ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา []

ชีวิตแฟชั่นดีไซเนอร์ในตะวันออกกลาง ต้องเจอต้องลุยอะไรบ้าง?
17,169 3

      สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com .... การมีโอกาสเดินทางไปทำงานต่างประเทศคงเป็นความฝันของใครหลายๆ คน วันนี้มีประสบการณ์การทำงานสนุกๆ ที่ได้ทำตามความฝันของ "แฟชั่นดีไซเนอร์" ไทยคนหนึ่งมาฝากค่ะ รับรองว่าอ่านแล้วได้แรงบันดาลใจไฟลุกพรึบแน่นอน (ตอนท้ายของเรื่องมีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษด้วยนะคะ พี่เจ้าของเรื่องฝากมาสำหรับน้องๆ ที่อยากฝึกภาษาค่ะ ดีงามไปเลย!)


ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

     สวัสดีครับ พี่ชื่อ จักรพันธุ์ แสงสุริย์ ชื่อเล่นชื่อ 'ปาร์ค' ปัจจุบันอายุ 31 ปี ตอนปริญญาตรีจบจากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาครับ พอเรียนจบ พี่รู้ตัวว่าสนใจด้านการออกแบบแฟชั่น เลยสมัครเข้าเรียนสาขา Fashion Design สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ แล้วก็ได้ทุนจากสถาบันไปเรียนต่อสาขาเดียวกันที่ Accademia Italiana ประเทศอิตาลีเป็นเวลา 1 ปี  และปัจจุบันทำงานเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ในห้องชุดเจ้าสาว ที่ประเทศคูเวตครับ

     ต้องบอกก่อนว่า Fashion Industry แบ่งได้คร่าวๆ เป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ 1. Haute Couture 2. Ready-to-wear และ 3. Mass Market 

      พอจบปุ๊บ ก็กลับมาทำงานตามที่เรียนจบมาคือ Ready-to-wear ก็คือเสื้อผ้าที่เราๆ ใส่กันอยู่ทุกวันนั่นเอง ตามประสาคนจบใหม่ไฟแรง ก็อยากปล่อยพลัง ปล่อยดีไซน์เต็มที่ ทำไปก็สนุกดี ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างในโลกนอกห้องเรียน 

      ทำไปปีนึง เมื่อเรียนรู้และเติบโตขึ้นก็อยากรู้ว่า Mass Market ที่ผลิตทีละเยอะๆ ทำตังค์แยะๆ นี่เป็นยังไง ก็เลยพาตัวเองเข้าไปลองทำ ไปเรียนรู้ ก็สนุกอีกเหมือนกัน ได้เรียนรู้แง่มุมใหม่ๆ ทั้งด้านดีไซน์ ด้านธุรกิจในแบบที่แตกต่างจากตลาด Ready-to-wear 

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

       พอทำ Mass Market ได้ปีนึง ใจก็เริ่มอยากจะลองสาย Haute Couture (ศิลปะการตัดเย็บชั้นสูง) ดูบ้าง ประกอบกับช่วงปี 2016 วงการธุรกิจแฟชั่นในไทยซบเซามาก ที่ยังพอไปได้และเห็นชัดเจนมากคือ พวก Custom-made ชุดราตรี ชุดแต่งงาน ซึ่งก็สอคคล้องกับเทรนด์ของโลกเพราะเป็นช่วงที่ High-end Fashion และ Haute Couture อยู่ได้ อยู่ดี โดยมีลูกค้าแถบตะวันออกกลางและจีน ผู้มีเม็ดเงินถุงถังเป็นฐานสนับสนุน และยังเป็นช่วงเดียวกันกับหลายๆ แบรนด์จากตะวันออกกลางกำลังรุ่ง ทำให้ตอนนั้นความอยากที่จะลองสาย Haute Couture พุ่งกระฉูด ก็เลยเริ่มศึกษาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ที่จะมาทำงานในตะวันออกกลาง โดยมุ่งไปที่การทำชุดแต่งงานครับ

      พอรู้ว่าจะไปตะวันออกกลาง ก็ศึกษาข้อมูล Fashion สไตล์ตะวันออกกลางรัวๆ จนแนวทางการทำ พอร์ตฟอลิโอก็พลั่งพรูมาเอง ทำตามแทบไม่ทัน ตอนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาพลังมาจากไหน ทำ โปรเจกต์ชุดแต่งงานย่อมๆ ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะอย่างที่บอกว่าตอนเรียนทำแต่ Ready-to-wear ทำทุกอย่างที่คิดว่า ถ้ามีคนเปิดพอร์ตฟอลิโอดู ทำไงก็ได้ให้เค้าเปิดมากกว่าหนึ่งหน้า และทำไงก็ได้ให้เค้าอยากคุยกับเรามากที่สุด ถึงขนาดทำชุดแต่งงานจิ๋วใส่ในไปในพอร์ตฟอลิโอเลย และทำเป็นแบบออนไลน์ด้วยจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง และโปรยส่งได้ง่ายกว่าแบบเป็นเล่ม เร็วกว่าด้วย 

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา
 
       พี่รวบรวมแบรนด์ที่สนใจมาได้ประมาณ 10 ที่ ส่วนมากมาจากอาหรับเอมิเรตส์ เลบานอน และอิสราเอล และห้อยคูเวตไว้หนึ่งที่ เพราะว่ามีเพื่อนอยู่ที่นั่น โชคเข้าข้างมากๆ คงส่งถูกจังหวะพอดี และ Portfolio สวยด้วย อิอิ ประมาณอาทิตย์นึงก็มีสองที่ติดต่อมา หนึ่งในนั้นเป็นคูเวต ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องการทำวีซ่าเหมือนอีกที่ที่ดูจะอยากได้คนที่เคยทำงานเมืองนอกและแถบตะวันออกกลางมาแล้วมากกว่า ก็เลยลงตัวที่คูเวต ซึ่งเอาจริงๆ เหนือความคาดหมายมาก เพราะทุกอย่างเป็นใจไปหมด เจ้านายตอบกลับมาทางเมลเลยว่าจะ Offer a job โดยยังไม่ทันจะไม่สัมภาษณ์อะไรเลย เหมือนชอบงานมาก แล้วพอได้สัมภาษณ์จริงๆ ก็เป็นเหมือนแค่เตรียมความพร้อมว่าเรามาต้องเจอกับอะไรบ้าง บลาบลา มารู้ตอนหลังว่าเจ้านายชอบคนไทยมาก มาประเทศไทยบ่อยมาก และเคยมารีครูทคนที่ไทยด้วยตัวเองด้วยเมื่อหลายปีมาแล้ว

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

      จะบอกว่ามาที่นี่คือเหมือนโลกใหม่เลย ตั้งแต่สังคม วัฒนธรรม ภูมิประเทศ อากาศ อาหาร ผู้คน วิถีชีวิตชีวิต คือทุกอย่างจริงๆ ขนาดพอมีข้อมูลอยู่บ้างจากเพื่อน มาวันแรกยังช็อคตั้งแต่ลงเครื่อง จำได้เลยว่า ออกมาจากสนามบินไปขึ้นรถ ตอนนั้นบ่ายๆ ลมพัดมาตกใจมาก เพราะเหมือนมีคนเอาไดร์มาเป่าหน้า ร้อนแบบเบอร์สาม ไม่ได้เว่อร์เลย เป็นแบบนั้นจริงๆ ช่วงนั้นเดือนสิงหาคม ปลายๆ หน้าร้อนและบ่ายแก่ๆ ของวันแล้วอุณหภูมิยัง 46 องศาอยู่เลย ตอนกลางคืนนี่ 38 องศานะ นึกออกมั้ย คือมืดสนิทแต่ร้อนแบบตอนเที่ยงที่ไทย ช่วงพีคนี่ 60 องศาก็มี

      การทำงานที่นี่ถือว่าดีมาก เพราะขึ้นตรงกับเจ้าของแค่คนเดียว และจะมีทีมช่างที่คอยช่วยเราให้ได้ชุดออกมาตามแบบที่เราต้องการ เพราะฉะนั้น งานใครงานมัน รับผิดชอบไปเต็มๆ ไม่ต้องดีไซน์เป็นทีม ลุยงานกับช่างเย็บ ช่างปัก ช่างแพทเทิร์นได้เต็มที่  ต้องมีปรับการทำงานอยู่บ้างเพราะงานพวกนี้ที่ไทยส่วนใหญ่ช่างจะเป็นผู้หญิง แต่ที่นี่ช่างเป็นผู้ชายหมด

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา
 

      ทำงานมาเกือบปี เจอเจ้าสาวมาร้อยแปดความต้องการ แต่มีคนนึงเก๋ดี อยากเล่าให้ฟัง เจ้าสาวที่นี่ต้องถือช่อดอกไม้เดินในงานแต่งของตัวเอง ดอกไม้ที่นี่แพงมาก เพราะต้องนำเข้าทั้งหมด ปลูกได้แต่ต้นไม้ทะเลทราย 555 บางร้านจึงมีของกำนัลให้เจ้าสาวเป็นช่อดอกไม้ และบ่อยครั้งที่ดีไซน์เนอร์จะต้องคอยตกแต่งบูเก้ดอกไม้ด้วยเหล่าลูกไม้ต่างๆ ที่เข้ากับชุดที่ทำไปให้อลังการขึ้นไปอีก เคยมีครั้งนึง ลูกค้าไม่อยากถือดอกไม้เป็นช่อๆ นางเลยมีไอเดียว่าจะเอากระเป๋าดิออร์มาใส่ดอกไม้ถือในงานแต่ง นี่ก็ต้องไปจัดดอกไม้ในกระเป๋าดิออร์ของลูกค้า กลัวมากว่าจะมีอะไรไปข่วนกระเป๋าหนังเค้าเป็นรอย อิอิ

       จริงๆมีเรื่องแปลกๆเยอะมาก แต่ขอยกมาเล่าอีกเรื่องนึงแล้วกันที่เกี่ยวกับอาชีพที่ทำ นั่นคืองานแต่งงานของคนคูเวตจะต่างออกไป มาทำงานที่นี่ ถึงได้รู้ว่างานแต่งงานที่นี่เค้าจะแยกชายหญิง ตอนที่เจ้าสาวใส่ชุดแต่งงาน เดินในพิธี แขกที่อยู่ในพิธีจะมีแต่ผู้หญิง เพราะด้วยเรื่องศาสนาที่ผู้หญิงไม่สามารถให้ผู้ชายคนอื่นนอกจากสามีเห็นผิวกายได้ การอัพรูปลงโซเชียลในวันสำคัญของตัวเอง ชุดสวยๆ ใหญ่ๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มี ไม่ทำเป็น Public ทำงานมาปีนึง ก็ยังช็อคอยู่กับเรื่องนี้ ผลงานที่เราทุ่มเททำไปมีคนจำนวนน้อยมากที่ได้เห็น เสียดายมากที่โลกนี้ไม่ได้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการของงานแต่งงานของคนคูเวต เอาเป็นว่าชุดเจ้าสาวที่ทำอยู่ หนักประมาณ 40 กิโล หางยาวไม่เคยต่ำกว่า 3 เมตรเลยสักตัว ปัก swarovski ทั้งตัว ลูกไม้จากสเปน ฝรั่งเศส อิตาลีเท่านั้น

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา
 

      ส่วนเรื่องสังคมวัฒนธรรม ที่นี่ก็แปลกแตกต่างจากบ้านเรา เพราะเป็นประเทศมุสลิม มีกฎที่เราต้องเข้าใจและทำตามมากเยอะแยะมากมาย ไม่มีหมู สุรา และสถานบันเทิง คือแค่เบื้องต้น ที่สำคัญ คูเวตเป็นประเทศที่มีแรงงานมาทำงานเยอะมาก เค้าว่ากันว่ามากกว่าพลเมืองของตัวเองเสียอีก สามชาติหลักๆ ที่มาทำงานในคูเวตคือ อียิปต์ อินเดีย และฟิลิปปินส์ ไปที่ไหนก็เจอ ร้านที่ทำงานอยู่มีคนคูเวตแค่คนเดียวคือเจ้าของ นอกนั้นต่างชาติหมดเลย 

      ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีหน่อยที่เค้ามีหอพักให้ ซึ่งอยู่ตึกเดียวกับที่ทำงาน ไม่ต้องเดินทาง แรกๆ มาอยู่นี่ไม่ชินเลยเพราะไม่มีเซเว่น 555 เวลาจะไปซื้อของที ต้องออกไปห้างอย่างเดียว ซึ่งห้างถือเป็นชีวิตประจำวันของคนที่นี่มากๆ ไปห้างทุกวัน ทุกมุมถนนเป็นห้างหมด ห้างที่นี่อลังการดาวล้านดวงมาก เพราะนอกห้างร้อนมากเดินแทบไม่ได้ ที่นี่เลยยกถนนแบบปารีส ยกถนนแบบลอนดอนมาอยู่ในห้างเลยทีเดียว จะมีที่ต้องปรับตัวเยอะมากก็คือช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา ที่ต้องเตือนตัวเองตลอดเวลาว่าห้ามดื่มน้ำนอกบ้านเด็ดขาด โดนตำรวจจับ โดนปรับจริงจังเลยนะ ช่วงนั้นห้าง ร้านอาหารปิดหมด เริ่มเปิดตอนสองทุ่ม เมืองร้างแบบกรุงเทพตอนปีใหม่เลย ร้างเป็นเดือน 

ดีไซเนอร์ไทยในคูเวต ผู้สร้าง "ชุดเจ้าสาวยาว 3 เมตร ปักเพชรทุกตัว" ท่ามกลางอุณหภูมิ 50 องศา

     มาทำงานที่นี่นอกจากจะได้เรียนรู้โลกแฟชั่นชั้นสูงที่ใฝ่ฝันแล้ว ยังทำให้เข้าใจโลกขึ้นเยอะมาก ได้รู้ว่าการเคารพในความแตกต่างเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าการที่ทำความเข้าใจในความต่างนั้น 

     สำหรับน้องๆ ที่อยากไปทำงานในต่างประเทศ อยากให้ลองศึกษาข้อมูลให้ดี รวบรวมให้ได้มากที่สุดในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับงานที่ทำ หรือชีวิตความเป็นอยู่ของประเทศที่จะไป เพราะว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราได้งานนั้นๆ เลยทีเดียว พี่เชื่อว่าโชคเข้าข้างก็มีส่วน แต่มันเป็นแค่สิบเปอร์เซ็นเท่านั้นเอง อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นคือความพยายาม ความขยัน และความอดทนของเราครับ


-------------------------------------------

      Hello Dek-d fellows, my name is Chakkraphan Sangsuri. I am now 31 years of age. I got a diploma degree in Fashion Design from Chanapatana International Design Institute, Thailand (CIDI) and extended my advanced diploma with a full scholarship from CIDI at Accademia Italiana, Italy for a year. I also have a bachelor’s degree in Political Science. 
   
       First of all, Fashion Industry falls into three main categories which are Haute Couture, Ready-to-wear and Mass Market. I had a chance to try working on both ready-to-wear and mass market after I graduated. My fresh grad year, I enjoyed fashion designing outside the classroom where I met target group, sales and so on. Although I have learnt many things doing ready-to-wear, when I actually had a chance to try the Mass market, I grabbed it. It was another educational year in both designing and business aspects which I love it so much yet I was still missing another category, Haute Couture.

       In 2016, thai fashion industries were all slow but the only section that survived was a custom-made market which was pretty much the same as global stage. Although a slow on fashion industry all over the world, luxury middle east brands are uprising. High-end and Haute couture fashion have a strong support from their middle east and chinese clients. So I started to gather information and seek for any possibilities to start a career there where Haute couture is still playing a big part, bridal designer is a goal.
     
      I started with learning all information about middle east leading brands and the haute couture world and before I know it, I have a pretty specific clue of what I have to do with my portfolio pursuing luxury bridal designer. So I edited it as I have my previous portfolio rather to be a ready-to-wear designer than couture one. I dedicated my life to this revision of my designs and do whatever it takes that allows me to think that someone will going through all my pages, I even made a miniature version of the wedding dress I designed. Put everything online and ready to hit elsewhere. There were around dozen of brands that I dreamed to work with mostly from United Arab Emirates, Lebanon, Israel and one place at Kuwait where I have a reliable close friend there. Fortunately and not for long, I heard from two of them and one was from Kuwait which was super supportive in terms of information and working visa process. I made an easy decision and here I am working in Kuwait.
   
      It is a whole new world for me from the food, weather, culture, people - everything. I still remember how I felt when I first stumped into summertime Kuwait, it was in late summer of August last year, I felt like I walked in the oven, yes, it was 46 degree celsius during day time and 38 at night and that was LATE summer. Its peak can be around 60 degree celsius. Besides, Kuwait is a muslim country, so I have a lots of rules and norms to conform and understand. No more pork, alcohol and night life. I am here in Kuwait almost a year but I have just met few of original Kuwaiti as the population here is full of migrant labor from around the world especially from neighbor islamic countries like Egypt and India including overwhelming labor from the philippines. 60 lives under my company, there is only one Kuwaiti which is the owner and this pretty much describes it all. So, it truly is multicultural working here.

      The good thing is they provided accommodation for expat like me otherwise it would be chaotic to find one. Another thing that I have to get used to it is there is no 7-11 around the corner like it is in Thailand, grocery can be so painful because you have to plan for it. Half of my free time here I spend it on the only place they all go, department store. Don’t underestimate department store here, some can be so intimidating. The most drastic culture challenge for me would have to be in Ramadan time, I have recently passed my first Ramadan month here, I was a true culture shock as you can be arrested by drinking water in public area. Restaurant and department stores are all closed until 8 pm for a whole month, there was no whatsoever alive seen during day time. The new thing related to work for me here is that wedding ceremony in Kuwait where the bride wears a super huge and stunning wedding gown will be held privately only among women and that means the outside world rarely see these luxurious events.
   
      The system of how fashion designers work here, especially in this atelier I am working with, is practically good. Each designer will have their own team to perform according to the direction discussed with the owner. I have to adjust how I work with people as in Thailand we have mostly women working in this field but, for here, it is the other way around. Although, the real challenging thing is to manage the workforce I have with the time constraint and the team to deliver enough dresses for the atelier.
   
       I work here almost a year, I have learnt that our lovely brides can be so demanding in their own ways but there is one with a specific taste I would love to tell. The thing is all brides here they will carry a bouquet in their wedding, some wedding houses including the one I am working with will provide an imported bouquet designed specially to each bride according to their wedding dresses. Sometimes, I have to decorate the bouquet with the material I use in her dress in order to be matching to the perfection. One of the lovely brides handed me with her python Dior bag and ask me to put the bouquet in it and decorate the bag with whatever I think will make her day. It was so stressful than making a dress for her itself as I was so scared to scratch her bag.
   
      In the end, working here is not only about learning the couture fashion world that I dream of but also to embrace in the differences we all have, more important is to respect in that differences.
   
      For those who wanna make a living abroad for their dream jobs, information is the key from the details of the career, the company you wanna work with, the country and every possible perspective you could get because all in all, these information not only prepare you for the future but could determine whether you will get the job itself. This is the part where determination, persistence and perseverance will get you there.
#fashion design #แฟชั่นดีไซเนอร์ #ออกแบบเสื้อผ้า #ตะวันออกกลาง

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

3 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?