'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี! []

คุณคิดว่าโลกของสัตว์กับมนุษย์...โลกไหนน่ากลัวกว่า?
15,603 1
       สวัสดีค่ะชาว Dek-D ในชีวิตเราพบเจอมนุษย์เลี้ยงดูสัตว์กันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่สัตว์ที่เลี้ยงดูมนุษย์เนี่ยไม่ใช่หาง่ายๆ เลย แถมมีน้อยคนที่สามารถกลับมาเล่าความทรงจำในช่วงเวลานั้นได้เป็นฉากๆ อย่างชายคนหนึ่งที่เราหยิบเรื่องของเขามาฝากกันวันนี้ค่ะ บอกเลยว่าพล็อตหนังบางเรื่องต้องยอมชิดซ้ายให้ ...ที่สำคัญคือสำหรับเขาแล้ว "หมาป่า" ที่อาจฟังดูน่ากลัวในความคิดของคนทั่วไป กลับโหดร้ายและเลือดเย็นน้อยกว่า "มนุษย์" ซะอีก!

 

เพราะเขาเหนื่อยล้า...จึงเดินเข้าหาภูเขา


       ชามซุปร้อนๆ ถูกวางตั้งอยู่เบื้องหน้าชายวัย 19 ปีคนหนึ่ง กริยาอาการของชายคนนั้นแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไป เขาไม่ได้มีอาการทางจิต เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง ได้แต่นั่งมองอย่างหวาดระแวงแล้วจู่ๆ ก็เอามือจุ่มพรวดลงไปในชามนั้น พอเขาสัมผัสกับของเหลวเดือดๆ ก็กระโดดออกจนชามตกกระจายบนพื้น

       ...นี่คือเหตุการณ์หนึ่งในชีวิตของชายผู้ไม่เคยรู้จักวิถีการนั่งโต๊ะกินอาหารในแบบของมนุษย์มาก่อนเลย!
 
'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: dailymail.co.uk
 
       ชายคนที่ว่าคือ “มาร์กอส โรดิเกซ ปันโตข่า” (Marcos Rodriguez Pantoja) เกิดที่สเปนเมื่อปี 1946 ชีวิตของเขาเปิดฉากแบบเศร้าๆ หลังจากสูญเสียแม่ไปตั้งแต่เพิ่งอายุได้ 3 ขวบ ส่วนพ่อก็ทิ้งไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เขาเดาๆ เหตุการณ์ช่วงนั้นว่า พ่อของตนได้ขายเขาให้กับคนเลี้ยงสัตว์ที่พาเขามาอยู่ในเทือกเขาเซียร์รา โมเรนา (Sierro Morena) ระหว่างนั้นเขาได้เรียนรู้การใช้ไฟและทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ...จนกระทั่งในปี 1954 คนเลี้ยงสัตว์ก็เสียชีวิตลงกะทันหัน ทำให้มาร์กอสวัย 7 ขวบต้องเผชิญความโดดเดี่ยวอีกครั้ง
 
       หลังจากนั้นเขาต้องทนทุกข์หลายปีกับพลังตบของแม่เลี้ยง ทำให้เขาเลือกจะปลีกตัวไปอยู่ที่ภูเขาคนเดียว สิ่งที่ทำให้เขาไม่หิวจนอดตายซะก่อนก็คือบทเรียนเรื่องการวางกับดักล่ากระต่ายและนกกระทาที่คนเลี้ยงสัตว์เคยสอนไว้ ...แล้วในที่สุด มาร์กอสก็ตัดสินใจหนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปใช้ชีวิตในภูเขานั้น

 

จุดเริ่มต้นของครอบครัวที่ไม่ใช่มนุษย์


       เมื่อเข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่แล้ว มาร์กอสต้องเริ่มเรียนรู้การอยู่รอดโดยมีพวกสัตว์คอยเป็นไกด์ให้ อย่างเช่น เวลาหมูป่าตามกลิ่นอาหารมาเจอพืชหัวที่ฝังหัวใต้ดิน เขาก็รอให้พวกมันลงมือขุดจนเจอเป้าหมายก่อน แล้วจัดการปาหินใส่หมูป่าให้มันวิ่งหนีกระเจิง จากนั้นมาร์กอสเจ้าเล่ห์ก็ลงไปขโมยพวกพืชหัวเหล่านั้นมากิน
 
       มาร์กอสเล่าเรื่องที่น้อยคนจะปักใจเชื่อ นั่นคือเขาได้สานสัมพันธ์กับสัตว์บางชนิด โดยเฉพาะครอบครัวหมาป่า “วันหนึ่งผมได้เข้าไปในถ้ำและเริ่มเล่นกับลูกหมาป่าที่อยู่ในนั้น จากนั้นผมก็หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนที่แม่หมาป่าเอาอาหารมาให้ลูกๆ ของพวกมันกิน ตอนนั้นเธอ(แม่หมาป่า)มองมาที่ผมด้วยสายตาหวาดกลัว เธอฉีกชิ้นเนื้อแยกจากกัน ส่วนลูกก็เข้ามาใกล้ๆ ผม ผมก็พยายามเล็งๆ จะขโมยอาหารของพวกมันเพราะผมหิวมาก"
 
       “หลังจากเธอให้อาหารลูกๆ เสร็จแล้ว เธอก็โยนเนื้อชิ้นหนึ่งมาให้ผม ผมไม่อยากจับมันเลย เพราะคิดว่าเธอจะเข้ามาทำร้ายผม แต่แล้วเธอก็ใช้จมูกดันชิ้นเนื้อมาให้ ผมจึงรับมากิน ในหัวยังคงคิดว่าเธอจะเข้ามากัดผมรึเปล่านะ? ปรากฏว่าไม่ใช่...เธอแลบลิ้นแล้วมาเลียผมต่างหากเล่า! หลังจากนั้นผมก็กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวนั้น

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: BBC
 
       มาร์กอสยังเล่าถึงเพื่อนงูของเขาด้วย “เธอ(งู)อยู่กับผมในถ้ำ ผมทำรังให้เธออยู่และให้นมแพะเธอกินด้วย เธอตามผมไปทุกที่และคอยปกป้องผมเสมอ”
 
       ช่วงเวลาเหงาๆ ของมาร์กอสคือตอนที่ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ตัวไหนเลย เขาจึงเลียนแบบเสียงของพวกมัน ทั้งกวาง หมาป่า เหยี่ยว และอีกสารพัดชนิด พอได้ยินเสียงพวกมันตอบกลับมาถึงจะหลับลง เพราะรับรู้แล้วว่าเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง จากนั้นมาร์กอสก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากการพูดเป็นคำ มาเป็นการร้องคำรามเหมือนสัตว์แทน
 
'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: dailymail.co.uk

       ชีวิตแสนสุขดำเนินมาเรื่อยๆ ถึง 12 ปี จนกระทั่งวันหนึ่ง มาร์กอสในวัย 19 กลับถูกหน่วยดูแลและป้องกันพลเรือน (Civil Guard) พบเข้า และได้พรากเขาจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติอันเป็นที่รักมายังหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง...

 

ความรักคือเรื่องจริงหรือคิดไปเอง?


       บางคนอาจคิดว่าการถูกเผ่าพันธุ์เดียวกันค้นพบและพากลับบ้านที่แท้จริงจะเป็นเรื่องดีใช่มั้ยคะ แต่สำหรับมาร์กอสแล้ว โลกความสุขของเขาพังทลายลงและไม่สามารถซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมได้อีก!
 
       ชีวิตของมาร์กอสถูกขยายโดย "เจเนอร์" (Gabriel Janer Manila) นักเขียนและนักมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัย Balearic Island ที่เขียนงานวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับกรณีของมาร์กอส และยังเป็นคนที่ทำให้เรื่องราวของลูกหมาป่าคนนี้เป็นที่รู้จักอีกด้วย เขาเล่าว่า มาร์กอสเป็นนักพูดที่เก่งมาก เป็นคนเล่าเรื่องที่รู้ว่าจังหวะไหนควรหยุด ต้องทำเสียงดัง เสียงขู่ หรือเพิ่มความตึงเครียดลงไปในเรื่องตอนไหนบ้าง

        แต่ถึงจะยังงั้นก็เถอะ..ความจริงเป็นยังไงกันแน่? มนุษย์และเหล่าหมาป่าจะเป็นเพื่อนกันได้มั้ย? แล้วงูจะเป็นผู้พิทักษ์ที่ซื่อสัตย์ได้จริงๆ เหรอ?
 
       แล้วสิ่งที่เจเนอร์ค้นพบคือ มาร์กอสไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่เป็นแค่เรื่องที่เขาเชื่อว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: dailymail.co.uk
 
       "ตอนที่มาร์กอสเห็นงูและป้อนนมให้ แล้วงูก็กลับมาหา เขาบอกว่างูตัวนั้นคือเพื่อน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันแค่คอยติดตามเขาเพราะเขาให้นมเธอกินเฉยๆ ส่วนที่เขาบอกว่า ‘งูช่วยปกป้องเขา’ ก็เพราะเขา 'เชื่อ' ว่ามันเป็นแบบนั้น แต่วิธีการตีความ การจินตนาการ และสติปัญญาของเขานี่แหละ ที่ช่วยให้เขาทนต่อความเหงาท่ามกลางภูเขานั้นได้” 
 
       เจเนอร์เล่าความประทับใจแรกต่อเขาให้ฟังว่า “เขาเป็นคนที่น่าอัศจรรย์มาก เป็นผู้ชายอ่อนโยนคนนึงที่อยากสื่อสารกับคนอื่นๆ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดหลายอย่างก็ตาม ตอนแรกที่ผมฟังเรื่องของเขา ผมไม่เชื่อ มันเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าเรื่องที่เขาเล่ากลับดูสอดคล้องกันไปหมด และไม่ว่าผมจะถามอีกกี่ครั้ง เขาก็เล่าเหมือนเดิมทุกครั้ง ผมจึงบอกตัวเองว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องทั้งหมดให้ได้”

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: BBC
 
       จากนั้นเจเนอร์ก็เดินทางไปยังสถานที่ที่ได้ยินชื่อมา รวมถึงไปพูดคุยกับคนต่างๆ ที่เขาอ้างถึงด้วย ปรากฏว่าคำบอกเล่าต่างๆ สอดรับกับเนื้อหาบางตอนที่มาร์กอสเล่าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่พาเขาเข้าบ้าน คนที่อาบน้ำล้างตัวให้เขาตอนแรก หรือนักบวชที่เคยดูแล ก็ต่างบอกตรงกันเกี่ยวกับนิสัยป่าเถื่อนของเขา (ไม่ใช่โหดร้ายนะคะ แต่หมายถึงว่าเขายังทำตัวเหมือนคนอยู่ห่างไกลความเจริญ) เพราะเขาใช้ชีวิตแบบคนที่ไม่รู้จักสังคมโลกและไม่สามารถทำตามกฎกติกาในเกมการแข่งขันได้

 

ยินดีต้อนรับสู่โลกใบเดิมที่โหดร้าย


       “ผมไม่รู้ว่าผมจะไปไหน รู้แค่อยากหนีกลับไปยังที่เดิมที่ผมจากมา”
 
       มาร์กอสรู้สึกเหมือนเจอช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ขนาดแค่ตอนเข้าไปในร้านตัดผมครั้งแรก ยังคิดว่าช่างจะเอามีดโกนมากรีดลำคอเขาเลย แถมยังต้องมาเจอเสียงและความวุ่นวายของสังคมมนุษย์ด้วย "ผมไม่สามารถรับมือกับเสียงรถที่ดังมากๆ และผู้คนที่เดินไปๆ มาๆ ยังกับมด ซึ่งเอาจริงๆ ขนาดมดยังเดินไปทิศเดียวกันเลย แต่คนเดินไปทุกที่ ผมกลัวการข้ามถนนมาก”
 
       เจเนอร์เล่าว่า “เขาให้ผมเข้าไปดูอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่เขาเช่า ในห้องนอนไม่มีเตียงหรือเฟอร์นิเจอร์ใดๆ เลย มีแค่ผ้าห่มกับกระดาษยับๆ ของแมกกาซีนและหนังสือพิมพ์ ยังกับมีสัตว์อาศัยอยู่งั้นแหละ จนผมต้องถามออกไปว่า 'นอนบนเตียงไม่ดีกว่าเหรอ?' แล้วเขาก็ปฏิเสธ”
 
       แม่ชีที่มาดริดสอนให้มาร์กอสกินอาหารอย่างถูกวิธี และหาแผ่นไม้มาช่วยดันหลังให้เขาเดินหลังตรง เพราะการเดินในภูเขาทำให้หลังคด นอกจากนี้ เขายังต้องนั่งรถเข็นไปช่วงนึง เพราะตาปลา(หนังด้าน)บนเท้าของเขาถูกตัดออกไป
 
       นอกจากนี้เขายังเจอกับการถูกโกง ถูกทำร้าย และถูกเอาเปรียบจากเหล่าผู้ประกอบการ เขาได้เปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งเรื่อยๆ และได้เข้าร่วมในกองทัพอยู่ช่วงสั้นๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา คนมักใช้ประโยชน์จากความไร้เดียงสาของเขา

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: BBC
 
       เลวร้ายขนาดนั้น ทำไมไม่กลับไปหาพวกหมาป่าอีกล่ะ?
 
       คำตอบคือเขาเคยกลับไปแล้ว แต่หมาป่าพวกนั้นไม่ได้มองเขาเป็นพี่น้องอีกต่อไป ถ้าเป็นเมื่อก่อน เวลามาร์กอสส่งเสียงเรียกออกไป พวกมันจะเข้ามาหา แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว โดยมาร์กอสบอกเหตุผลว่า "ผมกลิ่นตัวเหมือนมนุษย์ ผมฉีดน้ำหอม..."  
 
       ...และเขายังเศร้าที่เห็นว่า บริเวณที่เคยเป็นถ้ำมาก่อน ตอนนี้กลับมีกระท่อมและประตูไฟฟ้าขนาดใหญ่มาแทนที่แล้ว
 
       อย่างไรก็ตาม กราฟชีวิตของเขาดีขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเกษียณรายหนึ่งมาชักชวนเขาให้ไปอยู่ด้วยที่หมู่บ้านเล็กๆ ใน Rante เพื่อนบ้านที่นั่นต่างรู้จักและปฏิบัติต่อเขาอย่างดี บ้านที่เขาอยู่เป็นบ้านหลังเล็กๆ มีเพดานต่ำคล้ายถ้ำเล็กน้อย ข้างในเต็มไปด้วยของที่ระลึก ทั้งรูปภาพในช่วงเวลาที่เขามีชื่อเสียง ภาพวาดและคอลเลกชั่นไฟแช็กจุดบุหรี่ และมีลานเล็กๆ สำหรับเหล่าต้นไม้ดอกไม้ ส่วนที่มุมห้องยังมีเปียโนและกีตาร์อีกด้วย

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: elpais.com

 

ฟ้าหลังฝน


       "เขาคงหัวเราะเยาะที่ผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเมืองหรือฟุตบอล"

       "หัวเราะกลับสิ" หมอตอบเขา "คนอื่นเขารู้อะไรๆ น้อยกว่าคุณนะ"
 
       แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ค่ะ เพราะในวันหนึ่ง Xosé Santos เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เป็นสมาชิกองค์กรการกุศล Amig@s das Arbore ได้จัดคลาสเรียนแล้วเชิญให้มาร์กอสไปบรรยายเรื่องความรักที่เขามีต่อสัตว์ และความสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เรื่องน่ารักๆ คือประสบการณ์ชีวิตของมาร์กอสทำให้เด็กๆ หลงเสน่ห์ ในขณะที่เด็กๆ เหล่านั้นก็คือมนุษย์ที่ทำให้มาร์กอสรู้สึกปลอดภัยมากที่สุดด้วยเช่นกัน

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: elpais.com
 
       พอเวลาผ่านไปหลายปี มาร์กอสแทบไม่รู้สึกแค้นเคืองอะไรแล้ว แต่สิ่งที่เขายังคงติดใจคือ ทำไมตอนเจ้าหน้าที่ไปพาเขาออกมาจากภูเขา ถึงไม่มาจัดแจงให้เขาพร้อมใช้ชีวิตในสังคมมนุษย์ก่อนล่ะ? (ฉุดเราจากบ้านเดิมมาสังคมใหม่ แต่ไม่คิดจะเทรนอะไรเราหน่อยเหรอแก!)
 
       “ช่วงแรกๆ ที่ผมออกมา สิ่งที่แรกที่เขาควรทำคือส่งผมไปโรงเรียน สอนให้ผมพูดและสอนวิธีการวางตัวเมื่ออยู่บนโลกใบนี้ แต่นี่เขากลับสอนให้ผมเป็นทหาร? ถามจริงเถอะ ผมควรเรียนเรื่องการยิงปืนและการฆ่าคนเหรอ?”

'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
Photo Credit: elpais.com
 
       เห็นมั้ยล่ะคะว่าไทม์ไลน์ชีวิตของเขาซับซ้อนมากๆ ลองคิดดูว่าจะมีสักกี่คนที่ตอนแรกอยู่กับมนุษย์ เปลี่ยนผู้ดูแลหลายคน พอเจอความโหดร้ายก็หนีไปผูกมิตรกับสัตว์ แล้ววันดีคืนดีก็ถูกลากออกมาอยู่กับมนุษย์อีกครั้งนึง แต่โชคดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้เจอสังคมที่ดี บรรดาเพื่อนบ้านยอมรับ ไม่ใช่เจอแต่คนเอาเปรียบเหมือนช่วงแรก ...เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจลองหาหนังเรื่อง “Among Wolves” หรือ Entrelobos (2010) ของต่างประเทศมาดูได้นะคะ เพราะเรื่องนี้เขาเอาชีวิตของมาร์กอสมาทำจริงๆ

อ่านเรื่องราวของเด็ก 6 คนที่ถูกสัตว์เลี้ยงดูแทนพ่อแม่ ที่นี่!
'Marcos Rodriguez' ชายผู้หนีความโหดร้ายของมนุษย์ไปอยู่กับหมาป่าร่วม 12 ปี!
 
ข้อมูลอ้างอิง
http://www.dailymail.co.uk
http://www.bbc.com
https://elpais.com
#Studyabroad #Marcos #มาร์กอส #สัตว์ #หมาป่า #มนุษย์ #สังคมมนุษย์ #การเอาเปรียบ #ภูเขา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?