ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone! []

มาติดตามประสบการณ์สุดคูลของ 'ปาล์ม' ในเนเธอร์เเลนด์ ว่าจะมันส์ขนาดไหนกันนะ?
2,438 4
      Hoi! ค่ะน้องๆ ชาว Dek-D… หลายๆ คนอาจจะงงว่าอยู่ดีๆ พี่มา ‘Hoi’ อะไร จริงๆ แล้วมันคือคำทักทายกันของชาวดัตช์ เหมือนกับ Hi! ในภาษาอังกฤษนั่นเองค่ะ เปิดมาขนาดนี้แล้ว วันนี้พี่หมิวจะมาแชร์ประสบการณ์ของน้องคนนึงที่มีโอกาสได้ไปเรียนที่ ’เนเธอร์แลนด์’ มา 1 เทอมค่ะ ขอบอกเลยว่า ชีวิตของน้องคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ทั้งโดนหลอกซื้อจักรยาน โดนคนจะมาค้นกระเป๋าและอีกสารพัดมากมายที่เจอ! แต่น้องก็ผ่านมันมาได้ ตามพี่หมิวมาอ่านกันเลยดีกว่าว่าชีวิตของ ‘ปาล์ม’ จะต้องเจอกับอะไรบ้าง


แนะนำตัว


      "สวัสดีค่ะชื่อ ‘ปาล์ม – รมิตา เมณฑกา’ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นเวลา 1 เทอมค่ะ"  
 


แลกเปลี่ยน 1 เทอม ที่เนเธอร์แลนด์


      “ปาล์มไปแลกเปลี่ยนตอนปี 3 เทอม 1 ไปกับของทางมหาวิทยาลัย คือคณะของปาล์มเขาจะโคกับหลายๆ มหาวิทยาลัยทั่วโลก เขาก็จะมีโควตาว่าให้นักเรียนเลือกไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ไหนก็ได้ 1 เทอม แล้วโอนเกรดกลับมา แต่ต้องบอกเลยว่า ถ้ามหาวิทยาลัยดังๆ ดีๆ คนก็จะแย่งกันไปเยอะมาก”
     
      “ปาล์มต้องใช้คะแนนสอบพวก IELTS แล้วก็เกรดของเราสมัครไป เขาจะให้เราเลือก 3 อันดับ ว่าเราอยากไปที่ไหน แต่อันนี้คือเราไปเอง ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายให้ เขาแค่จัดการ ดำเนินการติดต่อให้เฉยๆ สุดท้ายปาล์มเลือกไปที่เนเธอร์แลนด์ ไปเรียนที่ ‘Tilburg University’ เมือง ‘Tilburg’ เพราะมันเล็กๆ เงียบๆ อยู่แถบบ้านนอก แล้วก็อยากไปเนเธอร์แลนด์อยู่แล้วด้วย เพราะมันเดินทางสะดวก เป็นจุดให้เราไปเที่ยวทั่วยุโรปได้”  
 
     
      “ตอนไปเรียนที่นั่นก็ต้องเรียนภาษาดัตช์เหมือนกัน แต่แค่พื้นฐาน พวกคำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ง่ายๆ ปาล์มว่ามันไม่ยากมากนะ เพราะภาษามันเขียนคล้ายๆ ภาษาอังกฤษ อย่างเช่นคำว่า Ga = Go ในภาษาอังกฤษ ที่แปลว่าไป มันเลยพอเดาได้ เเล้วปาล์มก็ลงเรียนวิชาพวก Marketing กับ Business ไปด้วยค่ะ”


จองหอไม่ทัน ต้องไปอยู่บ้านสมาคมหญิง


      “ตอนแรกปาล์มจะอยู่หอในมหาวิทยาลัย แต่คือมันเต็มเร็วมากกกกก เหมือนตอนเราจองบัตรคอนเสิร์ตแบบนั้นเลยอะ เปิดเว็บขึ้นมา กำลังจะกดเข้า คือเต็มแล้ว ปาล์มเลยต้องไปหาบ้านอยู่เอา พอดีว่ามีรุ่นพี่ปาล์มเขาเคยไปมา เขาก็แชร์กลุ่มใน Facebook ที่มีพวกคนมาขายบ้าน เอารูปบ้านกับราคามาลง อารมณ์แบบพวก Air BnB ทีนี้ปาล์มก็ไปเจอบ้านนึง คือเหมือนเป็นพวกบ้านของสมาคมหญิงอะไรสักอย่าง เหมือนในหนังที่เราเห็นกันบ่อยๆ ที่แบบพวกผู้หญิงเยอะๆ มาอยู่ด้วยกันที่บ้าน แล้วจะมีกฎระเบียบเวลาอยู่ร่วมกัน” 

      “บ้านที่ปาล์มไปอยู่จะคล้ายๆ กับทาวน์เฮ้าส์ มีลักษณะเป็นบ้าน 2 หลังติดกัน อยู่ด้วยกันทั้งหมด 14 คน มีห้องน้ำแค่ 2 ห้อง มีห้องครัว ห้องนั่งเล่น คือคนที่อยู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็นคนดัตช์หมดเลย มีปาล์มกับเพื่อนอีกคนที่เป็นคนไทย นอกจากนี้มีนักเรียนและเปลี่ยนเป็นคนโปรตุเกสกับคนอิตาลีอีก 2 คน แต่โชคดีที่ว่าบ้านที่ปาล์มอยู่มีแค่ 5 คน ส่วนอีกหลังคืออัดกันเกือบ 10 คนอะ555555 ถือว่าโชคดีมาก แต่ที่รับไม่ได้เลยคือ ห้องครัวของที่บ้านมีหนูวิ่งเต็มไปหมด ส่วนตัวปาล์มเองเป็นคนที่กลัวหนูมากกกกกก ก็ต้องทำใจเยอะเลยค่ะ T__T” 
   
     

คนดัตช์รักการปาร์ตี้มาก


      “คนดัตช์เป็นคนชอบปาร์ตี้มาก เรียกได้ว่าจัดปาร์ตี้ทุกคืน! เขาชอบจัดปาร์ตี้ที่บ้านกันเสียงดังๆ จัดเหมือนจำลองผับมาตั้งไว้ที่บ้านเลย เอาจริงเสียงมันทะลุรอดเข้ามาในห้องนอนเลยแหละ แต่ปาล์มนอนได้นะ แต่ติดตรงที่เวลาเราอยากเข้าห้องน้ำ เราต้องเดินผ่านพวกเขาอะ หรือเวลาจะไปอาบน้ำ ก็ต้องนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาเจอพวกเขากำลังปาร์ตี้อยู่ ก็ตลกดี”

      “แต่อยู่ที่นี่เขาก็จะมีกฎว่า เวลานี้ถึงเวลานี้ ห้ามเข้ามาในห้องครัว เพราะพวกดัตช์จะชอบใช้ห้องครัวเพื่อประชุมลับอะไรสักอย่าง แล้วเวลาเขาประชุมกันก็คุยกันเป็นภาษาดัตช์ เราก็ฟังไม่ออกอยู่ดี ไม่รู้จะกลัวไปทำไม แต่มีเพื่อนคนฮังการีคนนึง เขาเป็นพวกไม่ค่อยยอมคน เขาก็เข้าไปอุ่นของกินในครัวตอนพวกดัตช์ประชุมกันอยู่ พอเพื่อนคนนี้เข้าไปในห้องครัวปุ๊บ พวกดัตช์หยุดประชุมกันเลย แล้วหันมามองแรงใส่ อารมณ์ประมาณว่า เธอเข้ามาทำไมตอนนี้ แต่เพื่อนฮังการีคนนี้ก็ไม่สนใจ เขาก็อุ่นของกินต่อแล้วเดินออกมา แล้วก็มาเคาะห้องปาล์มมาฟ้องว่า เนี่ย! โดนพวกนั้นมองแรงใส่ จะมองทำไม อะไรแบบนี้”
 

      “ในความคิดปาล์มนะ คนดัตช์ที่ปาล์มเจอมาจะไม่ค่อยเฟรนด์ลี่เท่าไหร่ เหมือนเขาก็อยู่กันเป็นกลุ่มๆ กับเพื่อนดัชต์ เขาก็จะไม่มายุ่งกับเรา คืออย่างเดินเจอกันในบ้าน ปาล์มกับเขาจะทักกันแค่แบบ 'Hey! How are you?' ละก็บาย จบ คือจะเป็นแบบนี้ตลอดเลย” 


โดนหลอกให้ซื้อจักรยาน! 


      “คนเนเธอร์แลนด์จะใช้จักรยานกันเยอะมากๆ ขับกันทั่วบ้านทั่วเมือง คือเขาจะมีเลนจักรยานของเขาเลย แล้วก็จะขับชิดซ้ายกัน คนที่นี่จะเซียนในการขับมากๆ บางคนขับไปอ่านหนังสือไปยังได้ ปาล์มก็เลยต้องซื้อจักรยานเหมือนกัน เอาไว้ขับไปเรียน ตอนแรกๆ ใช้เวลาขับไปเรียนครึ่งชั่วโมง คือเหนื่อยมากกกกก แต่พอหลังๆ เริ่มชิน ขับไปเรื่อยๆ มันก็ดีนะ รถไม่ติดเลย ที่ปาล์มเคยเห็นคือจอดติดไฟแดงไม่เกิน 3 คันอะ 555555 ปาล์มเลยจะหาซื้อจักรยาน ทีนี้เพื่อนคนดัตช์ที่อยู่บ้านเดียวกับปาล์มเคยเล่าให้ฟังว่า เขาชอบซื้อจักรยานจากพวกคนผิวสีที่เอามาขายกันตามบ้าน มันจะถูกมากกกกก เพราะเป็นจักรยานที่ถูกขโมยมา แต่ของคนผิวสีที่พวกดัตช์ซื้อกันบ่อยๆ พวกเขาติดคุกอยู่ (พีคไปอีก!) ไม่ได้มาขายช่วงนี้ ปาล์มเลยโอเค ไปซื้อเองดีกว่า”
 

      “ปาล์มบอกก่อนเลยว่า ตั้งแต่อยู่ที่เนเธอร์แลนด์มาไม่เคยโดนหลอกอะไรเลยนะ เราจะรู้ทันตลอด แต่ครั้งนี้แบบสุดจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน คือตอนนั้นเป็นช่วงสอบไฟนอล ปาล์มก็เลยอยู่บ้านกับเพื่อนที่เป็นคนไทยแค่ 2 คน ปาล์มทำอาหารอยู่ในครัวแล้วมีคนมากดกริ่งที่ประตู เพื่อนปาล์มก็เลยออกไปเปิดว่าใครมา ซักพักเพื่อนตะโกนเรียกชื่อปาล์มดังมาก เราเลยรีบเดินไปดู ปาล์มเห็นผู้ชายผิวสีตัวใหญ่ๆ มายืนอยู่หน้าบ้าน แต่คือปาล์มฟังเขาพูดไม่ค่อยออก เขาพูดอังกฤษสำเนียงแปลกๆ เหมือนพูดไม่ค่อยได้ พูดไม่รู้เรื่องด้วย ทีนี้เขาก็บอกว่า เพื่อนเธอที่อยู่ที่นี่อะสั่งจักรยานไว้ เขาเอาจักรยานมาส่ง ปาล์มก็บอกเขาไปว่า "ไม่มีใครอยู่เลย มาใหม่ทีหลังได้มั้ย" เขาก็ตอบว่า "ไม่ๆ ไม่ได้ วันนี้วันเดียวเท่านั้น! ยูต้องรับจักรยานไปแล้วจ่ายเงินมา ไม่งั้นถ้าเพื่อนยูที่สั่งจักรยานรู้ว่ายูไม่ยอมรับให้เขาจะโกรธมากนะ เเล้วไอก็จะไปฟ้องเพื่อนยูว่า ยูมันเป็นคนไม่ดี" (มันขู่ปาล์มอีกกกกก!) ปาล์มก็เลยส่งข้อความไปถามพวกนั้นว่ามีใครสั่งจักรยานมั้ย แต่ก็ยังไม่มีใครตอบ” 
 

      “ทีนี้ปาล์มเลยจะปิดประตูละ ไม่คุยด้วยแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่อง เขาก็เอาจักรยานมากระแทกๆ ที่ประตูบ้านอะ บอกว่า "อย่าเพิ่งปิดประตู คุยกันก่อน" เขาบอกว่า เนี่ยจักรยาน 15 ยูโร (570 บาทไทย) จ่ายเงินมาก็จบแล้ว ตอนนั้นไม่รู้ทำไม ปาล์มเริ่มเชื่อเขาอะ ปาล์มก็เดินเข้าไปหยิบกระเป๋าเงินในห้อง แต่ด้วยความซวย ปาล์มไม่มีเงินสดอยู่เลย555555 เพราะที่นั่นไม่ค่อยได้ใช้เงินสด ปาล์มเลยต้องออกไปกดเงิน คนผิวสีคนนั้นก็เดินไปด้วยกัน เขาก็ชวนคุยแบบ เขาชื่อนี้นะ สนิทกับพวกผู้หญิงในบ้านที่ปาล์มอยู่มาก บลาๆ"

      "แล้วพอเดินไปถึงร้านสะดวกซื้อ เขาก็บอกว่า งั้นซื้อบุหรี่ให้เขาแทนจ่ายเงินละกัน ปาล์มก็งง ไหนบอกจะเอาเงินไง ปาล์มกับเขายืนทะเลาะกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ต่างคนต่างโมโห สรุปปาล์มก็ต้องซื้อบุหรี่ให้เขา แล้วก่อนไปยังจะมาบอกอีกว่า "เพื่อนยูที่บ้านจะต้องดีใจแน่ๆ ที่ยูรับจักรยานไว้แทน" (ดูมันนนน!) แล้วเขาก็ทิ้งจักรยานไว้ให้ ตอนนั้นก็ยังไม่คิดนะว่าโดนหลอก แต่พอเพื่อนๆ กลับมาบ้าน ปาล์มเลยถามว่ามีใครสั่งจักรยานไว้มั้ย ทุกคนบอกว่าไม่มี….เท่านั้นแหละ 15 ยูโรของปาล์มหายวับไปกับตา T__T แต่มันก็มีเรื่องดีนะ เพราะสุดท้ายก่อนกลับไทย ปาล์มก็เอาไปขายต่อให้คนที่จะมาอยู่ที่นี่ ขายไปประมาณ 60 ยูโรได้ (2,200 บาทไทย) เพราะจักรยานมันใหม่มาก เลยได้กำไรล้วนๆ 5555555555”
ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone!
Photo Credit: Palm Ramita


เจอคนจะมาค้นกระเป๋า!


      “ตอนนั้นปาล์มขั้นรถบัสไปเที่ยวกับเพื่อน ทีนี้ปาล์มกับเพื่อนก็ขึ้นไปนั่งแล้วมีผู้ชายคนนึง น่าจะอายุประมาณ 30-40 ได้ เดินมาด้อมๆ มองๆ เดินไปทั่วรถ เขาเดินมาหาปาล์มกับเพื่อนแล้วบอกว่า เขานั่งที่ตรงนี้ เอากระเป๋าจองเอาไว้ ทำไมมันหายไป ปาล์มก็งง เลยตอบเขาไปว่าตอนเรามานั่งมันไม่มีกระเป๋าเลยนะ เขาก็ไม่เชื่อ ทีนี้เขาก็เดือดเลย โมโห โวยวายใหญ่ คิดว่าปาล์มกับเพื่อนเอาไป เขาเลยมาค้นกระเป๋าปาล์ม แบบรูดซิบกระเป๋าปาล์มละอะ ตอนนั้นเราก็สู้ เรื่องอะไรมาค้นกระเป๋าคนอื่น เขาก็บอกว่า ถ้าไม่ได้เอาไปจริงๆ ก็ต้องให้ค้นสิ (เอ้า! เรื่องอะไรต้องให้ค้นอะ กระเป๋าคนอื่นปะพี่) ปาล์มกับเขาเถียงกันเสียงดัง สุดท้าย เขาก็เจอกระเป๋าตัวเอง คือมีคนเอากระเป๋าเขาไปไว้ตรงที่นั่งข้างหน้าแทน ปาล์มก็แบบ อะไรเนี่ยยยยย ชีวิตทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย”   
 
ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone!
Photo Credit: Palm Ramita
 
     “มีอีกอย่างที่ปาล์มรู้สึกงงๆ กับคนดัตช์ อย่างที่หลายๆ คนอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่า Coffee Shop ที่นี่ไม่ได้ขายกาแฟ แต่จะขายพวกกัญชาอย่างถูกกฎหมายภายในร้านกัน คือถ้าใครเข้าไปก็อาจจะมึนๆ ได้ คือมันก็มีกลิ่นอะไรแบบนี้ลอยมาเยอะมากนะ เหมือนอย่างตอนนั้นปาล์มไปเดินแถวย่านโคมแดง (Red Light District) ย่านที่จะมีผู้หญิงขายบริการออกมายืนตามหน้าต่างสีแดง ปาล์มก็ได้กลิ่นกัญชาลอยมา เดินไปนานๆ อาจจะมึนได้ แล้วที่แปลกมากคือ คนดัตช์ชอบพาลูกเด็กเล็กแดงมาเดินกันที่นี่ คือมันไม่ใช่ที่สำหรับเด็กๆ เลยอะ บางคนแบบเข็นลูกใส่รถเข็นมาเลย งงไปอีก”

 

‘เราต้องออกจาก Comfort Zone’


      “ปาล์มว่าการที่ไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้มันก็สอนอะไรปาล์มกลับมาเยอะเหมือนกันนะ อย่างแรกเลย ปาล์มได้เพื่อนต่างชาติกลับมาเยอะมาก มันเป็นเหมือนการเปิดตัวเราเองด้วย เอาตัวเองออกจาก Comfort Zone เพราะเราจะต้องไปทำความรู้จักกับคนอื่นใหม่หมด ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าหาคนอื่นบ้าง เราไปอยู่ที่นั่นทั้งทีจะไม่มีเพื่อนเลยก็ไม่ได้ อีกอย่างคือ มันทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างของเพื่อนจากหลายๆ ประเทศ แล้วแต่ละคนจะนิสัยไม่เหมือนกันเลย อย่างเช่นคนญี่ปุ่น คนนี้จะมีมารยาทสุดๆ เรียบร้อยมาก อะไรนิดอะไรหน่อยก็ ‘ขอโทษนะ’ ‘ขอบคุณนะ’ อย่างตอนนั้นปาล์มไปยืนรอเขาเข้าห้องน้ำ พอเขาออกมาก็พูดว่า ‘ยืนรอนานมั้ย? ขอโทษที่ให้รอนะ ขอบคุณมากๆ เลย’ จะเป็นอารมณ์นี้ไปเลย ส่วนเพื่อนดัตช์ก็จะเป็นสายไปปาร์ตี้ ชอบปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ ไปดูมันทุกคอนเสิร์ต ส่วนคนฮังการีนี่จะออกแนวก๋ากั่น สู้คนมาก เป็นแนวห้าวๆ ส่วนเพื่อนเกาหลีจะนิสัยคล้ายๆ คนไทยหน่อย จะคุยกันถูกคอที่สุด
 
ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone!
Photo Credit: Palm Ramita
     
      “อย่างที่สองเลยคือ ปาล์มได้ลองทำทุกอย่างเอง ทั้งทำอาหาร ซื้อของเข้าบ้าน ซักผ้า ล้างจาน ทำความสะอาด ตอนแรกแอบคิดว่าทำไมชีวิตเราเหมือนแม่บ้านจัง เราต้องปั่นจักรยานออกไปซื้อของมาทำอาหารกิน อะไรแบบนี้อะ รวมไปถึงวางแผนชีวิต วันนี้จะไปไหน ทำอะไร มันก็เลยทำให้ปาล์มได้จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งมันเป็นข้อดีนะ เหมือนทำให้เราโตขึ้น จัดการชีวิตตัวเองให้เป็นระบบได้ แม้จะเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ อย่างเช่นการล้างจานก็เถอะ ฮ่าๆ”  
 
ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone!
Photo Credit: Palm Ramita

      “อย่างที่สามคือ ปาล์มประหยัดเงินขึ้นเยอะมากๆ  ตอนไปอยู่ที่นั่นคือ เวลาจะซื้ออะไร ปาล์มจะพลิกดูราคาก่อนทุกครั้ง คือของมันค่อนข้างเเพง ทั้งๆ ที่ตอนอยู่ไทยปาล์มไม่เคยทำเลย ปาล์มจะดูว่าอันไหนถูกกว่า เอามาเทียบกัน เราต้องประหยัดเงินที่สุด จนตอนเรากลับมาไทยใหม่ๆ ไปเข้าร้านสะดวกซื้อ หยิบขนมมา 1 ห่อ สิ่งแรกที่เราทำคือพลิกดูราคาอะ คืองงมากปกติอยู่ไทยเราไม่ทำอะไรแบบนี้แน่นอน คงหยิบๆ ละเดินไปจ่ายเงินเลย แต่นี่เราติดนิสัยพลิกดูราคาของมาจากเนเธอร์แลนด์ 555 ว่าไปแล้วมันก็ตลกดีนะ แต่เอาจริงมันทำให้ปาล์มกลายเป็นคนใช้เงินเป็นเเละเห็นคุณค่าของเงินมากกว่าเดิมเยอะขึ้นเลยล่ะ”
 
ชีวิตที่ไม่ธรรมดาของ ‘ปาล์ม’ ในเนเธอร์แลนด์ กับการเอาตัวเองออกจาก Comfort Zone!
Photo Credit: Palm Ramita
     
      “ปาล์มคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ใครหลายๆ คนอาจจะกลัว ไม่กล้าออกจาก Comfort Zone ของตัวเอง หรืออาจจะกลัวการเปลี่ยนแปลง คือชีวิตคนเราอะ ยังไงก็ต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ให้เราลองออกมาเผชิญหน้าดู การมาแลกเปลี่ยนก็เหมือนเป็นการเปิดโลก มันทำให้ปาล์มรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเราเองทำอะไรได้บ้าง รู้ว่าเราชอบอะไร อยากทำอะไรต่อไปในอนาคต หลังจากที่กลับจากเนเธอร์แลนด์มา ปาล์มบอกได้เลยว่าความคิดของปาล์มเปลี่ยนไปเยอะมาก มีความคิดใหม่ๆ เข้ามาเต็มไปหมด มันทำให้เราได้มุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม ทำให้เราอยากทำอะไรใหม่ๆ แต่ที่สำคัญเลย มันทำให้ปาล์มโตขึ้นมากๆ มองอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนไป ให้มาคิดดูอีกที ถ้าปาล์มไม่ได้ไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ก็คงเสียใจแย่เลยค่ะ”
     

      สงสารน้องปาล์มมากๆ เลยค่ะตอนโดนหลอกให้ซื้อจักรยาน (โถ่น้องงงง) แต่แน่นอนว่าการไปแลกเปลี่ยนครั้งนี้ของปาล์มที่เนเธอร์แลนด์นั้นไม่เสียเปล่าจริงๆ ปาล์มได้อะไรกลับมาเยอะแยะมากมาย รวมไปถึงความคิดของปาล์มที่เปลี่ยนไป พี่ก็หวังว่าเรื่องของปาล์มจะทำให้ใครหลายๆ คนกล้าก้าวออกมาจาก Comfort Zone ของตัวเองกันนะคะ ^^
#Studyabroad #เนเธอร์เเลนด์ #แลกเปลี่ยน #ดัตช์ #Netherlands #Dutch #exchangestudent #Tilburg

บทความที่นิยมอ่านต่อ

4 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?