"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์! []

รู้ว่าหวังดี...แต่บางทีก็เข้าใจเขาหน่อยเหอะ
16,822 0
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D ช่วงนี้หลายคนที่ติดตามข่าวภัยพิบัติทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็อยากส่งแรงใจและความช่วยเหลือไปถึงผู้ประสบภัย หนึ่งในวิธียอดฮิตคือ "การบริจาคสิ่งของ" เราเชื่อว่าผู้ให้ทุกคนล้วนหวังดี...แต่บางคนอาจลืมคิดว่า สิ่งของที่เราหยิบยื่นให้เค้ามันจะไปซ้ำกับคนอีกมากมายรึเปล่า? และบางคนก็ลืมคิดในมุมผู้รับว่า ผู้รับจะคิดยังไงถ้าได้รับสิ่งนั้นๆ ในสถานการณ์คับขัน? สำหรับวันนี้พี่ก็ได้ไปเก็บตกมาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ว่า ผู้ประสบภัยหรือเจ้าหน้าที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งของอะไรที่คนบริจาคเข้ามาบ้าง!

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: Huffingtonpost
 


1. นกกระดาษ


         ช่วงหลายวันนี้สถานการณ์ที่ญี่ปุ่นน่าเป็นห่วงมากๆ เลยค่ะ เพราะต้องเผชิญกับพายุฝนอย่างรุนแรงและต่อเนื่องทางตอนกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ผลคือน้ำท่วมฉับพลัน แผ่นดินและดินโคลนถล่ม สร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือน รวมถึงพรากชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากกว่า 100 ราย และยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะสิ้นสุดลงที่จำนวนใด
 
"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: independent.co.uk
 
         นอกจากนั้น คนเป็นล้านต้องอพยพหนีจากบ้านเรือนมาอยู่แออัดในที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งขาดแคลนทั้งน้ำและอาหาร เผลอๆ ไม่มีกระทั่งไฟฟ้าใช้ด้วย สิ่งที่ช่วยต่อชีวิตพวกเขาได้ก็คือสิ่งของบริจาคจากผู้มีน้ำใจนั่นเองค่ะ 
 
         แต่...มันก็ไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป โดยเฉพาะกับ “นกกระเรียนกระดาษ”
 
         ประเทศญี่ปุ่นเค้าจะมีวัฒนธรรมน่ารักๆ อย่างการพับกระดาษ (Origami) และรูปแบบที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็นการพับ “นกกระดาษ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความเชื่อ และความหวังมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ โดยเราต้องพับจำนวน 1,000 ตัวส่งไปให้เพื่อนหรือคนที่รู้จัก หรือบางทีก็เน้นพับปริมาณมากๆ เอาไว้ก่อน 

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: JapanVisitor
 
         ช่วงที่น้ำท่วมใหญ่นี้เองก็มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งชื่อ @NorIhannya ซึ่งเป็นอดีตเหยื่อแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ตั้งแต่ 2011 เขาคือผู้กล้าที่ออกมาฝากข้อความถึงผู้ที่อยากยื่นมือเข้าช่วย
 

        [แด่ผู้ที่ไม่ได้ประสบอุทกภัยครั้งนี้] กรุณาหยุดส่ง ‘นกกระเรียนกระดาษ’ เพราะมันทั้งหนัก กินพื้นที่ และกำจัดยาก เพราะมันไม่ใช่อาหาร ไม่สามารถเอาไปขายแลกเงินได้ นกเหล่านั้นแค่สร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ที่ทำมันขึ้นมาเท่านั้น กรุณาบริจาคเงินที่ต้องนำไปใช้การทำนกกระดาษพวกนั้นเถอะ”

         แน่นอนค่ะว่าคนที่ตั้งใจนั่งพับนกให้เขาหวังดี อยากเสริมสร้างกำลังใจ แต่ลองคิดดีๆ ว่าการได้รับนกกระดาษ 1,000 ตัวในสถานการณ์แบบนี้มันจะช่วยอะไรได้นอกจากสร้างความผิดหวังและความโกรธแค้นให้กับเจ้านกและคนพับนก? 

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: independent.co.uk

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: KCPinternational
 
         ตอนนี้ทวิตดังกล่าวมียอดรีทวิตกว่า 80,000 และบางความคิดเห็นที่น่าสนใจมาก เช่น ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ @ponmaimarumomo ที่บอกว่า
 
         “สมัยที่เกิดแผ่นดินไหวแถบๆ ตะวันออกของญี่ปุ่น ในช่วงที่สถานการณ์กำลังคับขัน มีกล่องกระดาษใบใหญ่ใบหนึ่งส่งมาถึงที่พัก ผู้รับเปิดกล่องด้วยความรู้สึกว่าต้องเป็น ‘อาหารหรือน้ำ’ แน่ๆ แต่แล้วเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อเปิดมาเจอกับนกกระเรียนกระดาษจำนวนมาก”

         และเพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้น ผู้ใช้ทวิตเตอร์ @iiiizzzwww22 ได้โพสต์ภาพชุดหนึ่งที่จำลองให้เห็นว่า ถ้าเกิดเราเอานกกระดาษที่คนทั้งประเทศบริจาคให้มาจัดเก็บ...มันจะออกเป็นสภาพไหน?

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
 "แบบนี้ยังคิดจะส่งมาให้อีกมั้ย?"
 
         แต่ใช่ว่าจะมีแต่คนออกมาคัดค้านหรือเห็นด้วยแบบสุดๆ อย่างเดียวนะคะ เค้าก็ได้ให้คำแนะนำดีๆ ให้ด้วยเช่นกัน เช่นทวีตของผู้ใช้ทวิตเตอร์ @hakusyu_syuhaku
 
         ถ้าเกิดคุณอยากส่งนกกระดาษให้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนกอะไรก็ตามแต่ ให้เอามันวางไว้บนสิ่งของพร้อมกับเงินและน้ำ เมื่อผู้รับเห็นก็จะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน และรู้สึกดีกับนกกระดาษมากขึ้น”
 
         ท้ายที่สุดชาวเน็ตในทวีตดังกล่าวก็เห็นพ้องว่าการบริจาคเงินนี่แหละเวิร์กที่สุดแล้ว และการบริจาคเงินให้กับองค์กรที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้อาสาสมัครสามารถนำไปซื้อสิ่งของที่จำเป็นจริงๆ ให้ผู้ประสบภัยได้ หรืออีกทางนึงที่ช่วยได้คือ “การบริจาคเลือด” เพื่อช่วยชีวิตคนนั่นเองค่ะ

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: BBC

 

2. ตุ๊กตาหมี
 

         ถือเป็นเรื่องปกติที่องค์กรการกุศลจะได้รับตุ๊กตาจำนวนมากจากประชาชน เพื่อนำบริจาคให้กับเด็กๆ ที่สูญเสียพ่อแม่จากสงคราม ผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล หรือเด็กที่เป็นเหยื่อภัยในเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ ผู้บริจาคต่างคิดว่าเจ้าตุ๊กตาพวกเนี้ยแหละคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับเด็กที่ต้องการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: CBSnews
 
         แต่ก็มีบางสถานการณ์เหมือนกันนะคะที่คนพร้อมใจกันบริจาคตุ๊กตาจนทำให้มันกลายเป็นภาระ เช่น ถ้าหากย้อนไปปี 2012 เด็กหนุ่มชื่อ "อดัม แลนซา" (Adam Lanza) วัย 20 ปี ได้ก่อเหตุสังหารหมู่ในโรงเรียนแซนดีฮุก (Sandy Hook) เมืองนิวทาวน์ ประเทศออสเตรเลีย ครั้งนั้นเขาได้ยิงเด็ก 20 คนและผู้ใหญ่อีก 6 คน ก่อนที่จะฆ่าตัวตายตาม ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์กราดยิงที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012

          สำนักข่าวท้องถิ่นรายงานว่า 2 สัปดาห์ให้หลัง เมืองนี้แทบจะจมไปด้วยตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์จำนวน 10,000 ตัว ทำให้ต้องใช้ห้องเก็บของพื้นที่กว่า 20,000 ตารางฟุต หรือราวๆ 1,858 ตารางเมตรเพื่อให้ตุ๊กตาหมีพักอาศัยโดยเฉพาะ!
 
"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: CBSnews


3. เสื้อผ้า
 

         คนที่ชอบซื้อเสื้อผ้าเยอะๆ มักจะเห็นว่าการบริจาคเป็นช่องทางที่ช่วยเพิ่มเนื้อที่ในตู้ไปพร้อมๆ กับช่วยเหลือคน แต่ในความเป็นจริงคือ "พวกเขาไม่ได้เป็นคนเดียวที่ใช้วิธีนี้" หลายๆ คนพากันโละตู้เสื้อผ้าตัวเอง(หรือซื้อเพิ่ม)มาเพื่อบริจาค ทั้งที่เหล่าผู้ประสบภัยต้องการเสื้อผ้าแค่ในปริมาณที่ "จำกัด" เท่านั้น ผลลัพธ์คือเสื้อผ้าพวกนั้นกลายเป็นขยะทันที เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ไม่มีเวลามาจัดการทำความสะอาดและจัดเก็บกองเสื้อผ้าเก่าๆ ที่คนพร้อมใจกันบริจาคให้

"Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
Photo Credit: HurricaneScience

         สิ่งเหล่านี้มักจะเกิดในกรณีของภัยพิบัติครั้งใหญ่ค่ะ เช่น เมื่อเดือนตุลาคมปี 1998 พายุเฮอร์ริเคน มิชท์ (Mitch) เข้ารุกรานชาวฮอนดูรัส ทำให้คนนับหมื่นล้มตาย และคนนับล้านกลายเป็นคนไร้บ้าน ตอนนั้นข้าวของบริจาคที่ดูเกินความจำเป็นก็คือ “เสื้อผ้า” ที่มาเป็นกองพะเนิน เคลื่อนย้ายไม่ได้ แถมยังมีรองเท้าส้นสูง เสื้อกันหนาว (ในขณะที่ฮอนดูรัสอยู่ในช่วงฤดูร้อน) 
 
         หรือจะเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 2004 ช่วงที่เกิดสึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ชายหาดในอินโดนีเซียถูกถมไปด้วยกองเสื้อผ้ามหาศาล สุดท้ายแล้ววิธีจัดการคือ การเทน้ำมันลงไปแล้วจุดไฟ จากนั้นก็ปล่อยให้หายไปกับทะเล…

["Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
ณ ชายหาดแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย
Photo Credit: CBSnews

["Thanks, but no thanks" เมื่อของบริจาคบางอย่างไม่ได้มีค่าในทุกสถานการณ์!
ณ คอร์ตบาสเก็ตบอลในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
Photo Credit: CBSnews
 

        จริงๆ แล้วสิ่งของหลายอย่างเลยค่ะที่ถ้าเกิดบริจาค "มากเกินไป" จะกลายเป็นภาระของเจ้าหน้าที่ หรือทำให้ผู้รับรู้สึกผิดหวังและโกรธเคือง เราจึงขอแนะนำว่า ถ้าเกิดเราอยากช่วยเหลือจริงๆ ควรติดตามข่าวสารดูว่ามีการประชาสัมพันธ์การรับบริจาคสิ่งของใดหรือไม่ หรือบางครั้งเราอาจพิจารณาตามความเหมาะสมแล้วสอบถามไปยังหน่วยงานก่อนก็ได้ค่ะ ^^
#Studyabroad #ภัยพิบัติ #เหยื่อ #ของบริจาค #เสื้อผ้า #japanflood #นกกกระดาษ #นกกระเรียน #พับกระดาษ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?