‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น []

วิว
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D ... หากพูดถึงสาขายอดฮิตในเกาหลีใต้ที่ชาวต่างชาตินิยมไปเรียนต่อ คงต้องยกให้ "นิเทศศาสตร์" เพราะคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า การผลิตสื่อบันเทิงที่นั่นเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ 

        
วันนี้มีเรื่องเล่าประสบการณ์การเรียนในมหาวิทยาลัยหญิงล้วนชื่อดังของเกาหลีกันบ้างค่ะ (ฟังแค่นี้ก็แอบตื่นเต้นแล้วว ><) เธอคนนี้ได้แรงบันดาลใจจากวงการบันเทิงเกาหลีเหมือนน้องหลายๆ คนเลย ถ้าใครกำลังหาคำตอบว่าเนื้อหาเรียนสาขานี้สนุกหรือน่าเบื่อ? คนที่ขี้กลัวและพื้นฐานภาษาไม่เป๊ะจะรอดมั้ย? แล้วสังคมเกาหลีที่เธอสัมผัสเป็นยังไงบ้าง? ตามมาอ่านกันค่ะ เชื่อว่าเราจะช่วยให้น้องๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอน~

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น


แนะนำตัว

        “สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘โปร’ สมัชญา โมจนกุล อายุ 23 ปี ได้ทุนไปเรียน ป.ตรีในสาขา Television & Films คณะ Media Studies มหาวิทยาลัยอีฮวา (Ewha Womans University) ใช้ชีวิตในเกาหลี 4 ปี ปัจจุบันเป็น Digital Content ของบริษัทเอเยนซี่แห่งหนึ่งในไทยค่ะ”

        สำหรับ ม.อีฮวานี้ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่ก่อตั้งเมื่อปี 1886 ตั้งอยู่ในย่านซอแดมุน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการจัดอันดับจาก QS Universitys Rankings ว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ยอดเยี่ยมเป็นอันดับที่ 9 ของเกาหลี แถมยังขึ้นแท่นมหาวิทยาลัยหญิงล้วนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกด้วย (ปัจจุบันเปิดรับนักศึกษาชายชาวต่างชาติแล้ว แต่สัดส่วนถือว่ายังน้อยอยู่ดีค่ะ)

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น

 
เพราะอะไรวงการบันเทิงของเกาหลีถึงโตเร็ว?

        การไปเรียนที่เกาหลีเป็นความฝันของเรามาตั้งแต่ตอนไหน? “โปรสนใจเกาหลีมาตั้งแต่ ม.ต้นเลยค่ะ แต่ตอน ม.ปลายเรียนศิลป์-ญี่ปุ่นเพราะตอนนั้นยังมีสายให้เลือกไม่เยอะ ทีนี้เราเองชอบศิลปินเกาหลีมาตั้งนานแล้ว เลยเป็นแรงกระตุ้นให้อยากไปเรียนที่นั่น และเหตุผลที่อยากเรียนนิเทศก็ไม่พ้นเรื่องบันเทิงค่ะ 555 เราได้ติดตามดูรายการวาไรตี้ของเกาหลีมานาน จึงสนใจและสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมวงการเอนเตอร์เทนเมนต์บ้านเค้าถึงเติบโตเร็วจัง”

        “จากนั้นเรามาเจอเรื่องทุนและมหา’ลัยอีฮวาจากเว็บ Dek-D และรู้ว่าสายนิเทศของ ม.นี้ก็โดดเด่นด้วย โปรเลยสนใจและสมัครไป ทุนที่ได้ชื่อ ISS F1 (International Students Scholarship) ช่วยค่าเทอม 1 ปีค่ะ" แต่เดาว่าบางคนแอบกังวลว่าสังคมหญิงล้วนจะแรงๆ รึเปล่า? “สังคมที่นี่เฮฮาๆ กันตลอด โปรไม่เคยเจอเรื่องดราม่าระหว่างเพื่อนเลย แต่อาจมีกดดันบ้าง โดยเฉพาะเวลาทำงานกลุ่มกับเพื่อนคนเกาหลี ซึ่งเขาก็ช่วยเหลือเราดีค่ะ”

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น


‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น


เรียนภาษามาก็จริง แต่แทบต้องเริ่มใหม่หมด

        “ก่อนไปเกาหลี โปรมีเรียนภาษาเกาหลีมาเยอะเหมือนกันนะคะ เข้าคอร์สพวกเรียนเบสิกแกรมมาร์ แต่พอไปถึงเจอสำเนียงจริงๆ เหมือนต้องเริ่มใหม่หมด เราพออ่านได้ แต่พูดตอบโต้กับใครไม่ได้เลยยย แม้กระทั่งตอนจะสอบเลเวลที่มหา’ลัย เราว่าเค้าพูดฟังดูเร็ว บวกกับเรายังไม่ชิน ปกติจะฟังอาจารย์คนเดียว พอไปอยู่นู่น เค้ามีหลายเสียงหลายสำเนียง”

        ดังนั้น ช่วงแรกเธอจึงไม่ต่างกันคนอื่นๆ ที่เพิ่งไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ “ถ้าอยู่ในรั้วมหา’ลัย เราใช้ภาษาอังกฤษช่วยอธิบายได้นะคะ เพื่อนๆ ฟังแล้วเข้าใจ แต่ถ้าอยู่ข้างนอก ไปซื้อกับข้าว โปรจะใช้ภาษามือกับเค้า น่าจะสักปี 1-2 ที่เริ่มลงตัว เพราะเราได้เรียนวิชาภาษาเกาหลี ส่วนเรื่องภาษาที่แอดวานซ์ขึ้นในห้องเรียน ทั้งอาจารย์ เพื่อนๆ การบ้าน งาน ข้อสอบต่างๆ ช่วยให้ดีขึ้นได้จริงๆ (เสริมว่า มหา’ลัยโปร ถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติต้องสอบ TOPIK ให้มากกว่าระดับ 4 ก่อนจบด้วยนะคะ)" 

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น


เมื่อเนื้อหาเรียนช่วยตอบสิ่งที่สงสัยมานาน

        “ตอนแรกเราต้องวัดระดับภาษาเกาหลีก่อน (ถ้ามีใครมีผลสอบ TOPIK ก็ยื่นได้เลย) และต้องสอบภาษาอังกฤษว่าต้องเริ่มเรียนเลเวลไหน เพราะวิชาอังกฤษเป็นวิชาบังคับของมหา’ลัยค่ะ"

        ปี 1 โปรเริ่มเรียนภาษาเกาหลีใหม่หมดเลย และเรียนวิชาทั่วไปเป็นภาษาอังกฤษ แล้วมาเริ่มเรียนวิชาคณะตอนขึ้นปี 2 แต่ยังไม่ต้องใช้ภาษาเกาหลีเยอะค่ะ เพราะจะมีวิชาปฏิบัติ เช่น การตัดต่อ VDO ที่ต้องอยู่กับคอมพ์ เราแค่ทำตามที่อาจารย์สอน และมีศัพท์ที่เราพอเดาได้เยอะ รวมทั้งศัพท์ภาษาอังกฤษด้วย เลยจะสบายหน่อย ^^” 

        “พอขึ้นปี 3-4 วิชาเลือกลงได้ค่อนข้างอิสระ วิชาไหนโปรคิดว่ามีประโยชน์ก็ลงเลย เหมือนได้เรียนนิเทศรวม แน่นอนว่ามีเรื่องทีวี ภาพยนตร์ การตัดต่อวิดีโอ การตัดต่อ Broadcasting ที่เกาหลี นอกจากนี้ก็มีเรียนวิชานิเทศหลักๆ เช่น ‘จิตวิทยามีเดีย’ คนในคณะเอกไหนก็เรียนได้ แถมเรียนเป็นภาษาอังกฤษด้วย"

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น

        “ตอนแรกโปรสนใจว่ารายการวาไรตี้กับซีรี่ส์เกาหลีมันดัง เลยเลือกเรียนโทรทัศน์ แต่พอมาเรียนจริงๆ โปรว่ามันสนุกทุกวิชาเลยนะ และมีวิชานึงที่เป็นจุดเปลี่ยน คล้ายๆ Media Marketing / Business ทำให้รู้เส้นทางวงการเกาหลี K-POP ว่าเค้าวางแผนกันยังไงให้โตเร็วและเป็นที่รู้จัก วิชานี้ตอบคำถามที่โปรสงสัยมาตั้งแต่แรกได้ว่า ทำไมวงการบันเทิงเกาหลีใต้ถึงโตเร็ว นั่นคือคนเกาหลีเค้ามีความ Perfectionist มาก ละเอียดอ่อนเรื่องการทำงาน และจะวางแผนไม่ให้สิ่งที่เค้าทำมีรูรั่วเลย งานเดียวต้องแตกได้ทุกแขนง ต่อยอดได้เรื่อยๆ”

        โปรยกตัวอย่างวิชาที่เรียนเป็นปฏิบัติให้ฟังว่า “มีวิชานึงตอนปี 4 ชื่อ ‘Documentary Production’ เราได้ฝึกถ่ายสารคดีกับเพื่อนเป็นกลุ่มๆ อาจไม่ได้โปรดักชั่น 100% แบบกล้องใหญ่ๆ ไฟแรงๆ แต่สิ่งที่ได้คือการลำดับว่าเราต้องทำอะไร ถ่ายอะไร คุยอะไรบ้าง เน้นการวางแผน ทำ Storyline มากกว่า”

        แล้วมีวิชาที่เรารู้สึกไม่สนุกกับมันมั้ย? “วิชา 'Mass Communication' ค่ะ 55555 จริงๆ มันเป็นพื้นฐานของนิเทศเลยนะ แต่โปรไม่ชอบเพราะมันเป็นทฤษฎี 100% แล้วเราเห็นภาพไม่ชัดเจนเท่าพวก Media Business คะแนนวิชานี้โปรน้อยที่สุดเลยค่ะ (/ยิ้มแห้ง)

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
 

        “คาแรกเตอร์อาจารย์แต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ยกตัวอย่าง วิชา ‘Media Politic’ เรียนพวกเรื่องการเมือง โฆษณาชวนเชื่อ ฯลฯ แล้วช่วงที่เรียนตรงกับการเลือกตั้งของอเมริกาพอดี อาจารย์เลยเอามาสอนว่าสื่อที่นู่นเป็นยังไง การรายงานข่าว การดีเบต การเลือกตั้งเป็นยังไงบ้าง แล้วสื่อมีบทบาทยังไง วิชานี้เรียนเป็นภาษาอังกฤษค่ะ โยงเกาหลีนิดหน่อย โปรจำวิชานี้ได้ดีเพราะคาแรกเตอร์อาจารย์เลยค่ะ เหมาะกับวิชามากๆ คืออาจารย์เหมือนนักการเมืองมาหาเสียงหน้าห้องทุกคาบเลย 55555 ”
 
        ว่าแต่อะไรล่ะที่ช่วยผ่อนคลายหลังเราเรียนเหนื่อยๆ? “ตามศิลปินค่ะ >< ช่วงแรกๆ เราตามบ่อยอยู่นะ ถือเป็นความสุขเลย วงที่โปรชอบมากๆ และตามอยู่ที่เกาหลีบ่อยๆ คือ Infinite ค่ะ” 

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น


ทีสิสที่ให้อะไรมากกว่าความหัวฟู

        “คณะโปรมีวิธีเลือกจบหลายแบบ มีทำเวิร์กช็อปหรือทำทีสิส (Thesis) โปรเลือกอย่างหลังเพราะเรามองว่าทีสิสคือผลงานที่น่าจะเอาไปทำอะไรได้หลายอย่าง ที่สำคัญคือเราเลือกหัวข้อที่สนใจได้ และทำเป็นภาษาอังกฤษได้ด้วย” 

        แล้วเราเลือกทำหัวข้ออะไร? “โปรทำเกี่ยวกับความรุนแรงในดิจิทัลค่ะ ช่วงนั้นหัวฟูเลยนะ เหมือนขายวิญญาณไปเลย ทั้งทำนู่นนี่ หาข้อมูลกับทฤษฎี ทำแบบสำรวจ เขียนเป็นภาษาอังกฤษ 40 กว่าหน้า โชคดีที่ อ.ที่ปรึกษาให้คำแนะนำตลอด ถึงจะเหนื่อยแต่ทีสิสเป็นสิ่งที่เราชอบมากๆ ในการเรียน ป.ตรี และจำมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ เราได้เรียนรู้เรื่องการทำวิจัยและเรื่องมีเดียเยอะมากกก แถมภาษาในการเขียนก็ดีขึ้นด้วย เพราะก่อนเรื่มทำ เราต้องอ่านทีสิสเล่มอื่นๆ อีกหลายเล่ม”

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
 
        และอีกเรื่องที่ไม่เล่าไม่ได้เลย คือเธอมีโอกาสมาฝึกงานกับทีมเรียนต่อนอก Dek-D ด้วยนะคะ "ช่วงปี 4 ที่เรียน Media Business โปรรู้สึกเรื่องดิจิทัลน่าสนใจมากก เลยพยายามหาที่ฝึกงานด้านนี้ สุดท้ายได้มาฝึกงานที่ไทยกับบริษัท Dek-D ค่ะ เพราะโปรมาเรียนเกาหลีตั้งแต่ ป.ตรี ทำให้เราขาดคอนเนกชั่นที่ไทย ซึ่งเรารู้ดีคอนเนกชั่นสำหรับนิเทศมากๆ การฝึกงานที่นี่ให้อะไรโปรหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งเรียนรู้เรื่องดิจิทัล และรู้จักพี่ๆ หลายคน ^^"


วิธีฝึกภาษาแบบโปรๆ

        “จริงๆ โปรเป็นคนหัวเรื่องภาษาค่อนข้างช้า ถ้าไม่ได้ทำย้ำๆ บ่อยๆ นี่ลืมชัวร์ ส่วนตัวคิดว่าการดูรายการ ฟังเพลง อ่านบทความที่เกาหลี ช่วยเราได้เยอะมาก และการเรียนในห้องก็ช่วยให้ปรับตัวเรื่องภาษาได้เร็วขึ้นค่ะ อย่างตอนปี 1 โปรเรียนอังกฤษอย่างเดียว ส่วนเกาหลีก็ได้แค่วิชาภาษาเกาหลี พอขึ้นปี 2-3 เรียนวิชาคณะ ช่วงแรกไม่รู้เรื่องเลย ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะฟังรู้เรื่องว่าตอนไหนต้องจดเลกเชอร์ ตอนไหนอาจารย์สั่งงาน เราจะเริ่มจับจุดได้เพราะเจอศัพท์ซ้ำๆ ในวงนิเทศ”

        แล้วโปรคิดว่าอย่างน้อยเราควรเตรียมตัวเรื่องภาษาเกาหลีให้ได้ในระดับไหน? ถ้าอยากได้ทุน ต้องเตรียมตัวเรื่องภาษาให้ดี เพราะยังไงเค้าก็เลือกจากภาษา คะแนน TOPIK ต้องได้ระดับ 4 ขึ้นไป ส่วนภาษาอังกฤษ เราได้ใช้ในวิชาเรียนไม่บ่อยเท่าเกาหลี แต่ถ้าเด่นก็โอเคเหมือนกัน มีเกณฑ์ได้ทุนสูงเช่นกันค่ะ”
 
‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
 

กิมจิแลนด์ แดน Perfectionist
 
        ถามเรื่องเรียนกันไปแล้ว ถามถึงสังคมเกาหลีกันบ้างดีกว่าว่าเธอสัมผัสอะไรมาบ้าง “ตอนแรกไปถึงเรา Culture Shock นิดนึง เพราะสังคมเกาหลีค่อนข้างซีเรียสกัน เราจะทำตัวชิวๆ เหมือนอยู่ไทยไม่ได้แล้ว ต้องปรับตัวเหมือนเจอสถานการณ์บังคับ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินไปค่ะ”

        ได้ยินว่าคนเกาหลีเค้าดูเป็นคนรีบๆ?เกาหลีมีวัฒนธรรมความรีบเร่งชัดเจนมาก เช่น เดินเร็ว หรือแม้แต่กดปุ่มให้ลิฟต์ปิดเร็วๆ (ไม่เชื่อใครไปเกาหลีลองสังเกตปุ่มกดปิดลิฟต์อยู่นะคะ จางสุดๆ 55555) จริงๆ เวลาคุยกับเพื่อนไม่ได้ดูรีบขนาดนั้นนะคะ เค้าแค่เวลาเป๊ะเฉยๆ อย่างเช่นงานกลุ่มส่งวันนี้ เราก็ต้องส่งวันนี้ คนไทยอาจมองว่าเคร่งไปมั้ย แต่โปรมองว่าความตรงต่อเวลาเป็นเรื่องดีที่ทำให้เราไม่เป็นคนเอ้อระเหย”
 
        “โปรได้ซึมซับความ Perfectionist ของเค้ามาด้วยนะคะ (แต่ไม่ได้มา 100% หรอก 555) สังเกตตัวเองว่าพอเรียนจบกลับมาทำงานที่ไทย เรากลายเป็นคนเข้มงวดกับงานมาก ต้องเช็กแล้วเช็กอีกไม่ให้พลาด ถ้ามาตรวจเจออะไรผิดพลาดทีหลังจะหงุดหงิดมากก แล้วแทบจะจำฝังใจไปเลยค่ะ”

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
 
        ส่วนนิสัยมุมอื่นๆ เราเองเห็นหลายคนบ่นว่าคนเกาหลีชอบเหยียด แต่ 4 ปีที่โปรอยู่ไม่เคยเจอแบบนั้นจังๆ กับตัวเองเลย รู้สึกแต่ว่าเค้า Nice กับคนต่างชาติมากค่ะ อย่างวันแรกที่ไปเรียน โปรไม่รู้ว่าห้องเรียนอยู่ที่ไหน เลยถามทางนักเรียนเกาหลีที่นั่น ปรากฏว่าเค้าพาไปถึงห้องเรียนเลยค่ะ ทั้งที่จริงๆ แค่บอกทางก็ได้ และหลายๆ คนเป็นแบบนี้”
 
        ด้วยความที่คนเป๊ะ การคมนาคมก็เลยเป๊ะตามไปด้วย “เวลารถไฟวิ่งเค้าแน่นอนมากค่ะ เราสามารถคำนวณได้เลยว่าต้องออกจากบ้านกี่โมง แต่พอกลับไทยมาคือเละหมดเลยค่ะ (ตอนนี้ก็หงุดหงิดนะๆ 555) แล้วอากาศที่นั่นคือดีมากก ไม่ได้เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากรถ อาจมีบ้างที่ฝนตกหนักแล้วมีฝุ่น แต่ภาพรวมคือดีค่ะ”

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น

 

คำทิ้งท้ายจากอดีตคนขี้กลัว
 

        “โปรมองว่าถ้ามีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ อยากให้คว้าไว้ อย่างตอนโปรเจอข้อมูลทุนกับมหา’ลัย ก็ลงมือทำเลย เตรียมเอกสารเองทุกอย่าง ตอนโปรฝึกงานและได้เขียนบทความ เห็นน้องๆ หลายคนกลัวเรื่องเกรดกับภาษา บอกเลยว่าตัวโปรเองไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้น แต่อย่างน้อยเราได้ลองสมัครไป ไม่มีอะไรเสียหาย”
 
        เราเคยเป็นคนขี้กลัว แต่การมาทำอะไรแบบนี้ ช่วยให้เราได้ก้าวข้ามความกลัวได้ ถ้ามัวแต่กลัวเราจะไม่รู้เลยว่าทำได้รึเปล่า และอาจมานั่งเสียดายและเสียใจทีหลังก็ได้"

‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
 
        การได้เรียนสิ่งที่รักในประเทศที่ตัวเองชื่นชอบมานาน ถือเป็นประสบการณ์ที่เหมือนฝันจริงๆ ค่ะ ถ้าสนใจลองศึกษาเพิ่มได้ที่เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอีฮวา แล้วอย่าลืม!! มาเพิ่มโอกาสทำฝันให้เป็นจริงกันที่ บูธของคอลัมน์เรียนต่อนอก ณ งาน Dek-D’s TCAS Fair ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2018 นี้ที่ไบเทคบางนา เพราะเหล่ารุ่นพี่ที่เคยได้ทุนหรือมีประสบการณ์เรียนต่อต่างประเทศในสถาบันดังๆ เค้าจะมานั่งให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนต่อแก่น้องๆ ซึ่งรวมไปถึง พี่โปร ที่จะมาช่วยตอบทุกข้อสงสัยให้ทุกคนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในบูธก็ยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลอีกมากมาย ทราบแล้วเคลียร์ตารางให้พร้อมนะคะ ><
 
‘โปร’ กับชีวิต 4 ปีในรั้วนิเทศฯ มหาวิทยาลัยอีฮวา ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตให้ 'เป๊ะ' มากขึ้น
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เรียนต่อนอก #เกาหลี #อีฮวา #มหาวิทยาลัยอีฮวา #หญิงล้วน #โปร #นิเทศ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?