ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ! []

วิว
        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com เยอรมนีเป็นหนึ่งในประเทศแนวหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาของโลก วันนี้ พี่ภรณ์ อยากจะพาน้องๆ มาส่องระบบการศึกษาของเยอรมนีกันค่ะว่าจะเหมือนหรือแตกต่างกับบ้านเราอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย!

Kindergarten /คินเดอร์การ์เท่น/
 
        Kindergarten หรือระดับชั้นอนุบาล เป็นช่วงก่อนเข้าโรงเรียน จัดว่าเป็นการศึกษาขั้นแรกของเด็กหลายๆ ในสมัยนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีกิจกรรมให้เด็กได้ฝึกทักษะต่างๆ อย่างการเล่นของเล่น ร้องเพลง วาดรูป โรงเรียนอนุบาลในเยอรมนีมักจะดำเนินการด้วยโบสถ์ทั้งของคาทอลิกและโปรเตสแตนท์ รวมไปถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรต่างๆ แม้ว่าประเทศเยอรมนีจะเป็นต้นกำเนิดอนุบาล แต่ก็ไม่ได้มีข้อบังคับทางกฎหมายว่าเด็กทุกคนจะต้องเข้าศึกษาระดับนี้

ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ!

Grundschule /กรุนด์ชูเล่อะ/
 
        Grundschule เทียบเท่าได้กับระดับประถมศึกษาของไทยเลยค่ะ เรียนทั้งหมด 4 ปี ช่วงอายุ 6 – 9 ปี นับเป็นเกรด 1 – 4 ในช่วงนี้เด็กเยอรมันจะเรียนเหมือนกันหมดทุกคน ส่วนใหญ่จะเลือกโรงเรียนใกล้บ้านที่เดินไป-กลับได้ ทำให้เยอรมนีไม่มีรถโรงเรียนเหมือนในอเมริกา ในบางแห่งเองก็ไม่มีโรงอาหารด้วย เนื่องจากที่เยอรมนีจะเรียนถึงแค่เที่ยงหรือบ่าย เด็กนักเรียนสามารถกลับไปกินอาหารกลางวันที่บ้านได้ แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการเปิดกิจกรรม ชมรม หรือชั่วโมงทำการบ้านให้แก่เด็กในตอนบ่ายระหว่างรอผู้ปกครองเลิกงานค่ะ


Dreigliedriges Schulsystem / ดรายกลีดริกเกส ชูลซุสเตม /

        ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมนีในช่วงเกรด 5 เป็นต้นไปค่อนข้างซับซ้อนกว่าประเทศเราค่ะ ช่วงนี้ระบบการศึกษาจะแบ่งออกเป็นด้วยกันถึง 4 แบบ ที่ต้องแบ่งออกมามากมายขนาดนี้ ก็เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและความสามารถของเด็กทุกคนที่มีอยู่อย่างไม่เท่ากันนั่นเอง โดยระบบนี้จะเรียกว่า Dreigliedriges Schulsystem จะแบ่งออกเป็น Hauptschule , Realschule, Gymnasium และ Gesamtschule ลองมาทำความรู้จักไปทีละแบบกันค่ะ 

 
1. Hauptschule /เฮ้าพ์ทชูเล่อะ/       

        Hauptschule จัดว่าเป็นโรงเรียนที่มีเกณฑ์ในการสมัครน้อยที่สุด เหมาะแก่เด็กที่สนใจด้านการฝึกฝน ปฏิบัติจริงมากกว่าทฤษฎี รวมไปถึงงานช่าง จะเรียนตั้งแต่เกรด 5 – 9 หรืออายุประมาณ 10 – 15 ปี เมื่อเรียนจบแล้วนักเรียนจะได้รับประกาศนียบัตรที่เรียกว่า Hauptschulabschluss และสามารถเรียนต่อใน Berufsschule หรือสถาบันที่เปิดสอนด้านวิชาชีพ และได้เข้าฝึกงานจริงๆ เพื่อเตรียมตัวและนำความรู้ไปปรับใช้ให้เข้ากับตลาดแรงงานต่อในอนาคต

ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ!

2. Realschule /เรอาลชูเล่อะ/

        Realschule จะเรียนตั้งแต่เกรด 5 – 10 หรืออายุประมาณ 10 – 16 ปี เป็นระบบโรงเรียนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเยอรมนี เนื่องจากมีเนื้อหาที่เน้นทฤษฎีมากกว่า Hauptschule แต่ไม่มากเท่า Gymnasium สำหรับการเรียนระบบนี้ นักเรียนจะถูกบังคับให้เรียนภาษาต่างประเทศอย่างน้อยหนึ่งภาษาตลอดระยะเวลา 5 ปี ส่วนใหญ่มักจะเป็นภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสค่ะ ในรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์กมีข้อกำหนดว่า หลังจากเรียนจบเกรด 6 นักเรียนจะต้องเลือกระหว่างวิชาเทคโนโลยี, คหกรรม หรือภาษาที่สามค่ะ หลังจากเรียนจบจะได้รับประกาศนียบัตรที่เรียกว่า Realschulabschluss

        ข้อดีของ Realsschule คือ นักเรียนที่เรียนได้เกรดดีสามารถย้ายไปเรียน Gymnasium ต่อได้ หรือจะเข้าเรียน Berufsschule หรือจะฝึกงานต่อเลยก็ยังได้

ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ!

3. Gymnasium /กึมนาซิอุ้ม/

        Gymnasium จะมีลักษณะคล้ายกับมัธยมปลายของบ้านเรามากที่สุดค่ะ โดยจะเรียนตั้งแต่เกรด 5 – 12 หรือ 5 – 13 บางรัฐเริ่มเรียนตั้งแต่เกรด 7 อย่างเบอร์ลินและบรานเดนบวร์ก เนื้อหาของ Gymnasium จะเน้นไปทางทฤษฎี คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ วิชาที่ให้เลือกเรียนมีอย่างหลากหลาย รวมไปถึงภาษาที่สองและสามจะถูกจัดให้เป็นอีกสองวิชาบังคับของนักเรียนค่ะ เมื่อเรียนจบ นักเรียนจะต้องสอบครั้งสำคัญเพื่อรับประกาศนียบัตรที่เรียกว่า Abi หรือ Abitur และนำคะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยต่อนั่นเอง

4. Gesamtschule /เกอซามท์ชูเล่อะ/
 
        Gesamtschule จะมีอยู่แค่ในบางรัฐเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นรัฐที่ถูกปกครองด้วยพรรคการเมือง SPD เนื่องจาก SPD ต้องการจะปรับระบบการศึกษาชั้นมัธยมให้คล้ายคลึงกับของอเมริกา จึงรวม Hauptschule, Realschule และ Gymnasium เข้าด้วยกันเป็นโรงเรียนเดียว บางโรงเรียนยังได้ปรับตารางเรียนต่อหนึ่งวันให้ยาวขึ้น จากเดิมที่นักเรียนมักจะเลิกเรียนตอนเที่ยง ก็จะเปลี่ยนเป็นเรียนทั้งวันแทน ทั้งนี้ Gesamtschule มีทั้งแบบที่เรียนถึงเกรด 9 และเกรด 10 นักเรียนที่เรียนถึงเกรด 9 จะได้รับประกาศนียบัตรเช่นเดียวกับ Hauptschule และเกรด 10 จะได้ประกาศนียบัตรเหมือน Realschule
 

        ทีนี้ หลายคนก็อาจสงสัยว่า แล้วระดับมหาวิทยาลัยในเยอรมนีล่ะเป็นอย่างไร?

        สำหรับการเรียนมหาวิทยาลัยในเยอรมนีนั้นจะไม่มีการเก็บค่าเทอมค่าตั้งแต่ปี 2015 แล้วค่ะ แม้นักศึกษาต่างชาติจะต้องจ่ายค่าเรียนอยู่บ้างในบางหลักสูตร แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ค่าหนังสือและค่าธรรมเนียมเท่านั้น ในบางรัฐจะเรียกเก็บค่าเทอมเพิ่มหากนักศึกษาเรียนเกิน 4 ภาคการศึกษา ประมาณ 500 – 800 € ต่อหนึ่งภาค ทั้งนี้ ค่าเรียนยังขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองที่ปกครองแต่ละรัฐด้วย อย่างพรรค CDU/CSU และ FDP จะเห็นด้วยกับการจ่ายค่าเทอม ส่วน Die Grünen และ SPD จะต่อต้านการเก็บค่าแรกเข้าของนักศึกษา ในขณะที่ Die Linke. ไม่เห็นด้วยกับการเก็บค่าเทอมเลย
 

ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ!

        จากที่ได้กล่าวไปแล้วว่า นักเรียนที่เรียนจบ Gymnasium จะได้รับ Abitur ในตอบจบ ประกาศนียบัตรระดับนี้สามารถนำไปยื่นเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ มหาวิทยาลัยในเยอรมนีเองก็แบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภทอีกเช่นกันค่ะ ได้แก่ Hochschule และ Universität

Hochschule /โฮกชูเล่อะ/

        เรามักจะเข้าใจผิดว่า Hochschule นั้นมีหมายเหมือน ‘High School’ ในภาษาอังกฤษ เนื่องจาก ถ้าแปลตรงตัว ‘hoch’ แปลว่า ‘high’ ส่วน ‘Schule’ แปลว่า ‘school’ แต่ความจริงแล้ว Hochschule มีความหมายในภาษาไทยว่า ‘มหาวิทยาลัย’ ค่ะ

        Hochschule เป็นสถาบันทางการศึกษาระดับสูงที่มุ่งเน้นสอนทักษะและความรู้ที่นักศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอาชีพและเศรษฐกิจโดยตรง 50% ของเวลา นักศึกษาจะใช้ไปกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง และอีก 50% จะเป็นการเรียนรู้ในสาขาวิชาที่ตนเลือก อาจารย์ที่สอนในระดับนี้จำเป็นต้องเคยทำงานจริงในสาขาของตนมาก่อนอย่างน้อย 3 ปี เนื้อหาส่วนใหญ่จะเน้นที่สายวิศวกร ธุรกิจ วิทยาศาสตร์ประยุกต์ เป็นต้น ในปัจจุบันมีสถาบันที่เป็น Hochschule ในเยอรมนีกว่า 320 แห่งเลยทีเดียว

ส่องระบบการศึกษา "เยอรมนี" ที่ใครๆ ก็เลือกเรียนได้ตามความชอบ!

Universität /อูนิแฟซิเท้ท/
 
        เรียกได้ว่า Universität เป็นการศึกษาระดับสูงแบบดั้งเดิม คือ มุ่งไปที่การเรียนเกี่ยวกับทฤษฎี เชิงวิชาการ และการวิจัย มีสาขาวิชาให้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย อย่าง คณิตศาสตร์ หรือสถิติ อาจารย์ที่นี่ไม่จำเป็นต้องเคยมีประสบการณ์การทำงานในสายงานของตน เท่ากับว่านักศึกษาที่เรียนจบระดับปริญญาเอกเองก็สามารถเข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่ Universität ได้เช่นกัน

     
 
       เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ระบบการศึกษาของเยอรมนีค่อนข้างเปิดโอกาสให้กับนักเรียนที่มีความแตกต่างทั้งทางความสนใจและความสามารถมากเลยทีเดียว ถ้าใครสนใจอยากจะเรียนต่อที่เยอรมนี อย่าลืมเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของเรากันนะคะ



ข้อมูล

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paul

พี่ภรณ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เยอรมนี #Germany #Deutschland

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?