9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ) []

วิว
     ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนึ่งในประเทศยอดฮิตที่หลายคนอยากเรียนต่อกัน จะต้องมีชื่อของประเทศ ‘เกาหลีใต้’ อยู่ในอันดับแรกๆ เพราะเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาดีติดระดับโลก แถมบรรยากศของประเทศก็น่าเรียน มีสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งอาหารการกินเพียบ ยิ่งใครเป็นคอสายบันเทิงเกาหลีอยู่แล้ว ก็ยิ่งทวีคูณความอยากเรียนต่อที่นี่มากขึ้นไปอีก 

      แต่จะอาศัยแค่ความอยากเรียนต่อมันคงไม่พอ ถ้าน้องๆ อยากเรียนต่อที่เกาหลีจริงๆ ก็ควรมีการเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้า วันนี้ พี่วุฒิ เลยรวบรวม 10 เรื่องที่ควรวางแผนเตรียมตัวสำหรับคนที่อยากเรียนต่อที่เกาหลี มาให้น้องๆ ชาว Dek-D ได้อ่านกัน มีอะไรบ้าง เลื่อนหน้าจอตามมาอ่านกันได้เลยครับ


 

1. ค้นหาข้อมูลสถาบันต่างๆ ในเกาหลี 
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)
Cr. Pixabay
 
     มาเริ่มที่ข้อแรก ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญมากๆ หากคิดจะไปเรียนต่อไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม สิ่งแรกที่เราควรทำก็คือ ศึกษาข้อมูลของสถาบันต่างๆ ในประเทศเกาหลี น้องๆ ควรรู้ตัวเองก่อนเลยว่าอยากเรียนคณะหรือสาขาอะไร จากนั้นก็ลองไปเปิดดูต่อว่า มีที่ไหนเปิดหลักสูตรนี้บ้าง พอรู้ข้อมูลแต่สถาบันบ้างแล้ว ก็เลือกดูว่าอันไหนเข้ากับเรามากที่สุด ลองเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าที่พัก ค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ยิ่งเดี๋ยวนี้ข้อมูลนั้นหาไม่ยากเลย มีคนมารีวิวเยอะมาก ถ้าหาของไทยไม่ได้ ก็ลองหารีวิวนักศึกษาต่างชาติดูก็ได้ มีเยอะมากกกก! จริงๆ ข้อนี้ถือว่าเบสิคมากๆ และเป็นสิ่งที่ควรทำหากคิดจะเรียนต่อต่างประเทศจริงๆ เพราะอย่างที่พี่บอกไปว่า แค่ความอยากอย่างเดียวมันไม่พอ เราต้องพยายามที่จะขวนขวายหาข้อมูลด้วยตัวเองด้วย

 

2. เข้าใจสภาพแวดล้อมการเรียนสไตล์ ‘เกาหลี’
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)

 
     หลายคนน่าจะพอรู้มาบ้างว่าที่เกาหลีนั้นมีอัตราการแข่งขันทางการเรียนสูงมากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผลผลิตจากระบบการศึกษาสไตล์เกาหลีนั้นได้ผลดีจริงๆ แม้จะแลกด้วยความกดดันไปบ้างก็ตามแต่ ดังนั้น เรื่องที่น้องๆ ควรรู้เตรียมตัว (และเตรียมใจ) เอาไว้เลยก็คือเรื่องสภาพแวดล้อมทางการศึกษาของคนที่นี่ ที่ค่อนข้างมีความกดดัน 
 
     และเรื่องที่ควรรู้อีกก็คือ ระบบการเรียนการสอนของเกาหลี ส่วนใหญ่แล้ว จะมีการเรียนการสอนที่ ‘เน้นครูเป็นศูนย์กลาง’ พูดง่ายๆ คือ ผู้สอนจะมีบทบาทสำคัญอย่างมาก การเรียนก็จะเป็นสไตล์อธิบาย เน้นโชว์สไลด์ และระหว่างที่เราเรียนก็จะต้องจดเล็กเชอร์อยู่ตลอด และก็จะมีการเปิดโอกาสให้ถามเมื่อเราสงสัย และคลาสแต่ละวิชาส่วนใหญ่จะเรียนติดต่อกัน 3 ชั่วโมง (แต่ก็มีให้พักเบรคประมาณ 10 นาทีนะ) จะว่าไปแล้วก็อาจจะคล้ายๆ กับของไทยในบางที่ แต่ก็อาจจะต่างกันตรงที่ความเข้มข้น และความตึงเครียดนี่แหละ พี่เกาหลีเค้าจริงจังมากๆ ถ้าใครคิดว่าเรียนๆ เล่นๆ เดี๋ยวก็จบ คำนี้ไม่มีที่เกาหลีนะครับ
 
     อ้อ! อีกข้อที่ควรรู้ก็คือ เรื่องการขาดเรียนหรือมาช้า โดยส่วนใหญ่แล้วคะแนน attendance หลายๆ ที่จะคิดจะเป็นร้อยละ 10 ของคะแนนทั้งหมด คะแนนในส่วนนี้จึงถือว่าสำคัญมาก ถ้าเป็นที่ของไทยบางที่ก็อาจจะมีการยืดหยุ่นได้บ้าง แต่ที่เกาหลีคือ ถ้าช้าไปนาทีเดียวก็หรือว่าขาด และถ้าน้องๆ มาขาดเกิน 4 ครั้งก็ถือว่าหมดสิทธิ์สอบเลยครับ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบางสถาบันด้วย แต่ละที่อาจจะมีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน ซึ่งที่พี่นำมาเล่านั้นเป็นระบบที่ใช้โดยส่วนใหญ่ในเกาหลีครับ)

 

3. เข้าใจชีวิตในรั้วมหา’ลัยเกาหลี
 

Clip


 
     ต้องบอกก่อนเลยว่าการไปอยู่เกาหลีจริงๆ กับการไปเที่ยวเกาหลีไม่กี่วันแล้วกลับ ชีวิตมันค่อนข้างที่จะแตกต่างกันอย่างมาก หรือบางคนอาจจะได้ไปเทคคอร์สเรียนหรือได้ทุนแลกเปลี่ยนในระยะสั้น บางทีก็อาจะไม่ได้เข้าถึงไลฟ์ไสตล์ของนักศึกษาเกาหลีแบบจริงๆ เพราะถ้าเราไปแลกเปลี่ยน เราอาจจะมีบัดดี้ที่ทางสถาบันเตรียมมาให้คอยดูแลเรา หรืออาจะมีโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้แล้วว่าแต่ละระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ เราจะได้ทำอะไร้บ้าง 
 
     แต่การที่ได้มาเรียนต่อในระยะยาว โดยเฉพาะเรียนต่อระดับปริญญาตรี น้องๆ จะได้ใช้ชีวิตในรั้วมหา’ลัยแบบชาวเกาหลีจริงๆ ทั้งเรื่องสไตล์การเรียน การกินการอยู่อาศัย โดยเฉพาะกับเรื่องของกิน บางสถาบันที่ของกินดีงามมาก แถมแหล่งช็อปปิ้งก็เยอะ ราคานักศึกษา ไม่แพงมากด้วย (จุดนี้ต้องบอกว่าดีงามมากๆ ครับ 55555)    
 
     ส่วนอีกเรื่องของสังคมมหา’ลัยเกาหลีที่น้องๆ ควรรู้ก็คือ มหา’ลัยส่วนใหญ่ของแดนกิมจิ จะมีชมรมเยอะมาก และชมรมเหล่านี้แหละที่เป็นแหล่งหาเพื่อนและทำความรู้จักกับคนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชมรมกีฬาภายในคณะ ชมรมดนตรี ชมรมจิบชา ชมรมศาสนาต่างๆ เป็นต้น ฟังดูแล้วอาจจะคล้ายๆ ของไทยแหละครับ แต่ความต่างก็คือ เราจะได้รู้จักกับคนเกาหลีที่มีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อนในห้องเรียน
 
      และที่มีความยูนีคเฉพาะตัวอีกเรื่องคือ ที่เกาหลีจะมี MT (Membership Training) เป็นการรับน้องแบบฉบับเกาหลี ซึ่งจะเป็นทริปทำกิจกรรมค้างคืนนอกสถานที่กับเพื่อนและรุ่นพี่ในสาขาเดียวกัน เป็นกิจกรรมที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องมากขึ้น (ไม่ใช่การหลอกไปรับน้องหรือหลอกไปว๊ากนอกสถานที่นะ) อยากรู้ว่าที่เกาหลีเค้ารับน้องกันแบบไหน อ่านต่อ คลิกที่นี่เลยครับ  

 

4. ค้นหาทุนเรียนต่อที่เกาหลี
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)

 
    อย่างที่พี่บอกไปในข้อต้นๆ ว่า ประเทศเกาหลีใต้นั้นค่อนข้างให้ความสำคัญกับการศึกษามากๆ แถมยังเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาต่างชาติได้มาเรียนต่อที่นี่แบบฟรีๆ อีกด้วย และสำหรับทุนที่เป็นที่นิยมมากๆ สำหรับชาวไทย ก็คงจะเป็นทุนจากรัฐบาลเกาหลี หรือ KGSP ที่มอบให้ทุกปี แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าอัตราการแข่งขันนั้นสูงมาก เพราะมีคนสมัครเยอะ (แต่ก็คงไม่มีอะไรยากเกิยความพยายามถ้าเราอยากได้ทุนจริงๆ) และนอกจากนี้แล้วยังมีทุนจากสถาบันดังๆ มอบให้เรียนต่อแบบฟรีๆ อีกด้วย ดังนั้น ถ้าจะไปเรียนต่อที่เกาหลี ก็ควรรรู้จักทุนดีๆ เอาไว้ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกเยอะเลย (อ่านต่อ

5. รู้จักการขอ VISA สำหรับไปเรียน
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)
Cr. 10mag.com
 
     เรื่องการเตรียมเอกสารไปเรียนต่อนั้นถือว่าสำคัญมากๆ โดยเฉพาะกับการขอวีซ่า ซึ่งการขอสำหรับไปเรียนนั้นจะเป็นคนละประเภทกับวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว ซึ่งวีซ่าของเราจะต้องสอดคล้องกับระยะเวลาที่เราไปเรียนต่อที่เกาหลีด้วย โดยวีซ่าระยะยาวจะสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 
 
  • D-2 Visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้นักเรียนอยู่เกาหลีได้เป็นเวลา 1 ปี และถ้าหากต้องการศึกษาต่อก็สามารถยื่นเรื่องต่ออายุวีซ่าได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี ซึ่งน้องๆ จะต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่น (ถ้าเรียนระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่แล้วจะขอวีซ่าประเภทนี้)
     
  • D-4 Visa วีซ่าประเภทนี้อนุญาตให้นักเรียนอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ได้คราวละ 6 เดือน และยังสามารถต่ออายุวีซ่านักเรียนได้ในประเทศเกาหลีใต้ โดยน้องๆ จะต้องนำหลักฐานจากสถานศึกษาไปยื่นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีใต้ครับ
     
เอกสารที่ใช้ยื่นในการขอวีซ่า 
 
  • หนังสือเดินทาง และสำเนา 1 ชุด  
  • แบบฟอร์มขอวีซ่า (ขอได้ที่สถานทูตเกาหลี)
  • เอกสารตอบรับเข้าเรียนจากสถานศึกษาที่เกาหลี
  • หลักฐานสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าลงทะเบียน
  • ใบแสดงผลการเรียนจากสถานศึกษาสุดท้ายก่อนเข้าเรียนที่ประเทศเกาหลีใต้
  • หลักฐานรับรองฐานะทางการเงิน
  • -รูปถ่ายสี 2 นิ้ว 1 ใบ ขนาดพาสปอร์ต
  • หมายเหตุ เอกสารที่ต้องใช้อาจขึ้นอยู่กับสถานทูตและกงสุล และน้องๆ จะต้องไปยื่นเรื่องที่สถานทูตเกาหลีด้วยตนเองเท่านั้น 

     

6. รู้จักการทำบัตรคนต่างด้าว
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)
Cr. 10mag.com
 
     ถึงแม้ว่าเราอาจจะมีวีซ่าสำหรับนักศึกษาแล้ว แต่ก็ไม่แปลว่าการใช้ชีวิตในเกาหลีจะสามารถทำอะไรได้สะดวก เพราะว่า วีซ่านั้นเหมือนเป็นแค่ตั๋วด่านแรกที่ทำให้เราสามารถเข้าไปในประเทศเกาหลีได้ แต่สำหรับการใช้ชีวิตในเกาหลีจริงๆ เราจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีบัตรสำหรับคนต่างด้าว หรือ Alien Registration Card ซึ่งเปรียบเสมือนบัตรประชาชนเลยก็ว่าได้ และสามารถทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในเกาหลีได้อย่างง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การระบุที่อยู่ การเปิดเบอร์โทรศัพท์แบบรายเดือน การใช้บริการ Internet Banking รวมไปถึงการซื้อของออนไลน์ ซึ่งจะใช้หมายเลขบัตรต่างด้าวในการทำทั้งนั้น
 
      บัตรคนต่างด้าวนั้นจะอนุญาตให้ทำได้เฉพาะคนที่มาอยู่เกาหลีมากกว่า 6 เดือน และพี่อยากจะแนะนำว่า น้องๆ ควรรีบทำเลยเมื่อไปถึงเกาหลี โดยปกติแล้วจะต้องติดต่อทำบัตรภายใน 90 วันที่อยู่ในเกาหลีครับ โดยการทำบัตรนี้จะสามารถเลือกทำได้ 2 ที่ คือ ทำกับทางสถาบันที่เราเรียน หรอทำกับทาง ตม. (อันนี้ก็ต้องเลือกแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน เพราะอาจมีการจองคิวทำบัตรด้วย) 
 
เอกสารที่ใช้สำหรับทำบัตรต่างด้าว
 
  • พาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนา
  • รูปถ่ายขนาดพาสปอร์ต (3.5 x 4.5) 
  • สำเนาวีซ่า
  • สำเนาที่อยู่ที่เกาหลี (ที่พัก อาจเป็นที่อยู่หอก็ได้)
  • ใบรับรองจากทางมหาวิทยาลัย
  • ผลตรวจวัณโรค
  • ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน (ประมาณ 1,800 บาท)

     

7.  ที่พักสำหรับเรียนต่อที่เกาหลี 
 

Clip


 
     โดยปกติถ้าเราได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนต่อ ส่วนใหญ่แล้วทางมหาวิทยาลัยของเกาหลีจะแนะนำเรื่องหอพักให้กับเราเลย หลายๆ มหาวิทยาลัยจะมีหอพักสำหรับนักศึกษา หรือถ้าเป็นคนไทยคงจะอาจเรียกว่า ‘หอใน’ ซึ่งข้อดีของหอในก็คงจะเป็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่ไม่สูงมาก แถมยังมีอาหารราคาย่อมเยาว์เหมาะกับนักศึกษา แต่อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าเป็นหอพักของมหาวิทยาลัย ก็จะต้องมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัดให้นักศึกษาปฏิบัติตาม เช่น ห้ามใช้เครื่องไฟฟ้าบางชนิด เวลาเปิดปิดของหอพัก ห้ามนำบุคคลภายนอกเข้า ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องปกติของหอใน ถ้าน้องๆ พอรับได้ ไม่มีปัญหา ก็อยู่เลยครับ ประหยัดด้วย 
 
     แต่ถ้าใครอยากได้ความเป็นส่วนตัว หรืออยากอยู่หอข้างนอกมากกว่า น้องๆ ก็จะต้องเลือกดีๆ เพราะหอนอกของเกาหลีนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง ต้องหาข้อมูลให้ดีๆ นะครับ  ที่พี่แนะนำก็คงจะเป็นของ Borderless House เป็นหอพักเอเจนซี่ ที่น้องๆ สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่คนเดียว หรืออยากแชร์ค่าห้องกับคนอื่น ซึ่งคนที่จะมาแชร์ค่าห้องด้วยจะมีทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติเลย และห้องนึงสามารถอยู่รวมได้ถึง 4 คนครับ ถ้าสงสัยก็ลองสอบถามได้ที่เว็บไซต์นี้เลย เจ้าหน้าที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ทุกคนเลยครับ (เว็บไซต์ https://www.borderless-house.com/

 

8. วางแผนเรื่องการเงินก่อนไปเกาหลี
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)
Cr. Pixabay
 
     ถึงแม้ว่าน้องๆ บางคนอาจจะได้รับทุนเล่าเรียนต่อที่เกาหลีแบบฟรีๆ แต่น้องก็อย่าลืมนะครับ บางอย่างเราต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ดังนั้นเราควรจะเตรียมวางแผนเรื่องเงินให้ได้ เพราะว่าเมื่อเราไปเกาหลีแล้วมันจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมาอีกแน่นอน ทั้งค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าเครื่องสำอาง บางคนอาจจะเสียค่าติ่งไปตามอปป้า ซื้ออัลบั้ม ไปดูคอนเสิร์ตต่างๆ 5555555 ก็ที่นี่เกาหลีแดนบันเทิงอะเนอะ ของมันต้องมี ของมันต้องมี!!!
 
     และเมื่อไปเกาหลีแล้ว น้องๆ อาจจะอยากเปิดบัญชีกับธนาคารที่นั่น ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย และโดยส่วนใหญ่แล้วทางมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งมักจะเป็นพันธมิตรกับธนาคาร จึงทำให้การเปิดบัญชีเป็นเรื่องง่าย ก็อาจจะเหมือนๆ กับหลายมหาวิทยาลัยในไทยที่บัตรนักศึกษา สามารถใช้เป็นบัตร ATM ได้ด้วยนั่นเอง  
 
     แต่สำหรับน้องๆ ที่ไปเรียนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หรืออาจไปแลกเปลี่ยนแป๊บเดียว ก็อาจจะสมัครบัตรเครดิต/เดบิตจากไทยไปก่อนก็ได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการสมัครอาจจะถูกกว่า และเดี๋ยวนี้เรื่องการเงินการธนาคารก็สะดวกสบายมากกว่าแต่ก่อนเยอะมาก เพราะมี Global ATM ที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก ดังนั้น น้องๆ ไม่ต้องห่วงเลยครับว่าการสมัครจะยุ่งยาก สิ่งที่เราควรวางแผนมากกว่าก็คือ การใช้เงินของเรานั่นเองครับ บริหารดีๆ น้าาา

 

 9. ควรเรียนภาษาเกาหลีไปบ้าง   
 

9 เรื่องที่ต้องรู้! ก่อนวางแผนไปเรียนต่อที่ ‘เกาหลีใต้’ (ฉบับละเอียดยิบ)
Cr. Pixabay.com 
 
      “ไปเรียนที่เกาหลี จะต้องมีพื้นฐานภาษาเกาหลีมั้ยคะ?” ข้อนี้บอกเลยว่าเป็นข้อที่น้องๆ ถามพี่มาเยอะมากกกก จริงอยู่ถ้าน้องๆ บางคนอาจจะสมัครหลักสูตรภาษาอังกฤษหรือสมัครภาคอินเตอร์ น้องเลยอาจจะคิดว่าไม่จำเป็นต้องใข้ภาษาเกาหลี หรือไม่ต้องมีพื้นฐานภาษาเกาหลีก็เรียนได้ แต่เดี๋ยวก่อนนะครับน้องๆ เรากำลังจะไปเรียนที่เกาหลีใช่มั้ยครับ? ประเทศที่คนมีความชาตินิยมและใช้ภาษาเกาหลีเป็นหลัก ดังนั้นเราก็ควรจะมีพื้นฐานภาษาเกาหลี ถูกมั้ยครับ? ถึงน้องๆ อาจจะไม่ได้รู้เยอะมาก แต่ก็ควรรู้ไว้บ้าง เพราะเรากำลังจะไปเรียนที่ประเทศของเค้า และไปอยู่ที่นั่นในระยะยาว และยิ่งถ้าเป็นการสัมภาษณ์หรือคัดเลือกคนได้รับทุน ผู้สมัครที่มีพื้นฐานภาษาเกาหลี ก็อาจจะได้ภาษีดีกว่าคนที่ไม่รู้ เพราะมันเหมือนเป็นการแสดงความใส่ใจ และความเรียนต่อที่นี่จริงๆ นอกจากกรรมการจะเลือกคนที่เก่งจริงๆ แล้ว เค้าก็อยากได้คนที่พร้อมจริงๆ ด้วย 
 
     แต่ถ้าสำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนต่อในหลักสูตรภาษาเกาหลี อันนี้จำเป็นมากๆ เลยครับที่จะต้องมีความรู้ภาษาเกาหลีในระดับที่ดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่ฟังออก พูดได้ในเรื่องทั่วๆ ไป แต่น้องๆ ควรมีความเชี่ยวชาญในระดับนึง โดยส่วนใหญ่แล้ว สำหรับคนที่สมัครเรียนต่อหลักสูตรเกาหลี จะต้องมีคะนแนนทดสอบระดับภาษา TOPIK ในระดับ 4-5 จึงจะได้รับการพิจารณา ดังนั้น ถ้าอยากไปเรียนต่อที่นี่ก็ควรมีสอบติดไม้ติดมือเอาไว้นะครับ 


 
     เป็นอย่างไรบ้างครับน้องๆ กับ 9 ข้อที่พี่นำมาฝาก ไม่ยากเกินไปใช่มั้ยครับ? 555555 ซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องหลักๆ ที่น้องควรเตรียมตัวเอาไว้ พอไปเรียนที่เกาหลีจริงๆ จะได้ไม่งงและใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น และถ้าน้องๆ ชาว Dek-D คนไหน ได้ไปเรียนที่เกาหลีแล้วก็อย่าลืมมาเล่าประสบการณ์ให้พี่ฟังด้วยนะครับ รออ่านอยู่ครับ ^^


 
Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เรียนต่อเกาหลี #ทุนเรียนต่อเกาหลี #ทุนรัฐบาลเกาหลี #เกาหลี #Korea

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?