ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด) []

หากเมืองไทยกลายเป็น Cashless Society แล้วชีวิตน่าจะสะดวกขึ้นมากแน่ๆ เพราะไม่ต้องพกเงินสดและเสียเวลาทอนตังค์กัน
2,000 0
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ง่ายไปหมดเพียงแค่ใช้มือถือหรืออินเทอร์เน็ต เช่น การสั่งซื้อของ การจองตั๋วต่างๆ และรวมถึง "การจ่ายเงิน" ด้วยนะคะ อย่างบางครั้งเวลาเราไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อแต่ลืมพกเงินสดมา เราก็สามารถจ่ายผ่านระบบแอปพลิเคชันในมือถือได้ หรือร้านขายของบางแห่งก็รับบัตรเครดิต เดบิต และรับโอนเงินได้โดยที่ลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดไปเยอะๆ ก็ได้ค่ะ

    เรื่องการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือผ่านแอปฯ อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่วันนี้ พี่นิทาน จะมาพูดถึงเรื่อง Cashless Society คือระบบการเงินแบบดิจิทัลที่หลายๆ ประเทศเริ่มหันมาใช้กันมากขึ้น บางประเทศถึงกับหาร้านที่รับเงินสดแทบไม่ได้ก็มีค่ะ ซึ่งการเป็น Cashless Society เนี่ยก็มีข้อดีเยอะแยะมากมาย แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียเหมือนกันค่ะ 

ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)  


Cashless Society คืออะไร? 


    ถ้าจะให้แปลตรงตัวเลย คำว่า Cashless Society แปลว่าสังคมที่ไร้เงินสด แบบไม่ต้องพกเงินเยอะๆ เวลาจะไปชอปปิ้งที่ไหน ซึ่งการไร้เงินสดนี้จะสามารถทำได้โดยการโอนเงิน การใช้บัตรเครดิต บัตรเดบิต และในรูปแบบอื่นๆ ค่ะ และแน่นอนว่ามันสะดวกมากกว่าการพกเงินเป็นไหนๆ ตัวพี่เองบางทีก็แอบขี้เกียจไปกดเงินออกมาทุกวันๆ หรือไม่ก็กดเผื่อไว้เป็นอาทิตย์ๆ แถมบางครั้งลืมกดเงินอีกต่างหาก เคยจะต้องจ่ายค่านู่นนี่แล้วพอรู้ตัวว่าไม่มีเงินสดก็ต้องถามว่าเขารับบัตรเครดิตไหม ปรากฎว่าบางที่ไม่รับ โชคยังดีที่เขายังรับโอนเงิน แต่ก็ยังไม่ค่อยสะดวกอย่างที่ควรเป็นซักเท่าไหร่ค่ะ  

    ดังนั้นการอยู่ในสังคม Cashless Society น่าจะเป็นเรื่องดีและสะดวกสำหรับคนส่วนมากเยอะเลยจริงไหมคะ และปัจจุบันก็มีหลายประเทศที่หันมาใช้การจ่ายเงินแบบดิจิทัลหรือ Cashless Society กันเยอะมากขึ้น และบางประเทศก็ถือว่าเกือบ 90% ของประเทศเป็น Cashless Society กันแล้วด้วย (เช่น สวีเดน) แต่ถึงอย่างไรความสะดวกสบายนี้ก็อาจจะไม่สบายสำหรับทุกคนค่ะ 

ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)  

ปัจจุบันประเทศที่กลายเป็น Cashless Society แล้วจะมีอันดับดังนี้ (อ้างอิงจาก Forex Bonuses)

1. แคนาดา 
2. สวีเดน
3. สหราชอาณาจักร
4. ฝรั่งเศส
5. สหรัฐอเมริกา 
6. จีน
7. ออสเตรเลีย 
8. เยอรมนี 
9. ญี่ปุ่น 
10. รัสเซีย 


ข้อดีของ Cashless Society


ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)

    ใครๆ ก็คงอยากใช้ชีวิตที่สะดวกสบายกันมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องของการจ่ายเงินต่างๆ ด้วยค่ะ ดังนั้นข้อดีของ Cashless Society ก็มีมากมายเช่นกัน อันดับแรกเลยก็คือความสะดวกสบายเนี่ยแหละค่ะ บางประเทศรณรงค์ให้ร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ หันมาใช้ Cashless กันเพราะพนักงานในร้านจะได้ทำงานกันสะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมานั่งนับเงิน นั่งทอนตังค์ให้เสียเวลา อีกอย่างหนึ่งคือป้องกันเรื่องของอาชญากรรมด้วยค่ะ 

    นอกจากนั้นการทำธุรกรรมการเงินทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นั้นจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรมทางการเงิน พูดง่ายๆ ก็คือหากมีการโกงกันเกิดขึ้น ระบบพวกนี้ก็จะบันทึกไว้ มีหลักฐานอย่างชัดเจนและสามารถติดตามที่มาที่ไปได้ ไม่เหมือนกับการจ่ายเงินสดกับมือค่ะ 


แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน 


ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)

    ในความสะดวกสบายของ Cashless Society นั้น ยังมีกลุ่มคนหลายคนที่ค่อนข้างไม่เห็นด้วยและรู้สึกว่าวิธีนี้ 'ลำบาก' ต่อพวกเขามากเช่นกันก็คือกลุ่มคนสูงอายุและกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กันดาร ต่างจังหวัด หรืออาจอยู่ในเมืองที่ความสะดวกสบายยังไม่ครบถ้วนเท่าเมืองใหญ่ๆ มากนัก ยกตัวอย่างง่ายๆ คือประเทศสวีเดนที่เป็น Cashless Society อย่างจริงจังถึงขนาดที่รถเมล์ทุกคันไม่รับเงินสด (แอบลำบากนักท่องเที่ยวเหมือนกัน) แต่ก็ยังมีชาวสวีเดนที่ไม่ชอบระบบนี้เช่นกันค่ะ 

    คุณยายเมย์ลิสวัย 73 ปีอาศัยอยู่ในเมืองสตอกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดนบ่นว่าตั้งแต่สวีเดนหันมาใช้ Cashless Society และไม่ค่อยรับเงินสด ทำให้ยายแอบเครียดอยู่เหมือนกัน เนื่องจากกลุ่มผู้สูงอายุบางคนใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่เป็น ดังนั้นการจะจองตั๋วรถไฟผ่านเว็บไซต์ หรือจะจ่ายค่าอะไรต่างๆ แบบออนไลน์ ยายต้องเลือกใช้วิธีถือเงินเดินไปจ่ายที่ธนาคาร และนอกจากนั้นการที่สวีเดนเป็น Cashless Society ก็ทำให้ตู้เอทีเอ็มหายากมากขึ้นในประเทศอีกด้วย 

    ปัญหานี้ไม่ได้ทำให้แค่คนในประเทศเดือดร้อนเท่านั้นนะคะ เพราะนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวก็ประสบปัญหาเดียวกันเช่นกัน อย่างพี่เองเคยไปสวีเดนก็พบว่าบัตรเครดิต (บางเจ้า) ของไทยไม่สามารถใช้กับสวีเดนได้ และบางร้านก็ไม่รับเงินสดจริงๆ บางครั้งอาจจะลำบากและเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง อีกครั้งหนึ่งคือพี่ต้องนั่งรถเมล์เข้าเมือง ซึ่งรถเมล์เนี่ยไม่รับเงินสดทุกกรณี แต่ตอนนั้นพี่ใช้บัตรจ่ายทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ (เหตุผลเดียวกับเมื่อกี๊เลย) ก็เลยต้องไปลำบากให้เพื่อนสวีเดนเป็นคนจ่ายให้เรา แล้วเราก็ต้องจ่ายเงินสดให้เขา ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ค่อยใช้เงินสดด้วย ลำบากเป็นทอดๆ กันไป 

    นอกจากประเทศสวีเดนแล้ว ในบางประเทศที่พยายามจะเปลี่ยนให้เป็นสังคม Cashless Society กัน ก็มีข้อจำกัดหลายอย่างเหมือนกันค่ะ เช่น ประเทศอินเดียที่ในรัฐหรือเมืองต่างๆ ที่อยู่ไกลๆ และยังไม่มีความเจริญมาถึงเท่าไหร่ก็ทำให้ชาวบ้านที่นั่นไม่เข้าใจระบบใหม่ๆ หรืออาจอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดทางฐานะ ทางทรัพยากร ดังนั้นเรื่องจะใช้อินเทอร์เน็ตก็คงอีกนานเลย แต่เรื่องนี้พี่ว่าไม่ใช่แค่อินเดียเท่านั้นค่ะ เพราะถ้าจะให้เมืองไทยเป็น Cashless Society บ้าง ก็คงมีปัญหาทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มคนที่ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่เข้าถึง เช่น ชนบทต่างๆ และคนอาจยังขาดความรู้ในเรื่องเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย 


ปัญหาเรื่องข้อมูลส่วนตัว 


ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)

    เมื่อ Cashless Society เปรียบเหมือนความสะดวกสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีการบันทึกการทำธุรกรรมไว้ทุกครั้ง และการบันทึกข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้บางคนรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะข้อมูลส่วนตัวในการทำธุรกรรมของเราอาจเป็นข้อมูลที่ทำให้ระบบธุรกิจของบางอย่างใช้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการทำงานของระบบนั้นๆ และเพื่อผู้ใช้ด้วยเช่นกัน 

    และนอกจากเรื่องข้อมูลส่วนตัวรั่วไหลแล้วก็อาจเป็นช่องทางที่พวกแฮ็คเกอร์จะเข้ามาขโมยข้อมูลไปได้เช่นกันค่ะ เรียกได้ว่าเมื่อมีข้อดีแล้วข้อเสียก็มีหลายๆ ด้านไม่แพ้กันเลยค่ะ แต่ถึงอย่างไรการเป็น Cashless Society ก็เป็นส่วนหนึ่งของอนาคตและคิดว่าอีกหลายๆ ประเทศคงจะพัฒนาและหันมาใช้ระบบนี้มากขึ้นเช่นกันค่ะ 


อนาคตกับการเลิกใช้เงินสด 


ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ! เมื่อหลายประเทศทั่วโลกกำลังจะเป็น "Cashless Society" (การใช้จ่ายแบบไม่ใช้เงินสด)

    ปัจจุบันสวีเดนเป็นประเทศที่ใช้เงินแบบ Cashless Society อย่างจริงจังมากที่สุด และเปอร์เซนต์ของคนที่ใช้เงินสดในสวีเดนก็มีแค่เพียง 1% เท่านั้นค่ะ และร้านค้าต่างๆ ก็มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่สามารถปฏิเสธไม่รับเงินสดได้ไม่ว่าจะกรณีใดๆ นอกจากนั้นธนาคารต่างๆ กว่า 900 สาขาในสวีเดนก็ไม่รับทำธุรกรรมกับเงินสดแล้วด้วยเช่นกันค่ะ ฟังดูเป็น Cashless Society ที่จริงจังกันมากๆ 

    นอกจากสวีเดนแล้ว ประเทศเกาหลีใต้ก็มีแผนจะเปลี่ยนให้เข้าสู่ Cashless Society ด้วยการเริ่มใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านระบบบัตร T-Money บัตรเงินสดที่สามารถใช้จ่ายเงินได้หลายๆ อย่าง ตั้งแต่รถไฟใต้ดิน รถบัส และร้านสะดวกซื้อต่างๆ เป็นต้น ส่วนประเทศอื่นๆ ก็เริ่มมีการใช้วิธีการจ่ายเงินแบบนี้กันเยอะขึ้น แต่ยังไม่ทั่วถึงมากเท่าที่ควร ทั้งนี้ก็คงต้องใช้เวลาด้วยค่ะ 

   

     ส่วนตัวแล้วพี่ชอบระบบ Cashless Society นะคะ เพราะค่อนข้างสะดวก และทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ แต่ไม่ว่ายังไงก็อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี หรืออาจจะอีกนานมากๆ ถ้าจะให้เมืองไทยใช้ระบบนี้กันทั้งประเทศ ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่อธิบายมาข้างต้น แถมอีกอย่างคือบ้านเรามีร้านอาหารหรือพวกรถเข็นขายของเยอะมากๆ ถ้าจะหันมาใช้บัตรเครดิตหรือจ่ายผ่านแอปฯ กัน อาจจะไม่สะดวกกับร้านเหล่านั้นก็ได้ค่ะ แล้วน้องๆ มีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไงบ้างคะ

อ้างอิง
#Studyabroad #เงิน #ร้านค้า #บัตรเครดิต #การเงิน #สะดวก #สบาย #cashless #cashless society #เงินสด

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?