจบไปเมื่อปีที่แล้ว ด้วยภาพลักษณ์ของแรปเปอร์โนเนมแต่มีความสามารถโดดเด่นจนถูกเรียกว่าเป็นม้ามืดประจำรายการที่หลายคนต้องจับตามอง และในท้ายที่สุดเขาก็ได้เป็นหนึ่งในสามคนสุดท้ายที่เข้าแข่งขันรอบไฟนอลของรายการ
     
     เนื้อเพลงของอูวอนแจทำให้หลายคนทึ่งและต้องกลั้นหายใจ เพราะทุกสิ่งที่เขากลั่นออกมานั้นสามารถบอกถึงความดำมืดในจิตใจได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นสายตาและสีหน้าที่แสดงออกก็ดูเย็นชาเข้าถึงยาก ทำให้หลายคนขนานนามว่าเขาเป็น ‘ปีศาจประจำรายการ’  แต่ความสามารถของเขาโดดเด่นมากถึงขั้นแรปเปอร์ในตำนานของเกาหลีอย่าง Tiger JK ที่เป็นหนึ่งในเมนเทอร์ประจำซีซั่นเอ่ยปากว่า เขาพบเพชรประจำรายการนี้แล้ว
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด 
Photo credit: youtube.com
     
     อูวอนแจเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยฮงอิกที่เริ่มทำดนตรีมาได้ไม่นาน แต่เนื้อเพลงทั้งหมดของเขามักพูดถึงความหม่นหมอง ความเศร้า ความหดหู่ และการมองโลกในแง่ร้าย โดยในภายหลังเขาบอกว่าตนต้องเผชิญหน้ากับโรคซึมเศร้าและต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการต่อสู้กับมัน มีหลายครั้งที่เขารู้สึกหดหู่และคิดว่าทำไมตัวเองต้องเป็นแบบนี้ ทำไมตัวเองต้องมาเจอเรื่องพวกนี้ แถมทุกคนยังชอบคิดว่าเขาแตกต่างทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเขาก็เหมือนคนทั่วไป “มันเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับผม ทำไมถึงต้องมองผมเหมือนตัวประหลาด ผมทำได้แต่อ้อนวอนคนเหล่านั้นว่า ‘ช่วยทำดีกับผมหน่อย’ เท่านั้น”
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: facebook.com/mnetsmtm
     
     ในรอบการแสดงสดของรายการ อูวอนแจได้ทำการแสดงที่ตรึงผู้คนด้วยการเขียนเนื้อเพลงที่ชื่อว่า Again (또) พูดถึงโรคซึมเศร้าที่ตัวเองเป็นและสายตาของคนรอบข้าง มีเนื้อเพลงท่อนหนึ่งพูดว่า “คุณพูดออกมาได้ง่ายๆ นั่นเพราะคุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เพราะอย่างนั้นถึงเอาแต่พูดถ้อยคำน่ารังเกียจออกมา คอยดูเถอะ ผมจะต้องดีกว่าคนที่คุณเอามาเปรียบเทียบกับผมให้ได้” และ “เด็กน้อยคนนั้นเติบโตขึ้นและมีความคิดลึกล้ำกว่าที่ตาเห็น แต่เด็กคนนั้นกลับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ง่ายๆ” รวมถึงท่อนที่บอกว่า “ผมพยายามแล้ว ไม่ต้องการอะไรนอกจากหนีไปซ่อนตัวให้ไกลจากที่แห่งนี้ แต่แม้ว่าผมจะหยุด ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีคนพยายามจะเปลี่ยนแปลงผมอยู่ดี” โดยหลังจากที่เขาแสดงจบ เหล่าคนดูต่างตะโกนเรียกชื่อเขาเพื่อให้กำลังใจกันอย่างกึกก้อง
     

Clip

또 - 우원재

     
     หรือในเพลง ZINZA (진자) ที่มีบางส่วนของเนื้อเพลงพูดว่า “ผมกลายเป็นหัวข้อนินทาของพวกคุณ เป็นคนป่วยบ้างล่ะ เป็นคนโรคจิตบ้างล่ะ อย่ามาใช้คำว่าคนป่วยกับผมนะ ลองคิดใหม่อีกทีซิว่าอะไรคือความแตกต่างของเรา ก็ไม่มีไงล่ะ แตกต่างแล้วผิดตรงไหนกัน”
      

Clip

진자 - 우원재

 
      
     อูวอนแจกล่าวว่าตอนนี้เขาได้ทำเพลงอย่างที่ตัวเองต้องการ และหลังจากที่รายการนี้ออกมา เขาคิดว่าตัวเองใจเย็นขึ้น ทัศนคติดีขึ้น มีคนให้ความสนใจเขามากขึ้น แต่ความกลัวของเขากลับยังคงมีมากกว่า นั่นเป็นเพราะเขาไม่คุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ไม่รู้ว่าคนอื่นจะพูดถึงเขาอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเขากลัวการตัดสินจากคนเหล่านั้นมากๆ
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: tartae.tistory.com
     
     แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หลังจากที่รายการจบไป อูวอนแจถูกขนานนามว่าเป็น ‘ฮิปฮอปรุกกี้’ ของเกาหลี เขาปล่อยเพลงที่ชื่อว่า We Are (시차) ซึ่งเป็นเพลงที่มีบีทสดใส (ถือเป็นเพลงแรกของเขาที่มีบีทแนวนี้) เพลงดังกล่าวขึ้นอันดับหนึ่งของชาร์ตเพลงชื่อดังของเกาหลีอยู่นาน ชื่อของอูวอนแจถูกเสนอเข้าชิงรางวัลดนตรีมากมายและชนะรางวัล Hip Hop Track of the Year, New Artist of the Year และ Best Rap and Hip Hop Song นอกจากนั้นยังเซ็นสัญญากับค่ายเพลง AOMG ซึ่งแฟนๆ หลายคนบอกว่าในตอนนี้ดวงตาของเขาดูสดใสและเป็นประกายมากกว่าตอนที่รายการเพิ่งออกมามากค่ะ
     
     

Yoon Byung Ho ภาพลักษณ์แข็งกร้าวแต่ภายในแสนบอบบาง

     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: twitter.com
     
     อีกหนึ่งคนที่ถูกพูดถึงกันมากเหมือนกันคือ ยูนบยองโฮ (Yoon Byung Ho) ผู้เข้าแข่งขันแรปมัธยมในรายการ School Rapper จากทั้งสองซีซั่น โดยซีซั่นที่แล้วภาพลักษณ์ที่ทุกคนจดจำได้ติดตาคือการเป็นคนอวดดี มั่นใจเกินเหตุ แถมยังแข็งกร้าว ทำให้ยูนบยองโฮถูกตำหนิมาเยอะและเป็นกระแสพูดถึงในด้านลบค่อนข้างมากค่ะ
     
     เขาผิดหวังจากในซีซั่นที่แล้ว ดังนั้นจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซีซั่นที่ 2 ในปีนี้อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆ คนยังคงติดตากับภาพลักษณ์แบบเก่าของเขา แต่ถึงอย่างนั้นในซีซั่นนี้พวกเขากลับต้องแปลกใจเมื่อพบว่ายูนบยองโฮเปิดเผยแง่มุมใหม่ๆ ให้คนอื่นรู้จักมากยิ่งขึ้น เขายิ้ม หัวเราะ รวมถึงเล่นมุกตลกมากขึ้นด้วย แต่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะแฮปปี้กับชีวิตนะคะ เพราะมีอีพีหนึ่งที่เมนเทอร์ของเขาอย่าง Deepflow คิดว่าเวลาบยองโฮเล่าเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวเองออกมาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขายังปิดกั้นตัวเองอยู่ ดังนั้นเมนเทอร์คนนี้จึงพาบยองโฮไปที่ศูนย์สะกดจิต เมื่อนักบำบัดได้ทำการสะกดจิตเขาแล้วพาเขาย้อนกลับไปยังวัยเด็กเพื่อถามว่าสภาพการณ์ในตอนนั้นเป็นอย่างไร เขาตอบมาคำหนึ่งว่า “แสงเข้าไม่ถึง” จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ออกมา
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด 
Photo credit: twitter.com
     
     ในช่วงของการสะกดจิต บยองโฮยังบอกอีกว่าคนที่ทำให้เขารู้สึกลำบากใจที่สุดคือครอบครัวของเขาเอง เพราะครอบครัวของเขาบอกให้เขาเลิกทำเพลงที่ไม่เหมือนเพลง (การแรป) เหล่านี้เสียที เพื่อนที่โรงเรียนก็มองว่าเขาเหมือนพวกโรคจิต เมื่อนักบำบัดถามว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาคืออะไร เขากลับร้องไห้หนักขึ้นและตอบว่า “ไม่มี”
     
     บยองโฮถือเป็นคนที่มีภาพลักษณ์เหมือนเด็กที่แข็งกร้าว หัวร้อน แต่ความจริงแล้วภายในของเขาอ่อนแอมาก เขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองออกมาให้ทุกคนรับรู้ผ่านบทเพลงว่า ชีวิตของเขายากลำบากและเจ็บปวดจากบาดแผลที่สังคมทิ้งไว้ให้เขามากแค่ไหน
     

Clip

비 - 윤병호

      
     ในเพลงที่ชื่อว่า  มีท่อนหนึ่งที่บอกว่า “มีดที่ปักบนอกก่อนจะหายไป ปลายทางที่ย้อนกลับไปช่างดูห่างไกล พยายามจะจริงใจแต่ภาพลักษณ์ที่ได้กลับดูเลวร้าย ผมยังไม่รู้จักตัวเองแต่คนพวกนั้นกลับรู้จักผมเสียแล้ว” และ “ร่างกายจะเน่าเปื่อยตอนที่เราตาย แต่ตอนนี้จิตใจฉันเน่าเปื่อยไปหมดแล้ว” รวมไปถึงท่อนสุดท้ายที่เขาตั้งคำถามว่า “ไม่อยากเป็นภาระครอบครัวจึงต้องทำงานหาเงิน แต่ครูบอกว่าฉันเป็นแรปเปอร์ไม่ได้หรอก เพื่อนร่วมชั้นที่กลั่นแกล้งฉัน พ่อแม่ที่ห้ามฉันไม่ให้ทำเพลงที่ไม่เหมือนเพลง เห็นมั้ยว่าตอนนี้ใครกันที่หาเงินได้มากที่สุด”
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: twitter.com
     
     การแข่งขันรอบที่ผ่านมาเขาตกรอบไปท่ามกลางความเสียดายของผู้เข้าชม แต่ถึงอย่างนั้น ในครั้งนี้ยูนบยองโฮกลับยิ้มได้และยอมรับในผลที่ออกมา นอกจากนี้ยังมีกระแสด้านบวกในอินเทอร์เน็ตมากมายตามมาไม่ขาดสายเลยล่ะค่ะ
     
     

Lee Byung Jae บาร์โค้ดสีดำกับความต้อยต่ำที่สัมผัสได้

     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: m.news1.kr
     
     คนสุดท้ายนี้ไม่พูดถึงไม่ได้แน่นอนค่ะ กับ อีบยองแจ (Lee Byung Jae) ผู้เข้าแข่งขันอีกคนในรายการ School Rapper ที่เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาก็ทำให้คนในห้องถึงกลับเกร็งไม่กล้าขยับและบรรยากาศแย่ลงทันที นั่นเป็นเพราะภาพลักษณ์ของเขาที่ไว้ผมยาวปรกตา ท่าทางนิ่งๆ เย็นชาเหมือนหัวโจกในหนังสือการ์ตูน แต่ความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้กลับเป็นที่จับตามองและถือเป็นตัวเก็งที่ 1 จากเมนเทอร์หลายๆ คนค่ะ
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: insight.co.kr
     
     อีบยองแจเป็นเด็กหนุ่มอีกหนึ่งคนที่เผชิญกับปัญหาทางสังคมและถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเองออกมาผ่านบทเพลง โดยในรอบการแข่งชิงตำแหน่งตัวแทนทีมในหัวข้อ “สิ่งที่อยากจะบอกกับโลกใบนี้” เขาได้เขียนเพลงที่พูดถึงผู้คนที่ทำให้เขารู้สึกต่ำต้อย หดหู่ และเป็นกังวล อีบยองแจกล่าวว่านี่เป็นเพลงที่เขาตั้งใจแต่งขึ้นมาเพื่อถามคนเหล่านั้นว่า ในตอนที่ขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ คนพวกนั้นรู้สึกอย่างไรอยู่
     

Clip

그대들은 어떤 기분이신가요

 
      
     เนื้อเพลงของบยองแจเต็มไปด้วยความหดหู่ และพูดถึงครอบครัวเป็นหลัก เด็กหนุ่มบอกว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นในครอบครัวแล้ว เขาเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องได้ราวที่สุด พี่สาวของเขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซลและเรียนเก่งมาก แต่เขากลับแตกต่างกับพี่สาวของตัวเองเพราะเรียนไม่ได้เรื่องแถมยังลาออกจากโรงเรียน ในเนื้อเพลงนั้นมีท่อนที่ว่า “ลูกชายของแม่ลาออกจากโรงเรียน พี่สาวข้างห้องก็เรียน ม.โซล พวกคุณมองมาที่ผมแล้วรู้สึกอย่างไรเหรอ น้องพี่ดูไม่ได้เรื่อง ลูกชายแม่ดูใช้ไม่ได้ เวลาไปพูดกับใครเคยรู้สึกอับอายบ้างหรือเปล่า พอได้ยินเรื่องลูกชายของคนอื่นที่ไม่ได้ลาออกจากโรงเรียนแล้วแม่รู้สึกอย่างไรเหรอ” รวมถึงท่อนที่ว่า “ผมบอกว่าผมมีความสุข แต่อันที่จริงผมแอบร้องไห้คนเดียวบ่อยๆ”
     

Clip

탓 - 이병재

 
     
     หรือในเพลง ที่เขาเพิ่งแสดงสดไปเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นก็สามารถทำให้ผู้ชมนิ่งงันกับสิ่งที่เขาสื่อออกมาจากเพลง โดยในเพลงดังกล่าวมีเนื้อหาหม่นหมอง การกล่าวโทษตัวเองที่เกิดมาแตกต่างและทำอะไรได้ไม่ดี เนื้อเพลงส่วนหนึ่งกล่าวว่า “คนเกาหลีไม่สนใจอะไรนอกจากคำวิจารณ์ ความนิยม แล้วก็เรื่องของตัวเอง ไม่อยากจะเป็นแบบนั้นหรอกแต่ถ้าพูดออกไปก็ต้องถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด” หรือ “ยังมีเรื่องที่อยากพูดอีกมากมาย ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่คงผิดเองที่ผมเกลียดชังคนอื่น ผิดเองที่ร้องเพลงนี้ออกมา ผิดเองที่น่าสมเพช ผิดเองที่ไม่มีเงิน ผิดเองที่ปล่อยให้โอกาสดีๆ หลายอย่างหลุดมือไป”
     

Clip

바코드 - 김하온, 이병재

 
      
     หลังจากการแสดงนี้จบลงก็มีคนเข้าคลิกเข้าไปดูวิดีโอดังกล่าวใน Naver TV มากถึงหนึ่งล้านหกแสนครั้งค่ะ ก่อนหน้านี้เขาเคยแสดงสดร่วมกันกับผู้เข้าแข่งขันที่เป็นเหมือนเพื่อนรู้ใจอย่าง คิมฮาอน (Kim Ha On) ผู้มีความคิดหลายอย่างเป็นปรัชญา บยองแจกับฮาอนแสดงร่วมกันในเพลงที่ชื่อว่า Barcode (바코드) ในรูปแบบของบทสนทนาระหว่างคนที่มองโลกแง่บวกกับอีกคนที่มองโลกแง่ลบ บาร์โค้ดดังกล่าวสื่อถึงบยองแจผู้เปรียบเหมือนแถบดำบนบาร์โค้ด และฮาอนคือเครื่องสแกนบาร์โค้ดที่ยิงแสงออกมาก็เลยเห็นเป็นแสงขาวๆ บนบาร์โค้ดนั่นเอง
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: kookje.co.kr
     
     สเตจสำคัญที่หลายคนจับตามองคือสเตจคืนวันศุกร์นี้ซึ่งเป็นรอบไฟนอลค่ะ บยองแจจะขึ้นเวทีโดยมี Special Guest คือ อูวอนแจ จากรายการ Show Me The Money ซึ่งก็คือคนที่พี่พูดถึงไปเป็นคนแรกนั่นเอง หลายคนมองว่านี่เป็นการพบกันของความมืดที่น่าจะออกมาดาร์กสุดขั้ว จะเป็นอย่างไรต้องคอยดูกันค่ะ
     
     

เพลงที่แต่งออกมากับปัญหาสะท้อนสังคม

     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: cnn.com
     
     นั่นถือเป็นแค่ส่วนน้อยที่พี่หยิบมาบอกเล่ากันเท่านั้นนะคะ เพราะที่เกาหลียังมีเพลงอีกหลายเพลงจากหลายศิลปินที่แต่งขึ้นเพื่อบอกเล่าถึงปัญหาส่วนตัวอันมีบ่อเกิดมาจากสังคมรอบกาย อย่างเพลง Breathe (한숨) ของนักร้องสาว Lee Hi ที่แต่งขึ้นโดย คิมจงฮยอน หนึ่งในสมาชิกวง SHINee ที่ตัดสินใจจากโลกนี้ไปเมื่อช่วงต้นปี เป็นหนึ่งในหลายๆ เพลงที่เขาแต่งขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองค่ะ
     
     หากถามว่าทำไมวัยรุ่นเกาหลีจึงพบกับปัญหาเหล่านี้มาก คงต้องพูดก่อนว่าจริงๆ แล้วเกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องโรคซึมเศร้าเยอะมาก แต่สังคมยังไม่ตระหนักถึงปัญหานี้อย่างจริงจังเท่าไรนัก จากรายงานในปี 2013 พบว่าเด็กเกาหลีใต้อายุระหว่าง 9-24 ปี ฆ่าตัวตายในอัตราที่สูงมากเป็นประวัติกาล ซึ่งการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นเกาหลีค่อยๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1990 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้วัยรุ่นเกาหลีเผชิญหน้ากับปัญหารุมเร้านั้นมีด้วยกัน 2 อย่างค่ะ นั่นคือครอบครัวกับชีวิตการเรียน
     
ถอดความหมายจากเพลงแร็ปเกาหลี จังหวะดนตรีที่ซ่อนปัญหาสังคมสุดเจ็บปวด
Photo credit: worldofbuzz.com
     
     เพราะอยากให้ลูกของตนได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ และมีความมั่นคงในอนาคต พ่อแม่หลายคนจึงมักจะเข้มงวดกับชีวิตลูกๆ ค่อนข้างมาก นอกจากนั้นชีวิตในโรงเรียนของเด็กเกาหลีใต้ก็มีการแข่งขันสูง ทุกคนต่างพยายามเรียนอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยงคืน หลังจากการเรียนในชั้นเรียนปกติจบลงแล้ว เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มักจะไปที่ห้องอ่านหนังสือ หรือไม่ก็ไปที่โรงเรียนสอนพิเศษและเรียนต่อจนถึงดึกดื่น ซึ่งพ่อแม่หลายคนก็สนับสนุนให้ลูกทำแบบนั้นเพราะทุกอย่างเกี่ยวข้องกับอนาคต  ดังนั้นชีวิตช่วงวัยเรียนของนักเรียนเกาหลีจึงมักวนเวียนอยู่แค่ที่บ้าน โรงเรียน สถาบันสอนพิเศษ และห้องอ่านหนังสือ เป็นอย่างนี้ซ้ำไปซ้ำมา
          
     พ่อแม่ชาวเกาหลีใต้ถือว่าใช้จ่ายเงินเพื่อให้ลูกหลานของตนได้เรียนในโรงเรียนสอนพิเศษมากกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก แม้รัฐบาลจะวางเคอร์ฟิวไว้ให้โรงเรียนเหล่านี้เปิดสอนได้ไม่เกินสี่ทุ่มก็ตาม และเพราะมีการแข่งขันสูงทั้งในโลกของการเรียนหรือกระทั่งในชีวิตการทำงาน ทำให้คนเกาหลีเผชิญกับสภาพปัญหาด้านจิตใจกันมาก เมื่อหมดแรงจะสู้ต่อหรือแก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ พวกเขาก็พึ่งพาทางเลือกสุดท้ายนั่นคือการดับลมหายใจตัวเองค่ะ
     
     
     ในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขันนั้นก็ลำบากพออยู่แล้ว หลายคนยังต้องมาเจอกับคำพูดแย่ๆ จากคนรอบข้างอีก พี่คิดว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เพียงจะพูดถึงในมุมมองของศิลปินเท่านั้น แต่กับคนธรรมดาๆ อย่างเราก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดเหมือนกันค่ะ ว่าบางทีสังคมนี้กดดันเรามากไปหรือเปล่า คำตัดสินจากโลกออนไลน์เป็นเรื่องถูกต้องแล้วจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากเรารู้สึกว่ากำลังรับไม่ไหวกับสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่ พี่ก็อยากให้ทุกคนค่อยๆ คิดหาทางออกอย่างมีสติ หาทางระบายออกมาในแบบที่เหมาะกับเรา เหมือนที่วัยรุ่นเกาหลีเหล่านี้เลือกจะสื่อถึงปีศาจร้ายในใจพวกเขาออกมาในรูปแบบของบทเพลงค่ะ
     
     
อ้างอิง
osen.mt.co.kr
star.hankookilbo.com
sedaily.com
upi.com
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=bumbim

พี่บุ๋มบิ๋ม - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #วัฒนธรรมต่างประเทศ #แรปเปอร์ #ฮิปฮอป #เกาหลี #สังคมเกาหลี #วัยรุ่นเกาหลี

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?