รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า! []

รวม 6 เรื่องแปลกๆ ของประเทศอิตาลีที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน!
4,051 2
​       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com พูดถึงประเทศอิตาลีใครๆ ก็นึกถึงอาหารอิตาเลียน งานศิลปะ และหนุ่มอิตาเลียนหล่อๆ ใช่ไหมคะ แต่บอกเลยว่าที่นี่มีอะไรน่าสนใจกว่านั้นเยอะ วันนี้ พี่ภรณ์ เลยนำเรื่องราวเจ๋งๆ ในอิตาลีที่น้องๆ อาจจะยังไม่รู้มาให้อ่านกันค่ะ จะเจ๋งและแปลกขนาดไหน ไปอ่านกันเลย!
 


มิกกี้ เม้าส์ไม่ได้ชื่อ “มิกกี้ เม้าส์”


​       คงไม่มีใครไม่รู้จักตัวละครหนูชื่อดังอย่าง “มิกกี้ เม้าส์” (Mickey Mouse) แต่ในอิตาลี เจ้าหนูของดิสนีย์กลับเป็นที่รู้จักในชื่อ “โตโปลิโน่” (Topolino) แทน นั่นก็เพราะในปี 1932 หลังจากที่วอลต์ ดิสนีย์ (Walt Disney) ได้เผยแพร่การ์ตูนสั้นที่ชื่อว่า Steamboat Willie หรือ เรือกลไฟวิลลี่ ที่พูดถึงการล่องเรือกลไฟของมิกกี้ เม้าส์และผองเพื่อน มาริโอ้ เนอร์บินี (Mario Nerbini) บรรณาธิการหนังสือการ์ตูนชาวอิตาเลียนได้ออกแบบตัวการ์ตูนหนูที่มีหน้าตาเหมือนมิกกี้ เม้าส์เป็นของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า “Topo Lino” ที่แปลว่า เจ้าหนูตัวเล็ก ในภายหลังเนอร์บินีได้รับลิขสิทธิ์ในการทำหนังสือการ์ตูนเรื่องมิกกี้ เม้าส์ โดยอยู่ภายใต้เครือข่ายของดิสนีย์ประเทศอิตาลี แต่ชื่อโตโปลิโน่กลายเป็นที่รู้จักและติดปากชาวอิตาเลียนไปแล้ว เขาจึงยังใช้ชื่อนี้ถึงทุกวันนี้

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!

​       แม้แต่อนิเมชั่นสมัยใหม่ของมิกกี้ เม้าส์ อย่าง Mickey Mouse Clubhouse ก็ยังคงใช้ชื่อนี้อยู่ นั่นก็คือ La Casa di Topolino แปลว่า บ้านของมิกกี้ เม้าส์ ค่ะ นอกจากนี้ ไม่ได้มีแต่มิกกี้เท่านั้นนะคะที่เปลี่ยนชื่อ แฟนสาวของมิกกี้ก็ถูกชาวอิตาเลียนเรียกว่า มินนี เหมือนกัน แต่สะกดว่า Minni แทนค่ะ ส่วนโดนัลด์ ดั๊ก ก็เปลี่ยนชื่อเป็น เปาลิโน่ ปาเปริโน่ (Paolino Paperino) เดซี ดั๊ก จะเรียกว่า ปาเปริน่า (Paperina) คู่หูอีกหนึ่งตัวของมิกกี้อย่าง กูฟฟี่ ก็ได้ชื่อใหม่ว่า ปิ๊ปโป้ (Pippo) แต่น้องหมาของมิกกี้กลับยังคงใช้ชื่อพลูโตอยู่เหมือนเดิมค่ะ

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!


สั่งพิซซ่าหน้าเปปเปอโรนี ทำไมมีแต่พริก?


​       ของขึ้นชื่อที่ใครๆ ก็ห้ามพลาดเวลามาอิตาลีก็หนีไม่พ้นอาหารอิตาเลียนนี่แหละค่ะ ยิ่งเป็นพิซซ่าแบบดั้งเดิมแล้ว ถ้ามาแล้วจะไม่ลองสักหน่อยก็คงไม่ได้ แต่น้องๆ บางคนที่เคยไปสั่งพิซซาหน้าเปปเปอโรนีแล้วสิ่งที่มาเสิร์ฟกลับไม่เหมือนที่คิดก็ไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะเปปเปอโรนี (Pepperoni) ที่รู้จักกันโดยทั่วไปในฝั่งอเมริกาจะเป็นไส้กรอกชนิดแห้ง ทำมาจากเนื้อหมูผสมกับเนื้อวัว มีลักษณะแข็ง ถูกหั่นเป็นชิ้นบางๆ ในขณะที่ที่อิตาลี เปปเปอโรนี (Peperoni อ่านเหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกันนะคะ) จะหมายถึงพริกหวานต่างหาก ส่วนใครที่อยากจะกินเปปเปอโรนีที่เป็นไส้กรอกให้สั่งว่า ซาลามี (Salami) แทนค่ะ

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!


สปาเก็ตตีมีทบอลไม่ใช่อาหารอิตาเลียนแท้


​       ถ้าพูดถึงอาหารอิตาเลียนอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็ต้องเป็นสปาเก็ตตีค่ะ และสปาเก็ตตีมีทบอลกับซอสมะเขือเทศเองก็เป็นอาหารอิตาเลียนจานแรกๆ ที่คนนึกถึง แต่ความจริงแล้วน้องๆ แทบจะหาสปาเก็ตตีมีทบอลกินที่อิตาลีไม่ได้เลย นั่นก็เพราะว่ามันไม่ใช่อาหารอิตาเลียนแท้ค่ะ และในขณะเดียวกัน น้องๆ ที่ไปอิตาลีจะสังเกตเห็นว่า อาหารอิตาเลียนดั้งเดิมไม่นิยมใช้ซอสมะเขือเทศมาเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากซอสมะเขือเทศเพิ่งเข้ามาในประเทศอิตาลีเมื่อประมาณปีคริสต์ศตวรรษที่ 18 นี้เองค่ะ

​       ส่วนอาหารอิตาเลียนที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ มักจะเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารอิตาเลียนและอเมริกัน โดยเชื่อว่า ผู้ที่ทำสปาเก็ตตีมีทบอลขึ้นมา เป็นชาวอิตาเลียนที่อพยพไปอยู่อเมริกา และเลือกใช้เนื้อราคาถูกมาบด ผสมกันเป็นมีทบอลค่ะ นอกจากนี้ การที่ประเทศอิตาลีล้อมรอบด้วยทะเล ทำให้อาหารต้นตำหรับบางส่วนนิยมเป็นอาหารทะเลค่ะ

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!


นอนกลางวัน


​       หลังจากกินอาหารกลางวันมื้อใหญ่ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนเป็นธรรมดาค่ะ ชาวอิตาเลียนก็เลยคิดวิธีแก้ปัญหาด้วยการปิดกิจการทั้งหมดแล้วมานอนกลางวันซะเลย การนอนกลางวัน หรือ ริโปโซ (Riposo) จะเริ่มประมาณ 12.30 หรือ 13.30 หลังกินอาหารกลางวันเสร็จ ร้านค้า พิพิธภัณฑ์ และโบสถ์จะปิดทำการเพื่อให้พนักงานกลับบ้านไปพักผ่อนค่ะ นักเรียนเองก็จะมีเรียนแค่ครึ่งวันเพื่อกลับไปกินอาหารที่บ้านเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาทำงานอีกครั้งในช่วงประมา 4 – 5 โมงเย็นค่ะ ส่วนอาหารเย็นก็จะเลื่อนไปจนเกือบ 3 - 4 ทุ่มเลยทีเดียว ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือ ชาวอิตาเลียนเชื่อว่า การพักผ่อนตอนกลางวันสามารถทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพราะการนอนส่งผลให้ทุกคนรู้สึกเหมือนได้เติมพลังนั่นเองค่ะ

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!
Photo: pixabay.com


มีแหล่งมรดกโลกมากที่สุดในโลก


​       นอกจากเรื่องอาหารแล้ว สิ่งที่ดังไม่แพ้กันก็คือ ธรรมชาติและสถาปัตยกรรมค่ะ อิตาลีเป็นประเทศที่มีแหล่งธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) มากที่สุดในโลก ถึง 53 แหล่งเลยทีเดียว โดยจะแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 48 แหล่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติอีก 3 แหล่งค่ะ

​       หากจะพูดถึงแหล่งมรดกโลกดังๆ ที่น้องๆ ได้ยินแล้วจะต้องร้องอ๋อก็อย่างเช่น หอเอนเมืองปิซา หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ด้วยความสูง 8 ชั้นที่แม้จะมีคนพยายามทำให้ตรงเท่าไหร่ หอนี้ก็ไม่เคยตั้งตรงเสียทีและที่สำคัญคือหอนี้ไม่เอนจนล้มลงมาเลยสักครั้ง หรือเมืองเวโรนา เมืองทางตอนเหนือของอิตาลีที่เต็มไปด้วยศิลปะ และมีโรงอุปรากรกลางแจ้งขนาดยักษ์ แถมยังเป็นฉากให้แก่บทละครดังเรื่อง โรมิโอและจูเลียต (Romeo and Juliet) ของเชคสเปียร์ (Shakespeare) อีกด้วย เรียกได้ว่า ถ้าใครมีโอกาสไปเยือนอิตาลีอย่าได้พลาดสักที่เลยเชียว

รวม 6 เรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับ "อิตาลี" ที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นพาสต้า!
Photo: reddit.com


หมากรุกที่ใช้คนจริงเป็นตัวหมาก


​       เป็นตำนานเล่าต่อกันมาว่า ในปี 1454 มีอัศวิน 2 คนตกหลุมรักผู้หญิงคนเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ว่าใครจะได้หญิงสาวคนนี้ไปเป็นคู่ครอง พวกเขาจึงตัดสินใจดวลดาบกัน แต่แล้วพ่อของฝ่ายหญิงกลับไม่อยากให้ทั้งคู่เสียเลือดเสียเนื้อ จึงเลือกวิธีการแข่งหมากรุกโดยใช้ตัวหมากเป็นมนุษย์ในการแข่งแทน หลังจากนั้นทุกๆ 2 ปีจะมีการจัดการแสดงแข่งหมากรุกขึ้นในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกันยายน ณ เมืองมารอสติก้า (Marostica) ผู้เข้าแข่งขันจะแต่งกายเป็นกษัตริย์ ราชินี อัศวิน บิชอป และตัวหมากรุกตัวอื่นๆ ด้วยเสื้อผ้าและอาวุธสมัยยุคเรเนสซองส์ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนพาเหรด เต้นรำ การแสดงดนตรี และจุดพลุเฉลิมฉลอง สำหรับในปีนี้งานเทศกาลดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่  7 – 9 กันยายน 2018 ค่ะ


       แค่นี้ก็อยากจะไปเที่ยวอิตาลีสักครั้งแล้วล่ะค่ะ ทั้งไปเยือนแหล่งมรดกโลก ชมการแสดงหมากรุกที่ใช้คนจริง ชิมอาหารสูตรดั้งเดิม และไหนจะได้นอนกลางวันอีก พี่ว่า อิตาลีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ส่วนใครที่เคยไปอิตาลีแล้วเจอประสบการณ์สนุกๆ แบบนี้ ก็อย่าลืมนำมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ :)
 


ข้อมูล
#Studyabroad #Italy #Italian #อิตาลี #Culture Shock #Mickey Mouse

บทความที่นิยมอ่านต่อ

2 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?