1 ปีในญี่ปุ่น : เรียนภาษา ทำงานพาร์ทไทม์ เปิดโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน []

ชีวิตการเรียนภาษาของ "พีท" ที่ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นยังไงบ้าง มาดูกันเลยค่ะ
5,108 0

          
      สวัสดีค่ะชาว Dek-D... ปัจจุบันการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอสำหรับสายงานบางอาชีพ เราอาจจะต้องเรียนรู้ภาษาที่สามเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในหน้าที่การงานให้กับตัวเอง หลายคนจึงพยายามขวนขวายเรียนภาษาที่สามเพิ่มเติม บางคนถึงกับลงทุนบินไปเรียนภาษาที่สามถึงประเทศแม่เลยก็มี วันนี้พี่หมิวมีประสบการณ์น่าสนใจของพี่คนหนึ่งที่บินไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปีค่ะ ลองมาดูกันว่า การเรียนที่นั่นช่วยให้พี่เขาได้พัฒนาสกิลภาษามากน้อยแค่ไหน รวมถึงได้เจอประสบการณ์อะไรสนุกๆ บ้างนะ? 


เเนะนำตัว


      สวัสดีครับ ชื่อ "พีท- ธัชพงศ์ เวศย์วรุตม์" เรียนจบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ตอนนี้กำลังทำงานอยู่บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ประเทศไทย มีโอกาสได้ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 1 ปีครับ 
 
1 ปีในญี่ปุ่น : เรียนภาษา ทำงานพาร์ทไทม์ เปิดโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
Photo Credit: Pete Tatchapong
 


เรียนไปด้วยทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย


      “เอาจริงๆ ตอนแรกเลย ความคิดที่จะมาเรียนภาษาญี่ปุ่นของพี่คือพี่ไม่รู้จะเรียนอะไร เรียนจบ 4 ปี ก็ไม่รู้อยากทำงานอะไร เลยคิดว่าไปเรียนต่ออีกหน่อยดีกว่า เผื่อจะได้ประสบการณ์อะไรกลับมาบ้าง งั้นเอาญี่ปุ่นละกัน เรียนมาสองตัวตอนมหาวิทยาลัย ชีวิตก็เลยมาจบกับความเป็นญี่ปุ่นเนี่ยแหละ 555555 ไปอยู่มาปีนึงก็รักนะญี่ปุ่น แต่ถ้าให้อยู่ตลอดไปไหม ก็ไม่เอาหรอก อยู่บ้านเราเนี่ยแหละ อบอุ่นสุด" 
     
      "ตอนพี่ไปเรียนที่ญี่ปุ่น พี่ไปเรียนที่ โรงเรียน Intercultural Japanese School ที่โตเกียว ไปเรียนภาษาปีนึง ก่อนไปพี่ก็ติดต่อเอเจนซีที่ไทย เรื่องเอกสารต่างๆ ให้เขาช่วยดูว่าเราจะต้องเตรียมอะไรบ้าง คือต้องบอกว่าพี่มีพื้นฐานญี่ปุ่นอยู่หน่อยแล้ว ที่พี่อยากไปเพราะว่าอยากไปเรียนแล้วไปใช้ภาษาที่นู่นเลย ไปดูด้วยว่าคนที่นั่นเขาอยู่กันยังไง เราจะได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสื่อสารกับคนญี่ปุ่นตัวเป็นๆ คือเราได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นแน่ๆ ถ้าเราอยู่ที่ประเทศเขา เรามาถึงจุดที่ต้องรู้ภาษาที่ 3 กันแล้วพี่ว่านะ” 
 

      “พี่ไปอยู่หอที่นู่น ค่าหอเดือนละ 70,000 เยน หรือเท่ากับ 20,000 บาท รวมค่าน้ำค่าไฟค่าบำรุงอะไรเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องเรียน โรงเรียนที่พี่ไปเรียนเป็นโรงเรียนสอนภาษา เขาก็จะแบ่งเป็นรอบเช้ากับรอบบ่าย รอบเช้าก็สำหรับคลาสเลเวลสูงๆ เรียนวันจันทร์ – ศุกร์ พอพี่เรียนตอนเช้าเสร็จ ตอนบ่ายก็ไปทำงานพิเศษหาเงินต่อ

       "
พี่ไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหาร มันเริ่มต้นจากที่โรงเรียนพี่เขาจะมีงานพิเศษมาแปะไว้ตรงบอร์ดแนะนำ เผื่อว่าใครสนใจก็ติดต่อไปทำได้ ทีนี้มีรุ่นพี่คนนึงเขาแนะนำพี่มาว่าให้ไปลองทำร้านนี้ดู พี่ก็เลยลองสมัครไปทำ ทำทั่วไปนะ รับออเดอร์บ้าง เสิร์ฟบ้าง  คิดเงินบ้าง พี่ทำวันละ 4 ชั่วโมง ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 1,200 เยน ( 355 บาทไทย)  อารมณ์แบบงานพาร์ทไทม์ที่ไทยเลย ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แค่แบบลูกค้าญี่ปุ่นบางคนเห็นเราพูดภาษาญี่ปุ่นได้ก็อะเมซิ่งกันใหญ่ บางคนก็ชวนเราคุยไปเรื่อยเปื่อย ก็สนุกดีครับ" 
 
1 ปีในญี่ปุ่น : เรียนภาษา ทำงานพาร์ทไทม์ เปิดโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
Photo Credit: Pete Tatchapong
 

คนญี่ปุ่นใจดี 


      “ตอนไปอยู่ที่นั่นก็มีเพื่อนญี่ปุ่นนะ แต่เจอกันไม่บ่อยหรอกเพราะเขาทำงานกันหมด เจอกันบ้างเดือนละครั้งอะไรแบบนี้ เจอกันก็ไปกินพวกร้านอิซะกะยะกัน (อิซะกะยะเป็นร้านอาหารของญี่ปุ่น ที่คล้ายๆ กับบาร์ มีเหล้าหลายชนิดขาย คนส่วนมากนิยมไปกินเหล้าเบียร์แกล้มอาหาร)  พี่ว่าคนญี่ปุ่นมีหลายแบบนะ พวกขี้เม้าท์ก็มี พวกคนใจดีก็จะใจดีมากๆ ดีจนใจหาย แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใจดีกับนักท่องเที่ยวนะ พอเขาเห็นว่าเราเป็นชาวต่างชาติเขาก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเราตลอด เหมือนอย่างตอนที่พี่หลงทาง เขาก็ยินดีช่วย เนี่ยพูดแล้วก็ทำให้อยากกลับไปอีก 555555 ” 
 
      "ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น พี่เป็นสายรักธรรมชาติ  ชอบเที่ยวสวนสาธารณะ สวนสัตว์ กับอควาเรียม เพราะที่ญี่ปุ่นมันดีมากๆ พวกนี้สะอาด สวยงามและใหญ่โต ที่ชอบมากที่สุดในหนึ่งปีที่อยู่มาคือ สวนสาธารณะชื่อ “Showa Kinen Koen” อยู่ในโตเกียว เป็นสวนที่กว้างมาก เที่ยวได้ทั้งปี ที่พี่ชอบที่สุดคือมีให้เช่าจักรยานปั่นในสวน (เพราะสวนมันกว้างมาก) พี่ว่างๆ ก็ไปปั่นเล่น รับลม ชิลมาก แล้วใจกลางสวนเขาจะมีลานสนามหญ้ากว้างๆ มีต้นไม้ใหญ่ ตรงนั้นจะเป็นที่นั่งปิกนิก คนญี่ปุ่นก็ไปกันเพียบเลยนะ พกเสื่อไปนั่งกับเพื่อน กินข้าว จิบเบียร์ บ้างก็เล่นปาฟริสบี้ ปาบอล อะไรแบบนี้กัน เป็นภาพที่พี่ชอบมาก ติดตาติดใจ อยากไปอีกเรื่อยๆ" 
 

      “แต่พี่ก็มีเรื่องที่ต้องปรับตัวเหมือนกันนะ ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีระเบียบมากๆ รื่องการแยกขยะเขาจะจริงจังกันมากๆ พี่ต้องมานั่งดูว่าอันไหนเป็นขยะแบบไหน แล้วต้องแยกทิ้งให้ถูกวัน เพราะว่าขยะแต่ละประเภทเขาจะมาเก็บคนละวันกัน ยิ่งถ้าเกิดว่าเป็นขยะชิ้นใหญ่ หรือขยะอันตราย เราจะต้องโทรแจ้งให้เขามาเอาไป แล้วมันก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนนั้นด้วย ส่วนเรื่องที่พี่ชอบคือที่ญี่ปุ่นจะมีร้านอาหารแบบ สุกิยะ เทนยะ เหมือนที่เรามีในไทยเนี่ยแหละ แต่ที่ญี่ปุ่นมันจะคนละอารมณ์กันเลย เขาจะเป็นลักษณะแบบ เข้ามากินๆ กินให้เสร็จละก็ไป ด้วยความที่คนญี่ปุ่นชีวิตเขาจะเหมือนเร่งรีบตลอดเวลา พี่ว่ามันสะดวกดีนะ เวลาเรารีบๆ เพราะเขาจะทำเร็ว เสิร์ฟเร็ว ทันใจดี” 
 
 

เกือบโดนตำรวจจับที่ญี่ปุ่น! 


      “เหตุการณ์ตอนนั้นคือมันเป็นช่วงหน้าหนาว พี่ก็ออกไปเที่ยวกับเพื่อนนี่แหละ เสร็จแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยความที่มันดึกแล้ว ทีนี้พอพี่เดินเข้าซอยบ้านมา ตอนนั้นประมาณสี่ห้าทุ่ม ฝนก็ตกด้วย พี่ก็เลยเอาฮู้ดเสื้อหนาวขึ้นมาคลุมใส่กันฝน แล้วก็รีบๆ เดิน ปรากฏอยู่ดีๆ ตำรวจก็เรียกพี่ ถามว่ากำลังจะไปไหน มาจากไหน อะไรแบบนี้อะ อาจจะเพราะเห็นว่าเราเป็นคนต่างชาติมาเดินอะไรดึกดื่นอยู่คนเดียว ใส่ฮู้ด ทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วยมั้ง 555555 พี่ก็คุยกับเขา บอกว่าเนี่ยไปดื่มมากับเพื่อนเพิ่งจะกลับบ้าน เรามาจากประเทศไทยนะ”
     
      “ทีนี้ตำรวจเลยขอดูบัตรต่างด้าว มันคือบัตรสำหรับคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นอะ แล้วด้วยความที่โชคอาจจะไม่เข้าข้างเรา พอดีวันนั้นพี่ไม่ได้พกบัตรไป พี่ก็รีบอธิบายใหญ่เลยว่าเนี่ย ลืมบัตรไว้ที่หอ หออยู่ใกล้ๆ นี่เอง ตำรวจก็แบบ อ๋อหรอๆ แล้วเขาก็ค้นตัวพี่ใหญ่เลย ตอนนั้นตกใจมาก เห้ย เขาถึงกับค้นตัวเราเลยอะ คือตอนนั้นพี่คิดในใจละ เดี๋ยวต้องโทรหารูมเมทให้มาประกันตัวพี่จากคุกมั้ยเนี่ย แต่พี่ก็พยายามอธิบายต่อว่าแบบเนี่ยลืมจริงๆ สุดท้ายเขาก็บอกว่าโอเค คราวหน้าอย่าลืมอีกเด็ดขาด แล้วเขาก็เอ็ดพี่ว่า ของสำคัญแบบนี้ไม่พกติดตัวได้ยังไง ทีหลังพกด้วยนะ อะไรแบบนี้ ก็เป็นอีกประสบการณ์ที่พีคอยู่เหมือนกัน เกือบจะต้องไปนอนในคุกแล้ว 5555555 เเนะนำว่าถ้าใครไปอยู่ที่ญี่ปุ่นนานๆ ก็อย่าลืมพกบัตรติดตัวไว้ด้วยนะครับ” 
 

ได้เห็นอีกโลกที่ไม่เหมือนประเทศไทย 

   
       พี่ว่าจากการมาเรียนที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ พี่ได้ประสบการณ์ชีวิตเยอะมาก ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างด้วยตัวเองที่ไม่เคยทำมาก่อน อย่างเช่น ไปติดต่อเรื่องทำบัตรต่างด้าวเอง ทำงานพิเศษ ประสบการณ์ที่พี่ไม่เคยได้ทำเลยตอนอยู่ที่ไทย พี่ได้เห็นอีกโลก โลกที่ไม่เหมือนประเทศไทยเลย พอกลับมาไทยก็คิดว่าแบบ ทำไมไทยไม่ทำอย่างเขาบ้างนะ ทำไมไทยไม่มีแบบนี้บ้าง ดีจะตาย พี่ว่ามันก็เป็นกับทุกประเทศเเหละ เวลาเราไปประเทศไหนเเล้วเห็นสิ่งดีๆ เราก็เอามาเปรียบกับประเทศเรา อยากให้ประเทศเรามีแบบนี้บ้างก็คงจะดีนะ พี่ก็กึ่งๆ เสียดายนะที่จะต้องกลับมาเจอความแตกต่างในไทย เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของญี่ปุ่นมันดีมากๆ คุณภาพชีวิตคือดีเลยแหละ แต่พี่ก็ไม่คิดจะทำงานที่ญี่ปุ่นนะ พี่ว่าเครียดตายเลย”
     
       พี่ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เราเห็นกันทุกวัน ลองเปรียบเทียบเลยเมืองหลวง สภาพถนนของโตเกียวกับกรุงเทพฯ โตเกียวคือถนนดีมาก เรียบเนียน คือหาที่ผุๆ พังๆ ยากมาก แล้วถนนที่ญี่ปุ่นเขาจะใช้วัสดุแบบซับน้ำอะ เวลาฝนตกแล้วน้ำก็จะซึมลงถนนไปเลย ไม่มีน้ำขังให้เราเห็น แล้วทางคนเดินคือมันสะอาดมากๆ เดินสบายมาก ไม่มีมอเตอร์ไซต์มาขับกวนเวลาเราเดินบนฟุตปาธแบบไทย” 
 


ประสบการณ์ที่หาในประเทศไม่ได้


      “พี่ว่าถ้าใครมีโอกาสได้ไปเรียน หรือไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศก็ไปเถอะ มันเหมือนเป็นประสบการณ์ที่หาในประเทศไม่ได้อะเนอะ มันทำให้เราไปเจอสิ่งต่างๆ เอง ได้เรียนรู้อะไรมากมายจากสิ่งที่เราพบเจอ พี่ว่ายังไงมันก็คุ้ม ถ้าใครจะไปอยู่ญี่ปุ่น ก็เตรียมเจอกับความญี่ปุ่น ที่มีแต่ความสะดวกสบาย การบริการระดับพรีเมียมที่ลูกค้าเป็นพระเจ้า สิ่งต่างๆ ที่พี่เจอมาก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ นะ” 
   
       “ตอนนี้พี่สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นได้ N 2 แล้ว พี่ว่าจากการที่พี่ไปเรียน ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นมันมีส่วนช่วยให้ภาษาญี่ปุ่นของพี่มันดีขึ้นนะ เราได้เห็นคนญี่ปุ่น ได้พูดทุกวัน ได้ไปใช้ภาษาจริงๆ ในสังคมของเขาเลย ถ้าเราเรียนที่ไทยเราก็อาจจะได้ใช้แค่ในห้องเรียนแหละ พอออกจากห้องเราก็ใช้ภาษาไทยเหมือนเดิม การไปใช้ชีวิตที่นั่นมีส่วนช่วยพี่เยอะเลย ส่วนตอนนี้พี่ยังไม่มีแพลนเรียนต่อปริญญาโท ขอทำงานหาเงินก่อน 55555”
 
   
     “สุดท้ายนี้พี่ก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า ให้เรากล้าออกไปเผชิญโลกภายนอก ออกไปเห็นสิ่งต่างๆ แล้วสิ่งเหล่านั้นมันจะย้อนกลับมาสอนเราเอง อย่าไปกลัว เหมือนกับพี่ที่ตอนแรกยังสับสน เรียนจบเเล้วก็ยังไม่รู้จะไปทำอะไร เลยลองไปเรียนที่ญี่ปุ่นดูหน่อยเเล้วกัน หาประสบการณ์เอาข้างหน้า เผื่อเราจะรู้ว่าเราชอบอะไร เหมือนอย่างคำที่บอกไว้ว่า ประสบการณ์มันหาซื้อกันไม่ได้ จะมีได้ต้องลงมือทำเองครับ :-) ” 



     
      ชีวิตการเรียนภาษาญี่ปุ่นของพี่พีทในประเทศเจ้าของภาษาถือว่าได้ผลดีเยี่ยมมากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ยังได้ประสบการณ์ชีวิตแถมมาอีกด้วย ได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ที่พี่หมิวนำมาแชร์ให้น้องๆ กัน หวังว่าจะเรื่องนี้จะช่วยเป็นเเรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้นะคะ ^^ 
#Studyabroad #เรียนภาษา #ญี่ปุ่น #Japan

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?