'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว! []

“อย่าไปกลัวว่าคนจะส่งสมัครเยอะหรือไม่ ถ้าเราส่ง เราก็คือหนึ่งในนั้นที่มีโอกาส”
4,835 1
     อันยองครับน้องๆ ชาว Dek-D.com วันนี้มาพบกับเรื่องราวสนุกๆ จากประสบการณ์ชีวิตนักเรียนที่ได้เรียนต่อต่างประเทศกันอีกแล้วนะครับ ทักทายมาเป็นภาษาเกาหลีขนาดนี้ แน่นอนครับว่าวันนี้ พี่วุฒิ มีเรื่องราวของเด็กนักเรียนทุนที่ได้ไปเรียนต่อเกาหลีมาฝาก ซึ่งเธอคนนี้เป็นนักเรียนทุน AMA จาก K-Arts มหาวิทยาลัยเฉพาะด้านศิลปะที่มีชื่อเสียงมากๆ ประเทศเกาหลีใต้ (ทุนนี้น้องๆ หลายคนสมัครกันเยอะมากกกก) ว่าแล้วไม่รอช้า เรามารู้จักกับรุ่นพี่สาวสวยและมีความสามารถคนนี้กันดีกว่า… 


 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 
     สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พี่ชื่อ ลักขณา ทองสยาม ชื่อเล่น"ซายน์" นะคะ อายุ 26 ปี เรียนจบจาก Korea National University of Arts สาขา Broadcasting TV & Multimedia ด้วยทุน AMA ค่ะ ตอนนี้ทำงานบริษัทเทรดดิ้งนำเข้าและจัดจำหน่ายพลาสติก ABS จากเกาหลีใต้ ตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการค่ะ

 

จุดเริ่มต้นในการสมัครทุน AMA
 

     พี่ได้รับคำแนะนำให้ลองสมัครทุนนี้จากอาจารย์ประจำสาขาวิชาเกาหลี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งก่อนหน้านี้ซายน์ลงเรียนคอร์สอบรมหลักสูตรภาษาเกาหลีกับคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มาตั้งแต่ ม.5 ก็ได้รับคำแนะนำเรื่องการศึกษาต่อจากอาจารย์ว่าทุนนี้เป็นทุนของมหาวิทยาลัยด้านศิลปะ มีหลายสาขา ให้ลองหาข้อมูลดูว่า สาขาวิชาและหลักสูตรตรงกับความต้องการที่จะเรียนไหม

     พอไปหาดูรายละเอียดดูก็รู้สึกว่าทุนนี้เป็นทุนที่น่าสนใจมากทีเดียว เพราะเป็นทุนได้เปล่า 100% ทางมหา’ลัยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตั้งแต่ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าเรียนปรับพื้นฐานภาษา (สถาบันที่ได้เรียนขึ้นอยู่กับมหา’ลัยกำหนดให้ ในแต่ละปีอาจไม่เหมือนกัน) ค่าเทอม รวมไปถึงค่าใช้จ่ายชีวิตประจำวันและค่าที่พัก ได้รับจนจบการศึกษา ซึ่งช่วงที่ทุนนี้เริ่มเปิดรับสมัคร ตอนนั้นพี่กำลังศึกษาอยู่ที่ ม.บูรพา เอกภาษาเกาหลี เทอมแรกของปี 1 พอดี แต่อาจารย์ก็แนะนำให้ลองสมัครดู เพราะเป็นโอกาสดี และอีกอย่างคือ สาขานี้เป็นสาขาที่พี่เองก็สนใจ แถมยังได้เรียนเป็๋นภาษาเกาหลี ได้อยู่ในสังคมเกาหลี ในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เราได้ใช้ภาษากับเจ้าของภาษาด้วย การพัฒนาของภาษาก็จะไปได้ไวกว่า เราเลยคิดว่า “เมื่อมีโอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ก็ไม่ลังเลที่จะลองสมัครขอทุนนี้ค่ะ”

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 

ภาษาคือสิ่งที่สำคัญมากกกก!
 

     ในส่วนของขั้นตอนการเตรียมตัว ก่อนอื่นก็ต้องศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัคร ดูว่ากำหนดคุณสมบัติอะไรบ้าง มีเอกสารอะไรบ้างที่ต้องใช้ การทำ Portfolio, Self-Introduction, Study Plan, จดหมายแนะนำจากอาจารย์ และที่อยากเน้นหน่อยคือ ผลวัดระดับทางภาษา เช่น ผลวัดระดับภาษาเกาหลี TOPIK ซึ่งในแต่ละสาขากำหนดไม่เหมือนกัน บางคณะหรือบางสาขาวิชากำหนดว่าต้องมี TOPIK ในระดับสูง คืออาจจะกำหนดว่าต้องมีพื้นฐานภาษาในระดับที่ดีมาก อาจจะมีการสอบสัมภาษณ์ หรือทักษะตามสาขาวิชาที่กำหนดด้วย

     จริงๆ ส่วนตัวซายน์อยากแนะนำว่าทุกคนควรมีพื้นฐานภาษาเกาหลีอย่างน้อย ตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงกับการสื่อสารกับเพื่อนร่วมชั้นและอาจารย์ เพราะทุกวิชาทำการเรียนการสอนด้วยภาษาเกาหลีทั้งหมด ถึงแม้อาจารย์บางท่านจะพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ด้วยคนส่วนมากเกือบทั้งหมดเป็นคนเกาหลี แน่นอนว่าภาษาที่ใช้ก็จะเป็นภาษาเกาหลี รวมไปถึงตอนสอบด้วยเช่นกัน นอกจากนี้แล้ว ผลวัดระดับภาษาอังกฤษ TOEIC, TOEFL, IELTS ก็เป็นอีกอย่างที่สำคัญที่จะเป็นตัวช่วยอีกทางสำหรับนักศึกษาต่างชาติ

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 
     ถ้าพูดถึงเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันที่จะใช้แต่ภาษาเกาหลี พอฟังดูแล้วก็เหมือนจะโหดหน่อย แต่แอบกระซิบว่าอาจารย์บางท่านที่ใจดีและสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ก็จะอนุญาตให้ทำรายงานและสอบข้อเขียนเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ และนอกเหนือจากภาษาที่จะต้องเตรียมตัวแล้ว อีกอย่างที่ควรเตรียมพร้อมเช่นกันก็คงจะเป็นเรื่องความรู้พื้นฐานของสาขาที่เราจะเรียนค่ะ โดยบางอย่างเราสามารถดูได้จากรายชื่อวิชา รายละเอียดแต่ละวิชา ซึ่งหาได้จากเว็บไซต์ของมหา’ลัย หรือของคณะ เพื่อหาความรู้ และเป็นการทำความเข้าใจที่พอจะช่วยให้เรามีพื้นฐานติดตัวบ้างก่อนเข้าเรียนจริงค่ะ

 

การปรับตัวหลังไปอยู่เกาหลี
 

     ในช่วงแรกที่ไปเกาหลีหลังจากได้รับทุน ก็จะเป็นช่วงที่ได้พบปะกับเพื่อนใหม่ ปีที่ได้มีคนไทย 2 คน คือ ซายน์ ปริญญาตรี 1 คน และรุ่นพี่ทีได้รับทุนปริญญาโทอีก  1 คน หลังจากนั้นก็เข้าเรียนปรับพื้นฐานภาษาเกาหลี ระยะเวลา 3 เดือน ที่ Kyunghee University ช่วงนั้นบอกเลยว่าอะไรๆ ก็ดูใหม่ไปซะหมดสำหรับเรา เพราะว่าได้อยู่ในสังคมเพื่อนชาวต่างชาติหลากหลายเชื้อชาติ พูดง่ายๆ คือ เราไม่ได้ไปเรียนรู้แค่ภาษาเกาหลีหรือสังคมเกาหลีอย่างเดียว เรายังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและภาษากับเพื่อนๆ ต่างชาติคนอื่นๆ อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สนุกและประทับใจมากก่อนเข้าเรียนจริงที่มหาวิทยาลัยค่ะ จริงๆ แล้วตอนเรียนปรับพื้นฐานภาษาจะยังไม่ค่อยเครียดเท่าไหร่นะ ซายน์คิดว่ามันเป็นช่วงเวลา 3 เดือนที่เราค่อยๆ พยายามปรับตัวให้เกิดความคุ้นชินกับสังคม ภาษา อาหาร และชาวเกาหลีได้บ้าง

 

บรรยากาศการเรียนที่กดดันแบบเกาหลี 
 

     ถ้าพูดถึงเรื่องบรรยากาศการเรียน ในช่วงปีแรกที่ซายน์เข้าไปเรียน ในห้องจะมีนักเรียนประมาณ 20 คน ทั้งห้องเป็นคนเกาหลีหมด และใช่ค่ะ ซายน์เป็นชาวต่างชาติคนเดียว 5555 แรกๆ ยอมรับเลยว่าปรับตัวค่อนข้างยาก เพราะปัญหาของภาษาและความรู้พื้นฐานในสาขาวิชา ซึ่งสาขาที่ซายน์เรียนจะค่อนข้างเน้นไปที่หนังสารคดีและการถ่ายทำ จึงต้องดูสารคดีหลายเรื่องเลย แล้วก็ต้องมาเขียนรีวิว สรุปย่อ และหาข้อมูลเพื่อไปเรียนต่อใสคลาสถัดไป ถ้าเราเรียนในคลาสไม่เข้าใจ ก็จะส่งผลกระทบกับงานและการเรียนครั้งต่อๆ ไปค่ะ T___T

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 
     ต้องบอกก่อนไว้เลยว่า พอเราเรียนปริญญาตรี แน่นอนว่าสาขาวิชาที่เรียนมันค่อนข้างเยอะ ก็ทำให้เรารู้สึกค่อนข้างกดดัน สิ่งที่พี่อยากจะแนะนำน้องๆ ต้องทำอย่างแรกก็คือ เราต้องรู้ตัวเอง ต้องรู้ว่าเราต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องแบ่งเวลา ขยันและอดทนมากกว่าเดิม หาข้อมูล สอบถามเพื่อน หรืออาจจะให้เพื่อนช่วยอธิบายเพิ่มเติม แต่ถ้าเราไม่เข้าใจจริงๆ เวลาจบคลาสก็อาจจะไปปรึกษาอาจารย์เพิ่มในสิ่งที่เราไม่เข้าใจจริงๆ เรียกว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่หินที่สุดเลยค่ะ แต่พอเรียนในปีๆ ถัดไป เราก็เริ่มปรับตัวได้ และก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นทั้งคนเกาหลีและต่างชาติ ทุกคนก็จะคอยช่วยเหลือกัน ส่วนตัวเราก็เองก็ต้องพยายามมากขึ้น มีวินัยมากขึ้นด้วยค่ะ 
 
     พูดถึงเรื่องเรียนไปแล้ว เรามาพูดถึงเรื่องการสอบบ้างดีกว่า การสอบในบางวิชา อาจจะต้องสอบข้อเขียนและทำรายงานส่งด้วย และโดยส่วนใหญ่แล้ว ข้อสอบจะไม่มีข้อสอบพวกปรนัยให้เลือกตอบ ส่วนมากคืออัตนัย และพอจะสอบแต่ละครั้ง อาจารย์จะไม่บอกแนวข้อสอบเลยค่ะ (เศร้า TT) เราต้องอาศัยจดเลกเชอร์ในคลาสเรียน เวลาเรียนต้องตั้งใจฟัง ทำความเข้าใจตามในขณะที่อาจารย์สอน และจดบันทึกตามอาจารย์ พอบอกแบบนี้ น้องอาจจะคิดว่า ทำไมมันเครียดจังเลยคะ 555 จริงๆ แล้วก็มีวิชาที่ไม่ได้เครียดขนาดนั้น จะเป็นพวกวิชาที่เน้นไปที่การปฏิบัติ ส่วนมากจะเรียนเป็นวิชาเสรี ที่เราได้เรียนต่างคณะ ต่างสาขา นอกจากบรรยากาศการเรียนไม่กดดันแล้ว บางคลาสอาจารย์เปิดเพลงให้ฟังช่วงที่นั่งทำงาน มีช่ววงเบรก มีขนมให้ทานด้วย อาจารย์ดีใจมาก ดีงามสุดๆ เลยค่ะ ><

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

ภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนวิชาเสรีที่ซายน์เลือกเรียนค่ะ สนุกมากๆ
แถมอาจารย์เปิดเพลงให้ฟัง มีขนมให้กิน ชิลล์สุดๆ เลย >///<


 

ชอบที่เกาหลีไม่เคยหยุดพัฒนา 
 

     ซายน์อยู่เกาหลีมาค่อนข้างนาน สิ่งที่ประทับใจ นอกจากอากาศแล้วก็คงจะเป็นเรื่องระบบคมนาคมที่มีความสะดวกสบายค่ะ และอีกอย่างที่ชอบก็คงจะเป็นเรื่องความมุ่งมั่นและตั้งใจของคนเกาหลี ที่มีเป้าหมายและความพยายาม เรามักจะได้ยินชื่อเสียงของประเทศที่พัฒนาต่อสู้จนมาเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่มีชื่อเสียงที่ดีในเรื่องเศรษฐกิจ มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทุกอย่างที่พวกเขาสร้างมันเกิดขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ 
 
     อย่างในมหาวิทยาลัย หลายๆ คนมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะสอบเข้า พอสอบเข้ามาก็มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ แม้บางมุมอาจจะดูตึงเครียดและกดดันมากจนเกินไป แต่ก็เป็นจุดที่ทำให้เรา Active เอามาปรับใช้กับตนเอง ฝึกให้เราปรับตัวภายใต้สภาพสังคมที่มีการแข่งขันและความกดดันสูงได้เป็นอย่างดี ทุกอย่างมันจะทำให้เรามีความพยายามมากขึ้น มุ่งมั่นและอดทน เพื่อที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังไว้

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 

ประสบการณ์ทำงาน Part Time ที่เกาหลี 
 

     นอกจากประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนแล้ว ซายน์เองเคยทำงานพาร์ตไทม์ที่เกาหลีด้วยค่ะ แต่ไม่ได้ทำตั้งแต่ปี  1 นะคะ เพราะว่าทางมหาวิทยาลัยกำหนดว่าต้องเรียนชั้นปีที่ 2 ขึ้นไปและกำหนดเวลาการทำงานต่อสัปดาห์ไม่ให้เกินที่กำหนด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเรียน อย่างซายน์เองเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ตั้งแต่ตอนปี 2 ส่วนหนึ่งคือ อยากใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ (แล้วยังได้เงินเก็บด้วย 5555) งานพาร์ทไทม์ที่เคยทำก็หลากหลายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟตามร้านอาหาร, โมเดล/Extra, รับแปลภาษา, พนักงานระยะสั้น Amore Pacific (Etude House) ฝ่าย Global Team ต้องบอกเลยว่า ทุกๆ งานช่วยให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ฝึกให้มีความรับผิดชอบในหน้าที่ ได้พบเพื่อนใหม่และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แนวความคิด อีกทั้งยังได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะภาษาด้วย 

 

สิ่งที่อยากฝากถึงน้องๆ 
 

     สุดท้ายนี้อยากฝากถึงน้องๆ ที่สนใจทุน AMA ของ K-Arts ถ้าน้องๆ สนใจ คุณสมบัติครบ มีใจพร้อมที่จะเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับตัวเอง สิ่งที่อยากให้เตรียมความพร้อมก็คือ เรื่องภาษา เพราะอย่างที่บอกว่า ภาษาและการสื่อสารเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก จะได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการใช้ชีวิตที่เกาหลี และรวมไปถึงเรื่อง Portfolio และเอกสารต่างๆ ควรเตรียมให้พร้อมเลยค่ะ 
 
"อย่าไปกลัวว่าคนจะส่งสมัครเยอะหรือไม่ ถ้าเราส่ง เราก็คือหนึ่งในนั้นที่มีโอกาสค่ะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^__^" 

 
 'ซายน์' กับชีวิตเด็กสายอาร์ตในเกาหลี ณ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ที่เป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียว!

 
     ตอนนี้ทุน AMA ของ K-Arts กำลังเปิดรับสมัครอยู่ สมัครได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2018 อ่านระเบียบการได้ที่ https://www.dek-d.com/studyabroad/49316/ 
 
#Studyabroad #เรียนต่อนอก #เรียนต่อเกาหลี #ทุน AMA #K-Arts #เกาหลีใต้

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?