“ฉันรักประเทศจีน” เปิดมุมมองของชีวิตนักเรียนไทยในจีน ที่จะทำให้เรามองประเทศจีนเปลี่ยนไป! []

วิว
      สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าพูดถึงภาษาที่คนใช้สื่อสารกันมากที่สุดในโลก แน่นอนว่าภาษาอังกฤษขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าภาษาประจำชาติมหาอำนาจที่ทรงอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการลงทุนอย่าง "ภาษาจีน" ก็สามารถช่วยสร้างโอกาสให้เราได้ไม่น้อยไปกว่ากันเลยค่ะ วันนี้พี่หมิวจะพาไปรู้จักกับพี่คนนึงที่ไปเรียนที่ประเทศจีนเป็นเวลา 5 เดือน บอกก่อนเลยว่าชีวิตเธอไม่ได้ราบรื่นนะคะ แต่เรื่องทัศนคติต่อประเทศนี้กลับดีขึ้นมากๆ เหตุผลคืออะไร? แล้วเกิดอะไรขึ้นที่นั่น? ตามมาอ่านกันเลยค่ะ

 


แนะนำตัว 

    
       "สวัสดีค่ะ ชื่อ 'จ๋า' ดุษฎี ศีลวัฒวิญญ เรียนจบจากเอกภาษาจีน คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตอนนี้ทำงานฟรีแลนซ์ มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศจีน 1 เทอม เป็นระยะเวลา 5 เดือนค่ะ" 

 


แลกเปลี่ยนที่จีน 5 เดือน

     
      "หลักสูตรมหาวิทยาลัยจ๋ามีวิชานึงชื่อ 'วิชาประสบการณ์ต่างประเทศ' ค่ะ เค้าให้เลือกระหว่างไปเรียนที่จีน กับทำวิทยานิพนธ์ จ๋าเลยเลือกไปจีน แล้วมีให้เลือกอีกว่าจะไปตอนปี 3 (1 ปี) หรือปี 4 (1 เทอม) เราก็เลือกไปตอนปี 4 ค่ะ เพราะตอนปี 3 บังคับไปปักกิ่ง เลือกเมืองไม่ได้"

      "จ๋าสมัครทุนขงจื้อไป ตอนนั้นเราน่าจะดวงดีมากๆ เลยได้ทุนนี้ แต่เขาออกค่าใช้จ่ายให้แค่บางส่วนนะ ไม่ได้ออกให้ทั้งหมด จ๋าไปเรียนที่ Northeast Normal University มณฑลจี๋หลิน เมืองฉางชุ เทอมนึง ประมาณ 5 เดือนค่ะ คือมหาวิทยาลัยที่ไปเรียนมันจะอยู่ทางตอนเหนือ สำเนียงภาษามันจะฟังง่าย คือเขาใช้จีนกลางกัน แต่ถ้าเราไปทางใต้ๆ เขาจะใช้ภาษาถิ่นกันเยอะมาก พูดอะไรมาบางทีไม่เข้าใจก็มี”
     
      “จ๋าไปเรียนวันจันทร์ – ศุกร์ แล้วแต่ว่าเราจะลงวิชาอะไร เราเลยลงเต็มวันไปเลย คิดว่าไหนๆ มาแล้วก็เอาให้คุ้ม เรียนเป็นภาษาจีนทั้งหมด ต้องสอบวัดระดับก่อนแล้วค่อยแยกห้องเรียนไปตามระดับ ส่วนมากจะได้เรียนกับเด็กต่างชาติทั้งหมดเลย"
 
     
      “ตอนไปอยู่ที่นั่นจ๋าไปอยู่หอของทางมหาวิทยาลัย เป็นตึกเด็กทุน คือมันจะเป็นห้องใหญ่ มี 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ แล้วก็มีห้องนั่งเล่นตรงกลาง จ๋าอยู่กับเมทคนอินเดียกับคนมองโกเลีย มันจะมีปัญหานิดนึงเรื่องความแตกต่างของวัฒนธรรม แล้วคนอินเดียนี่จะกลิ่นตัวแรงมากๆ คือถ้าเราได้กลิ่นเขาโชยออกมาเเสดงว่าเขาอยู่ห้อง อีกอย่างนึงที่จ๋าเจอประจำ เวลาคนอินเดียใช้ห้องน้ำจะเลอะเทอะไปหมด คือในหอมันจะมีห้องน้ำแบบนั่งยองๆ กับแบบชักโครก ทีนี้คนอินเดียเขาเข้าห้องชักโครก จ๋าเลยจะไปเข้าต่อ พอเข้าไปเห็นสภาพแล้วก็แบบ เออ เราไปเข้าห้องนั่งยองๆ ก็ได้อะ คือเขาทำชักโครกเลอะมาก แบบฉี่กระจาย เราไม่สามารถเข้าต่อจากเขาได้จริงๆ”


ชีวิตที่ไม่ราบรื่น 

     
      "ต้องบอกว่าหลังจากจ๋าลงเครื่องชีวิตก็ไม่ราบรื่นเลย ตอนนั้นที่จ๋าบินไปมันเป็นหน้าหนาว หิมะตกหนักมาก แล้วเครื่องบินต้องบินวน ลงไม่ได้ เลยต้องเปลี่ยนมาลงที่เมืองข้างๆ แทน พอเรามาถึงเมืองข้างๆ เขาก็บอกว่าให้รอฟังประกาศเอาว่าจะมีไฟล์ทกี่โมงที่จะไปบินไปลงเมืองที่จ๋าอยู่ เราอยู่กับเพื่อน 2 คนโง่ๆ อะ นั่งรอฟังเสียงประกาศ แล้วด้วยความที่เสียงประกาศมันไม่ค่อยชัด เลยฟังกันไม่ค่อยออก พอเรารอนานมากๆ เราเลยถามเขาอีกทีว่า เออเราต้องทำไงต่อ เขาก็บอกว่า เอ้อเนี่ย คนที่มาไฟล์ทนี้เขาไปนอนโรงแรมรอกันหมดแล้วนะ เธอ 2 คนทำไมมาอยู่นี่ จ๋าก็ เอ้า งงไปอีก เขาเลยแนะนำว่าให้เดินไปตรงนี้จะมันจะมีรถบัสพาไปโรงแรม เพราะวันนี้ไฟล์ทบินแคนเซิลหมดแล้วให้รอที่โรงแรม แล้วเดี๋ยวเขาจะมาเรียกถ้าเครื่องบินพร้อม” 
     
       “จ๋าไปนอนที่โรงแรมกับเพื่อน โชคดีที่มีกระเป๋า Carry on กันคนละใบก็พอมีเสื้อผ้าของใช้บ้าง แล้วพอตอนประมาณตี 3 เขามาปลุกบอกว่าให้รีบหยิบของแล้วรีบไปสนามบินเลย เครื่องบินพร้อมแล้ว เราก็ขึ้นเครื่องไปลงเมืองฉางชุ เมืองที่จ๋าเรียน แต่ความซวยยังไม่หมดเพียงแค่นั้น พอไปถึงแล้วกระเป๋าไม่มา ไปลงผิดที่อีก เราเลยไปติดต่อเขา เขาก็บอกว่าถ้างั้นเดี๋ยวเขาส่งกระเป๋าไปให้ที่มหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่แล้วกันนะ เราก็เลยต้องรอกระเป๋าไป 3 วัน พอตอนเราไปถึงมหาวิทยาลัยเราหิวข้าวมาก คือไม่ได้กินอะไรเลย แล้วทีนี้โรงอาหารเขาต้องใช้บัตรเพื่อซื้ออาหาร แล้วเรายังไม่ได้ทำบัตร เราคิดละ อดกินแน่ๆ กระเป๋าก็ไม่มี เศร้ามาก แต่เหมือนสวรรค์เป็นใจ เราเจอพี่คนไทยคนนึงเขาเห็นสภาพจ๋ากับเพื่อนเขาเลยเดินเข้ามาละพูดว่า 'หน้าตาน้องๆ ดูเหนื่อยๆ นะคะ' แล้วเขาก็ให้บัตรเรามากินข้าว คือตอนนั้นเราซึ้งมาก น้ำตาจะไหล” 
 
   
       “แล้วมีเรื่องพีคอีก ตอนนั้นเราไปเที่ยว Mongolia's Night กับทัวร์ จ๋าก็หารูปดูก่อน คือมันเป็นทะเลทรายที่สวยมาก เราก็ถามไกด์ว่าอากาศเป็นยังไง เขาบอกว่าหนาวนะแต่หิมะไม่ตกหรอก ตอนนั้นเราไปนอนเต็นท์กัน ปิ้งบาร์บีคิวกิน แล้วคืนนั้นเอง หิมะตกจ้า หิมะตกที่ทะเลทรายอะ คือมันสุดยอดมากๆ แล้วเราก็หนาวมาก จนเพื่อนเราแบบไม่กล้านอน กลัวหนาวตาย แล้วเพื่อนดันปวดฉี่กลางดึกอีก แต่ด้วยความที่หิมะมันคลุมพื้นไปหมด เดินไปไหนไม่ได้เลย เราก็ไม่รู้จะทำไง เลยฉี่กันข้างๆ เต็นท์เลยนั่นแหละ 555555 แต่ด้วยความที่เรามากับเพื่อนไง อย่างน้อยก็มีเพื่อน สนุกดี เป็นประสบการณ์ที่พีคอยู่เหมือนกันค่ะ”
 
     
      “แล้วมีอีกเหตุการณ์ ตอนนั้นจ๋าสมัครสอบวัดระดับ HSK (การสอบวัดระดับภาษาจีน) เด็กทุนจะสอบฟรี จ๋าก็เลยสมัครไป ทีนี้ช่วงนั้นมีวิ่งมาราธอนตรงกับวันที่เราจะสอบพอดี เราเลยคิดว่า โอเค เดี๋ยวจะเผื่อเวลาไปถึงก่อนที่สอบ 2 ชั่วโมงละกัน แล้วฝนตกหนักมากด้วยตอนนั้น จ๋าเลยนั่งรถไป พอไปถึง คือเราแค่ข้ามถนนไปก็ถึงที่สอบแล้วอะ เราข้ามไปไม่ได้ เพราะติดวิ่งมาราธอน เราก็โทรหาสนามสอบ เขาบอกลองนั่งแท็กซี่มา เราก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่ง แท็กซี่ก็วนอยู่ 2 รอบมาที่เดิม สุดท้ายเราก็ไม่ได้ไปสอบ เศร้ามาก 555555 คือแค่เราเดินข้ามไปก็ไม่ได้ ตำรวจกั้นหมด ขอร้องให้ตายก็ไม่ได้ คือเขาวิ่งมาราธอนแล้วปิดถนนกันทั้งเมืองเลยอะ เราเลยต้องกลับมาสอบที่ไทยแทน”
 
      “มีอีกเรื่องที่จ๋าว่ามันตลกดี คือตอนเรียนจ๋าลงเรียนวิชาที่ทุกคนพูดว่า 'You Crazy รึเปล่าที่ลงเรียนวิชานี้ไป' จ๋าลงเรียนวิชาศิลปะป้องกันตัวอะ 5555 ก็ได้ไปเรียนกับอาจารย์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงเลยนะ ทีนี้เขาบอกว่า จะให้เราไปแข่งขันรำไทเก็ก เราก็แบบ ฮะ ส่งพวกเราไปเนี่ยนะ 555555 ด้วยความที่คนไทยเป็นคนขี้เกรงใจอะ เรากับเพื่อนก็โอเค แล้วเรามีเวลา 1 เดือนในการฝึก เราต้องตื่น 7 โมงเช้าทุกวันไปฝึก แล้วจ๋ามีเรียนวิชาปกติทุกวันตอน 8 โมง ก็แอบเหนื่อยนะ แต่จ๋าก็คิดว่า เออ ถ้าเราไปแข่งแล้วไม่ได้เหรียญกลับมา อย่างน้อยเราก็ได้ฝึกนิสัยตัวเองให้ตื่นเช้า ให้ตัวเองมีวินัยได้อะ เราก็ตอบตกลงไป คนที่ไปแข่งก็มี คนไทย 3 คน คนสเปน คนอาร์เจนตินา 2 คน กับคนญี่ปุ่นอีก 1 คน คือเป็นกลุ่มต่างชาติหมดเลย”
 

      “คือใครจะไปคิดว่าเราจะมาอยู่ในจุดที่ไปแข่งรำไทเก็ก ที่เราเห็นอาม่าตามสวนลุมรำกันอะ  อาม่ารำท่าไหน เราก็รำมันท่านั้นเลย มันเป็นประสบการณ์ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้ทำ แล้วพอถึงวันแข่ง สรุปพวกเราได้ที่ 2 กลับมา คือแบบดีใจมาก 5555555 การรำไทเก็กของเรานี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ”


“ฉันรักประเทศจีนมาก”


      “หลังจากที่จ๋ากลับมาจากจีน จ๋าพูดเลยนะว่า ฉันรักประเทศจีนมาก คือมันไม่ได้แย่อย่างที่คนไทยเข้าใจกันนะ เมืองที่จ๋าไปอยู่มันดี เงียบ สะอาด รถใต้ดินคนไม่แน่นมาก แล้วนิสัยของคนจีนจะเป็นคนพูดตรงๆ เห็นอะไรก็จะพูดอย่างนั้น ไม่อ้อมค้อม แต่คนจีนมีทัศนคติที่ดีต่อคนไทยมาก พอรู้ว่าเป็นคนไทยเขาก็ดีด้วย แบบมาชวนคุย 'ประเทศไทยสวยนะ'  'เธอพูดจีนได้ด้วยหรอ' อะไรแบบนี้ รวมๆ แล้วส่วนมากที่เจอมาก็นิสัยดีกันนะ อย่างตอนที่จ๋าติดอยู่ที่สนามบิน เขาก็คอยช่วยเหลือดีเลย”
 
     
      “ช่วงที่มีเหตุการณ์เรือนักท่องเที่ยวชาวจีนล่มที่ภูเก็ต จ๋าได้เข้าไปอ่านโพสต์นึง ของคนจีนที่รณรงค์ไม่ไปเที่ยวประเทศไทย เพราะคนไทยไปโพสต์ก่อนว่า 'ไม่ต้องสนใจหรอก เดี๋ยวคนจีนก็ลืมเหตุการณ์นี้แล้ว' เขาเอาโพสต์ที่คนไทยเขียนแย่ๆ เกี่ยวกับคนจีนในเหตุการณ์นี้มาแปลเยอะมาก คือคนอ่านเป็นพันๆ คนอะ จ๋าก็คิดนะว่า ก่อนเราจะโพสต์อะไรเราควรคิดให้ดีก่อนว่ามันจะส่งผลเสียอะไรบ้าง เพราะจริงๆ แล้วคนจีนชอบประเทศไทย ชอบคนไทยมากนะ แล้วมีเพื่อนจ๋าคนนึงที่เป็นคนไทย เขาไปเดินห้างตอนช่วงที่มีข่าวเรือล่มที่ภูเก็ตออกมา ก็มีแม่ค้ามาถามว่า เป็นคนไทยใช่มั้ย แล้วก็เรียกพวกมาอีกเยอะมากให้มารุมว่าเพื่อนจ๋าอะ เพราะเห็นว่าเป็นคนไทย เพื่อนจ๋าเลยต้องรีบเดินหนี หลบๆ ออกมา เหตุการณ์นี้ก็ส่งผลกระทบเยอะเหมือนกัน” 

       “ที่จ๋าชอบอีกอย่างคือ จีนเป็นประเทศที่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง คือเขาจะจ่ายเงินด้วย
แอปพลิเคชันหมดเลย สแกนบาร์โค้ด แม้แต่ซื้อของข้างถนน ซื้อของตามตลาดก็ใช้สแกนเอาอะ จ๋าว่ามันสะดวกดีนะ”
 


“จากที่เคยคิดว่าตัวเราเจ๋ง แต่จริงๆ แล้วเทียบกับคนอื่นไม่ได้เลย”

     
      “จากการที่จ๋าไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ มันทำให้เราได้มองโลกกว้างขึ้นเยอะมากๆ จากที่เคยคิดว่าตัวเราเจ๋ง สิ่งที่เราทำมันคูลมากในระดับนึง แต่พอเราไปเจอโลกข้างนอก เจอคนอื่นๆ เราแบบจบเลยอะ รู้เลยว่าเราไม่ได้เจ๋งอะไรขนาดนั้น คือมันจะมีวิชานึงที่เขาจะมีหัวข้อมาให้ถกเถียงกัน เราเข้าไปเรียนแล้วนั่งฟังความคิดของคนอื่นแล้วรู้สึกว่า เนี่ยแหละ คนที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต คนที่จะพาประเทศตัวเองให้ก้าวไกลได้”
 
      
     
       “จ๋าว่าการเดินทางมันทำให้เราเห็นโลกได้เยอะขึ้นมากๆ เลย ทุกที่ที่เราไป มันไม่มีอะไรราบรื่นหรอก แต่ในทุกความไม่ราบรื่นนั้น เราจะเห็นความน่ารักของคนอื่น เห็นด้านดีเล็กๆ ที่เราอาจจะเผลอมองข้ามไป อย่างตอนที่จ๋าติดฝน ฝนตกหนักมากๆ อยู่ข้างนอก เพื่อนคนญี่ปุ่นก็ส่งข้อความมาบอกเราว่า ฝนตกถนนลื่น กลับมาดีๆ นะ ระวังตัวด้วย คือแค่นี้มันก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นมาได้แล้วอะ ถึงมันจะเป็นแค่ข้อความสั้นๆ อันนึงก็เถอะ”
   
      “แล้วก็อยากจะฝากเอาไว้ว่า ถ้าเรากลัวที่จะออกไปข้างนอก เราจะไม่มีทางรู้เลยว่าโลกข้างนอกมันเป็นยังไง อย่างตอนนั้นที่จ๋ากับเพื่อนติดอยู่ที่สนามบิน เพื่อนจ๋าพูดออกมาคำนึงว่า อย่างน้อยเรามีชีวิตรอดกลับมาก็มากพอแล้ว จ๋าคิดว่ามันถูกต้องมากๆ เลยนะ ไม่ว่าเราจะเจอเรื่องร้ายอะไรมามากแค่ไหน สุดท้ายเรายังมีชีวิตรอดกลับมา เราก็เจ๋งแล้วอะ คือต่อให้อยู่ไทย ก็เจอเรื่องไม่คาดคิดตลอดแหละ มันอยู่ที่เราจะมองมันยังไงมากกว่า” 
 

      
      “ตอนนี้จ๋าเรียนจบแล้ว เป็นฟรีแลนซ์อยู่ ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีแปลหนังสือบ้าง เป็นครูผู้ช่วยของ After School Club ที่โรงเรียนนานาชาติเวลล์ส แล้วจ๋าก็ทำงานแอดมินให้กับบริษัทที่ไม่แสวงหาผลกำไร เหมือนเป็นพวกเซลล์ ตอบแชทต่างๆ แล้วก็กำลังหางานประจำทำไปด้วย จ๋าอยากทำงานอะไรที่มันทำให้เราได้เรียนรู้ตลอดเวลา จ๋าก็มีความคิดอยากไปเรียนต่อเหมือนกันนะ แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเราจริงๆ แล้วอยากเรียนอะไร เราก็เลยลองทำอะไรหลายๆ อย่างไปก่อน"
 
     
      “สุดท้ายนี้อยากฝากเอาไว้ว่า เวลาออกไปเจอโลกข้างนอกแล้วก็อย่าลืมใช้ชีวิตด้วย คือจ๋ามีเพื่อนคนนึงที่ไปแลกเปลี่ยนเหมือนกัน แต่เขาไม่ไปเที่ยวไหนเลย ไม่ค่อยออกไปเจออะไรข้างนอก อยู่แต่บ้าน แต่จ๋าว่าถ้าเรามีโอกาสไปต่างประเทศเนี่ย ไหนๆ ก็ไปถึงที่แล้ว ก็ออกไปใช้ชีวิตเถอะ ใช้ให้คุ้ม ถ้าเหนื่อยอะ นอนพักเดี๋ยวมันก็หาย ช่วงเวลาวัยรุ่นมันมีครั้งเดียวนะ ออกไปเที่ยว ไปเจอโลก แล้วลองใช้ชีวิตให้คุ้มด้วยนะคะ ^^” 
      
      
      ชีวิตของ ”จ๋า” นี่เจ๋งสุดๆ ไปเลยค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่นัก แต่เธอก็ผ่านมันมาได้ และด้วยประสบการณ์เหล่านี้ที่ได้เจอมา มันทำให้จ๋าโตและแกร่งขึ้น สุดท้ายนี้ ก็อย่างที่จ๋าได้บอกเอาไว้ อย่าลืมใช้ชีวิตให้คุ้มด้วยนะคะทุกคน ^^ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=miew

พี่หมิว - ผู้เขียน

จบเอกอิ้ง ชอบปิ้งหมูกิน แถมอินกับหนัง ฟังเพลงเสียงดัง หูแตกไปเลยจ้า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #จีน #ประเทศจีน #นักเรียนแลกเปลี่ยน #China #Chinese #exchangestudent

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    ก่อนพิมพ์คิดหน่อยโนะ
    Guest IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คห.1 ต้องยอมรับนะว่าคนจีนที่มาไทยบางคนก็นิสัยไม่ดี แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนไหมคะที่เป็นคนไม่ดี เราก็ไม่ควรเหมารวมรึเปล่า คนไทยไปที่ไหนเจียมตัวที่นั่น เฮอๆ ขำแห้งอ่ะ คนไทยทำวีรกรรมที่ต่างประเทศก็เยอะเด้อ ญี่ปุ่น เกาหลีงี้ เห็นมะไม่ว่าจะคนชาติไหนก็มีทั้งดีทั้งเลวปนกันไป แล้วที่พิมพ์ว่า สาระแนไปตายอ่ะ คือเป็นคำพูดที่ทุเรศมาก ไม่มีใครอยากไปตายหรอกนะคะถ้าเขารู้อ่ะ คุณพูดมาอย่างงี้อ่ะ เราเองก็เป็นคนไทยยังมองว่าคนแบบคุณทุเรศเลย เราไม่ได้จะแก้ตัวแทนคนจีนนะคะ แต่คุณไม่ควรไปพูดจาแบบนี้ถึงคนที่ตายไปแล้ว มันน่ารังเกียจ

    ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?