“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก []

กว่าจะเป็น "ไคล์ สมิทลี" เด็กจบใหม่เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม!
1,771 0
       สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com แม้ว่าหลายๆ คนมองว่า การที่เด็กจบใหม่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองจนทะยานขึ้นสู่ระดับล้านเหรียญนั้นเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่มีพื้นฐานครอบครัวในวงการธุรกิจมาก่อน แต่ใช่ว่านั่นจะเป็นไปไม่ได้ค่ะ วันนี้ พี่ภรณ์ นำเรื่องของหญิงสาวผู้มีความคิดที่จะเปลี่ยนโลกตั้งแต่อายุยังน้อยมาฝากกันค่ะ


“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       ย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีก่อน ไคล์ สมิทลี (Kyle Smitley) นักศึกษาจบใหม่ชาวอเมริกันจาก DePauw University รัฐอินดีแอนา ด้วยความที่เธอเรียนควบ 2 วิชาเอกอย่างปรัชญาและสิ่งแวดล้อม กับอีก 2 วิชาโทคือ ภาษาสเปนและเคมี ทำให้ไคล์มีความรู้ความสามารถที่หลากหลายและกว้างขวาง แต่เพราะความสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่มากเป็นพิเศษ เธอจึงตัดสินใจฝึกงานเป็นนักวิจัยของหน่วยงานรัฐบาลในรัฐวอชิงตัน ดี. ซี. ซึ่งการฝึกงานครั้งนี้ ทำให้เธอได้เห็นถึงเบื้องหลังอันหลอกลวงของบริษัทผลิตเสื้อผ้าเด็กหลายๆ ยี่ห้อที่ไม่ได้เป็นจริงอย่างที่คุณสมบัติอ้างไว้

       เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่ต้องการจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูก พวกเขาจึงเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้ที่ปลอดภัยต่อตัวเด็ก รวมไปถึงในยุคสมัยนี้ที่ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น พวกเขาจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายโลก แต่ไคล์กลับพบว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่อ้างว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นอย่างที่ว่าไว้ อย่างการใช้โลหะหนักในการพิมพ์สีซึ่งจะก่อให้เกิดสารพิษแก่ตัวผู้ใส่และธรรมชาติ หรือจะเป็นโรงงานเย็บชุดที่ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งหมดนี้ทำให้เธอเกิดความคิดที่จะทำในสิ่งที่แตกต่าง และเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนโลกเสียเอง แม้จะไม่มีความรู้เกี่ยวกับวงการแฟชั่นมากนัก แต่การเรียนเอกสิ่งแวดล้อมทำให้เธอรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้ปกครอง เด็ก และโลกใบนี้

“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       ในวัยเพียง 22 ปี ไคล์วางแผนเริ่มธุรกิจเสื้อผ้าเด็กเล็กที่การันตีว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 100% ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Barley & Birch” ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำผ้าจะต้องทำมาจากออร์แกนิคคอตตอน และพิมพ์ลายด้วย Water-based inks หรือ หมึกฐานน้ำที่มีคุณสมบัติลดความเป็นพิษต่อมนุษย์ สามารถย่อยสลายได้ง่ายมาก และไม่ก่อมลพิษทางน้ำและอากาศ นอกจากนี้ไคล์ยังหวังว่าจะบริจาคกำไรที่เธอได้รับไปให้แก่องค์กรการกุศลเพื่อพัฒนาชุมชนอื่นๆ อีกด้วย ไคล์บอกว่า เธอมองว่าการที่เสื้อผ้าเด็กยี่ห้ออื่นไม่ได้ใช้ของคุณภาพดีอย่างที่กล่าวอ้าง กลับเป็นช่องโหว่ให้แก่ร้านของเธอ และมันก็ฟังดูเหมือนว่าจะเป็นความที่ดีมากในช่วงเวลานั้น แต่พอเธอลงมือทำจริงๆ ทุกอย่างกลับไม่ง่ายเหมือนที่คิด

       ไคล์ถูกปฏิเสธให้กู้เงินจากหลายธนาคาร ก่อนจะมาได้รับเงินจำนวน $10,000 จากองค์กรไม่แสวงผลกำไรแห่งหนึ่งในที่สุด การที่มีเงินต้นทุนอยู่ในมืออย่างจำกัด และความไร้ประสบการณ์ของเธอทำให้ไคล์ต้องเลือกใช้เงินนี้อย่างรอบคอบ เธอเริ่มจากการจ้างดีไซน์เนอร์มาออกแบบเสื้อเชิ้ต กางเกง และชุดนอนสำหรับเด็ก ก่อนจะเริ่มทำการตลาดแรกคือ ส่งจดหมายเสนอขายชุดกว่า 500 ฉบับให้แก่ร้านขายเสื้อผ้าที่มีแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เธอเล่าว่า “ฉันรู้สึกเหมือนว่า ร้านของเรามันเจ๋งมาก เราจะต้องขายหมดภายใน 48 ชั่วโมงแน่ๆ!” แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างนั้น

“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       แม้ว่าแผนการแรกจะล้มเหลว แต่ไคล์ยังไม่ยอมแพ้ เธอรู้แล้วว่าสิ่งที่ Barley & Birch ต้องการตอนนี้คือการโฆษณาให้คนรู้จักและเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่ไคล์ยึดถือมาตลอดคือคำแนะนำจากพ่อของเธอเอง “เขาบอกว่า ฉันจะต้องคำนึงถึงเงินทุนของตัวเองอยู่เสมอ มันง่ายมากที่จะจ่ายเงินทั้งหมดไปกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่จำเป็น และนั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าธุรกิจของคุณเอง มันเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องจำเอาไว้ขณะเริ่มต้นธุรกิจใหม่” 

       นักธุรกิจมือใหม่อย่างเธอจึงไม่อยากเสียเงินไปกับการโฆษณาเหล่านั้น เธอจึงคิดแผนการใหม่ด้วยการใช้โซเชียลมีเดียที่มีอยู่ในมือให้เป็นประโยชน์ โดยเชื่อว่าการดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายหลักของเธอจะเป็นวิธีเข้าถึงพวกเขาได้ดีที่สุด ไคล์จึงติดต่อไปยังบรรดาแม่ๆ ชื่อดังที่เขียนบล็อกเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกลงอินเตอร์เน็ต แล้วอธิบายถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ของเธอ ก่อนจะส่งผลิตภัณฑ์ไปให้ใช้ และอีกส่วนหนึ่งเพื่อไปเป็นของขวัญสำหรับผู้อ่านบล็อกคนอื่นๆ เธอรู้ดีว่า ปัจจุบันผู้คนสนใจในคุณภาพของสินค้ามากกว่าราคาของมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กเล็ก พ่อแม่ย่อมอยากได้สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ ซึ่งเสียงตอบรับจากผู้อ่านบล็อกทำให้เธอรู้ว่าตนเองเดินมาถูกทางแล้ว เพราะตอนนี้ไม่ใช่เธอที่เข้าไปยื่นข้อเสนอให้แก่ร้านขายเสื้อผ้า แต่เป็นตัวร้านเองที่เข้ามาขอซื้อเสื้อผ้าจากเธอไปขายแทน

“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       ไคล์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้เธอจะเป็นนักธุรกิจอายุน้อย และมีอุปสรรคมากมายในตอนเริ่มต้น แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางเธอจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ เสื้อผ้าของเธอเป็นที่ต้องการของตลาดในเวลาอันรวดเร็ว อย่างสินค้าล็อตแรกที่วางขายใน Green Genes ร้านขายเสื้อผ้าเด็กที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในชิคาโก ก็ขายหมดภายใน 2 สัปดาห์แรก แถมยังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างเว็บไซต์ข่าว DailyCandy หรือเว็บไซต์เกี่ยวกับแม่และเด็กชื่อดังอย่าง Cool Mom Picks และภายในเวลาเพียง 1 ปีก็ทำให้สินค้าของเธอถูกวางขายในร้านเสื้อผ้ากว่า 30 แห่งทั่วอเมริกาแล้วค่ะ

       มันเหมือนฝันที่เป็นจริง จากผู้หญิงที่เคยเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์แค่ 1 วิชาเท่านั้น กลับกลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้ แต่ไคล์ยังไม่ลืมเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ คือความคิดที่จะเปลี่ยนโลกนี้และการช่วยเหลือสังคม เธอกล่าวเอาไว้ว่า “เงินไม่ใช่แรงผลักดันของฉัน เงินแค่ทำให้ฉันตื่นเต้นที่จะได้ส่งมันต่อให้คนอื่นเท่านั้น” 

“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       ไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกบริจาคให้แก่องค์กรการกุศลทั่วโลกอยู่เสมอ แต่นั่นเหมือนจะยังไม่เพียงพอต่อไคล์ เธอเล่าว่า การใช้ชีวิตอยู่ที่ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนียคือ ชีวิตที่วิเศษสำหรับใครหลายๆ คน เธอควรจะมีความสุขกับชีวิตหรูหราแบบนั้น แต่ไคล์กลับรู้สึกว่างเปล่า เธอยังต้องการอะไรบางอย่างมากกว่านี้ กระทั่งวันหนึ่งที่ไคล์เดินทางไปเยี่ยมโรงเรียนที่บริษัทของเธอบริจาคเงินให้ เธอถึงรู้แล้วว่า ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเพียงอย่างเดียว ‘การให้’ คือสิ่งที่มาเติมเต็มชีวิตของเธอต่างหาก

“ไคล์ สมิทลี” จากเด็กจบใหม่สู่เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ในคอนเซ็ปต์รักษ์โลก

       ในปี 2013 เธอตัดสินใจเปิดโรงเรียนที่รับเงินดูแลจากรัฐบาล แต่บริหารงานและมีระบบการศึกษาเป็นของตัวเองที่เมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน ในชื่อ “Detroit Achievement Academy” โดยโรงเรียนของเธอเปิดให้นักเรียนเข้ามาเรียนฟรี ซึ่งจะมีตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงเกรด 4 และจะเปิดเพิ่มขึ้น 1 ระดับในทุกๆ ปี ไคล์เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่สามารถทำเรื่องที่คนอื่นมองว่ายากให้เป็นไปได้ ทั้งการเริ่มธุรกิจตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ สินค้าของเธอเป็นที่ต้องการของตลาด และเป็นเจ้าของโรงเรียนเพื่อเด็กๆ ที่ดีทรอยต์ตั้งแต่อายุเพียง 26 ปีเท่านั้น

       “ฉันมีธุรกิจเสื้อผ้า ฉันเป็นหนึ่งในนักธุรกิจอายุน้อยของโลก ฉันมีทุกอย่างที่อยากมี ฉันเคยอาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก และฉันก็ได้เรียนรู้ว่า คุณสามารถมีทุกๆ สิ่ง แต่รู้สึกว่างเปล่าได้ ถ้าคุณไม่เคยทำอะไรที่มีความหมายมากกว่านั้น”


       จะเห็นได้ว่า ในชีวิตของคนคนหนึ่งไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เลยนะคะ กว่าธุรกิจของไคล์ สมิทลีจะเป็นที่รู้จักของกลุ่มเป้าหมายอย่างที่วาดฝันเอาไว้ก็ต้องผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย นอกจากนี้ เงินและชีวิตหรูหราเองก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันถึงความสุขและความสมบูรณ์แบบ การรู้จักแบ่งปันและการทำเพื่อผู้อื่นต่างหากที่จะเติมเต็มชีวิตของเราได้ค่ะ



ข้อมูล
#Studyabroad #Kyle Smitley #นักธุรกิจ #เด็กจบใหม่

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?