ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า! []

วิว
     สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D … พี่เชื่อว่าน่าจะมีน้องๆ หลายคนที่มีความคิดอยากลองไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองด้วยการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศบ้างสักครั้ง และมันคงจะเจ๋งไม่น้อยถ้าเราลองไปผจญภัยต่างแดนคนเดียว และเรื่องที่ พี่วุฒิ นำมาฝากวันนี้ เป็นประสบการณ์การไปเรียนภาษาเป็นเวลา 3 เดือน ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มาดูกันว่าการไปใช้ชีวิตคนเดียวในเมืองผู้ดี มันจะสวยหรูอย่างภาพที่เราเห็นรึเปล่านะ? 


 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!
 
     สวัสดีค่ะ ขออนุญาตแทนตัวเองว่า ‘ทุเรียน’ นะคะ เราเพิ่งจะเรียนจบหมาดๆ จากคณะที่สอนเกี่ยวกับภาษา มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือค่ะ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีโอกาสไปเทคคอร์สเรียนภาษาที่สถาบันสอนภาษาแห่งหนึ่ง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 3 เดือนค่ะ 
 
      ก่อนอื่นขอเล่าที่มาที่ไปก่อนว่าทำไมถึงเลือกไปเรียนภาษาที่นั่น พอดีว่าช่วงปี 4 เทอม 2 ทางสาขาที่เราเรียน มันจะมีหน่วยกิตบังคับให้ไปสหกิจศึกษาในประเทศ หรือเลือกฝึกงานต่างประเทศ แล้วเราเองตอนนั้นมีความคิดว่า ถึงแม้ว่าเราจะเรียนเอกภาษาอังกฤษอยู่ก็เถอะ แต่กลับแทบไม่ได้ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันเลยด้วยซ้ำ และรู้สึกว่าเราเรียนภาษาอังกฤษแล้วแต่ทำไมถึงยังไม่ได้ภาษาเท่าที่ควร ตอนนั้นก็เลยเลือกที่ไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ เพื่อเพิ่มทักษะให้ตัวเอง ได้ลองไปเจอสถานการณ์จริง จะได้ฝึกทั้งเรื่องภาษาและการใช้ชีวิต พอทางคณะโอเคเปิดไฟเขียวให้ไปได้ เราก็เลยหาข้อมูล หาเอเจนซี่ หาสถาบันที่เปิดสอน ทุกอย่างดำเนินการเองหมด และก็สรุปเป็นที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในแถบปริมณฑลของลอนดอนค่ะ
 
       เชื่อว่าหลายคนก็คงเหมือนเหมือนเราที่อาจจะวาดฝันไว้สวยงาม ตอนนั้นคิดว่าไปอยู่ที่อังกฤษแล้วชีวิตมันจะต้องดีแน่ๆ ก็เห็นคนอื่นเค้าถ่ายรูปออกมามีความสุขดีนี่นา เราเองก็คงจะเป็นแบบนั้น แต่ขอบอกเลยว่า ตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบที่ลอนดอน ชีวิตก็ไม่มีอะไรง่ายอีกเลยค่ะ 

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
     ปัญหาที่เราเจอตั้งแต่วันแรกคือ เรื่องโฮสต์ที่เราจะไปพักที่นั่น มันไม่เป็นไปตามที่เราจองไว้ แรกเริ่มเลยหลังจากที่ถึงสนามบิน เราก็นั่งรถแท็กซี่มุ่งตรงมาที่บ้านพัก แต่สิ่งที่เราเจอคือ ในบ้านนั้นมีผู้ชายอยู่ 3 คน พวกเค้าก็เป็นชาวต่างชาติที่มาเรียนเหมือนเรานี่แหละ จังหวะนั้นเราก็ตกใจสิและก็กลัวมาก เพราะรายชื่อโฮสต์ที่จะอยู่กับเราเป็นผู้หญิง มันไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ พอไปเช็กดูแล้วสรุปมีการสื่อสารผิดพลาดของทางเอเจนซี่และทางโรงเรียน สุดท้ายเราเลยขอให้เค้าช่วยหา Host Family หรือครอบครัวอุปถัมภ์ให้ เพราะเราเองก็อยากที่จะลองใช้ชีวิตอยู่ในบ้านแบบชาวอังกฤษ เพื่อจะได้ใกล้ชิดและรู้วิถีชีวิตของคนที่นั่น สรุปคือ เราได้ย้ายมาอยู่ในบ้านของโฮสต์อุปถัมภ์ตามที่ขอไปค่ะ 

 
       พอเราได้ย้ายมาอยู่กับบ้านโฮสต์ แน่นอนว่าจะต้องมีกฎการอยู่ร่วมกัน อย่างบ้านที่เราอยู่เค้าตั้งกฎไว้ว่าตั้งแต่เวลาในการใช้ห้องน้ำ คือล็อกไว้เลยว่าเราสามารถใช้ห้องน้ำได้แค่เวลานี้นะ มีครั้งนึงเราเคยลงมาเข้าก่อน ซึ่งเราก็เผื่อเวลาไว้แล้ว แต่เค้าก็มาตะโกนบอกว่า “นี่ไม่ใช่เวลาของคุณนะ” แล้วเคาะประตูให้เราออกมา เรียกว่าตกใจมากค่ะ 55555 แล้วเค้ายังตั้งกฎไว้อีกว่า อาบน้ำห้ามให้พื้นเปียก ห้ามเป่าผมหลัง 4 ทุ่ม ห้ามนอนในห้องนั่งเล่น เป็นต้น เรียกว่ากฎเยอะมากกกก แต่เราเองก็พยายามทำตามทุกอย่างนะ แต่มีอย่างนึงที่เราช็อกสุดๆ คือ ประห้องนอนและประตูห้องน้ำที่บ้านโฮสต์ล็อกไม่ได้ แต่ละครั้งทีเข้าห้องน้ำ เราต้องเข้าด้วยความระแวงตลอดและทำให้เราหัวเสียอยู่บ่อยครั้งเลยค่ะ 

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
      พอเล่าไปแบบนี้ คิดว่าเรื่องพีคๆ จะมีแค่นี้ใช่มั้ยคะ? ขอบอกว่ายังไม่จบแค่เพียงเท่านี้หรอกค่ะ ด้วยความที่บ้านที่เราไปอยู่นั้น  เค้าให้เราอยู่ห้องชั้นบน ห้องที่เราอยู่มันเหมือนเป็นกล่องที่ต่อยื่นออกมาจากตัวบ้านอีกที เวลาลมพัดแต่ละทีมันเลยหนาวมากกกก และอากาศที่ลอนดอนตอนนั้นประมาณ 0 องศา แต่พอลมพัดจะเย็นติดลบไปอีก 5 องศา แต่ละคืนบอกเลยว่าทรมานมาก เรามีความคิดว่าอยากกลับบ้านอยู่ตลอด เพราะรู้สึกเหงาด้วย ตอนนั้นเชื่อเลยกับคำพูดที่คนบอกกันว่า “ความเหน็บหนาวพอมารวมตัวกับความเหงา มันทำให้ซึมเศร้ามากขึ้น” คือเชื่อเลยจริงๆ เพราะเราร้องไห้เกือบทุกวัน จะโทรหาพ่อแม่ก็คุยกันได้ไม่บ่อย เพราะว่าโซนเวลาต่างกัน เราเองก็เลยเอาแต่บ่นตัวเองว่าไม่น่ามาคนเดียวเลย คือตอนนั้นคิดเยอะมากค่ะ และยิ่งตอนนั้นเราป่วยหนักด้วย คือสภาพจิตใจก็แย่แล้ว บวกกับสภาพร่างกายแย่ไปอีก มันเลยทำให้เรารู้สึกดาวน์ไปใหญ่ พ่อแม่เราก็เป็นห่วง โฮสต์ที่เราไปอยู่เค้าก็ไม่ได้เฟรนด์ลี่หรือมีปฏิสัมพันธ์กับเราเท่าไหร่ด้วย เราเลยอยู่บ้านนั้นได้แค่ 2 สัปดาห์ และสุดท้ายเราเลยปรึกษากับทางเอเจนซี่ และเลือกที่จะไปเช่าอะพาร์ตเมนต์อยู่คนเดียวดีกว่า

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
     ที่เล่ามาหลายคนอาจจะสงสัยว่าอยู่ที่นั่นเราไม่มีเพื่อนเลยเหรอ? คือจริงๆ ก็มีเพื่อนแหละค่ะ แต่ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ตอนเราไปเรียนจะมีคนไทยแค่ไม่กี่คน นอกนั้นก็จะเป็นคนจีน เกาหลี บราซิล เป็นต้น ส่วนใหญ่เพื่อนๆ เค้าจะเป็นสายปาร์ตี้กัน แล้วไปแทบทุกวัน ก็จะสนิทกันเฉพาะกลุ่มนั้น คือเราเองก็ไม่ค่อยได้ไปกับเค้า เคยไปครั้งนึงแล้วมันต้องใช้เงินเยอะมากกกก เราเลยอยู่คนเดียว เที่ยวคนเดียวซะมากกว่า 
 
      จริงๆ แล้วด้วยความที่มันเหมือนเป็นการเรียนพิเศษด้วยแหละ บรรยากาศมันจะค่อนข้างต่างกับการเป็นนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนที่อาจจะได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ได้ช่วยเหลือกันเรียน แต่อันนี้ทุกคนแค่มาเรียนแล้วก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตใครชีวิตมัน กึ่งเรียนกึ่งเที่ยว มันเลยไม่ได้สนิทกัน ตอนนั้นคือรู้ซึ้งเลยค่ะ ภาพที่เคยวาดไว้มันต่างกันมาก 

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
      เล่าเรื่องความหดหู่มาพอสมควรแล้ว เรามาเข้าเรื่องการเรียนภาษาที่นั่นกันบ้างดีกว่า ต้องบอกเลยว่าเรื่องการเรียนนี่แหละคือความดีงามที่สุดของเราเลยล่ะ คอร์สที่เราไปเรียนมันจะเป็นคอร์ส Intensive เป็นหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น ครอบคลุมหลายเรื่อง เรียนจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น การเรียนก็จะแบ่งเป็นเลเวลไปเรื่อยๆ ส่วนคนในคลาสก็จะมีหลากหลายรุ่นเลยค่ะ อย่างคลาสที่เราเรียนบางคนก็เป็นผู้ใหญ่แล้วก็มี บ้างก็เรียนปริญญาโทอยู่ แต่พอมาเรียนอยู่ในเลเวลเดียวกัน ทุกคนคือเท่าเทียมกันหมด ไม่มี gap (ช่องว่าง) ของอายุเข้ามาเกี่ยวข้อง  

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
      ระบบการเรียนของที่นี่จะเป็นการเรียนแบบ Active Learning คือ อาจารย์จะคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมากที่สุด ขอบอกเลยว่าสนุกมาก ไม่เครียดเลย อาจารย์ใจดีมากกกก แถมยังคอยบอกให้เราพูดเยอะๆ พูดออกมาเถอะ ไม่ต้องอาย ไม่ต้องกลัวผิด ขอแค่ให้เรากล้าพูด จุดนี้คือชอบมาก และมันค่อนข้างต่างจากที่ไทยแบบเห็นได้ชัด อย่างตอนเราเรียนที่ไทย บางครั้งเราพูดผิดปุ๊บ อาจารย์ก็จะว่าเลยว่าทำไมถึงพูดผิด มันไม่ได้พูดแบบนี้นะ บ้างก็เน้นเรื่องแกรมมาร์จนทำไม่กล้าพูด (เราเชื่อว่าหลายคนก็คงเป็นเหมือนเรา) และไม่ใช่แค่อาจารย์ เพื่อนของเราก็มีส่วนเหมือนกัน เราเคยโดนเพื่อนหัวเราะตอนพูดผิด มันก็ทำให้เสียเซลฟ์เหมือนกันนะ แต่พอมาเรียนที่นี่ คือไม่มีใครสนใจเลย พูดผิดไปก็ไม่เป็นไรหรอก ขอแค่ให้พูดออกมา ถ้ามันผิดมากจริงๆ อาจารย์ก็จะบอกเราว่าควรพูดแบบไหน มันเลยลดความกดดันในการเรียนและทำให้สนุก และตอนนี้เราเองก็กล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก 

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
       และเรื่องต่อมาที่อยากจะเล่าก็คือ เรื่องอาหารการกินกันบ้าง ขอบอกเลยว่าที่ลอนดอนค่าครองชีพสูงมากกกกก ทุกอย่างคือแพงไปหมด ถ้าใครคิดอยากจะมาเองแต่จะต้องเตรียม budget ไว้ให้พอสมควรเลยค่ะ เพราะมันจะมีค่านู่นนั่นนี่มาแบบเราไม่ทันตั้งตัว เราเองก็รอดมาได้เพราะร้านขายของราคา 1 ปอนด์ (ประมาณ 45 บาท) อย่างพวกร้าน Pound Store หรือร้าน Iceland เชื่อว่าถ้าใครที่มาเรียนต่อต่างประเทศจะต้องแวะร้านพวกนี้แน่นอน มันคือสวรรค์สำหรับชาวเรามากค่ะ เพราะของราคาถูกมากเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ อย่างเช่นพวกอาหาร ถ้าเราไปซื้อตาม Street Food ราคาจะแพงกว่าหลายเท่าเลย เราเลยต้องฝากชีวิตไว้กับร้านพวกนี้ 

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
       และถ้าถามว่าเราซื้ออะไรบ่อยสุดก็คงจะเป็นพิซซ่า เพราะมันมีชิ้นใหญ่มากกกก เรียกว่าชิ้นเดียวกินได้ 2 วันเลยอ่ะ แต่ถ้าจะให้กินทุกวันมันก็คงไม่ไหว น้ำหนักคงจะขึ้นแน่นอน 555555 (ซึ่งก็ขึ้นจริงๆ TT) แต่ละอาทิตย์เราเลยเลือกซื้อของไปตุนไว้เยอะๆ แล้วเอามาทำกินเองที่หอก็จะประหยัดไปได้เยอะเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราเองก็คิดถึงอาหารไทยมาก พอมาอยู่แล้วรู้เลยว่าอาหารไทยคือที่สุดในโลกแล้ว ดีที่สุด ถูกที่สุด! แค่กินอาหารแช่แข็งพวกผัดกะเพรา ไข่พะโล้ที่เราหอบมาจากไทย กินครั้งแรกน้ำตาจะไหลเลย คิดถึงบ้านนนน T_______T

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
      อ้อ! อีกเรื่องที่อยากจะเม้าท์ก็คือ KFC ของที่นี่ค่ะ พอได้มาลองแล้วรู้เลยว่า KFC ไทยอร่อยที่สุดแล้ว อย่างสาขาที่เรากิน ไก่ทอดไม่อร่อยเลย รสชาติเค็มมาก และอีกเรื่องที่ทำให้เรา culture shock ก็คือ ไก่ KFC ของที่นี่ไม่มีซอสให้ค่าาา ถ้าไปถามหาซอสมะเขือเทศปุ๊บ พนักงานจะส่ายหน้าเลยค่ะ งงมาก สุดท้ายก็ต้องไปซื้อซอสมะเขือเทศเองต่างหาก เพื่อเอามาจิ้มกินกับไก่ทอด วงวารตัวเองสุดๆ!  

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
     จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง แต่เรื่องหลักๆ ที่เราเจอก็ประมาณนี้ มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป จะว่าไปแล้วการที่มาเรียนภาษาและใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอนคนเดียว มันก็ทำให้เราได้รู้อะไรเยอะขึ้นมากกกก ถือว่าเป็นอีกสีสันหนึ่งของชีวิตที่เราคงจำไปตลอด แม้ว่าเราอยู่ที่นั่นเราร้องไห้แทบจะทุกวัน แต่มันก็ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น เวลามีปัญหาอะไรเข้ามา เราก็ต้องแก้ไขและพยายามผ่านมันไปให้ได้ 
 
      และอีกเรื่องที่เราอยากจะฝากทุกคนไว้ก็คือ อยากให้นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองไว้ให้เยอะๆ เพราะแค่เราคิดจะไปคนเดียว มันก็มีแต่ความอันตรายตามเรามาทั้งนั้น อย่าไปคิดว่าทุกอย่างมันจะสวยงามโรยด้วยกลีบกุหลาบไปทั้งหมด เวลาเราเห็นรูปคนอื่นถ่ายสวยๆ บางคนอาจจะคิดไปแล้วว่าคนนั้นชีวิตดีมาก น่าอิจฉาจัง แต่อยากจะบอกว่า ไม่มีใครรู้หรอกว่าระหว่างทางเราผ่านอะไรมาบ้าง ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิด มันต้องแก้ไขปัญหาตลอด หรือถ้าใครคิดจะพึ่งพาเอเจนซี่ เค้าเองก็อาจไม่ได้ช่วยเราได้ทุกเรื่องหรอก เพราะเราติดต่อสื่อสารกันผ่านโทรศัพท์ เค้าไม่ได้มาเจอปัญหากับเรา เราเองที่อยู่ตรงนั้นต่างหากที่ต้องหาทางออกเอง ทุกอย่างเราต้องเผื่อใจเอาไว้ให้เยอะๆ เรื่องใจนี่สำคัญมากๆ แต่เรื่องเงินสำคัญที่สุด 
 
     แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ที่เราเล่าไปมันก็อาจจะเป็นประสบการณ์ที่เราเจอและอยากมาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านกัน บางคนอาจจะแฮปปี้กว่าที่เราเจอก็ได้ ต่างคน ต่างสถานการณ์กัน ถ้าใครมีโอกาสและอยากลองลุยเดี่ยวคนเดียว ถ้าเราพร้อมทุกอย่างก็ลองเถอะค่ะ ^^    

 
ลุยเดี่ยวเรียนภาษาที่ลอนดอน 3 เดือน กับบททดสอบที่เล่นเอาเกือบเป็นซึมเศร้า!

 
     ถือว่าเป็นประสบการณ์อีกมุมนึงที่ทำให้รู้ว่า การคิดจะไปลุยต่างแดนคนเดียวเนี่ย มันต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทั้งเงิน ร่างกายและจิตใจ เราไม่รู้ว่าแต่ละวันจะต้องเจออะไรบ้าง ถ้าคิดจะไปก็ต้องเผื่อใจเยอะๆ และต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย การใช้ชีวิตคนเดียวอยู่ในต่างบ้านต่างเมือง มันอาจจะไม่ได้สวยงามอย่างเราคิดหรอกครับ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ลอนดอน #เรียนภาษา #อังกฤษ #คอร์สภาษา #ฝึกงาน #เรียนต่อนอก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    อ่านแล้วสนุกดีมากครับ รู้สึกน้องได้ใช้ชีวิตอีกแบบ ทุกที่มีปัญหาเหมือนกันหมดสำหรับพี่เองก็รับไม่ได้เรื่องห้ามล็อคห้องนอน เพราะรู้สึกไม่มีความเป็นส่วนตัว ห้องน้ำยังโอเคเพราะเราไม่ได้อยู่ตลอดทั้งวัน


    เท่าที่เจอมาคนไทยเป็นชาติที่ชอบหัวเราะเวลาคนทำผิดพลาดอย่างเรื่องพูดผิด ไม่ว่าอ่านชื่อยี่ห้อผิด หรือพูดผิด ทำอย่างกับตัวเองเป็นผู้ดีสูงส่ง


    ผู้ดีแท้ไม่หัวเราะเวลาคนทำผิดพลาดหรอกครับ มันดูเป็นคนไม่มีความสำรวมหรือพวกแสดงอาการบ้านนอกออกนอกออกตา ไม่มีมารยาท


    อยากให้น้องเขียนมาเล่าอีกนะครับ มันไม่ง่ายเลยสำหรับผู้หญิงคนเดียวที่ไปอยู่ต่างแดนคนเดียวครับ เก่งมากครับ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    Janie H
    Guest IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    -โลกใบนี้เค้าสร้างมาให้ผู้หญิงกับผู้ชายได้อยู่ร่วมกัน มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย หรือการที่ชายชาย หญิงหญิงอยู่ด้วยกัน มันก็ไม่ผิด ทุกคนล้วนแล้วแต่มีหน้าที่และบทบาทในสังคม แล้วกฎหมายที่อังกฤษก็แรง คนเค้าเลยไม่ค่อยทำผิด โฮสเค้าไม่ปล่อยให้คนมาข่มขืนหรอก เป็นทีเรียนก็อยู่ในความดูแลของเค้า

    -เธ๊ออออ heater ที่Argos เป็นทั้งพัดลมทั้งheater อันเล็กๆตัวละ10ปอนเองเธอ จะทนหนาวหรอ? หรือถ้าไม่อยากเสียเงินก็ซื้อมาใช้28วันแล้วเอาไปรีฟันเงินคืนได้

    -มันก็แก้ได้ด้วยการเอาของมีค่าใส่suitcaseแล้วlockไว้ก็ได้นะ

    -อย่างที่บอก ให้ตกลงกับคนที่บ้านว่าถ้าประตูปิดสนิทก็คือมีคน ถ้าแง้มก็คือไม่มี ที่สำคัญโฮสเค้าก็ระบุเวลาใช้ห้องน้ำไว้ไม่ใช่หรอ

    -ใช่ถึงบอกไงว่าถ้าไม่อยากไปกับเพื่อนเพราะกลัวเสียเงินเยอะเลยไปเที่ยวคนเดียว ถ้าไม่อยากไปparty ทำไมไม่ลองเป็นโต้โผชวนเพื่อนๆไปmuseums ที่ลอนดอนแทบจะทุกที่ ฟรีนะ เปิดโอกาสให้เราได้พูดภาษาอังกฤษด้วยถึงแม้คู่สนทนาจะไม่ใช่native speakerแต่อย่างน้อยเราก็ได้ใช้ ไปmuseumนอกจากจะฟรีแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆมากขึ้นอีก

    -เอาตรง ถ้าไปอยู่Windsorถูกกว่าลอนดอนเกือบครึ่ง เราไม่แน่ใจเรื่องค่าร้านอาหารนะ(แต่ทุเรียนเค้าชอบกินข้าวบ้านอยู่แล้ว) แต่จากที่คุยกับเพื่อนแถบWindsorประมาณ3คน เซฟได้เยอะเลย ถ้าเบื่ออยากจะเข้าลอนดอนก็แค่แปปเดียว

    -เราไม่ได้ว่าเค้าผิดนะ มันคือความถูกต้องที่ทำตัวเองสมถานะ แต่การที่เลือกไปแล้วก็ควรเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จากที่เราได้ฟังเพื่อนๆของเราที่เรียนภาษา(เราไม่รู้หรอกว่าเป็นไงเพราะเรียนHigh schoolแล้วต่อมหาลัย) พวกลาตินเค้าก็ประหยัด แบบห่อข้าวไปกินกลางวัน แล้วก็ไปเที่ยวนั่นนี่ ไม่เสียเงิน เพียงแค่เราอาจจะต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเค้าก่อน ซึ่งจะเป็นการดีที่ได้ฝึกภาษานะ เพราะทุเรียนmentionedว่า อยู่ไทยถึงเรียนมาก็ไม่ได้ใช้ แต่พออยู่กับโฮสไม่ไหว ก็ออกมาอยู่คนเดียว เที่ยวคนเดียว กินข้าวคนเดียว สมมติมีเรียน 9โมงถึงเที่ยง ทุเรียนได้ใช้ภาษาวันละ3ชมเองนะ เป็นเราๆเสียดายนะ ไปถึงถิ่นละแท้ๆ

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Janie H
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      พออ่านดูแล้ว ทั้งหมดทั้งมวล มันอยู่กับการใช้ชีวิตของเธอทั้งนั้น 


      -ทำไมถึงกลัวการอยู่ร่วมกับผู้ชาย?

      -ถ้าห้องหนาว ก็ใส่ชุดที่มันเหมาะสมสิ ถ้าไม่ไหวก็ขอdouble duvetกับโฮสต์

      -หรือถ้าทนไม่ไหว ทำไมไม่ไปซื้อheaterที่Argos แบบถูกไป£10-£13ปอนก็มี เป็นทั้งHeater/fan

      -ห้องน้ำล็อคไม่ได้ เพราะความปลอดภัยนะ คือหลายๆบ้านที่นี่มันก็ล็อคไม่ได้แทบทั้งนั้นอะจ่ะ ถ้ากลัวก็หาป้ายมาติดระหว่างใช้สิ

      -หรือตกลงกับเพื่อนร่วมบ้านสิ ว่าถ้าไม่มีคนในนั้นก็เปิดประตูแง้มไว้ ถ้ามีคนก็ปิด

      -ห้องนอนล็อคไม่ได้แล้วต้องใช้ชีวิตอย่างผวา? กลัวคนมาปลั้ม?

      -ไม่ยอมไปเทียวกับเพื่อนเพราะกลัวเสียเงินเยอะ อันนี้เข้าใจว่าเงินอาจไม่พร้อม

      -แต่ถ้าเงินไม่พร้อมแล้วเลือกลอนดอน แค่นี้ก็ผิดแล้ว ในเน็ตมีบอกนะ ว่าลอนดอนค่ารรองชีพสูงขนาดไหน อาจไม่เท่าสวิสหรือสแกนดิเนเวีย ทำไมไม่เลือกเมืองอื่นอย่างYork, Leicester, Liverpool

      -แล้วมาคอมเพลนว่าไม่สนิทกับเพื่อน ก็ตัวเองเลือกที่จะไปเที่ยวคนเดียวอะเนาะ

      -ชีวิตไม่เหมือนที่วาดฝันไว้ ไม่ได้สวยงามแบบคนอื่น มันมาจากตัวเองทั้งนั้นเลยที่อ่านมา


      บอกตรง ถ้าอยากไปแบบมีความสุข เราต้องย้อนมองตัวเองละปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมนะจ่ะ แต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมประเพณีไม่เหมือนกัน ดังนั้น อยู่ที่เราจะเลือกทำจ้า

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        QQ567
        Guest IP
        #1-1

        มันก็มีหลายมุมมองนะเราว่า

        1.เขาตั้งใจไปเรียนเพื่อหาความรู้และประสบการณ์

        2.เขาอาจจะอยู่ในฐานะปานกลางที่สามารถไปอยู่ได้ ไม่ได้ร่ำรวยมาก

        3.เขาอาจจะดูรีวิวมาแล้วและคำนวณค่าใช้จ่ายของเขามาแล้วแต่สิ่งที่เขาเจอไม่ได้เป็นเหมือนรีวิว

        4.มันคือประสบการณ์ครั้งแรก


        ที่เทอบอกว่า ทำไมกลัวการอยู่กับผู้ชาย?

        -ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้มีหลายมุมมอง เขาอาจจะต้องการป้องกันตัวเองจากเรื่องที่ไม่คาดฝัน จึงตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ต้องอยู่รวมกับผู้ชาย

        -ไม่อยากทำให้พ่อแม่เป็นห่วง พ่อแม่ทุกคนก็ห่วงลูก พ่อแม่ตามไปช่วยไม่ได้ อะไรที่ปลอดภัยกว่าก็ควรทำ


        ทำไมไม่ซื้อ heater?

        -เขาอาจจะไม่อยากเสียเงินเพิ่มก็ได้ เพราะจริงๆบ้านโฮสเขาก็จ่ายเงินมาให้หมดแล้ว


        -ประตูล็อคไม่ได้มันก็ดูน่าอันตรายนะ ถ้าของหายไป เราก็ทำอะไรไม่ได้เลย

        -ประตูห้องน้ำล็อคไม่ได้ เราอาบๆอยู่ใครนึกอยากจะเปิดเข้ามาก็ได้ บางทีก็ไม่มีที่ส่วนตัวเลยแม่กระทั่งในห้องน้ำ


        แล้วอีกอย่างเรื่องเพื่อน

        -น้องเขาเลือกที่จะไปเรียน เหมือนไปเรียนพิเศษ ไม่ได้เรียนแบบโรงเรียนรัฐ คนที่ไปก็อาจจะเป็นที่เขามีฐานะกัน แต่น้องเขาก็ไม่ได้กังวลอะไร เขาก็มีหน้าที่ไปเรียน เขาก็ไปเรียน ไม่ใช่ไปเที่ยวหรือปาร์ตี้กับใคร


        -มันเป็นโอกาสของคนๆหนึ่งที่ได้ไป เขาไปอยู่ เขาไปเจอ เขาเลยมาบอก ส่วนทำไมเขาไม่เลือกเมืองที่ถูกกว่านี้ เขาคงมองว่าเมืองรอบๆอังกฤษน่าจะถูกกว่าใจกลางเมืองแล้ว แล้วเขาก็คงปรึกษากับทางเอเจนซี่แล้วว่าควรเตรียมค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่


        -จะบอกว่าเขาทำตัวเองทั้งนั้นก็ไม่ผิดเลย เพราะเขาถือว่าเขาทำตัวได้ถูกกับฐานะของเขา และเขาพยายามปรับตัวทั้งเรื่องอากาศ ภาษา การกิน ความเป็นอยู่ เขาก็พยายามปรับเท่าที่เขาจะปรับได้ เขาก็ยอมรับที่จะไปเที่ยวคนเดียว เพราะถ้าไปกับเพื่อน เพื่อนกินอะไรเขาก็ต้องกินต้องหารกับเพื่อน ก็เป็นการประหยัดในแบบของเขา เราก็ว่าเขาทำถูกแล้วที่ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย เพราะที่เขามาที่นี่เพราะมาเรียน




        ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อ่านแล้วสนุกดีมากครับ รู้สึกน้องได้ใช้ชีวิตอีกแบบ ทุกที่มีปัญหาเหมือนกันหมดสำหรับพี่เองก็รับไม่ได้เรื่องห้ามล็อคห้องนอน เพราะรู้สึกไม่มีความเป็นส่วนตัว ห้องน้ำยังโอเคเพราะเราไม่ได้อยู่ตลอดทั้งวัน


      เท่าที่เจอมาคนไทยเป็นชาติที่ชอบหัวเราะเวลาคนทำผิดพลาดอย่างเรื่องพูดผิด ไม่ว่าอ่านชื่อยี่ห้อผิด หรือพูดผิด ทำอย่างกับตัวเองเป็นผู้ดีสูงส่ง


      ผู้ดีแท้ไม่หัวเราะเวลาคนทำผิดพลาดหรอกครับ มันดูเป็นคนไม่มีความสำรวมหรือพวกแสดงอาการบ้านนอกออกนอกออกตา ไม่มีมารยาท


      อยากให้น้องเขียนมาเล่าอีกนะครับ มันไม่ง่ายเลยสำหรับผู้หญิงคนเดียวที่ไปอยู่ต่างแดนคนเดียวครับ เก่งมากครับ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Janie H
      Guest IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      -โลกใบนี้เค้าสร้างมาให้ผู้หญิงกับผู้ชายได้อยู่ร่วมกัน มันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย หรือการที่ชายชาย หญิงหญิงอยู่ด้วยกัน มันก็ไม่ผิด ทุกคนล้วนแล้วแต่มีหน้าที่และบทบาทในสังคม แล้วกฎหมายที่อังกฤษก็แรง คนเค้าเลยไม่ค่อยทำผิด โฮสเค้าไม่ปล่อยให้คนมาข่มขืนหรอก เป็นทีเรียนก็อยู่ในความดูแลของเค้า

      -เธ๊ออออ heater ที่Argos เป็นทั้งพัดลมทั้งheater อันเล็กๆตัวละ10ปอนเองเธอ จะทนหนาวหรอ? หรือถ้าไม่อยากเสียเงินก็ซื้อมาใช้28วันแล้วเอาไปรีฟันเงินคืนได้

      -มันก็แก้ได้ด้วยการเอาของมีค่าใส่suitcaseแล้วlockไว้ก็ได้นะ

      -อย่างที่บอก ให้ตกลงกับคนที่บ้านว่าถ้าประตูปิดสนิทก็คือมีคน ถ้าแง้มก็คือไม่มี ที่สำคัญโฮสเค้าก็ระบุเวลาใช้ห้องน้ำไว้ไม่ใช่หรอ

      -ใช่ถึงบอกไงว่าถ้าไม่อยากไปกับเพื่อนเพราะกลัวเสียเงินเยอะเลยไปเที่ยวคนเดียว ถ้าไม่อยากไปparty ทำไมไม่ลองเป็นโต้โผชวนเพื่อนๆไปmuseums ที่ลอนดอนแทบจะทุกที่ ฟรีนะ เปิดโอกาสให้เราได้พูดภาษาอังกฤษด้วยถึงแม้คู่สนทนาจะไม่ใช่native speakerแต่อย่างน้อยเราก็ได้ใช้ ไปmuseumนอกจากจะฟรีแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆมากขึ้นอีก

      -เอาตรง ถ้าไปอยู่Windsorถูกกว่าลอนดอนเกือบครึ่ง เราไม่แน่ใจเรื่องค่าร้านอาหารนะ(แต่ทุเรียนเค้าชอบกินข้าวบ้านอยู่แล้ว) แต่จากที่คุยกับเพื่อนแถบWindsorประมาณ3คน เซฟได้เยอะเลย ถ้าเบื่ออยากจะเข้าลอนดอนก็แค่แปปเดียว

      -เราไม่ได้ว่าเค้าผิดนะ มันคือความถูกต้องที่ทำตัวเองสมถานะ แต่การที่เลือกไปแล้วก็ควรเปิดรับสิ่งใหม่ๆ จากที่เราได้ฟังเพื่อนๆของเราที่เรียนภาษา(เราไม่รู้หรอกว่าเป็นไงเพราะเรียนHigh schoolแล้วต่อมหาลัย) พวกลาตินเค้าก็ประหยัด แบบห่อข้าวไปกินกลางวัน แล้วก็ไปเที่ยวนั่นนี่ ไม่เสียเงิน เพียงแค่เราอาจจะต้องเป็นฝ่ายเข้าหาเค้าก่อน ซึ่งจะเป็นการดีที่ได้ฝึกภาษานะ เพราะทุเรียนmentionedว่า อยู่ไทยถึงเรียนมาก็ไม่ได้ใช้ แต่พออยู่กับโฮสไม่ไหว ก็ออกมาอยู่คนเดียว เที่ยวคนเดียว กินข้าวคนเดียว สมมติมีเรียน 9โมงถึงเที่ยง ทุเรียนได้ใช้ภาษาวันละ3ชมเองนะ เป็นเราๆเสียดายนะ ไปถึงถิ่นละแท้ๆ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      มะนาว
      Guest IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      น้องทุเรียนได้ภาษามั้ย เห็นอยู่คนเดียวตลอดเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      งงงงงงงแง
      Guest IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ทำไมถึงคิดว่าคนอยู่เดียวจะไม่ได้ใช้ภาษาอะ อีกอย่าง คือ เขาเล่าในบทความก็แค่มุมเดียวเองเปล่า ไม่ใช่ว่าเขาจะใช้ชีวิตคนเดียยวในลอนดอนจริงๆ ซะหน่อย มันอาจจะมีเอ็นจอยกับชีวิตมุมอื่นที่เราไม่รู้ก็ได้นี่ แง แปลกจัง

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      แชมพู
      Guest IP
      #6
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      เราก็กำลังเลือกไปเรียนต่อคนเดียวที่อังกฤษแต่ อ่านกระทู้นี้แล้ว ไม่อยากไปเรียนต่อที่เลย รู้สึกแย่ไปหมด T-T

      ตอบกลับ
      • ถูกลบเนื่องจาก:
        อมยิ้ม
        Guest IP
        #6-1

        นี่ๆ คนนี้เขามาเล่าแต่ด้านไม่ดีนะ เรายังไม่รู้เลยว่าเรื่องดีๆของเขาเยอะแค่ไหน เขาออกมาเล่ามุมเดียวเอง อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ


        ลองเปิดใจไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆก่อนนะ จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สู้ๆนะ อย่าทิ้งโอกาสดีๆไปเลย เดะจะมาพูดว่า รู้งี้ไปดีกว่า ไม่แน่นะกลับมาอาจจะแกร่งแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะตัวเธอ

        ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?