ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้ []

วิว
       สวัสดีค่ะน้องชาว Dek-D.com วันสำคัญและเทศกาลต่างๆ มักจะมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นนั้นๆ วันนี้ พี่ภรณ์ เลยพามารู้จักกับเทศกาลของประเทศเยอรมนีที่ถ้าใครได้ไปลองเข้าร่วมจะเข้าใจความเป็นคนเยอรมันมากขึ้นอย่างแน่นอน จะมีเทศกาลอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!



เทศกาลหน่อไม้ฝรั่ง Spargelfest 


ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้
Photo: beelitz.de

       แม้ว่าเยอรมนีจะไม่ใช่ประเทศที่ผลิตหน่อไม้ฝรั่งมากที่สุดในโลก แต่ชาวเยอรมันก็ให้ความสำคัญกับผักชนิดนี้ถึงขนาดจัดเทศกาลขึ้นมาโดยเฉพาะเลยล่ะค่ะ เทศกาลที่ว่านี้จะจัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิ หรือประมาณกลางเดือนเมษายนถึงวันนักบุญเซนต์ยอห์น วันที่ 24 มิถุนายนค่ะ ที่จัดในช่วงเวลานี้ก็เพราะเดือนมิถุนายนจะเข้าสู่ฤดูร้อน เป็นช่วงที่หน่อไม้ฝรั่งจะไม่เจริญงอกงามอีก กลายเป็นต้นเชอร์รีแทนที่เติบโตได้ดีค่ะ เหมือนกับคำกล่าวของชาวสวนในอดีตที่ว่า “เมื่อเชอร์รีกลายเป็นสีแดง ต้นหน่อไม้ฝรั่งจะตาย” (Kirschen rot, Spargel tot.) นั่นเอง

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       เทศกาลนี้จะจัดขึ้นที่เมืองเบลิทซ์ รัฐบรันเดนบวร์ก และทางเหนือของรัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค บริเวณเมืองชเวตซิงเงน (Schwetzingen) ไรลิงเงน (Reilingen) คาร์ลสรูเฮอ (Karlsruhe) และราชตัทท์ (Rastatt) กิจกรรมภายในงานมีทั้งตลาดขายหน่อไม้ฝรั่ง ร้านขายอาหารที่มีหน่อไม้ฝรั่งเป็นวัตถุดิบ มีตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก ยันของหวานเลยทีเดียว และยังมีการแข่งขันปอกเปลือกหน่อไม้ฝรั่ง ขบวนพาเหรด การแสดงดนตรีสด รวมไปถึงการประกวดนางงามหน่อไม้ฝรั่งอีกด้วย 

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       อีกหนึ่งความน่าสนใจของงานนี้คือ บางคนจะแต่งตัวสไตล์บาโรกค่ะ เพื่อระลึกถึงครั้งแรกที่มีการนำหน่อไม้ฝรั่งมาปลูกในช่วงศตวรรษที่ 18 โดยแต่เดิมหน่อไม้ฝรั่งสีขาวที่มีความอ่อนนุ่มกว่าสีเขียวจะเป็นที่นิยมมากในหมู่ราชวงศ์และขุนนาง จนทำให้ได้ชื่อว่าเป็น “ผักของราชวงศ์” ค่ะ สำหรับน้องๆ คนไหนที่แวะไปเมืองชเวตซิงเงนก็อย่าลืมไปถ่ายรูปรูปปั้นหญิงผู้ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง (Spargelfrau) อีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้กันนะคะ


เทศกาลหัวหอม Zwiebelmarkt


ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       ถ้าพูดถึงเมืองไวมาร์ รัฐเทือริงเงิน สิ่งแรกที่คนจะนึกถึงคืองานประพันธ์และบทกวี แต่อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเทศกาลหัวหอมค่ะ เทศกาลนี้จะจัดขึ้นทุกปีในศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ของสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคม โดยมีมาตั้งแต่ปี 1653 กิจกรรมภายในงานจะเป็นการจัดนิทรรศการ และเปิดร้านขายของกว่าร้อยร้าน ของที่นำมาขายก็มีตั้งแต่อาหารที่ทำจากหัวหอม ของใช้ที่ประดับด้วยหัวหอม ที่มีตั้งแต่ตุ๊กตา ต่างหู สร้อยคอ แว่น มงกุฎ แต่สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญเลยก็คือพวงหัวหอมค่ะ 

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้
Photo: mdr.de

       พวงหัวหอมคือ การนำหัวหอมหลากสีมามัดเป็นช่อ ตกแต่งด้วยดอกไม้แห้งสีเหลือง ขาว และม่วง ซึ่งจะมีขายอยู่ทั่วงาน ในรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกซื้อ แถมยังมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงพวงใหญ่เลยค่ะ ในปัจจุบันเริ่มมีการแสดงดนตรีสด และการขายของทำมือ ไม่ว่าจะเป็นงานประดิษฐ์ เครื่องปั้นดินเผา และงานไม้ เทศกาลนี้ได้รับความสนใจจากทั้งชาวเยอรมันและนักท่องเที่ยวในแต่ละปีจนมียอดผู้เข้าชมมากถึง 350,000 คนเลยทีเดียว สำหรับน้องๆ คนไหนที่สนใจก็ยังสามารถไปเข้าร่วมได้นะคะ เพราะในปีนี้จัดขึ้นตรงกับวันที่ 12 - 14 ตุลาคม 2018 ค่ะ


เทศกาลฟักทอง Kuerbisausstellung



ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       ที่รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์คไม่ได้มีแต่เทศกาลหน่อไม้ฝรั่ง แต่ยังมีเทศกาลฟักทองอีกด้วย ซึ่งเทศกาลนี้ถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของเมืองลูทวิชส์บวร์คเลยล่ะค่ะ จะจัดขึ้นในช่วงฤดูไม้ใบร่วง โดยชาวสวนจะนำฟักทองมากกว่า 800 สายพันธ์ุมาจัดแสดง การโชว์แกะสลักฟักทองเป็นรูปต่างๆ และการนำฟักทองลูกเล็กๆ มาเรียงติดกันเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่ และบางส่วนก็จะนำไปจัดบนขบวนพาเหรดด้วย นอกจากนี้ยังมีการประกวดฟักทองยักษ์ ผู้ชนะอันดับ 1 จะได้เงินรางวัลไปถึง 1000 ยูโรเลยทีเดียว

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       สำหรับน้องๆ หนูๆ เองก็จะมีมุมเล่าเรื่องเกี่ยวกับนางฟ้าฟักทองให้ฟังค่ะ และเนื่องจากเทศกาลนี้จัดใกล้กับวันฮาโลวีนจึงมีเต็นท์บ้านผีสิง ที่ให้เด็กๆ เข้าไปร่วมสนุกกันค่ะ รวมไปถึงกิจกรรมแข่งพายเรือฟักทอง อันนี้เป็นกิจกรรมที่พี่ว่าแปลกและน่าสนใจไม่น้อยเลย คือ ผู้เข้าแข่งขันจะนำฟักทองยักษ์มาคว้านไส้ออกเพื่อทำเป็นเรือ แล้วลงไปด้านใน ใครที่สามารถพายเรือฟักทองไปถึงอีกฝั่งก่อนก็เป็นฝ่ายชนะไป และอีกหนึ่งอย่างสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ซุปและอาหารอื่นๆ ที่ทำมาจากฟักทองค่ะ เรียกว่าสนุกกับกิจกรรม พร้อมเห็นอะไรใหม่ๆ และยังอิ่มท้องอีกด้วย ซึ่งในปีนี้ก็จะจัดตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ถึง 4 พฤศจิกายน 2018 ค่ะ


เทศกาลเบียร์ Oktoberfest


ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       เทศกาลสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” หรือเทศกาลเบียร์ค่ะ (เบรคก่อนว่ามีแอลกอฮอลล์เข้ามาเกี่ยวข้อง น้องๆ หนูๆ ข้ามไปเลยค่ะ) โดยจุดเริ่มต้นของเทศกาลนี้มาจากการเฉลิมฉลองให้แก่งานแต่งงานของเจ้าชายลุดวิกที่ 1 รัชทายานแห่งบาเยิร์น (Ludwig I von Bayern) กับเจ้าหญิงเทเรเซอร์ แห่ง ซัคเซิน-ฮิลด์บวร์กเฮาเซน (Therese von Sachsen-Hildburghausen) ซึ่งเทศกาลนี้จะจัดต่อเนื่องกันเป็นเวลาถึง 16 วันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายนจนถึงวันสุดสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม แน่นอนว่าเป็นเทศกาลของเยอรมนีที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวเยอรมันและนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 1 มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 6 ล้านคนต่อปีค่ะ

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้
 
       
กิจกรรมภายในงานที่ถือเป็นหัวใจหลักของเทศกาลนี้ก็คือการดื่มเบียร์ค่ะ โดยผู้เข้าร่วมจะเข้าไปตามเต็นท์ต่างๆ แล้วสั่งเบียร์มาดื่มกันค่ะ ทางร้านจะใส่แก้วขนาดใหญ่ที่เรียกว่า มัซ (Maß) สามารถบรรจุเบียร์ได้ถึง 1 ลิตรเลยทีเดียว นอกจากเบียร์ก็ยังมีอาหารพื้นเมืองบาเยิร์นอย่างอื่นให้ได้ลองกินกันอย่างไก่ย่าง ขาหมูสูตรต้นตำรับค่ะ และยังมีไส้กรอกขาวที่ทำมาจากเนื้อลูกวัว อีกอย่างที่ต้องกินคู่กับเบียร์เยอรมันเลยก็คือ เพรทเซล ขนมอบที่มีรสชาติเค็มจากเกลือค่ะ ข้ามมาที่ของหวานอย่าง ขนมปังขิงที่ถูกทำเป็นรูปหัวใจ พร้อมตกแต่งด้านหน้าด้วยน้ำตาลเขียนเป็นข้อความหรือวาดรูปประกอบค่ะ 

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้

       ส่วนใครที่ไม่ดื่มเบียร์ก็สามารถไปร่วมกิจกรรมสนุกๆ ได้ค่ะ เพราะในงานมีจุดที่เรียกว่า Fun Fair ที่เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จะเป็นสวนสนุกให้ได้เล่นกัน มีตั้งแต่รถไฟเหาะ ชิงช้าสวรรค์ที่มีความสูง 164 ฟุต การแสดงตามท้องถนน และการชมดนตรีสดค่ะ อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ การแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติเยอรมันค่ะ ของผู้หญิงจะใส่ชุดเดียร์นเดิล (Dirndl) เป็นชุดกระโปรงสั้น แขนสั้น จะมีเชือกรัดไขว้กันอยู่ด้านหน้า ส่วนผู้ชายจะใส่เลเดอร์โฮเซน (Lederhosen) เป็นเสื้อกับกางเกงเอี๊ยมทำมาจากหนังค่ะ ทั้งผู้ชายและผู้หญิงยังสามารถหาหมวกเก๋ๆ มาใส่เพิ่มก็ได้ค่ะ 

       และในปีนี้อ็อกโทเบอร์เฟสต์ก็จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน ถึง 7 ตุลาคม 2018 ค่ะ

ไปครั้งหน้าห้ามพลาด! กับ 4 เทศกาลสนุกๆ ในเยอรมนีที่ต้องไปเข้าร่วมให้ได้
Photo: pixabay.com


       น่าสนุกทุกเทศกาลเลยใช่ไหมคะ ที่เยอรมนีเองก็ยังมีอีกหลายเทศกาลและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ สำหรับใครที่เคยไปเยอรมนีแล้วได้เจอกับเทศกาลไหนบ้างก็มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันดูนะคะ ส่วนใครที่กำลังวางแผนว่าจะไป ก็อย่าลืมจดเทศกาลเหล่านี้เอาไว้ในลิสต์ที่ต้องทำเมื่อไปเยือนเยอรมนีกันค่ะ




ข้อมูล
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=paul

พี่ภรณ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เยอรมนี #เยอรมัน #เทศกาล #Oktoberfest #Germany

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?