ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้! []

วิว
    สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ช่วงนี้กระแสบอลโลกกำลังมาแรงมากกก หลายๆ คนที่ติดตามดูก็น่าจะมีทีมที่เชียร์กันอยู่แล้วใช่มั้ยคะ พี่นิทาน เห็นว่าทีมชาติไอซ์แลนด์กำลังมาแรงเช่นกัน ก็เลยขอเกาะกระแส พูดถึง "ประเทศไอซ์แลนด์" ในหลายๆ มุมที่น้องๆ อาจไม่รู้มาก่อนค่ะ

    ล่าสุดก็มีหลายๆ คนพูดถึงเรื่องต่างๆ ของประเทศไอซ์แลนด์กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีประชากรน้อยสุดๆ คือประมาณ 337,780 คนทั้งประเทศ แถมพอมีบอลโลกก็ยังขนประชากรมากว่า 30,000 คน ดังนั้นก็แปลว่าประเทศยิ่งเหลือคนน้อยลงไปอีก! แต่วันนี้พี่จะไม่มาพูดเรื่องเดิมๆ ค่ะ เดี๋ยวจะเบื่อกันซะก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง (อ่านแล้วก็อยากไปไอซ์แลนด์มากกว่าเดิมอีกนะเนี่ย) 


1. 'ไอซ์แลนด์' คือดินแดนน้ำแข็งจริงเหรอ?


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    เคยได้ยินคนแซวๆ ประเทศ 'ไอซ์แลนด์' กับ 'กรีนแลนด์' ว่าตั้งชื่อสลับกันรึเปล่า? เพราะความจริงประเทศไอซ์แลนด์ไม่ได้มีน้ำแข็งปกคลุมทั้งประเทศ แต่กลับมีความเขียวชอุ่มและธรรมชาติมากมายเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นแค่ดินแดนแห่งน้ำแข็งได้ ขณะเดียวกันกรีนแลนด์ก็ดูจะหนาวมากมาก แถมถ้ามองจากแผนที่ (เช่น google map) จากด้านบนแล้วก็จะเห็นได้ว่ากรีนแลนด์น่ะมีแต่สีขาวปกคลุม สีเขียวตรงไหน? ไม่มี!

    ความจริงแล้วชื่อของประเทศไอซ์แลนด์ถูกตั้งขึ้นโดยชาวไวกิ้งกลุ่มหนึ่งที่พบเจอดินแดนแห่งนี้ก่อน และช่วงนั้นเป็นหน้าหนาว พวกเขาเลยตั้งชื่อดินแดนตามสิ่งที่เขาเห็น ก็คือถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน เลยเป็นที่มาของชื่อ 'Iceland' หรือดินแดนแห่งน้ำแข็งนั่นเองค่ะ มีอีกหนึ่งตำนานของชาวไอซ์แลนด์โบราณเล่าว่าชาวนอร์เวย์ชื่อ Naddodd เป็นชาวนอร์ส (Norseman: กลุ่มคนที่มาจากทางเหนือ เป็นคำใช้เรียกชาวนอร์ดิก) คนแรกที่เหยียบแผ่นดินไอซ์แลนด์ และตั้งชื่อไว้ว่า 'snow land' ไว้ก่อนหน้า 

    ชื่อประเทศไอซ์แลนด์จะเขียนและอ่านว่า Ísland (อิสท์ลันด์) ในภาษาไอซ์แลนดิก และมีความหมายเหมือนคำว่า Iceland ค่ะ 


2. 'นามสกุล' คือชื่อของ 'พ่อ' เท่านั้น 


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ และพี่ก็เพิ่งสังเกตได้ตอนที่เคยติ่งนักร้องชาวไอซ์แลนด์คนนึง ว่าทำไมนามสกุลถึงมีชื่อพ่อเค้าอยู่ แล้วทำไมนามสกุลของพ่อเค้า ถึงมีชื่อของพ่อของพ่อเค้าไปอีก.. งงใช่มั้ยคะ ก็คือว่าชาวไอซ์แลนด์มีนามสกุลแบบ 'ส่วนบุคคล' เท่านั้น ไม่ใช่นามสกุลตามตระกูลเหมือนที่ประเทศส่วนมากใช้กัน 

    การใช้นามสกุลแบบที่ไม่ตามตระกูลเหมือนคนอื่นทั่วๆ ไปในไอซ์แลนด์นั้นเริ่มมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 20 และยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน การตั้งชื่อนามสกุลก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ยกตัวอย่างคือ Jón Einarsson (พ่อ) แต่งงานกับ Bryndís Atladóttir (แม่) และมีลูกสองคน คนแรกเป็นลูกชาย ชื่อ Ólafur Jónsson ส่วนคนที่สองเป็นลูกสาว ชื่อ Katrín Jónsdóttir เห็นมั้ยคะว่า พ่อชื่อ Jón ลูกชายเลยได้นามสกุล Jónsson (son: ลูกชาย) ลูกสาวได้นามสกุล Jónsdóttir (dottir: ลูกสาว) ส่วนถ้าจะหาว่าคุณปู่ของเด็กๆ ชื่ออะไร ก็ง่ายๆ เลย คือ Einar นั่นเอง (และคุณตาก็ชื่อ Atla นั่นเองจ้า) 

    แต่เรื่องนี้ก็เป็นที่ถกเถียงในหลายๆ ประเด็น เช่น แล้วชาวไอซ์แลนด์ที่ไปตั้งรกรากในประเทศอื่นล่ะ? แล้วชาวต่างชาติที่มาแต่งงานและอาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ล่ะ? และที่ซับซ้อนกว่าคือ ถ้าพ่อหรือแม่แต่งงานใหม่แล้วมีลูกติดมา ลูกคนใหม่ก็จะใช้นามสกุลพ่อใหม่ หรือไม่ก็ครอบครัวที่มีพ่อ/แม่ เป็นคู่รักเพศเดียวกัน ลูกจะมีนามสกุลแบบไหนกัน??? ก็จะได้ข้อสรุปว่าแล้วแต่ว่าแต่ละครอบครัวจะใช้ชื่อใครมาตั้งชื่อนามสกุลนั่นเองค่ะ 


3. เคยมีนายกฯ หญิงที่เป็นชาว LGBT 


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    ปัจจุบันไอซ์แลนด์มีนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองของประเทศ ชื่อ Katrín Jakobsdóttir ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2017 ที่ผ่านมานี้และเป็นนายกฯ คนที่ 28 ของประเทศไอซ์แลนด์ โดยนายกคัทรินออกตัวว่าเป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายในพรรคการเมือง Left-Green Movement ที่จะเน้นโฟกัสในเรื่องประชาธิปไตยแบบสังคมนิยม เฟมินิสต์ และ แนวคิดเชิงสิ่งแวดล้อมนิยม 

ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    น่ายินดีไปกับไอซ์แลนด์ที่มีผู้นำเป็นผู้หญิงที่ดูจะมีแนวคิดที่น่าสนใจและนำพาให้ประเทศดีขึ้นได้ แต่นอกจากนายกคัทรินแล้ว นายกหญิงคนแรกก็น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ เธอชื่อ โยฮันนา Jóhanna Sigurðardóttir ที่เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไอซ์แลนด์เมื่อปี 2009 จนถึงปี 2013 โดยโยฮันนาเป็นนายกหญิงคนแรกของโลกที่เปิดตัวว่าเป็นชาว LGBT หรือเป็นเลสเบี้ยนด้วยค่ะ ด้วยเหตุนี้เลยทำให้ภรรยาของเธอกลายเป็น 'First Lady' หรือสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่เป็นชาว LGBT คนแรกของโลกเช่นกันค่ะ 


4. มีภูเขาไฟที่ชื่ออ่านออกเสียงยากที่สุดในโลก!


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    ภาษาไอซ์แลนด์ หรือไอซ์แลนดิกเป็นหนึ่งในภาษาที่ยากกกกที่สุดในโลก ถ้าใครยังไม่เคยเห็น หรือไม่เชื่อ พี่ขอเริ่มต้นที่ชื่อของภูเขาไฟ Eyjafjallajökull แล้วกันค่ะ เพราะชื่อนี้เป็นชื่อที่ทุกคนถือว่าออกเสียงยากสุดๆ ชนิดที่ว่าพี่ก็ไม่กล้าเขียนคำอ่านออกมาให้น้องๆ ออกเสียงตามได้เลยค่ะ เพราะพี่เองก็งง ขนาดว่าทั้งอ่านทั้งฟังเสียงที่มีคนสอนแล้วนะเนี่ย

    Eyjafjallajökull เป็นชื่อเรียกของแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ปกคลุมพื้นที่ของภูเขาไฟ ชื่อของมันในภาษาไอซ์แลนด์ก็แปลได้ตามสภาพเลยค่ะ คือเป็น Island Mountain Glacier หรือแปลว่าภูเขาของเกาะต่างๆ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง (งงกว่าอ่านชื่ออีก) ภูเขาไฟของ Eyjafjallajökull เกิดการระเบิดค่อนข้างบ่อย และที่เกิดขึ้นล่าสุดก็คือเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมานี้เองค่ะ 

    ใครที่อยากรู้ว่า  Eyjafjallajökull อ่านออกเสียงว่ายังไงกันแน่ ลองมาให้หนุ่มชาวไวกิ้งสอนอ่านกันชัดๆ ดีกว่าค่ะ 

Clip

How to pronounce Eyjafjallajokull

 
5. มีนักร้องและนักดนตรีเจ๋งๆ เยอะมาก


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!
Björk

    ใครเป็นคอดนตรี (ที่ไม่ใช่แค่เพลงไทย) น่าจะเคยได้ยินชื่อศิลปินมากความสามารถแบบหาคนเปรียบเทียบยากอย่าง Björk ที่มีผลงานออกมามากมายกว่า 9 อัลบั้ม และไม่ใช่แค่งานเพลงเท่านั้นนะคะ ดนตรีต่างๆ ของเธอก็ถือว่าเป็นศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมไปถึงการออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายต่างๆ ด้วยค่ะ 

    แต่นอกเหนือจาก Björk แล้ว ประเทศไอซ์แลนด์ก็มีนักร้องและดนตรีที่น่าสนใจและมีพรสวรรค์สูงจนน่าติดตามอีกหลายคนเลยค่ะ เช่น Sigur Rós, Of Monsters and Men, Ólafur Arnalds, Lay Low และอีกหลายๆ วง แต่ถ้าจะให้แนะนำสำหรับแนวเพลงที่คนไทยชอบแบบฟังสบายๆ มุ้งมิ้งน่ารักก็ลองฟังวง My bubba ดูก็ได้ค่ะ ขอบอกว่าทุกคนต้องหลงรักแน่ๆ 

Clip

Island - My bubba


6. ตำนานเทพต่างๆ และนิทานพื้นบ้าน


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    พี่เคยเขียนเรื่องตำนานบ้านเอลฟ์ในไอซ์แลนด์มาแล้วว่าที่ประเทศไอซ์แลนด์เนี่ยเป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย เพราะทั้งภูมิประเทศ สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ดูเหมือนมีพลังวิเศษบางอย่างที่ใครไปแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าจะมีสัตว์ในเทพนิยายออกมาจริงๆ รึเปล่านะ? จริงๆ แล้วชาวไอซ์แลนด์เขาก็ยังเชื่อกันอยู่ลึกๆ เหมือนกันค่ะ ว่าอาจจะมีภูติจิ๋ว เอลฟ์ หรือสัตว์ในตำนานอยู่จริงๆ ก็ได้นะ 

    แต่ตำนานเหล่านี้ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจริงๆ แล้วเรื่องราวต่างๆ มันเป็นมายังไงกันแน่ รู้แต่ว่าในสมัยก่อนชาวไอซ์แลนด์จะชอบเล่านิทานพื้นบ้านต่างๆ ที่เล่าต่อกันมารุ่นสู่รุ่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพหรือสัตว์ประหลาดต่างๆ โดยการเล่าเรื่องพวกนี้ก็ใช้แก้เหงาและแก้เบื่อในช่วงวันคืนอันหนาวเหน็บนั่นเองค่ะ นอกจากนั้นการเล่าเรื่องตำนานต่างๆ ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้สอนเด็กๆ ให้เคารพธรรมชาติและรู้จักรักษาคุณค่าให้คงอยู่ต่อๆ ไปอีกด้วย 

    ปัจจุบันชาวไอซ์แลนด์ก็ยังแอบเชื่อในเรื่องของภูติหรือสัตว์ในตำนานต่างๆ เช่น เอลฟ์ ที่ชาวไอซ์แลนด์มักจะสร้างบ้านเล็กๆ ไว้ตามบริเวณบ้านพวกเขาให้เอลฟ์อยู่ด้วยค่ะ 


7. เพิ่งจะมีคาเฟ่แมวเปิดเป็นแห่งแรก! 


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    ในขณะที่เมืองไทยเปิดคาเฟ่แมวหรือคาเฟ่สัตว์ต่างๆ ตามเทรนด์จากประเทศญี่ปุ่น รวมไปถึงหลายๆ ประเทศในเอเชียก็มีอะไรแบบนี้เหมือนกัน ที่ไอซ์แลนด์ก็เพิ่งมีคาเฟ่แมวแห่งแรกเปิดไปเมื่อต้นปีนี้เองค่ะ โดยเจ้าของคาเฟ่ที่ชื่อว่า Gígja Sara Björnsson และ Ragnheiður Birgisdóttir ก็ได้ไอเดียมาจากญี่ปุ่นเช่นกันค่ะ แต่ไอเดียของที่นี่คือจะให้แมวเหมียวต่างๆ ที่ 'อยากมีบ้านอยู่' มานั่งเล่น นอนเล่นให้แขกได้เข้ามาเล่นด้วย และใครที่ถูกใจก็นำพวกเขากลับไปเลี้ยงได้เลย 

    คอนเซปต์ของร้านก็น่าจะคล้ายๆ กับคาเฟ่แมวในประเทศอื่นๆ ที่ในร้านจะมีชา กาแฟ ขนมหวานให้สั่งทานเพลินๆ พร้อมกับเล่นกับน้องเหมียวต่างๆ แต่ก็มีกฏว่าห้ามปลุกเจ้าเหมียวหรือห้ามอุ้มเหมือนกับที่คาเฟ่อื่นๆ เช่นกันค่ะ คาเฟ่แมวแห่งนี้ชื่อ Kattakaffihúsið ตั้งอยู่ที่เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ ใครสนใจก็ลองไปติดตามเฟซบุ๊กร้านก่อนได้เลยจ้า 


8. เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังชื่อดังต่างๆ 


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    แฟนๆ Game of Thrones น่าจะรู้ว่าหลายๆ ฉากในเรื่องก็มาถ่ายทำกันที่ประเทศไอซ์แลนด์นี่แหละค่ะ เพราะทิวทัศน์ต่างๆ เอื้อกับเนื้อเรื่องของหนังมากๆ และไม่ใช่แค่ GoT เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่เราก็เคยดูผ่านๆ ตากันบ้าง เช่น Star Wars, Batman Begins, Fast & Furious 8, James Bond ซีรีส์ต่างๆ หรือจะเป็นเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ที่ทำให้กระแสท่องเที่ยวไอซ์แลนด์บูมขึ้นเยอะเช่นกัน อ้อ แล้วก็มีมิวสิควิดีโอของ Justin Bieber ด้วยค่ะ (ใครเป็น Bielieber น่าจะรู้นะว่าเพลงอะไร)  

ป.ล. ถ้ารูปไม่ชัด กดเข้าไปในลิงก์ด้านล่างรูปเพื่อดูรายชื่อหนังเพิ่มเติมได้เลยจ้า


9. ที่ไหนก็มีสระน้ำ 


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    สระน้ำที่ขึ้นชื่อและโด่งดังที่สุดในไอซ์แลนด์ก็คือ Blue Lagoon ที่ใครๆ ก็อยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต แต่นอกเหนือจากบลูลากูนแล้ว ยังมีสระน้ำหรือบ่อน้ำร้อนธรรมชาติอีกมากมายหลายแห่งที่ใครๆ ก็สามารถไปแช่น้ำได้ เพราะชาวไอซ์แลนด์จะชื่นชอบการแช่น้ำร้อนเป็นชีวิตจิตใจมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำตามชุมชน ตามเมือง หรือสระน้ำธรรมชาติที่มีให้เลือกหลายแห่งถ้าได้เที่ยวในไอซ์แลนด์ อาจเพราะอากาศหนาวเย็นตลอดปีเลยทำให้การแช่น้ำอุ่นๆ คือการผ่อนคลายอีกอย่างหนึ่ง รวมไปถึงได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยค่ะ 

ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!  

    สระน้ำ Seljavallalaug เป็นอีกหนึ่งแห่งที่เรียกได้ว่าเป็น 'โอเอซิส' ที่พี่อยากไปมากก และที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดยอดฮิตของนักท่องเที่ยวสายลุยๆ เช่นกันค่ะ สระ Seljavallalaug นี้เป็นสระน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในไอซ์แลนด์ (สร้างขึ้นเมื่อปี 1923) และรายล้อมด้วยภูเขาสีเขียวชอุ่มชวนให้คิดว่า 'นี่ฝันไปหรือเปล่านะ?' ก่อนหน้านี้ก็เป็นสระที่สร้างไว้ให้ชาวบ้านเรียนว่ายน้ำเพื่อใช้ในชีวิตจริง เพราะชาวบ้านสมัยนั้นทำอาชีพประมงกันซะส่วนใหญ่ และความพิเศษของสระนี้คือน้ำในสระมาจากน้ำพุร้อนที่ไม่ว่าอากาศจะหนาวแค่ไหน น้ำก็ยังคงความร้อนให้แช่ได้สบายๆ ตลอดปี และที่สำคัญคือที่นี่ไม่เก็บค่าเข้าค่ะ 


10. เป็นประเทศแรกที่เงินเดือนหญิง-ชายเท่าเทียมกัน


ไม่ใช่แค่นักฟุตบอลและแสงเหนือ เพราะ 'ไอซ์แลนด์' ยังมีอีก 10 เรื่องเจ๋งๆ ที่เราไม่เคยรู้!

    เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมามีข่าวที่น่าสนใจออกมาก็คือ ประเทศไอซ์แลนด์กลายเป็นประเทศแรกที่จ่ายเงินเดือนและค่าจ้างให้เพศชายและหญิงอย่างเท่าเทียมกัน อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าในบางอาชีพ ไม่ว่าจะประเทศอะไรก็ตาม จะมีอัตราเงินเดือนของชายและหญิงที่ต่างกัน เช่น บางอาชีพจ่ายให้ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ทั้งๆ ที่ทำตำแหน่งเดียวกัน เนื้องานเดียวกัน 

    กฎหมายนี้บังคับใช้ในประเทศไอซ์แลนด์ตั้งแต่วันปีใหม่ 2018 ที่ผ่านมา โดยถ้าบริษัทหรือองค์กรไหนฝ่าฝืนหรือไม่จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน หรือชนชาติใด จะถือว่า 'ผิดกฎหมาย' ค่ะ แต่ถึงจะฟังดูดี ก็ยังมีหลายๆ คนที่ไม่เห็นด้วย และอ้างว่าความจริงแล้วเพศชายกับเพศหญิงแตกต่างทางกายภาพอยู่แล้ว ดังนั้นก็แปลว่าผู้ชายน่าจะต้องทำงานได้อดทนและแข็งแรงกว่า... น้องๆ คิดว่ายังไงคะ?

   

      ความจริงยังมีเรื่องที่น่าสนใจมากกว่า 10 ข้อที่พี่ก็อยากเล่าให้ฟังอีกเหมือนกันนะคะ แต่กลัวว่าอ่านไปอ่านมาเดี๋ยวจะเบื่อไอซ์แลนด์ซะก่อน 555 เอาเป็นว่าอ่านจบแล้วขอก็ยกให้ไอซ์แลนด์เป็นอีกหนึ่งในประเทศที่ต้องลิสต์ไว้ว่าต้องไปให้ได้ในชีวิตนี้แล้วกันค่ะ (คิดเหมือนกันมั้ยนะ) ^^ 

อ้างอิง
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nitan

พี่นิทาน - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Iceland #ไอซ์แลนด์ #เรคยาวิก #แสงเหนือ #สแกนดิเนเวีย #เอลฟ์ #ภูเขาไฟ #LGBT #แมว #game of thrines #game of thrones

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?