'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย []

มาอ่านเรื่องราวและมุมมองของสองสาวชาวเยอรมันที่มีต่อประเทศไทยกันเถอะ
10,738 1
'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พบกับ พี่นิทาน ใน Humans of Dek-D อีกแล้วนะคะ กับเรื่องราวที่น่าสนใจของชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยและเคยทำอะไรเจ๋งๆ คูลๆ มาเล่าให้น้องๆ ฟังกันค่ะ วันนี้พี่มีเรื่องราวน่ารักๆ ของสองสาวชาวเยอรมันที่มาแลกเปลี่ยนในเมืองไทย มาดูกันค่ะว่าพวกเธอมาทำอะไรที่เมืองไทยบ้าง 

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    แอนนิกา (Annika Reichle) และไมเก้ (Maike Beggel) สองสาวเพื่อนซี้ชาวเยอรมันที่มาเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นระยะเวลา 5 เดือน ถึงจะเป็นเวลาที่ไม่ยาวนาน แต่ก็มากพอที่จะทำให้พวกเธอเรียนรู้ความแตกต่างและวัฒนธรรมไทยที่น่าสนใจและนำบางอย่างมาปรับใช้ในชีวิตจริงๆ ได้เมื่อกลับไปเยอรมันค่ะ 


หลงรักเมืองไทยเพราะ 'อากาศ' และ 'ความอบอุ่น'


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    หลังจากที่แอนนิกาและไมเก้เรียนจบ ม.ปลาย ที่เยอรมันแล้ว พวกเธอเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในปี 2016 สาขาบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยในเมือง Ravensberg ในทางตอนใต้ของเยอรมัน แล้วก็คุยกันว่าอยากลองไปหาประสบการณ์ที่ต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จีน และ อินโดนีเซียมาก่อนหน้านี้ทำให้เราติดใจและอยากผจญภัยอีกครั้ง ไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ และสิ่งที่ไม่เคยทำ 

    แต่ครั้งนี้พวกเธอไม่ได้จะไปเที่ยวหาประสบการณ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่จะเป็นการไป 'แลกเปลี่ยนที่เมืองนอก' ดูสักครั้ง และอีกอย่างคือเธอทั้งคู่อยากมาฉลองวันเกิดอายุ 22 กันด้วย ก็เลยเลือกประเทศไทย ประเทศยอดฮิตสำหรับชาวต่างชาติทั่วโลก แอนนิกาบอกว่าสาเหตุที่เลือกมาเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศไทยเพราะ 'อากาศ' ของประเทศไทยค่ะ เพราะที่ไทยมีอากาศอบอุ่น (จริงๆ คือร้อนสำหรับคนไทย 555) และมีแสงแดดตลอดเวลา ไม่เหมือนในยุโรปที่จะมีแสงแดดเฉพาะช่วงหน้าร้อน และแม้แต่หน้าร้อนเองก็ไม่ได้มีแดดออกทุกวันแบบนี้ซะด้วย 

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    เธอกับไมเก้เลือกจังหวัดภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางเพราะเป็นจังหวัดขึ้นชื่อของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป และพวกเธอก็รู้สึกโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมาอยู่ที่นี่ตั้ง 5 เดือนแน่ะค่ะ ไมเก้เล่าว่าก่อนหน้านี้เธอเคยมาเที่ยวในเอเชียแล้วและรู้สึกหลงใหลในวัฒนธรรมของเอเชียมากๆ เลยอยากจะเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างมากขึ้น 

    ทั้งคู่มาแลกเปลี่ยนอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่มีการเรียนการสอนแบบนานาชาติที่ดี และสภาพแวดล้อมก็ดีด้วย นอกจากนั้นการมาเรียนแลกเปลี่ยนเป็นระยะเวลา 1 เทอมที่นี่ทำให้พวกเธอเห็นความแตกต่างของการใช้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทย และได้สัมผัสวัฒนธรรมในมุมที่กว้างขึ้นกว่าแค่เห็นหรือที่ได้ยินมา


ชีวิตมหา'ลัยของไทยเน้นเข้าสังคมและส่งงานเยอะมาก! 


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    พวกเธอบอกว่าหลักสูตรและการเรียนการสอนของไทยจะแตกต่างกับประเทศเยอรมันมากๆ เพราะถ้าเทียบกันคือที่เยอรมันจะมีการสอบแค่ครั้งเดียวคือตอนปลายภาค แต่ที่ไทยคือจะมีการสอบหลายครั้งในแต่ละเทอม เช่น สอบมิดเทอม สอบปลายภาค และระหว่างนั้นก็จะมีทั้งการบ้านต่างๆ ควิซ และรายงานหน้าชั้นที่ต้องทำส่งอีกด้วย 

    ซึ่งการจะทำงานส่งหรือรายงานแต่ละอย่างก็ค่อนข้างเป็นงานที่เยอะและต้องใช้เวลามาก ในขณะที่บางครั้งพวกเธอก็แอบอยากไปเที่ยวทะเลหรือมีเวลาว่างให้มากกว่านี้ (เพราะที่นั่นมีที่น่าเที่ยวเยอะมาก) แต่แน่นอนว่าพวกเธอเลือกมาเรียนแลกเปลี่ยน ดังนั้นก็ต้องตั้งใจอย่างเต็มที่

    นอกจากเรียนและทำงานส่งอาจารย์แล้ว พวกเธอก็ได้มีโอกาสเรียนมวยไทย กีฬาสุดฮิตของไทยที่ทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยในแง่ของศิลปะการป้องกันตัวที่ไม่เคยรู้มาก่อน แถมได้รู้จักเพื่อนคนไทยที่มาเป็นคู่ฝึกมวยด้วย อีกอย่างมวยไทยก็เป็นกีฬาที่ชาวต่างชาติหลงใหลมาก พวกเธอบอกว่าถ้ากลับไปเยอรมันจะไปหาคลาสสอนมวยไทยเพื่อเรียนต่อแน่นอน 

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    ถัดจากกีฬามวยไทยก็คือการเล่นโยคะ แอนนิกาเล่าว่าการตื่น 7 โมงเช้าทุกวันเพื่อเล่นโยคะทำให้เธอรู้สึกสดชื่นและมีพลังสำหรับวันใหม่ เวลายืดเส้นยืดสายหรือทำท่าโยคะต่างๆ ก็ช่วยคลายเครียด การเล่นโยคะจึงเป็นอะไรที่ผ่อนคลายมากๆ ทำให้หายเหนื่อยและรีแล็กซ์จากการเรียนหนักๆ ได้ค่ะ 

    การเข้าร่วมกิจกรรมหรือชมรมอย่างมวยไทยหรือโยคะในมหาวิทยาลัยก็ทำให้แอนนิกาและไมเก้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ พวกเธอบอกว่านักศึกษาที่นี่จะนิยมลงเรียนวิชาอื่นๆ และทำกิจกรรมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากวิชาหลักๆ ในหลักสูตรบังคับ ซึ่งเป็นอีกเรื่องที่แตกต่างจากการเรียนในเยอรมันมากๆ เพราะที่เยอรมันพวกนักศึกษาจะไปมหาวิทยาลัยเพื่อเรียนอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่ไทยจะมีการสร้างสังคมและกลุ่มเพื่อนจากการเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอทั้งคู่ประทับใจเช่นกันค่ะ 


ทำความเคยชินกับเรื่องแปลกใหม่หลายอย่าง 


    โชคดีที่ทั้งคู่เป็นคนที่ค่อนข้างเปิดกว้างกับประสบการณ์ใหม่ๆ แถมยังเคยมาเที่ยวเอเชียกันแล้ว เลยไม่เจอ Culture Shock อะไรเลย แต่จะมีบางเรื่องที่ค่อนข้าง งงๆ เล็กน้อย อย่างเช่นการดื่มเบียร์กับน้ำแข็ง ที่ปกติฝรั่งจะไม่ทำกัน (อาจเพราะประเทศพวกเค้าค่อนข้างหนาวอยู่แล้ว) แต่เมืองไทยอากาศร้อน ถ้ารินเบียร์หรือเครื่องดื่มมาสักพัก ต่อให้แช่เย็นมาแล้วก็หายเย็นได้ในเวลาอันรวดเร็ว 

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    อีกเรื่องที่น่าตกใจสำหรับพวกเธอคือบางครั้งก็แอบเห็นคนไทยขับรถฝ่าไฟแดงเหมือนกัน (ที่ต่างจังหวัดน่าจะทำได้ง่ายกว่าในกรุงเทพฯ เลยอาจเกิดขึ้นบ้าง แหะๆ) หรือจะเป็นการทำความเคยชินกับตุ๊กแกที่ชอบส่งเสียงน่ากลัวๆ แถมมีอยู่แทบทุกบ้านในต่างจังหวัดซะด้วย รวมไปถึงการลิ้มลองอาหารแปลกๆ เช่น 'ตีนไก่' ที่อยู่ในก๋วยเตี๋ยวไก่ ที่ค่อนข้างน่าตกใจสำหรับพวกเธอด้วยค่ะ 


เจอเรื่องช็อกๆ ในแง่ดี 


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    เมื่อไม่เจอ Culture Shock ก็ดีไป แต่ไมเก้บอกว่าเธอเจอเรื่องช็อกๆ ในแง่ดีเหมือนกันค่ะ คือคนไทยจะค่อนข้างมีมุมมองแบบชิลๆ เรียบง่าย ไม่คิดมากไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ร้ายแรงแค่ไหน หรือที่คนไทยเราพูดกันว่า 'สบายๆ' นั่นเอง ซึ่งการที่คนไทยมีแนวคิดแบบสบายๆ กับเหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้พวกเธอเห็นว่าคนไทยค่อนข้างจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างใจเย็นและประนีประนอม

    การใช้ชีวิตแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบของคนที่นี่ก็ทำให้พวกเธอประทับใจ แต่ก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน เพราะที่เยอรมันคนจะถือว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง จะทำอะไรต้องขึ้นอยู่กับเวลาไปหมด ทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่กับวิถีคนไทย (ในต่างจังหวัดอย่างเช่นภูเก็ต) จะกลับกันเลยค่ะ ความสบายๆ นี้ทำให้แอนนิกาและไมเก้รู้สึกถึงความสงบสุขภายในใจ ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่พวกเธอได้รับจากเมืองไทยเลยก็ว่าได้ 


ไม่ต้องพูดก็เข้าถึงใจกันได้ 


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    ความแตกต่างของภาษาทำให้ทั้งแอนนิกาและไมเก้ใช้วิธีการแสดงออกและสื่อสารทางกายเพิ่มเข้ามาด้วย ถึงแม้คนไทยจะพูดภาษาอังกฤษกันได้ แต่ในส่วนของคนที่พูดไม่ได้ก็ต้องใช้วิธีทำความเข้าใจผ่านท่าทางบ้าง เช่น การสั่งอาหารหรือการขออะไรที่อยู่นอกเหนือจากในที่เมนูมีอยู่แล้ว 

    มีครั้งหนึ่งเธอสองคนไปร่วมกิจกรรมช่วยเหลือเด็กไร้บ้านและขาดโอกาสทางการศึกษา ที่นั่นไม่มีใครสื่อสารภาษาอังกฤษได้ จึงทำให้การสื่อสารค่อนข้างยากลำบาก และภาษาไทยของเธอสองคนก็ไม่ได้ดีมากพอที่จะพูดคุยกับเขาได้ ก็เลยหากิจกรรมทำกับเด็กๆ โดยการเล่นฟุตบอล เหตุการณ์นั้นทำให้พวกเธอประทับใจเพราะบางครั้งคนเราก็สามารถแชร์ความสุขและความทรงจำดีๆ ร่วมกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ เลย ดังนั้นเรื่องของความแตกต่างทางภาษาจึงไม่ใช่อุปสรรคของการสร้างความสัมพันธ์กับคนค่ะ 


ความสุขที่เรียบง่ายของคนไทย 


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    ในช่วงแรกที่แอนนิกากับไมเก้มาอยู่ไทย พวกเธอได้กินแค่เมนูที่มีแต่ข้าวกับไก่วันละ 3 ครั้ง จึงทำให้เธอไม่ค่อยชินเท่าไหร่ เพราะตอนอยู่เยอรมันทั้งคู่กินอาหารที่หลากหลายในแต่ละมื้อ แต่พออยู่ไปอยู่มาพวกเธอก็ได้เห็นว่าอาหารไทยมีให้เลือกกินหลากหลายแบบนับไม่ถ้วน จนปัจจุบันพวกเธอก็ติดใจรสชาติของอาหารไทยและชอบอาหารรสเผ็ดเช่นกันค่ะ 

    สำหรับพวกเธอแล้วประเทศไทยคือที่ๆ มีแต่ความสงบสุขและมีแต่ความรู้สึกแง่บวกเต็มไปหมด ยกตัวอย่างเช่นในไทยมีวัดเยอะมากๆ และในวัดก็จะมีพระพุทธรูปมากมายที่ทำให้ทุกครั้งเวลาพวกเธอไปเยี่ยมชมแล้วก็รู้สึกสงบจิตสงบใจและรู้สึกเคารพ ถึงแม้จะต่างศาสนากันก็ตาม

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    คนไทยที่พวกเธอได้เจอมีความเฟรนด์ลี่มากและช่วยเหลือพวกเธอเป็นอย่างดีในหลายๆ เรื่อง โชคดีที่มีเพื่อนคนหนึ่งชื่อคอลลิน (Collin) ที่ชื่นชอบความเป็นมิตรของคนไทย จึงทำให้เขาพยายามหากิจกรรมที่ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสรู้จักกับคนไทยจากหลายๆ ที่ เช่น จัดทริปไปพักแบบโฮมสเตย์ที่บ้านคนไทย ทริปแบบนี้ทำให้พวกเขารู้จักคนไทยมากขึ้นและได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่ต่างจากเวลาไปพักโรงแรมต่างๆ ที่จะคนละความรู้สึกกัน จะเป็นวิถีชีวิตเรียบง่าย ไม่หรูหรา แต่เต็มไปด้วยธรรมชาติรายล้อมสวยงาม อาหารไทยอร่อยๆ ที่น่าประทับใจสุดๆ 

'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย 

    และอย่างที่บอกว่าชีวิตคนไทยค่อนข้างเรียบง่ายสบายๆ พวกเธอมองว่าคนไทยมีมุมมองในชีวิตที่น่าสนใจ และไม่ได้ขวนขวายอยากจะ 'รวย' ในฐานะ แต่พวกเขาร่ำรวยความสุขที่ได้รับในทุกๆ วันอยู่แล้ว คนไทยดูมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ ไม่ใช่เป็นทุกข์กับสิ่งที่ไม่มี และนั่นก็ทำให้ทั้งแอนนิกาและไมเก้ประทับใจมากๆ ค่ะ 


กลับไปเยอรมันแล้วจะทำอะไรต่อ? 


'แอนนิกา + ไมเก้' สองสาวแลกเปลี่ยนจากเยอรมันกับการใช้ชีวิต 'สบายๆ' ในเมืองไทย

    เมื่อถามเรื่องอนาคตกับสองสาว พวกเธอเลยบอกว่าการที่มาจากประเทศเยอรมันที่คนส่วนมากมองว่าเวลาคือเงินทอง และการประสบความสำเร็จก็ขึ้นอยู่กับการงานที่ดีนั้นทำให้แผนอนาคตของพวกเธอคือการกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยให้จบ หางานดีๆ ที่มีรายได้ดีๆ ทำ ถึงแม้จะฟังดูเหมือนแผนอนาคตของคนทั่วๆ ไปก็ตาม แต่อย่างน้อยการมาไทยก็ทำให้มุมมองในบางอย่างของชีวิตพวกเธอเปลี่ยนไป เช่น พวกเธอรู้สึกว่าครอบครัวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต และเธอสองคนอยากจะให้เวลาและใส่ใจครอบครัวมากกว่าที่จะโฟกัสกับตัวเองอย่างเดียวเท่านั้น 

    และที่สำคัญคือทั้งแอนนิกาและไมเก้จะไม่ลืมนำคำว่า 'สบายๆ' ไปปรับใช้กับชีวิตจริงให้เรียบง่ายขึ้นด้วยค่ะ!  

    

   เรื่องราวของสองสาวแอนนิกาและไมเก้ก็เป็นอีกหนึ่ง
Humans of Dek-D ที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ ขอขอบคุณบริษัท Asia Exchange ที่แนะนำให้เราได้รู้จักกับพวกเธอด้วยค่ะ การที่ใครสักคนได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตต่างแดนนี่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่าต่อชีวิตมากเลยนะคะ เพราะได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรมใหม่ๆ และแนวคิดของผู้คน ที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง

    อย่าลืมนะคะว่าถ้าใครมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยแล้วทำอะไรเจ๋งๆ ก็ส่งเบาะแสมาได้เลยค่ะที่อีเมล nitan@dek-d.com หรือในเพจเรียนต่อนอกก็ได้ เราจะตามไปสัมภาษณ์แน่นอนค่ะ! 

 
#Studyabroad #แลกเปลี่ยน #เยอรมัน #เยอรมนี #ชาวต่างชาติ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

    • ความเห็นนี้ถูกลบ :(

      ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากถูกลบโดยทีมงาน

      ถูกลบเนื่องจาก:
      ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากถูกลบโดยทีมงาน
      IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คุณต้องการเงินกู้หรือไม่ เราเป็นผู้ให้กู้ตามกฎหมายและเป็นผู้ค้ำประกัน เราเป็น บริษัท ที่ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เราให้เงินกู้ยืมแก่บุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินที่มีเครดิตไม่ดีหรือต้องการเงินเพื่อชำระค่าใช้จ่ายในการลงทุนในธุรกิจ ฉันต้องการใช้สื่อนี้เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าเราให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รับผลประโยชน์อย่างน่าเชื่อถือเนื่องจากเรายินดีที่จะเสนอเงินกู้แก่คุณ กรุณาติดต่อเราโดยตรงทาง: woodgatecredit@outlook.com

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?