รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง []

ความตายเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้.. แต่หากมีกฎหมาย 'ห้ามตาย' ขึ้นมา อาจจะต้องเลี่ยงไปก่อน!
9,846 1
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com เรื่องของความตามเนี่ยไม่ใช่เรื่องที่ใครโปรดปรานสักเท่าไหร่ แถมไม่เข้าใครออกใครซะด้วย แต่น้องๆ รู้ไหมคะว่าบางครั้งความตายก็เป็นเรื่อง 'ผิดกฎหมาย' เหมือนกันนะ! งงกันใช่มั้ยล่ะ พี่นิทาน ก็งงเหมือนกัน แต่หลายๆ เมืองในบางประเทศมีกฎหมายแบบนี้ออกมาจริงๆ ค่ะ เพราะเหตุใดเรามาหาคำตอบกันดีกว่า
 
    'การห้ามตาย' ของหลายๆ ประเทศนั้นเป็นกฎหมายเฉพาะของบางเมืองในบางประเทศด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป ซึ่งสมัยนี้จะยกเลิกกฎหมายนี้ไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ยังคงใช้อยู่ และบางพื้นที่ก็มีแนวโน้มที่จะมีกฎหมายแบบนี้ออกมาในอนาคตเช่นกัน 

    เหตุผลต่างๆ นั้นมีหลากหลายมากค่ะ ทั้งเป็นเรื่องของการเมือง การปกครอง และการกระตุ้นให้คนรู้จักดูแลตัวเองให้ดีมากขึ้น เพราะบางประเทศเคยมีโรคระบาดออกมาเยอะ และผู้คนล้มตายกัน บางประเทศก็มีพื้นที่จำกัดในการสร้างสุสานหรือการฝังศพ ดังนั้นก็เลยต้องจัดระเบียบการตายกันหน่อย 


1. เมืองเล็กๆ ในสวาลบาร์ด 


รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง

    สวาลบาร์ด (Svalbard) หมู่เกาะของนอร์เวย์ที่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอาร์กติกที่ลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่ที่นี่ก็มีลองเยียร์เบียน (Longyearbyen) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีกฎห้ามตายอยู่เช่นกันค่ะ สาเหตุที่เมืองนี้ต้องตั้งกฎห้ามตายขึ้นมาเช่นกันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกเหมือนกัน เพราะประชากรทั้งหมดในเมืองนี้มีไม่เกิน 2,000 คนเองค่ะ แต่เนื่องจากสภาพอากาศและภูมิประเทศที่หนาวมากกกกก จึงทำให้ศพคนตายที่ถูกฝังแล้วไม่สามารถสลายได้เหมือนศพอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ เพราะถูกแช่แข็งเอาไว้แทน เพิ่งรู้เหมือนกันนะคะว่าแบบนี้ก็มีด้วยแฮะ 

    นอกจากอากาศจะหนาวเย็นแล้ว ในชั้นดินหรือลึกลงไปใต้พื้นดินก็มีความเย็นสูงถึงเกือบ -50 องศาเซลเซียส ดังนั้นหากศพคนตายไม่สามารถสลายไปได้ก็แปลว่าเชื้อโรคต่างๆ ที่ยังอยู่ในศพนั้นก็ไม่สามารถสลายไปได้เช่นกัน และการจำกัดการตายหรือมีกฎห้ามตายในพื้นที่นี้จึงมีความสำคัญมากๆ เช่นกันค่ะ ส่วนใครที่ป่วยหนักมากๆ หรือใกล้เสียชีวิตในเมืองลองเยียร์เบียนนี้จะถูกส่งไปรักษาที่อื่น หรือถ้าเป็นไปได้จะถูกส่งกลับประเทศ (คนส่วนมากที่อาศัยอยู่ที่นี่จะเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และผู้คนที่มาจากประเทศอื่นๆ เพื่อทำการวิจัยหรือทำงานที่นี่ค่ะ) 


2. จังหวัดต่างๆ ในฝรั่งเศส


รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง

    ที่จังหวัด Le Lavandou ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสก็เคยประสบปัญหาพื้นที่ฝังศพไม่เพียงพอจึงประกาศกฎ 'ห้ามตาย' ออกมาในปี 2000 เนื่องจากแผนการก่อสร้างสุสานเพิ่มต้องชะงักกระทันหันด้วยเหตุผลเรื่องสภาพแวดล้อมต่างๆ ถึงกฎหมายนี้จะฟังดูไร้สาระ แต่นายกประจำจังหวัดก็ออกมายอมรับจริงๆ ค่ะว่ามันเป็นกฎที่ไร้สาระและไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เหตุผลมันก็ไร้สาระเช่นกัน ก็เลยต้องเป็นไปตามนั้น ในเมื่อพื้นที่มีไม่พอที่จะสร้างสุสานจริงๆ ถ้าอย่างงั้นก็ช่วยห้ามตายก็แล้วกัน (แบบนี้ก็ได้ด้วย) 

    และไม่ใช่แค่จังหวัดเดียวเท่านั้นนะคะ ในปี 2007 จังหวัด Cugnaux ที่อยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสก็ออกกฎเหมือนกันออกมาเนื่องจากประสบปัญหาเดียวกันก็คือหลุมศพไม่พอฝังคนตาย และเมื่อเห็นว่ากฎนี้ใช้ได้ผลในหลายๆ จังหวัดแล้วจังหวัด Sarpourenx ก็เป็นอีกที่ที่ใช้กฎนี้ตามมาในปีถัดไปเช่นกันค่ะ  


3. เทศบาล Biritiba-Mirim ในบราซิล  


รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง

    Biritiba-Mirim เป็นเทศบาลเมืองในรัฐเซาเปาลู (São Paulo) ในบราซิลที่เคยร่างกฎหมายมาว่า "ห้ามตาย" ในปี 2005 โดยนายกเทศบาล โดยใครที่ฝ่าฝืนกฎหรือตายนั้นจะต้องถูกปรับและจำคุก (อ้าว ทำยังไงเนี่ย ก็ตายไปแล้วอ่ะ!?) สาเหตุที่มีกฎหมายนี้ออกมาก็เพราะเทศบาลต้องการจัดระเบียบการดูแลสุขภาพของคนในเมืองนั่นเองค่ะ เนื่องจากประชากรกว่า 28,000 คนที่นี่ไม่ค่อยใส่ใจดูแลสุขภาพกันเท่าไหร่ และพอมีคนล้มป่วยหรือเป็นโรคอะไรกัน ก็จะแพร่ระบาดกันเยอะ ทำให้จำนวนคนป่วยเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่ควรจะเป็น และเมื่อมีคนตาย ก็แปลว่าต้องหา 'พื้นที่' ที่จะฝังศพเพิ่มขึ้นอีก ทั้งที่จริงๆ แล้วหลุมศพเต็มหมดแล้วด้วยค่ะ! 

    หลุมศพในสุสานของเมือง Biritiba-Mirim ก่อตั้งขึ้นในปี 1910 และมีศพคนตายฝังอยู่ในนั้นกว่า 50,000 ศพ ทั้งๆ ที่ในนั้นมีหลุมศพทั้งหมดแค่ 3,500 หลุมเท่านั้นเอง คิดดูว่าจะต้องมีศพเบียดกันมากมายแค่ไหน ไม่อยากจะนึกภาพเลย แถมพอประชากรไม่รู้จักดูแลตัวเองดีๆ แล้ว ทางเทศบาลเลยห่วงเรื่องนี้ก็เลยตั้งกฎแปลกๆ แบบนี้ขึ้นมา แต่ในที่สุดแล้วร่างกฎหมายนี้ก็ไม่ผ่าน จึงไม่ได้นำมาใช้จริงๆ เลยค่ะ แหม.. น่าเสียดายจัง


4. ศาลเจ้าที่ญี่ปุ่น


รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง

    ศาลเจ้าอิสึคุชิมะหรือศาลเจ้าลอยน้ำที่ตั้งอยู่บริเวณเกาะมิจิยาม่า จังหวัดฮิโรชิม่านี้เป็นหนึ่งในมรดกของโลก และค่อนข้างมีคติถือเรื่องของความบริสุทธิ์จึงทำให้บนเกาะนี้ห้ามมีคนตายเด็ดขาด เนื่องจากสมัยปี 1555 ที่เคยมีสงครามชิงดินแดน (Battle of Miyajima) เกิดขึ้น เมื่อสงครามจบลง ฝ่ายที่ชนะจึงมีการนำศพทหารออกไปจากแผ่นดิน รวมไปถึงพื้นดินที่แปดเปื้อนไปด้วยเลือดออกไปให้หมดเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ และปัจจุบันที่เกาะนี้ก็ยังคงเคร่งเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการตายจึงเป็นเรื่องต้องห้ามบนเกาะ รวมไปถึงหญิงที่ตั้งครรภ์หรือคนป่วยต่างๆ หากเกิดเหตุเจ็บป่วยหรือจะคลอดก็จะถูกส่งไปรักษาที่อื่น 


5. หมู่บ้านในอิตาลี 


รู้หรือไม่! "กฎหมายห้ามตาย" มีอยู่จริงในบางประเทศและบางเมือง

    หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า Sellia ในทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีเป็นหนึ่งในหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ในชนบทที่คนอาจไม่ค่อยรู้จักมากนัก และประชากรในหมู่บ้านก็มีไม่มากเท่าไหร่ คือนับตั้งแต่ปี 1960 ประชากรก็ลดลงเรื่อยๆ จาก 1,300 คนจนเหลือแทบไม่ถึง 500 คนค่ะ และกว่าครึ่งของประชากรที่เหลืออยู่ก็เป็นคุณปู่คุณย่าที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปด้วย 

    เหตุนี้จึงทำให้เมืองดูเล็กลงๆ เงียบลงเรื่อยๆ เนื่องจากผู้คนต่างก็ต้องจากไปตามกาลเวลา นอกจากจะมีการรณรงค์ให้ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้นโดยการสนับสนุนการเกิด แต่ในขณะเดียวกันก็มีการ 'ห้ามตาย' เกิดขึ้นเช่นกัน อาจฟังดูตลกๆ เพราะเมื่อมีคนแก่แล้ว แน่นอนว่าคนแก่เหล่านี้อาจเหลือเวลาในชีวิตไม่มากนัก แต่การรณรงค์ไม่ให้คนล้มตายกันก็เป็นการกระตุ้นให้ทุกคนหันมาดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองมากขึ้น และการป่วยของที่นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน เพราะถ้ามีใครสักคนป่วยมากๆ ถึงเข้าขั้นโรงพยาบาลก็จะถูกตัดออกจากสิทธิ์ประกันสุขภาพต่างๆ (อ้าว ใจร้ายจัง) เป็นต้นด้วยค่ะ 

 

     ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของเมืองในประเทศต่างๆ ที่มีกฎหรือข้อบังคับว่าห้ามตายค่ะ แต่นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ ที่ที่มีกฎเหล่านี้เนื่องจากเหตุผลคล้ายๆ กัน คือไม่มีพื้นที่เพียงพอต่อการฝังศพค่ะ ได้แก่เมือง Lanjaron ในสเปน เมือง Falciano del Massico ในอิตาลี เป็นต้นค่ะ

    ส่วนตัวแล้วพี่ว่ามันก็สมเหตุสมผลอยู่นั่นแหละค่ะ แต่ท้ายที่สุดแล้วคนเราก็ต้องมีวันเสียชีวิตโดยเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นก็ควรเป็นหน้าที่ของเทศบาลหรือภาครัฐที่จะต้องหาทางแก้ปัญหาเพื่อประชาชนแล้วล่ะค่ะ แล้วน้องๆ มีความเห็นกันยังไงในเรื่องนี้บ้างคะ ^^

อ้างอิง
#Studyabroad #ตาย #เสียชีวิต #หลุมศพ #อิตาลี #ญี่ปุ่น #บราซิล #ฝรั่งเศส #นอร์เวย์ #สวาลบาร์ด #กฎหมาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

1 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?