‘Examination hell’ ตีแผ่การสอบเข้าสุดหินที่นักเรียน ‘ญี่ปุ่น’ ต้องหลั่งน้ำตา []

วิว
     สวัสดีค่ะชาว Dek-D… ปัจจุบันการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กมัธยมยังคงเป็นเรื่องใหญ่ในหลายๆ ประเทศ อย่างบางประเทศก็มีการปรับเปลี่ยนวิธีสอบเข้ากันเป็นประจำ ทำให้นักเรียนต่างปวดหัวไปตามๆ กัน อีกทั้งการแข่งขันก็สูงมาก เพราะทุกคนอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยในฝันของตัวเองกันทั้งนั้น ถ้าจะบอกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยนับเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตก็คงจะเป็นแบบนั้น 

      วันนี้
พี่หมิวจะพามาดูการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของประเทศที่ได้ชื่อว่าจริงจังในทุกๆ เรื่อง อย่างประเทศญี่ปุ่น เรามาหาคำตอบกันว่า นักเรียนญี่ปุ่นเขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง (เจอเหมือนกับเรารึเปล่านะ TT ) และการสอบเข้าของเขาจะยากแค่ไหนกัน? 



นรกแห่งการสอบเข้า (Examination hell) 


      ถ้าพูดถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กไทยในตอนนี้ ก็คือระบบ TCAS ที่เรารู้จักกันดี แต่น้องๆ รู้มั้ยคะว่า ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเขาถือว่าเป็นวาระแห่งชาติกันเลยทีเดียว เด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่ทุ่มเทไปกับการเรียนพิเศษถึงดึกดึ่น เพราะการแข่งขันนั้นสูงมาก อีกทั้งยังชี้ชะตาของนักเรียนด้วยการสอบเพียงแค่ 2 วัน จนญี่ปุ่นได้รับฉายาจากการสอบระดับชาตินี้ว่า ‘นรกแห่งการสอบ’ โดยในปีนี้ มีนักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย มีจำนวนมากถึง 580,000 คน
 
        จะว่าไปแล้วประเทศญี่ปุ่นเองคงจะเหมือนกับหลายๆ ชาติ ที่มีค่านิยมในเรื่องการเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง เพราะสังคมญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ถ้าใครสามารถสอบติดมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงได้ คนนั้นจะมีหน้าที่การงานที่ดีแน่นอน อย่างมหาวิทยาลัยรัฐดังๆ ที่คนแห่สมัครเข้าไปเรียนกันเยอะมาก เช่น มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยโอซาก้า และ มหาวิทยาลัยเกียวโต บอกเลยว่าการแข่งขันสูงมาก เพราะการเรียนการสอนมีคุณภาพสุดๆ 
 
     ข้ามมาที่ฟากมหาวิทยาลัยเอกชนก็ดุเดือดไม่แพ้กันเลยค่ะ โดยเฉพาะกับสถาบันที่เป็นที่นิยมสุดๆ อย่าง มหาวิทยาลัยเคโอ และ มหาวิทยาลัยวาเซดะ เรียกว่าฆ่าได้ฆ่า ใครตายช่างมัน!  

 


การสอบ


Round 1: ‘The National Center Test for University Admissions’

      การสอบเข้าของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นจะแบ่งเป็น 2 รอบ โดยรอบแรกจะเป็นการสอบข้อสอบกลางที่มีชื่อว่า ‘The National Center Test for University Admissions’ ซึ่งจะเป็นการสอบเก็บคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลังจากสอบเสร็จ นักเรียนจะนำผลสอบนี้ไปยื่นต่อมหาวิทยาลัยที่เปิดรับโดยแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการเกณฑ์การรับสมัครที่แตกต่างกัน และผลคะแนนที่สอบได้นั้น จะเป็นส่วนช่วยในการตัดสินว่าเราจะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยไหนได้บ้าง (เรียงตามลำดับสูง-ต่ำของคะแนน คล้ายๆ กับของไทย) ส่วนช่วงเวลาในการสอบจะอยู่ที่เดือนมกราคมของทุกปีค่ะ  

      หมายเหตุ *มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งไม่ต้องใช้คะแนนสอบในระบบกลาง* 
 
Round 2: ‘University Test’

      รอบที่ 2 เป็นการจัดสอบเฉพาะของมหาวิทยาลัย (University Test) โดยวิชาที่จะสอบนั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนด และที่สำคัญ! ก่อนจะสอบ University Test ได้ นักเรียนจะต้องได้คะแนนจากการสอบในระบบกลางมาก่อนแล้วค่ะ จากนั้นก็มาตรวจดูว่าคะแนนเราถึงเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่เราต้องการมั้ย ถ้าคะเเนนของเราถึง เราก็จะสามารถยื่นคะแนนสอบระบบกลาง เพื่อขอสอบ University Test ต่อไปได้ค่ะ 

      ส่วนมากแล้วการสอบรอบที่ 2 นั้น เป็นการสอบสำหรับนักเรียนที่มีคะแนนสูงอยู่แล้ว เเละต้องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง รวมไปถึงการสอบเข้าคณะดังๆ อย่างเช่น แพทย์และกฎหมาย พูดง่ายๆ คือ ถ้าเราอยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยดังๆ คณะดีๆ เราจะต้องมาแข่งกันอีกรอบค่ะ พูดถึงเรื่องข้อสอบนั้นโหดแน่นอน! เพราะทางสถาบันก็ต้องคัดแล้วคัดอีก ผู้สมัครเองก็ต้องสอบหลายวิชา ปาดเหงื่อไปหลายรอบเพื่อจะได้เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในฝันของตัวเอง
     
      หมายเหตุ * มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งใช้แค่คะแนนสอบส่วนกลางเท่านั้น ไม่ต้องใช้ University Test ค่ะ * 
 

ข้อสอบ


      เรามาดูข้อสอบที่เด็กญี่ปุ่นต้องเจอกันบ้างดีกว่า สำหรับการสอบระบบกลาง จะมีทั้งหมด 5 วิชาด้วยกัน ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่น สังคมศึกษา (ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์โลก ภูมิศาสตร์และหน้าที่พลเมือง) ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาจีนและภาษาเกาหลี) วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ) และคณิตศาสตร์ โดยข้อสอบจะเป็นแบบปรนัย (Choices) ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ จะมีการทดสอบทักษะการฟังด้วยค่ะ

      ในส่วนของข้อสอบเฉพาะของทางมหาวิทยาลัย (University Test) อย่างที่บอกไปว่าขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย วิชาที่สอบอาจมีความแตกต่างกันไป บางที่มีการสอบเขียนบรรยาย ( Essay) รวมไปถึงการสอบสัมภาษณ์ และอาจจะมีข้อสอบอื่นๆ แล้วแต่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นมาเองค่ะ  
 


ตัวอย่างข้อสอบ

     
      พูดถึงเรื่องการสอบมาซะเยอะแล้ว วันนี้พี่มีตัวอย่างข้อสอบสุดหินที่เด็กญี่ปุ่นจะต้องเจอมาให้น้องๆ ลองทำดูกันค่ะ บอกเลยว่า..…. 

ตัวอย่างแรก

      จงเติมคำลงในช่องที่เว้นไว้และเลือกคำตอบที่ถูกต้องมาเติมในข้อที่มีตัวเลขกำกับ (ข้อสอบวิชาประวัติศาสตร์โลก มหาวิทยาลัยริกเกียว)

      ในศตวรรษที่ 19 สหรัฐอเมริกาพัฒนาประเทศตามแนวทางเฉพาะของตนเอง และประสบความสำเร็จอย่างสูงเนื่องจากมีที่ดินที่ยังไม่ได้พัฒนาเป็นบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ทางตะวันตก ในปี (1)..........หลังจากที่ซื้อ...................จากฝรั่งเศสแล้ว ปี (2)..........ก็ซื้อฟลอริดาจากสเปน ปี (3)..........ผนวกเทกซัสซึ่งเป็นของเม็กซิโก และปี(4)..........ซื้ออะแลสกาจากรัสเซีย นอกจากนี้ ในการทำสงครามกับเม็กซิโกเมื่อปี 1846 – 48 ได้ครอบครองแคลิฟอร์เนีย ปี (5)............ได้ครอบครองออริกอนจากการทำสนธิสัญญากับอังกฤษ ปี (6)............หลังจากที่เริ่มเกิดการตื่นทอง ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้าไปในแคลิฟอร์เนีย

1) a. 1801 b. 1802 c. 1803 d. 1804
2) a. 1818 b. 1819 c. 1820 d. 1821
3) a. 1845 b. 1846 c. 1847 d. 1848
4) a. 1864 b. 1865 c. 1866 d. 1867
5) a. 1845 b. 1846 c. 1847 d. 1848
6) a. 1844 b. 1846 c. 1848 d. 1850
     
      
จากข้อสอบข้างบนนี้ เป็นการทดสอบความจำ และความรู้ประวัติศาสตร์โลกของมหาวิทยาลัยริกเกียว น้องๆ ตอบได้มั้ยคะ? ส่วนพี่หลับตาแล้วจิ้มเลยค่ะ 5555

ตัวอย่างที่ 2 

      จงเลือกข้อที่เติมแล้วทำให้ประโยคผิดหลักไวยากรณ์ (ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ)

1. The picnic will be cancelled if it (____).
A. is raining
B. looks likely to rain
C. rains 
D. starts raining
E. will rain

2. During my visit I ( ____ ) to go to Hiroshima to visit the Peace Memorial.
A. am hoping
B. have hoped
C. hope 
D. hoped
E. was hoping

3. The weather forecast said that it ( ____ ) snow tomorrow.
A. may
B. might
C. mustn’t 
D. probably won’t
E. will probably

เฉลย: ประวัติศาสตร์โลก ม.ริกเกียว : 1) c /ลุยเซียนา , 2) b, 3) a, 4) d, 5) b, 6) c
ภาษาอังกฤษ ม.วาเซดะ : 1) E , 2) B, 3) C

Credit: ข้อสอบจาก mgronline.com/japan
 
‘Examination hell’ ตีแผ่การสอบเข้าสุดหินที่นักเรียน ‘ญี่ปุ่น’ ต้องหลั่งน้ำตา
Photo Credit: en.wikipedia.org


ข้อสอบเรื่อง 'มูมิน'

     
      เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง นักเรียนญี่ปุ่นต้องเจอกับข้อสอบสุดแปลกที่ถามเกี่ยวกับตัวการ์ตูน ‘มูมิน’ (ตัวการ์ตูนชื่อดังจากประเทศฟินเเลนด์) ในข้อสอบระบบกลางเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้นักเรียนงงไปตามๆ กันเลยค่ะ จนนักเรียนญี่ปุ่นพากันใช้ Hashtag  “#ムーミンを許すな ที่แปลว่า ‘มูมินผู้อภัยให้ไม่ได้’ (Unforgivable Moomin)” ซึ่งได้กลายเป็นเทรนด์ติดอันดับหนึ่งในทวิตเตอร์ภาษาญี่ปุ่นในช่วงนั้นอีกด้วย 
 
‘Examination hell’ ตีแผ่การสอบเข้าสุดหินที่นักเรียน ‘ญี่ปุ่น’ ต้องหลั่งน้ำตา
Photo Credit: www.japantimes.co.jp

      จากภาพ เป็นข้อสอบในวิชาภูมิศาสตร์ ที่ถามว่าตัวการ์ตูน ‘มูมิน’ อาศัยอยู่ที่ไหนและพูดภาษาอะไร? 
   
      คำตอบที่ทางญี่ปุ่นเฉลยออกมาคือ มูมินอาศัยอยู่ในประเทศฟินแลนด์ และพูดภาษาฟินนิชค่ะ 


เด็กซิ่ว = โรนิน

     
      ถ้านักเรียนคนไหนสอบไม่ผ่าน ก็จะต้องรอสอบใหม่ปีหน้า อย่างบ้านเราก็คงจะเรียกว่า 'เด็กซิ่ว' ข้ามมาที่ฝั่งญี่ปุ่น พวกเค้าเองก็มีคำศัพท์ที่ใช้เรียกเหมือนกัน โดยเรียกเด็กพวกนี้ว่า ‘โรนิน’ ซึ่งความมหมายที่แท้จริงคือ 'ซามูไรที่ไร้สังกัด หรือไร้อาจารย์' คนญี่ปุ่นเลยเอามาเปรียบกับเด็กที่ยังไม่มีที่เรียนกันค่ะ (โอ้โห ล้ำลึกมาก!) ระหว่างรอสอบใหม่ หลายคนมักจะไปเรียนติวสอบกันอย่างจริงจังที่โรงเรียนกวดวิชา (Cram School) ที่มีไว้สำหรับติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยเฉพาะเลยค่ะ 
 

      มาดูบรรยากาศการสอบของที่นั่นกันบ้าง อย่างบ้านเราก่อนจะสอบ หลายคนคงจะไหว้สิ่งศักสิทธิ์ บนหัวหมู ไข่ต้ม 99 ฟอง อะไรก็ว่าไป (น้องๆ ก็ทำใช่มั้ยคะ? อิอิ) ตัดภาพมาที่เด็กญี่ปุ่นเอง พวกเค้าก็ทำเหมือนกันค่ะ ไม่ต่างจากเราเลย อย่างที่ฮิตๆ หน่อย เด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเลือกไปเขียนคำขอลงไปในแผ่นไม้เเล้วนำไปแขวนไว้ที่ศาลเจ้าตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นค่ะ 
 

 
 
     
      ต้องบอกว่าข้อสอบของประเทศญี่ปุ่นนี่ก็แปลกไม่แพ้บ้านเราเลยค่ะ แต่ยังไงก็ตาม การสอบเข้ามหาวิทยาลัยของทุกประเทศต่างก็มีความยากง่ายที่ไม่เหมือนกัน เด็กทุกคนจึงต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะเข้ามหาวิทยาลัยในฝันของตัวเองให้ได้ พี่ก็ได้แต่หวังว่าต่อไปนี้ประเทศเราจะมีระบบการสอบเข้าที่เป็นมาตรฐานและมีคุณภาพที่ดีขึ้นเพื่อเด็กๆ ในอนาคตนะคะ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=miew

พี่หมิว - ผู้เขียน

จบเอกอิ้ง ชอบปิ้งหมูกิน แถมอินกับหนัง ฟังเพลงเสียงดัง หูแตกไปเลยจ้า

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ญี่ปุ่น #การสอบ #Japan #Japanese #Exam #Examination

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?