‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World” []

วิว
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D ใครเป็นสาวกดิสนีย์ยกมือขึ้น! ใครฝันอยาก Work and Travel ในองค์กรใหญ่ๆ ยกมือขึ้น! ใครอยากสัมผัสประสบการณ์ทำงานร่วมกับชาวต่างชาติยกมือขึ้น! เอ้อเข้าเรื่องดีกว่า ยกไปยกมาไม่ได้ทำอะไรกันพอดี 5555 สำหรับเรื่องที่หยิบมาแชร์วันนี้...บอกเลยว่านั่งฟังไปก็อิจฉาไปค่ะ เพราะงานหลักของเธอคือการสวมชุดคาแรกเตอร์ไป Meet & Greet กับเหล่าแขกสุดพิเศษที่ได้มาเที่ยว ณ Walt Disney World! และขอบอกก่อนเลยค่ะว่า เราได้ถามเธอถึงขั้นตอนสมัครคร่าวๆ รวมถึงขอให้ช่วยแนะนำแต่ละโรลที่อาจเปิดรับในแต่ละปีด้วยค่ะ ^^ (แต่ละปีเปิดรับไม่เหมือนกันน๊า)

 *** สำคัญมาก อ่านก่อนนะคะ *** 
 
        - ดิสนีย์เรียกลูกค้าว่า “Guest” และเรียกคนที่ทำงานในดิสนีย์ว่า “Cast Member” ประมาณว่าพวกเค้าคือพนักงานที่ต้องทำโชว์(หน้าที่)ของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด 
        - บทความนี้ไม่มีรูปภาพเจ้าของเรื่องขณะทำงานนะคะ เพราะ Role นี้ไม่สามารถถ่ายรูปได้
 
‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”


แนะนำตัว
 

        “สวัสดีค่า ^^ ชื่อ ‘ตาต้า’ ธนพร จงพัฒนสมบัติ ตอนนี้อายุ 23 ปี เรียนจบจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยไปฝึกงานที่ดิสนีย์ที่เมือง Orlando รัฐ Florida ระยะเวลา 3 เดือน ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม - ต้นสิงหาคมปีที่แล้วค่ะ”

 

ตามรอยพี่รหัสไปหาประสบการณ์ในแดนดิสนีย์
 

        ก่อนอื่นเลย ทำไมตาต้าถึงอยากฝึกที่นี่? “ส่วนตัวชอบดิสนีย์อยู่แล้วค่ะ พอเห็นว่าพี่รหัสของตัวเองมีโอกาสไปฝึกที่นี่เหมือนกัน เลยสนใจแล้วเริ่มหาข้อมูล จากนั้นไปเจอเอเจนซี่ชื่อ London House ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนภาษา แต่ก็รับเด็กไปแลกเปลี่ยนด้วย เค้าจะมีโครงการชื่อ ‘Disney International College Program’ ที่ดีลกับทางดิสนีย์ไว้ค่ะ”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”

 

“Character Performer”

สวมชุดคาแรกเตอร์ไป Meet & Greet กับแขกคนสำคัญ!
 

     “‘Character Performer’ มีหน้าที่ perform โชว์ออกมาให้ดีที่สุดค่ะ เราต้องสวมชุดคาแรกเตอร์แล้ว Meet & Greet กับเกสต์ ซึ่ง ‘โชว์’ ในที่นี้ไม่ใช่แค่การเต้นหรือแสดงละคร แต่รวมถึงกิจกรรมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปาร์กที่เกสต์เห็น (แต่โรลนี้พูดกับเกสต์ไม่ได้นะ)”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
"คาแรกเตอร์ที่สนิทกันก็จะเล่นกับเราประมาณนี้"
 
        ตาต้าเล่าความสนุกและความประทับใจของงานนี้ให้ฟังว่าโรลของเราสร้างรอยยิ้มและความสุขให้เกสต์ในปาร์กค่ะ ลองนึกภาพว่าถ้าเราไปสวนสนุกแล้วได้เห็นคาแรกเตอร์ที่ชอบมากๆ มีชีวิต เล่นกับเราได้ และถ่ายรูปในท่าที่เราอยากถ่ายได้ เราคงมีความสุขมากๆ และยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ด้วย อย่างเช่นมีครั้งนึง เกสต์อายุ 80 กว่าปี เค้าเข้ามากอดหมีพูห์ แล้วบอกว่า เค้าเก็บเงินทั้งชีวิตมาเพื่อมาหาหมีพูห์ในปาร์กนี้เลยนะ ^^”
 
        ประสบการณ์ฮาๆ ก็มีเหมือนกัน “เคยออกไปเที่ยวเล่นกับหมีพูห์ในร้านอาหาร เจอเด็กนอนบนรถเข็น เราเลยก้มคุกเข่าไปโบกมือเล่นด้วย เจอเด็กถีบกลางท้องเฉยยย5555”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
"หนึ่งในงานของ Performer คือ ต้องเซ็นลายเซ็นตัวละครได้นะจ๊ะ"

 

พบปะผู้คนหลายชนชาติและสำเนียง
 

        “เราได้ทำงานกับคนทุกรูปแบบและหลากหลายเชื้อชาติ ความท้าทายคือต้องรู้ว่าจะปฏิบัติยังไงให้สุภาพที่สุด ต้องคิดถึงวัฒนธรรมของชาติอื่นด้วย ส่วนเรื่องสำเนียงก็เป็นปัญหาบ้างค่ะ เราชินกับสำเนียง American แต่เคยเจอคนอังกฤษที่สำเนียง British จ๋าเลย (ถึงจะยากก็ต้องพยายามฟังนะ)”
 
        และน่าสนใจตรงที่เธอได้นำความรู้จากคณะมาใช้เยอะมากๆ “ความรู้จากคณะศิลปศาสตร์มันกว้างมาก สิ่งที่ได้ใช้แน่ๆ คือ ภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งช่วยให้เราปรับตัวง่ายขึ้น แล้วเราเคยลงเรียนวิชาละครด้วย ได้ศึกษาคนและรู้ว่าต้องทำยังตัวยังไง สามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับเค้าให้ได้ และไม่ตัดสินคนไปก่อน”
 
        “ชาติที่อเมซิ่งมากๆ คือเม็กซิกัน ปกติในสายตาคนไทยมักเห็นว่าเค้าไม่ค่อย nice แต่พอได้รู้จักจริงๆ พวกเค้าน่ารักมากกก สำเนียงฟังง่ายด้วยนะ5555 จากที่เราเคยตีกรอบว่าชาตินั้นต้องเป็นยังงั้นยังงี้ พอมาเจอจริงๆ ได้เปิดโลก เค้าอาจไม่ได้เป็นเหมือนที่เราเข้าใจมาตลอด” 
 
‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”

 

โหมด “Homesick”: น้ำตาภายใต้รอยยิ้มของตัวคาแรกเตอร์
 

        สิ่งที่หลายคนกังวลคือเรื่องสังคม อยากให้เล่าเรื่องสังคมและสภาพแวดล้อมที่เราทำงานให้ฟังหน่อย “เราประทับใจกับคนที่ทำงานด้วยมากเป็นพิเศษค่ะ พวก Entertainers จะมีอินเนอร์ของนักแสดงที่อยากส่งความสุขให้ทุกคน ตอนเราทำงานได้เจอเพื่อนร่วมงานดีๆ ทำให้แฮปปี้มากก ช่วงแรกๆ มีคนช่วยแนะนำให้ บางคนยืนรอเราจัดของเสร็จแล้วเดินไปด้วยกัน แม้บทบาทเราจะไม่ได้พูดกับเกสต์ แต่หลังฉากเราได้คุยได้เล่นกันตลอด ทุกคนดีกับเรามาก"

        "แม้กระทั่งวันสุดท้ายที่เราทำงาน เพื่อนวาดรูปให้แล้วเขียนว่า ‘Ta Ta for now’ ซึ่งเป็นคำที่ทิกเกอร์บอกลาหมีพูห์จริงๆ”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
"วันสุดท้ายก่อนออกจาก WDW
ก็แวะไปให้กำลังใจคาแรกเตอร์ใหม่ๆ กันสักหน่อย~"


 
        อย่างไรก็ตาม ปัญหายอดฮิตก็แวะมาหาเธอด้วยเช่นกัน “เรามีช่วงโฮมซิกระหว่างทำงานประมาณสัปดาห์นึง เพียงแต่ต้องแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าแฮปปี้ โบกมือให้เกสต์ทั้งที่ข้างในกำลังร้องไห้ เราคิดถึงบ้านมาก เพราะเราห่างบ้านและห่างนานมากด้วยค่ะ”

 

ประสบการณ์ที่เปลี่ยนเธอเป็น “สาวสตรอง”
 

        “อย่างแรกคือได้เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเองค่ะ ตอนอยู่ไทยไม่เคยคิดไปสวนสนุกหรือกินข้าวคนเดียวเลย แต่พอไปอยู่นู่น มันจำเป็นต้องทำ เพราะเวลาเรามักจะไม่ตรงกับเพื่อน ทำให้เรากล้าพูด กล้าคิด กล้าตัดสินใจ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น กลายเป็นสาวสตรอง!! 5555”
 
        “สิ่งที่เราชอบและเราก็ติดนิสัยเค้ามาด้วยคือ คนที่นั่นไม่ตำหนิเลยเวลามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แถมยังให้กำลังใจด้วยว่าคนเราผิดพลาดกันได้ มันทำให้เราได้พลังบวกและฮึดสู้ ตั้งใจทำงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”

 

อยากให้เปิดใจรับทุกโรลไว้ในอ้อมอกอ้อมใจ
 

        ไหนๆ เราก็ได้คุยกับคนที่มีประสบการณ์ทำงานในดิสนีย์แล้ว เราเลยถือโอกาสถามถึงตำแหน่งอื่นๆ ด้วยค่ะ เพราะเธอก็ยืนยันมาแล้วว่า ความน่าสนใจไม่ได้มีแค่ตำแหน่งเดียว
 
        "Merchandise" โรลยอดนิยมเลยค่ะ คนชอบเพราะได้แต่งชุดสวยๆ น่ารักๆ ได้คุยกับเกสต์ หน้าที่คือทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับการขายของในร้านต่างๆ ทั้งในสวนสนุก สวนน้ำ รีสอร์ต”
 
        "Quick Service Food & Beverage" ขายอาหารและทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาหาร เช่น รถเข็นป็อปคอร์นในปาร์ก ร้านอาหารใหญ่ๆ
 
        "Custodial" หรือคนทำความสะอาดนั่นเองค่ะ โรลนี้น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะได้เจอคนเยอะพอๆ กับ Merchandise และได้ดูแลทัศนียภาพให้เกสต์มีความสุข เวลาคนเดินในปาร์กแล้วหลงทางจะเจอโรลนี้ สิ่งที่น่ารักมากๆ คือ Custodial สามารถใช้น้ำวาดรูปบนถนนได้ อารมณ์แบบ waterpaint เป็นตัวการ์ตูน (ไม่ได้โดนใช้งานเหมือนแรงงานทาสนะ)

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
"ถ่ายรูปในปาร์กก็ขอให้ Photopass ช่วยติดปีก
หรือพาทิงเกอร์เบลล์มาเจอเราได้เช่นกันนะ"

        "Lifeguard" คนดูแลความปลอดภัยของเกสต์บริเวณสระน้ำและสวนน้ำ มีทั้งน้ำลึกน้ำตื้น ดังนั้นต้องมีการสอบว่ายน้ำด้วยนะคะ...แต่แอบกระซิบว่าโรลนี้จะได้เงินเยอะกว่าโรลอื่นนิดนึงง (และอาหารตาเลิศรสมากจ้าาา)
 
        "Attraction" คนดูแลเครื่องเล่น คอยต้อนรับและส่งเกสต์ขึ้นเครื่องเล่น และต้องปรับบุคลิกตามเครื่องเล่นด้วย
 
        "Recreation" ก้ำกึ่งระหว่าง Attraction กับ Lifeguard หน้าที่คือดูแลแขกตามเครื่องเล่นในสวนน้ำ 
 
        "Seater" ภาษาอังกฤษของโรลนี้ต้องดีมากค่ะ หน้าที่คือพาเกสต์เข้าร้านอาหารไปยังโต๊ะที่ได้จองไว้ (บางครั้งก็ต้องรับจองด้วย) ความพิเศษคือแต่ละร้านจะมีธีมต่างกัน เช่น Liberty Square คุมธีมเป็น Old-American ดังนั้น Seater ต้องจำชื่อย่อของรัฐอเมริกาได้ทุกรัฐ
 
        "Character Attendant" ผู้ดูแล "Character Performer" และความเรียบร้อยของสถานที่ที่คาแรกเตอร์จะไปทำงาน ความสนุกคือต้องแปลสารที่คาแรกเตอร์พยายามสื่อ เช่น หมีพูห์ลูบท้อง = น่าจะกำลังหิว = เราก็หยิบมาพูดสร้างสีสันให้ได้ (ถ่ายรูปให้เกสต์ได้ด้วยนะ)

        "Costuming" โรลนี้เหมาะกับคนที่อยากทำงานเกี่ยวกับเสื้อผ้าค่ะ หน้าที่คือดูแลชุดของเหล่าคาแรกเตอร์และแคสต์เมมเบอร์ ทั้งซ่อมและซักเลย แต่ข้อเสียคือเป็นงานเบื้องหลังที่ไม่ค่อยได้เจอเกสต์เท่าไหร่

        “บางโรลอาจไม่ได้เปิดรับทุกปี และจำนวนรับจะมากหรือน้อยก็แตกต่างกันด้วย (แล้วแต่เกณฑ์ว่าดิสนีย์ต้องการเด็กไทยกี่คน) โดยเค้าจะคัดเลือกผู้สมัครจากความเหมาะสม  เราอยากให้เปิดใจรับทุกๆ โรล บางโรลที่เราคิดว่าไม่น่าทำ จริงๆ สนุกนะ ^^” 

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
“ทำคาแรกเตอร์ก็จะอินกับคาแรกเตอร์หน่อยๆ”


ถ้าอยากสมัคร ต้องใจรักและมีแต้มบุญ!


        อ่านถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนเริ่มอยากมีช่วงชีวิตในดินแดนดิสนีย์บ้างแล้วใช่มั้ยคะ? ตาต้าเล่าขั้นตอนให้ฟังคร่าวๆ ว่า “เริ่มจากต้องลงทะเบียนออนไลน์ Road Show ผ่านอินบ็อกซ์ในเฟซบุ๊ก London House ซึ่งเค้าจะประกาศรับสมัครทางหน้าเพจ ซึ่งถ้าเปิดปุ๊บต้องลงทันที แถมจองเผื่อคนอื่นไม่ได้ด้วย โดยปกติจะเต็มเร็วมาก ไม่เกินชั่วโมงค่ะ” พูดง่ายๆ ว่าคล้ายการจองบัตรคอนเสิร์ต แต่ต่างตรงที่เราไม่รู้เลยว่าเค้าจะเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ ดังนั้นควรตั้ง See First เปิดแจ้งเตือนทุกช่องทางไว้นะคะ ><

        คำเตือนคือห้ามพลาดแม้แต่ขั้นตอนเดียว กิจกรรมโรดโชว์ต้องไปให้ทัน ห้ามเลท และห้ามกลับก่อนเพราะจะแจกบัตรสัมภาษณ์รอบแรกตอนเลิกงาน สัมภาษณ์รอบแรกจะคัดว่าสื่อสารภาษาอังกฤษคล่องมั้ย ต้องเตรียมเรซูเม่ พอร์ตไม่เน้นแต่เตรียมไปก็ได้ ส่วนสัมภาษณ์รอบสองจะกรองว่าเราได้งานหรือไม่ได้งาน”

        แล้วเราจะเลือกโรลที่สนใจได้ตอนไหน? “พอสัมภาษณ์รอบแรกเสร็จแล้วเราจะเลือกโรลที่สนใจได้ตอนลงทะเบียนรอบสองค่ะ วิธีการเลือกคือเราต้องติ๊กๆ ว่าสนใจแต่ละโรลในระดับไหน (ต้องเลือกทุกโรล) อย่างเช่นตอนนั้นเราเลือกระดับ High ไว้ 3 ตำแหน่งค่ะ”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
 
        มาถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ บ้าง ฟังแล้วน่าสนใจทีเดียว! “ค่าใช้จ่ายโดยประมาณนะคะ ค่าบ้าน 2 สัปดาห์แรก (12,000 - 13,000 บาท) ค่าวีซ่า (14,000 บาท) ค่าประกันสุขภาพของดิสนีย์ (10,000 บาท) ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าใช้จ่ายส่วนตัว เค้าจะไม่มีค่านายหน้ากับค่าแรกเข้านะคะ เราคิดวาถูกกว่าการไป Work & Travel ทั่วไปมากกก แล้วที่พักของดิสนีย์คือดีมากกกกกค่ะ ปลอดภัย สะอาด ได้มาตรฐาน”

       "ส่วนตัวคิดว่ามันก้ำกึ่ง Work & Travel กับฝึกงานนะ เพราะเราได้เงินด้วย ตอนที่เราไปได้ 9-10 $ ต่อชั่วโมง (ถ้าทำมากกว่า 40-45 ชั่วโมงได้เงินเพิ่มเป็น OT) การันตีขั้นต่ำ 30 ชั่วโมง/สัปดาห์ค่ะ"
 
        สุดท้ายนี้ ตาต้าคิดว่าใครที่เหมาะกับการไปรับประสบการณ์แบบนี้มากที่สุด? “ถ้าทักษะภาษาคือต้องสื่อสารรู้เรื่อง ฟังออก พูดได้เขียนได้ค่ะ แล้วที่สำคัญคือต้องมี Passion จริงๆ ส่วนคนที่ไม่อินกับดิสนีย์ก็ทำได้เหมือนกันนะคะ เพราะเค้าเป็นองค์กรที่ใหญ่และมั่นคง ทำให้เรามีโปรไฟล์ดีๆ เก็บไว้ สร้างเครดิตให้เราได้ดีมากเลย”

‘ตาต้า’ กับชีวิตฝึกงาน 3 เดือนที่เหมือนฝัน เมื่อได้ใส่ชุดคาแรกเตอร์ที่ “Walt Disney World”
 
        สุดยอดมากกก พี่เชื่อว่าเรื่องเล่าของตาต้าไม่ได้ปลุกได้แค่ไฟอิจฉาในตัวพี่ แต่ยังปลุกแรงบันดาลใจให้ชาว Dek-D ได้ด้วย ถ้าใครสนใจ...อย่าลืมเข้าไปศึกษารายละเอียดที่เว็บไซต์ London House และติดตามเพจ Londonhouse Chiangmai อย่างใกล้ชิดนะคะ เราหวังว่าทุกคนได้จะได้มีช่วงเวลาดีๆ ที่ถึงแม้จะสั้นๆ แค่ 3 เดือน แต่ไม่มีทางลืมได้ตลอดชีวิตเช่นเดียวกับเจ้าของเรื่องในวันนี้ ^^
 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Disney #ฝึกงาน #Work&Travel #WaltDisney #WaltDisneyWorld #ตาต้า #ประสบการณ์เด็กนอก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?