Happy Biniki Day! มารู้จัก 3 เจ้าของแบรนด์บิกินีชื่อดัง ที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย []

ต้อนรับ "วันบิกินีสากล" ด้วยการมาทำความรู้จักกับ 3 เจ้าของแบรนด์บิกินี ที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น!
1,811 0
       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com รู้ไหมคะว่า ในเดือนกรกฎาคม มีวัน(ค่อนข้าง)สำคัญ นั่นคือวันที่ 5 กรกฎาคมเป็นวันบิกินีสากลค่ะ บางคนอาจจะยังทำหน้างงๆ อยู่ว่า เอ๊ะ! วันบิกินีสากลนี่มันมีจริงๆ ด้วยเหรอ คำตอบคือ มีค่ะ วันนี้มีขึ้นเพื่อระลึกถึงวันแรกที่ ลูอิส เคอาร์ค (Louis Réard) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศสได้เปิดตัวบิกินีชุดแรกของโลก และเพื่อฉลองให้แก่การออกแบบชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ที่มีมากว่า 72 ปีแล้ว พี่ภรณ์ ก็เลยขอพาน้องๆ ทุกคนไปรู้จักกับ 3 สาว ดีไซเนอร์ชุดบิกินีรุ่นใหม่ไฟแรง ที่กว่าจะมาเป็นเจ้าของธุรกิจชื่อดังได้ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อย เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ



จากพนักงานขายเสื้อผู้ไม่มีความรู้ด้านการออกแบบ สู่ดีไซเนอร์อายุน้อยร้อยล้าน


Happy Biniki Day! มารู้จัก 3 เจ้าของแบรนด์บิกินีชื่อดัง ที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย


“ฉันไม่ทำแผนธุรกิจ ฉันรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันทำมัน มันจะกลายเป็นเรื่องของเงินตลอด สำหรับฉันแล้วมันควรจะเป็นเรื่องของการทำให้ลูกค้ามีความสุขมากกว่า” - คารินา เออร์บี 


       หลายๆ คนคงมีฝันอยากจะตัดชุดสวยๆ ให้คนอื่นใส่ อยากจะมีห้องเสื้อหรูๆ เป็นของตัวเอง อยากจะเห็นผลงานของตนขึ้นไปเฉิดฉายบนรันเวย์ แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าออกไปทำตามฝันและทำมันได้สำเร็จ โดยเฉพาะยิ่งผู้ที่ไม่ได้เรียนด้านออกแบบ ไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับการทำเสื้อผ้า แต่ คารินา เออร์บี (Karina Irby) วัย 28 ปี ไม่ปล่อยให้มันเป็นแค่ฝัน

       ตั้งแต่เธออายุเพียง 21 ปี คารินา หญิงสาวชาวออสเตรเลีย ตัดสินใจออกจากงานประจำที่เป็นพนักงานขายเสื้อให้กับแบรนด์ Rip Curl พร้อมกับกำเงิน $800 (ประมาณ 20,000 บาท) ที่พ่อของเธอให้มาเพื่อนำไปสร้างความฝันของเธอให้เป็นจริง การใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียทำให้ทะเลและชายหาดเปรียบเสมือนบ้านของเธอ แต่คารินาไม่เคยมั่นใจเวลาใส่บิกินีเลยสักครั้ง เธอรู้สึกว่าบิกินีทรงปกติทำให้ก้นของเธออยู่หย่อนยาน เธอจึงซื้อไซส์ที่เล็กลง แต่ก็ไม่เคยมีไซส์ที่เล็กพอสำหรับเธอ ทางแก้สุดท้ายคือ การใส่บิกินีทรง cheeky-cut (มีส่วนเว้าเข้ามามาก) แต่สีสันของบิกินีที่ขายในออสเตรเลียก็ไม่ถูกใจเธอ จนเพื่อนๆ ต่างแซวว่า ทำไมไม่ออกแบบบิกินีเองเสียเลยล่ะ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด


       การทำงานให้คนอื่นแล้วได้เงินเพียง $17 ต่อชั่วโมงไม่ตอบโจทย์คารินาอีกต่อไป เธอมีความฝัน เธอมีความต้องการ แล้วทำไมถึงไม่ไปทำงานเพื่อตัวเองบ้าง แม้คารินาจะไม่เคยเข้าเรียนโรงเรียนสอนดีไซน์ หรือมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของผ้า แต่เธอไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นมาหยุดเธอ ในคืนเดียวกันที่เธอออกจากงาน คารินาเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยการเซิร์ชหาบริษัทขายส่งชุดบิกินีจากฮาวาย และลงทุนเปิดร้านขายเสื้อผ้าของตัวเองด้วยเงินที่ยืมพ่อมา เธอเริ่มจากบิกินีเพียง 8 สไตล์ จ้างนางแบบและถ่ายรูปเอง ก่อนจะโพสต์ขายลงบนเฟซบุ๊ก

       เรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับนักธุรกิจสาวมือใหม่ก็คือ บิกินีของเธอขายหมดในระยะเวลาเพียง 1 เดือน แต่ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย คารินาเล่าว่าเธอมีปัญหากับโรงงานที่ฮาวาย “ทางบริษัทอยากให้ฉันเปลี่ยนชื่อร้านของฉันเป็นชื่อร้านของพวกเขา และทำให้มันกลายเป็นสาขาที่ออสเตรเลีย” ปัญหานี้กลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจและชีวิตของเธอ คารินารู้แล้วว่ามันถึงเวลาที่เธอจะต้องหยุดขายเสื้อผ้าของคนอื่น และหันมาขายเสื้อผ้าของตัวเอง


       หลังจากนั้นเธอจึงลงมือเซิร์ชหาโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่เธอสามารถไว้ใจได้ ก่อนจะพบว่าที่บาหลีเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่เลวนัก คารินาบินไปบาหลีเพื่อตามหาร้านขายผ้าที่เธอต้องการ ก่อนส่งแบบชุดบิกินีในฝันให้ร้านเพื่อปรึกษาว่าเธอจะทำมันได้ไหม และเมื่อทางร้านตอบตกลง เธอก็รู้ว่าเธอมาถูกทางแล้ว

       คอลเลคชั่นแรกของ Moana Bikini แบรนด์ชุดบิกินีใหม่ของคารินา เออร์บี วางขายทางออนไลน์ทั้งหมด 12 แบบ รวม 100 ตัว และถูกขายหมดภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ นั่นถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ของคารินา ด้วยรูปทรงที่ตอบโจทย์สาวๆ ในยุคปัจจุบัน สีสันที่สดใสเหมาะแก่การไปเที่ยวทะเลทำให้ยอดติดตามและยอดขายในโลกออนไลน์ของเธอดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะ Moana Biniki ไม่ได้ขายเฉพาะในออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปทั่วโลก ทั้งในอเมริกา ยุโรป และรัสเซีย จนคอลเลคชั่นล่าสุดที่มีทั้งหมด 24 แบบ รวม 1000 ชุด ขายหมดในเวลาเพียง 4 นาที!

คารินากับพ่อของเธอ

       แม้ว่าร้านของเธอจะขายดีขนาดไหน ก็ยังมีคน 1 กลุ่มและอีก 1 คนที่คารินาไม่เคยทอดทิ้งคือ ลูกค้าของเธอ คารินาใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียในการติดต่อและรับผลตอบรับจากลูกค้าของเธอโดยตรง เพราะเธอเชื่อว่าหัวใจหลักของการทำบิกินีคือ ทำเพื่อคนใส่ และอีกคนคือ พ่อของเธอ ผู้ที่อยู่เคียงข้างเธอและสนับสนุนความฝันของเธอมาตลอดแม้ว่าในตอนแรกมันอาจดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลย นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่คารินาแนะนำแก่วัยรุ่นที่อยากเป็นนักธุรกิจหน้าใหม่ คือ การไม่ปล่อยให้ใครมาบอกคุณว่าคุณทำไม่ได้ และการอยู่กับคนที่เชื่อในตัวคุณและพร้อมจะสนับสนุนคุณอยู่เสมอ


“มันไม่ใช่แค่บิกินี มันคือไลฟ์สไตล์” - คารินา เออร์บี



2 พี่น้องที่ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ส่วนตัวผ่านแบรนด์บิกินีชื่อดัง


Happy Biniki Day! มารู้จัก 3 เจ้าของแบรนด์บิกินีชื่อดัง ที่เริ่มธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย
Photo: elle.com


“กฎข้อที่ 1 คือ การเคารพซึ่งกันและกัน” - โอลีมา มิลเลอร์


       ใครว่าพี่น้องจะต้องทะเลาะกันตลอดและสร้างธุรกิจร่วมกันไม่ได้ 2 สาวพี่น้องมิลเลอร์ร่วมกันนำความหลงใหลในท้องทะเล ความรักในการท่องเที่ยว และประสบการณ์การเซิร์ฟบอร์ดมาผสมผสาน และใส่เข้าไปในผลงานชุดบิกินีที่พวกเธอช่วยกันสร้างขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย ภายใต้แบรนด์ MIKOH ชุดบิกินีสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีรูปทรงที่สวยงาม แต่ยังใส่สบายและเหมาะแก่การใช้งานจริงอีกด้วย

       โอลีมา มิลเลอร์ (Oleema Miller) เล่าว่าพื้นฐานครอบครัวและช่วงชีวิตในวัยเยาว์ของเธอเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เธอกลายมาเป็นดีไซเนอร์ที่ประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ แม้ว่าจริงๆ แล้วเธอจะไม่เคยลงเรียนออกแบบหรือตัดชุดแบบเป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้ง สำหรับเธอแล้ว การที่พ่อของพวกเธอเป็นสถาปนิกผังเมือง และแม่ที่เรียนจบด้านการออกแบบภายในน่าจะเป็นตัวช่วยให้ความรักในการออกแบบนี้อยู่ในสายเลือดของเธอ 


       โอลีมาและพี่สาวใช้ชีวิตตอนเด็กที่บ้านริมทะเลในแคลิฟอร์เนีย ชายหาดและการเล่นเซิร์ฟบอร์ดจึงเป็นเหมือนชีวิตอีกครึ่งหนึ่งของพวกเธอ จนโอลีมารู้สึกว่า นี่เป็นโอกาสที่ดีที่เธอจะสามารถถ่ายทอดความหลงใหลและไลฟ์สไตล์ของตัวเองให้คนอื่นๆ ที่มีไลฟ์สไตล์เหมือนกัน โชคดีของโอลีมาที่มีครอบครัวคอยสนับสนุนเธออยู่ข้างหลัง โดยเฉพาะพี่สาวอย่างคาลานี มิลเลอร์ (Kalani Miller) ที่ยินดีจะลงมือสร้างธุรกิจนี้ด้วยกัน

       แม้คาลานีจะไม่ได้ลงมือออกแบบชุดเหมือนน้องสาว แต่เธอรักในงานศิลปะ และสนใจด้านการบริหารธุรกิจ เธอนำความรู้ด้านบริหารที่เรียนมาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียมาใช้ในการดำเนินธุรกิจครั้งนี้ โดยคาลานีเชื่อว่า ความซื่อสัตย์และการเปิดใจต่อกันเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำธุรกิจ โชคดีของพวกเธอที่แม้ว่าการเป็นพี่น้องจะมีช่วงเวลาที่ซับซ้อนระหว่างกันอยู่บ้าง แต่นั่นก็เพราะลึกๆ แล้วทั้งคู่รู้จักกันดี และทำให้งานของพวกเธอคืองานชิ้นพิเศษ ที่ไม่เพียงแต่จะการทำงานร่วมกับพี่น้อง แต่เหมือนพวกเธอได้เพื่อนสนิทมาทำงานด้วยอีกคน


       ชีวิตของพวกเธอแม้จะดูราวกับง่ายดายและสมบูรณ์แบบ แต่ในช่วงก่อนเริ่มธุรกิจ เสียงตอบรับจากคนภายนอกไม่ได้สวยงามนัก ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นคนเอเชียและอายุไม่มาก ทำให้พวกเธอถูกสบประมาทจากคนอื่น ในตอนนั้นโอลีมายังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ จึงไม่แปลกใจที่ใครๆ ก็ไม่เชื่อว่าเธอกับพี่สาวจะทำมันได้ แต่พวกเธอกลับไม่ยอมแพ้ และพร้อมจะพิสูจน์ว่าพวกเธอทำได้ จนในปัจจุบันชุดว่ายน้ำแบรนด์ MILOH เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง รวมไปถึงเป็นที่นิยมของเหล่าดาราตั้งแต่คาเมรอน ดิแอซ ลีแอน ไรมส์ ยันคอร์ทนีย์ คาร์ดาเชียน

       สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่ยึดถืออยู่เสมอ และหวังว่านักธุรกิจรุ่นใหม่คนอื่นๆ จะคิดเช่นกันคือ การอ่อนน้อมถ่อมตน พวกเธอบอกว่า ไม่มีทางที่ใครจะรู้ไปหมดทุกอย่าง ในโลกนี้ย่อมมีคนที่เก่งกว่า ฉลาดกว่า และแข็งแกร่งกว่าเราเสมอ ฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือการถ่อมตน และรู้จักถามและขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ


“แค่ทำในสิ่งที่คุณรัก” - คาลานี มิลเลอร์
 


       ทุกคนล้วนมีฝัน และกว่าจะเดินทางไปถึงความฝันได้ก็ต้องพบเจอกับปัญหาเป็นจำนวนมากค่ะ สำหรับน้องๆ คนไหนที่มีฝันอยู่ พี่ก็ขอเอาใจช่วยให้กล้าออกไปทำตามฝันของตน และให้สาวๆ ทั้ง 3 เป็นตัวอย่างนะคะ ที่ถึงแม้จะเจออุปสรรคบ้าง แต่พวกเธอก็สู้ไม่ถอยค่ะ สุดท้ายนี้ก็...สุขสันต์วันบิกินีสากลค่ะ 



ข้อมูล

 
#Studyabroad #Bikini Day #วันบิกินีสากล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?