เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม" []

...แต่ไม่มีรถไฟฟ้า BTS นะคะ
26,071 0
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D ตอนนี้ชาวไทยและชาวต่างชาติพากันดีใจกันยกใหญ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้พบโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทั้ง 13 คนที่ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนแล้ว แถมยังเจอแบบอยู่รอดปลอดภัยครบทุกคนด้วย (อัปเดตข้อมูลเมื่อ 03/07/61) ขอบคุณทุกคนที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้นะคะ ^^ เดี๋ยวเราจะมาขอแชร์เรื่องเล่าของผู้รอดชีวิตรายอื่นๆ ในต่างประเทศ จากเหตุการณ์ติดในถ้ำใต้ดิน ถ้ำใต้น้ำ และซากเรือล่ม เพื่อให้เราพอเห็นภาพว่าเขาต้องพบเจออะไรบ้าง และต้องอยู่ด้วยวิธีไหนจึงจะรอดออกมาได้!

เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม"
Photo by Luca Bravo on Unsplash
 

1. Okene Harrison

ชายที่ใช้ชีวิตอยู่ใต้ท้องเรือ 3 วัน กับกระป๋องโค้กคู่ใจ

        ย้อนไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2013 “Jascon-4” เรือโยงของบริษัทน้ำมัน ถูกคลื่นพัดจนเรือพลิกคว่ำและจมสู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกลึกลงไปราวๆ 30 เมตร ส่งผลให้ลูกเรือ 11 คน (จากทั้งหมด 12 คน) ติดอยู่ในห้องโดยสารและเสียชีวิต

        ส่วนคนที่รอดมาได้อย่างปาฎิหาริย์ คือ “Okene Harrison” ชาวไนจีเรียที่ตอนนั้นอายุ 29 ปี ทำงานเป็นพ่อครัวของเรือ บอกเลยค่ะว่าเขามาพร้อมไหวพริบและดวง อย่างแรกเลยคือจังหวะที่เรือกำลังพลิกคว่ำ เขาอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งถือว่าปลอดภัยกว่ามากถ้าเทียบกับห้องโดยสารที่ขังลูกเรือคนอื่นๆ ไว้
 

       ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ถ้ามาเห็นสภาพจริงๆ จะเห็นว่าโอกาสรอดของโอเคเน่แทบจะเป็น 0 อยู่ดี เพราะตรงนั้นทั้งหนาวทั้งมืด ไม่มีทั้งอาหารและน้ำสะอาด สิ่งที่มีในมือมีแค่โค้ก 1 กระป๋อง เสื้อชูชีพ พร้อมไฟฉายขนาดเล็กที่ใกล้จะสิ้นอายุขัย ส่วนสภาพจิตใจยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะต้องมาเห็นภาพสยองๆ ที่ฉลามและฝูงปลาอื่นๆ ว่ายมากินซากศพของเพื่อนที่เสียชีวิตไปแล้ว

        โชคดี(อีกแล้ว)ที่เขาค้นพบช่องอากาศแคบๆ ขนาดราวๆ 1.2 เมตรสำหรับหายใจ และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ก็อยู่ในระดับปลอดภัยด้วย ปัญหาคือปริมาณออกซิเจนมีจำกัด แถมระดับน้ำก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จนจะท่วมห้องอยู่แล้ว นาทีนั้นเขาคิดแล้วแหละว่าต้องไม่รอดแน่ๆ ทำได้แต่นึกถึงเพื่อน ครอบครัว และสวดอ้อนวอนพระเจ้า ยื่นข้อเสนอไปว่า ถ้าพระเจ้ามาช่วยจริงๆ เขาจะไม่มาแตะทะเลอีกเลย!

        สุดท้ายปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นจริงๆ ค่ะ เมื่อหน่วยกู้ภัย DCN Diving ดำน้ำลงมาเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตพอดี แม้ว่านาทีที่โอเคเน่ปรากฏตัวจะทำให้เจ้าหน้าที่ช็อกนิดๆ แต่สุดท้ายก็จบแบบ Happy Ending พ่อครัวชาวไนจีเรียกลับขึ้นบกอย่างปลอดภัย
 

 
        เหตุการณ์นี้กระทบจิตใจเขาอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะหลังจากกลับมาแล้ว เขายังคงรู้สึกผิดว่าทำไมพระเจ้าให้เขารอดแค่คนเดียว? แถมภรรยายังบอกด้วยว่า เธอเคยตื่นมาได้ยินสามีพูดว่า เตียงกำลังจะจมลงไปในทะเล

 

2. Xisco Gracia

ชายที่ติดในถ้ำใต้น้ำ 60 ชั่วโมง จนหยิบมีดมาเตรียมฆ่าตัวตาย
 

        เมื่อเมษายนปีที่แล้ว “Xisco Gracia” ครูสอนภูมิศาสตร์ชาวสเปน วัย 54 ปี ได้ใช้วันหยุดหลายสัปดาห์ในการสำรวจและทำแผนที่ระบบแสนซับซ้อนของถ้ำใต้น้ำ โดยเขาบอกว่าใต้ดินของเกาะมัลยอการ์ (Mallorca) สวยงามกว่าบนพื้นดินซะอีก 

เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม"
Photo Credit: BBC

        ด้วยเหตุนี้ เขาและบัดดี้นักประดาน้ำที่ชื่อ “Guillem Mascaró” ได้เข้าไปสำรวจ “Sa Piqueta” ซึ่งเป็นถ้ำที่มีโถงจำนวนมาก อยู่ห่างจากทางเข้าเขาวงกตแค่ 1 กิโลเมตร เมื่อถึงที่หมายแล้ว กราเซียก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับการเก็บตัวอย่างหิน ส่วนเพื่อนของเขาดำน้ำไปที่อื่น

        ความซวยคือทั้งคู่วกกลับมาพร้อมกันที่ทางแยก ตะกอนบนพื้นดินก็ลอยขึ้นมาจนทำให้มองอะไรไม่เห็น พอจะควานหาเชือกไนล่อนที่พากลับไปยังทางเข้าได้ ก็ไม่รู้ว่าฉีกขาดหรือหลุดลอยไปตั้งแต่ตอนไหน แล้วที่สำคัญคือทั้งคู่ต้องแข่งกับเวลา เพราะอากาศในถังออกซิเจนมีอยู่จำกัด ทันใดนั้น กราเซียจำได้ว่าถ้ำนี้มี "ช่องอากาศ" (air pocket) อยู่ในโถงใกล้ๆ ทั้งคู่เลยพากันดำไปที่จุดนั้น และตกลงกันว่าจะเอายังไงต่อไปดี เพราะที่นั่นมีอากาศเพียงพอสำหรับคนเดียวเท่านั้น

เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม"
Photo Credit: BBC

        ข้อสรุปคือกราเซียให้เพื่อนออกไปขอความช่วยเหลือ แล้วตนจะรออยู่ที่นี่ เหตุผลคือเพื่อนผอมกว่า จึงใช้อากาศหายใจน้อยกว่า ส่วนตัวเองก็มีประสบการณ์ในการหายใจด้วยอากาศในถ้ำมากกว่า จึงสามารถรับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้นานกว่าเพื่อน ถึงแม้เพื่อนจะลังเล แต่พวกเขาก็ต่างรู้ว่านี่เป็นเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น

        หลังจากบัดดี้จากไป กราเซียได้วางทิ้งอุปกรณ์ต่างๆ และสำรวจโถงถ้ำที่มีขนาดราวๆ 20 x 80 เมตร ส่วนระยะห่างระหว่างน้ำและเพดานก็ราวๆ 12 เมตร เขารู้ดีว่าน้ำที่พื้นผิวทะเลสาบสามารถดื่มได้ และยังค้นพบว่ามีหินที่ให้เขาพำนักได้ กราเซียต้องจัดการทุกอย่างโดยปราศจากแสงไฟค่ะ บัดนี้ไฟฉาย 2 ใน 3 แบตเตอรี่หมดเรียบร้อย ส่วนอันที่สามก็ใกล้แบตฯ หมด แต่ยังไงซะ ความหวังของเขาเต็มเปี่ยมแค่ 7-8 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเพื่อนของเขาหลงทางหรือจากโลกนี้ไปหรือยัง?

        ระหว่างที่เขากำลังรอคอยอย่างสงบ ร่างกายที่หายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปปริมาณมากก็เริ่มเกิดปฏิกิริยา (ปกติแล้วคนเราจะหายไปก๊าซนี้ไปแค่ 0.04% แต่ในถ้ำนี้มีสูงถึง 5% เลยทีเดียว) เขาเริ่มจะปวดหัวและเหนื่อยล้าจากภาวะขาดก๊าซออกซิเจน ประสาทก็เริ่มจะหลอนๆ แล้ว เขารู้สึกเหมือนมีแสงไฟในทะเลสาบ มีเสียงของฟองสบู่ของนักดำน้ำ แต่หันไปแล้วกลับไม่พบอะไรเลย

        ทันใดนั้น กราเซียก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังขุดเจาะถ้ำดังมาจากด้านบน เลยเดาว่าเพื่อนของเขาน่าจะมาช่วยแล้ว ...แต่แล้วเสียงก็เงียบหายไป ทำให้กราเซียกลับเข้าโหมดสิ้นหวังอีกครั้ง ตัดสินใจว่ายน้ำกลับไปหยิบอุปกรณ์และมีดมาเตรียมพร้อม เพราะหากเขาสามารถจบชีวิตอย่างรวดเร็วด้วยมีดเล่มนี้ได้ แทนที่จะตายช้าๆ แบบทรมานเพราะรับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


        และแล้วเขาก็มีความหวังรอบสอง! เขาก็ได้ยินเสียงฟองสบู่ของนักดำน้ำอีกครั้ง คราวนี้เป็นของจริง ไม่ใช่เพราะประสาทหลอนแบบก่อนหน้านี้ ผู้ช่วยเหลือรายแรกที่เดินทางมาถึงคือ “Bernat Clamor” เพื่อนเก่าของเขานั่นเองค่ะ กราเซียรีบกระโดดพุ่งไปกอดอย่างไว แล้วใช้เวลาร่วม 8 ชั่วโมงเพื่อออกจากถ้ำ (ในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าเสียงที่ทำให้เขามีความหวังตอนแรก เป็นผลจากการพยายามเจาะโพรงถ้ำเพื่อส่งอาหารและน้ำมาให้ แต่ไม่สำเร็จ) และสิ่งที่เขาได้รู้คือบัดดี้เขาออกไปขอความช่วยเหลือสำเร็จ เพียงแต่กระบวนการต่างๆ ใช้เวลานานไปหน่อยเท่านั้นเอง!

        ในที่สุดการช่วยเหลือครั้งนี้ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี และในวันถัดมา เขาได้เห็นข่าวปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อช่วยชีวิตเขา ทำให้เขาทั้งซาบซึ้งและร้องไห้ออกมาเลยค่ะ จะว่าไปแล้ว ตัวเขาเองที่มีประสบการณ์ดำน้ำมา 24 ปี ก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าตัวเองจะตกในสภาพนั้นได้ ทั้งขาดน้ำขาดอากาศจนเกือบฆ่าตัวตาย 

        อย่างไรก็ตาม...ฝันร้ายของเขาครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาเลิกดำน้ำได้ค่ะ ในเดือนถัดมา เขาได้กลับไปยังถ้ำดังกล่าวอีกครั้งเพื่อทำงานอดิเรกที่เขารักต่อไป
 


3.  Jean-Luc Josuat-Vergès

ชายที่กอดขวดวิสกี้ไปนั่งเงียบๆ ในถ้ำ แต่ดันหลงและติดในนั้น 34 วัน!

 
        เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม “Jean-Luc Josuat-Vergès” ชายชาวฝรั่งเศส คุณพ่อลูกสองวัย 48 ปี ตกอยู่ในอาการซึมเศร้า จึงกอดขวดวิสกี้แล้วขับรถไปอยู่ตามลำพังในถ้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เขาเริ่มออกสำรวจในนั้น แล้วไม่นานก็หายเข้าไปในความมืดและไม่สามารถหาเส้นทางกลับได้

เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม"
Photo Credit: Expressen.se
 
        แต่โชคก็ไม่ได้เข้าข้างสักนิด เพราะไฟฉายก็เจ๊ง รองเท้าก็จมหายไปในโคลนที่พื้น แถมตัวเองก็เดินหาทางออกไม่เจอสักที ผ่านไป 2 สัปดาห์ก็ยกธงขาวแล้วไปนั่งหลบแถวๆ กองผ้าใบเก่าๆ แทน ตลอดเวลาที่อยู่ในนั้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เขาดื่มน้ำที่หยดจากผนังถ้ำ กินดินเหนียว เศษไม้ผุๆ หรือบางทีก็ต้องดูดเศษหินเพื่อเอาแร่ธาตุจากในนั้น ส่วนเรื่องอากาศที่หนาวเย็น เขาอาศัยการห่อตัวด้วยพลาสติกที่เขาเจอในถ้ำ 
 
        ช่วงที่หายตัวไป ทั้งภรรยาและลูกชายสองคนได้พยายามตามหา กลัวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจากการเดินป่า เลยจ้างเฮลิคอปเตอร์ให้บินผ่านป่าและภูเขาเพื่อตามหาฌ็อง สุดท้ายฌ็องก็ได้รับการช่วยเหลือโดยเด็กนักเรียนที่สังเกตเห็นรถของเขาจอดอยู่ แล้วไปแจ้งตำรวจ ตำรวจจึงส่งเจ้าหน้าที่ 20 คนเข้ามาในถ้ำเพื่อตามหานานถึง 90 นาที ก่อนจะพบชายรูปร่างผอมและมีหนวดเคราเปื้อนโคลน อยู่แถวๆ กองผ้าใบที่ห่างจากทางออกเพียง 200 เมตรเท่านั้น 

เสิร์ฟกำลังใจ! 3 เรื่องราวของผู้รอดชีวิตในต่างแดนที่เคยติดใน "ถ้ำ" และ "ซากเรือล่ม"
Photo by Bruno van der Kraan on Unsplash
 
        สิ่งที่เกิดขึ้น 5 สัปดาห์ส่งผลต่อสภาพจิตใจด้วยเช่นกัน ภรรยาบอกว่า เขาไม่ยอมนอน เพราะไม่สามารถทนไปอยู่ในความมืดอีกได้ สิ่งที่เขาทำคือการไปนั่งอยู่ในห้องน้ำเพื่อรอให้พระอาทิตย์ขึ้น

         อย่างไรก็ตาม ในเรื่องร้ายก็มีเรื่องดีเหมือนกันนะคะ ฌ็องบอกว่าตอนแรกที่เข้าไปในถ้ำ เขาแอบรู้สึกหดหู่ แต่พอตัวเองต้องไปติดอยู่ในนั้นและต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด มันทำให้เขามุ่งมั่นอยากมีชีวิตอยู่ต่อ!


        เรียกว่าผู้รอดชีวิตทุกรายล้วนต้องอาศัยดวง ไหวพริบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอด และ "น้ำใจจากผู้ช่วยเหลือ" และเช่นเดียวกัน...ทีมหมูป่าก็มีทั้ง 4 สิ่งนี้ครบถ้วน สุดท้ายก็ปลอดภัย และกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำหรับคนที่กำลังเตรียมเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ให้นึกไว้เลยว่าอันตรายเกิดได้ทุกเมื่อ ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ขอให้ตั้งสติ แล้วเก็บวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไว้ใช้ยามฉุกเฉินด้วยนะคะ ^^

 
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
#Studyabroad #ติดถ้ำ #เรือล่ม #Xisco Gracia #Okene Harrison #Jean-Luc #ถ้ำ #ถ้ำหลวง #รอดชีวิต

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?