เช็กลิสต์! เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก + ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด? []

วิว
       สวัสดีครับน้องๆ ชาว Dek-D … พี่เชื่อว่าน้องๆ หลายคนมีความฝันอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมเอกสารสำคัญอะไรบ้างที่ใช้ในการสมัครเรียน วันนี้ พี่วุฒิ ได้ลิสต์เอกสารประกอบการสมัครที่น้องๆ ห้ามพลาดและควรเตรียมเอาไว้ พร้อมแนะนำวิธีการส่งเอกสารที่รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดมาให้น้องๆ ได้รู้จักกัน มีวิธีไหนบ้าง? มารู้จักไปพร้อมๆ กันเลยครับ 

 
เช็กลิสต์! เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก + ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด?
 
 
       ก่อนที่น้องๆ จะเตรียมเอกสารเพื่อสมัครเรียนต่อต่างประเทศ อย่างแรกเลย เราต้องรู้ตัวเองก่อนว่าอยากไปเรียนที่ไหน? และอยากสมัครเข้าเรียนต่อสาขาใด? เพราะว่าบางทีแต่ละที่อาจมีกำหนดการและเงื่อนไขในเรื่องเอกสารประกอบการสมัครที่แตกต่างกันไป ซึ่งวิธีการหาข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือ เข้าไปที่เว็บไซต์ของทุนหรือมหาวิทยาลัยที่เราอยากเรียนต่อเลยครับ เค้าจะมีระเบียบการที่กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องจัดการเตรียมเอกสารที่ใช้ในการสมัครให้ครบถ้วน 
 
        และวันนี้พี่ได้รวบรวมตัวอย่างเอกสารสำคัญที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ใช้พิจารณาเข้าเรียนต่อมาให้น้องๆ ได้เช็กและเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ว่าแต่มีอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง? จดลิสต์เอาไว้เลยครับ! 
 
1. ใบสมัคร (Application Form) สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถาบันโดยตรง ซึ่งในนี้จะเป็นส่วนของการกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว แนะนำตัวเอง เป็นต้น 
2. Statement of Purpose คือ เรียงความหรือบทความที่จะทำให้กรรมการรู้จักเรามากขึ้น ส่วนนี้ถือว่าสำคัญมากกก เพราะเป็นคะแนนหลักที่ทางสถาบันจะพิจารณารับเราเข้าเรียน หลายคนจึงพยายามหาข้อแตกต่างและสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองเพื่อให้เป็นผู้สมัครที่น่าจดจำ (อ่านเทคนิคการเขียน SOP คลิกที่นี่)
3. จดหมายแนะนำ (Reccommendation Letter) จำนวน 2 ฉบับ จดหมายนี้ถือว่าเป็นอีกส่วนที่สำคัญและจำเป็นมากในการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยผู้ที่จะเขียนจดหมายแนะนำให้น้องได้นั้นควรเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา, อาจารย์ที่น้องเรียนด้วย, โค้ช, นายจ้าง หรือใครก็ตามที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลน้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งต้องรู้จักเราเป็นอย่างดี รู้จักผลงานของเรา และค่อนข้างมีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับตัวเรา และที่สำคัญที่สุดคือเป็นผู้ที่เชื่อถือได้และมีความรับผิดชอบ ผู้เขียนจดหมายแนะนำที่ดีต้องเป็นผู้ที่ตั้งใจเขียนด้วยตนเอง และส่งเอกสารได้ทันเวลา (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการเขียนจดหมายแนะนำตัว คลิกที่นี่)
4. หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักเรียนนักศึกษา สำหรับผู้ที่กำลังจะจบ โดยน้องๆ ควรขอล่วงหน้าจากโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย 
5. ปริญญาบัตร หรือหลักฐานจบการศึกษา (สำเนา)
6. ทรานสคริปต์ 
7. เอกสารแสดงผลทดสอบทางภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL , TOEIC, IELTS และรวมไปถึงผลสอบภาษาอื่นๆ ในกรณีที่น้องๆ สมัครเรียนในประเทศที่จำเป็นต้องใช้ผลสอบภาษาแม่ของที่นั่น 
8. ใบแสดงผลตรวจสุขภาพ
9. สูติบัตร หรือ เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัคร และผู้ปกครอง
10. ใบเสร็จการจ่ายค่าสมัคร
11. แฟ้มสะสมผลงาน (อาจเลือกเฉพาะผลงานเด่นๆ ประกอบการสมัคร)
 
*เอกสารทั้งหมดต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาแม่ของประเทศที่เรากำลังสมัครเรียนต่อ 
 
เช็กลิสต์! เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก + ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด?

 
       และหลังจากเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยที่เราจะสมัคร ซึ่งปัจจุบันบางมหาวิทยาลัยนั้นมีระบบออนไลน์สำหรับการสมัครและส่งเอกสาร แต่ในขณะเดียวกันยังมีมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมากที่กำหนดให้ผู้สมัครส่งเอกสารไปยังมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะว่าถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจัดส่ง รวมถึงฝ่ายผู้รับก็ตรวจสอบได้ง่ายด้วย 
 
       น้องๆ หลายคนอาจจะมีความกังวลว่าเอกสารที่เราส่งไปนั้นจะไม่หายใช่มั้ย? จะถึงที่มหาวิทยาลัยหรือเปล่า? บางคนอาจจะกลัวว่าการส่งเอกสารแบบนี้จะต้องใช้เวลานาน เกรงว่าจะไม่ทันหมดเขตการสมัคร พี่ขอบอกเลยว่าน้องๆ ไม่ต้องกังวลเลยครับ เพราะเดี๋ยวนี้ไปรษณีย์ไทยของเรามีระบบการขนส่งระหว่างประเทศที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วมากกก วันนี้พี่จะยกตัวอย่างบริการการส่งไปรษณีย์ 2 แบบที่เป็นที่นิยมสุดๆ และยังตอบโจทย์สำหรับการส่งเอกสารสมัครเรียนต่างประเทศอีกด้วย 
 

1. บริการ EMS World 
 

       มาเริ่มที่บริการแรกกันเลยดีกว่า พอเห็นคำว่า ‘EMS’ น้องๆ หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการส่งของที่ต้องการความรวดเร็ว ต้องบอกว่าความจริงแล้วไม่ได้มีแค่ส่งในประเทศเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีระบบการส่งระหว่างประเทศที่เรียกว่า ‘EMS World’ อีกด้วย ซึ่งบริการอันนี้ก็เรียกว่าเหมือนกับ EMS ที่น้องๆ รู้จักเลยครับ แต่อัปเกรดขึ้นมาตรงที่เราสามารถส่ง EMS ไปต่างประเทศได้นั่นเอง (ดีงามอ่ะ!) 
 
       สำหรับการส่งเอกสารสมัครเรียนโดยบริการ EMS World น้องๆ สามารถพุ่งตรงไปยังไปรษณีย์สาขาใกล้บ้านได้เลยครับ ในส่วนของขั้นตอนก็ง่ายและสะดวกเวอร์ เรียกว่าเหมือนกับการส่งไปรษณีย์ทั่วไปเลยล่ะ ซึ่งเค้าก็จะคิดค่าบริการตามระยะทางที่เราส่ง ตรงนี้น้องๆ สามารถเช็กดูในเว็บไซต์ได้ว่าถ้าจะส่งไปที่นี่เค้าจะคิดเท่าไหร่นะ? หรือจะสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์โดยตรงเลยก็ได้เลยครับ โดยส่วนตัวพี่เคยส่งของทาง EMS World เหมือนกัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันเท่านั้นโดยการขนส่งทางเครื่องบิน เรียกว่าถึงเร็วมากกกก และระหว่างที่รอว่าเอกสารของเราจะถึงหรือยังนั้น น้องๆ ก็สามารถเข้าไปตรวจสอบทุกขั้นตอนการขนส่งในเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th ได้ตลอดเลยครับ เค้าจะคอยอัปเดตให้ทราบว่าตอนนี้พัสดุของเรานั้นอยู่ที่ไหน ถึงมือใครแล้วบ้าง เรียกว่ารวดเร็ว ปลอดภัย ไร้กังวลไปเลยจ้า 
 
       แต่เดี๋ยวก่อนนะครับ! อันนี้พี่ขอเตือนนิดนึงว่า ถ้าน้องๆ จะส่งเอกสารสมัครเรียน พยายามอย่าส่งช่วงใกล้หมดเขตมากนะ ต้องเผื่อเวลาเอาไว้ด้วย ถึงแม้ว่าเราจะใช้เวลาในการส่งเอกสารไม่นาน แต่ก็ไม่ควรส่งกระชิ้นชิดเกินไป เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้นมา เราจะได้แก้ไขได้ทันครับ เตือนแล้วนะ!  

 
เช็กลิสต์! เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก + ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด?

 

2. บริการคูเรียร์โพสต์ (Courier Post) 
     

         ถัดมาที่อีกบริการนึงของไปรษณีย์ไทยที่พี่อยากแนะนำให้น้องๆ ได้รู้จัก ซึ่งก็คือ ‘คูเรียร์โพสต์ (Courier Post)’ ด้วยความที่เป็นบริการน้องใหม่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน จึงทำให้บางคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักบริการนี้กันสักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าบริการส่งแบบคูเรียร์โพสต์คือดีงามมากเวอร์! น้องๆ ควรรู้จักเอาไว้เลยครับ เพราะว่าการส่งเอกสารไปยังต่างประเทศ บางครั้งอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินได้ บางคนอาจเตรียมเอกสารไม่ครบสักทีจึงทำให้ส่งเอกสารล่าช้า ยิ่งช่วงเข้าใกล้วันหมดเขตรับสมัครคาบเส้นเดตไลน์ เรียกว่าหายใจแบบหืดขึ้นคอเลยทีเดียว 
 
         ต่อไปน้องๆ ไม่ต้องกังวลแล้วนะครับ เพราะว่าบริการคูเรียร์โพสต์นั้นสามารถส่งเอกสารให้น้องได้อย่างรวดเร็วทันใจ ใช้เวลาแค่ 2-3 วัน เอกสารของน้องก็ถึงมหาวิทยาลัยที่เราสมัครเรียนแล้ว โดยขั้นตอนในการส่งนั้นก็เหมือนกับการส่งไปรษณีย์ทั่วไปเลยล่ะ ซึ่งน้องๆ สามารถส่งเอกสารเหล่านี้ได้ที่ศูนย์ไปรษณีย์ใกล้บ้านเลยครับ หรือใครยังไม่มั่นใจว่าสาขาของเรามีบริการคูเรียร์โพสต์หรือเปล่า ก็กดเข้าไปเช็กตรงนี้เลยครับ และในส่วนของอัตราค่าบริการนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละประเทศที่เราส่งไปนั่นเอง ใครมีแพลนจะไปเรียนต่อและส่งเอกสารไปที่ไหน ก็ลองเช็กดูในเว็บไซต์ก่อนได้เลยว่า ถ้าจะส่งไปที่ประเทศนั้นเค้าจะคิดประมาณเท่าไหร่ เราเองจะได้เตรียมเงินพร้อมก่อนไปจ่ายเนอะ (ค่าบริการอาจจะสูงกว่า EMS World แต่ถูกกว่าบริษัทอื่นๆ และเมื่อเทียบกับบริการที่ได้รับ พี่ว่าคุ้มมากครับ)
 
        และอีกข้อดีของบริการคูเรียร์โพสต์ ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการส่งเอกสารการเรียน แต่จะเหมาะมากกับการส่งขอไปให้ พ่อ-แม่โฮสต์ เพราะเมื่อพัสดุถึงประเทศปลายทาง จะมีผู้แทนจาก DHL แจ้งผู้รับและเป็นตัวแทนในการเคลียร์ภาษีให้ก่อน แล้วมาเรียกเก็บกับผู้รับอีกที แถมยังนัดหมายเวลาและสถานที่ ตามที่ผู้รับสะดวกอีกด้วย พูดง่ายๆ คือ พอเราส่งปุ๊บเค้าจะดำเนินการให้เราทุกอย่าง ลดขั้นตอนเพื่อความสะดวกสบายของเราที่แท้ทรู ส่วนเราเองก็มีหน้าที่แค่นั่งสวยๆ คอยตรวจสอบในเว็บไซต์ของไปรษณีย์ไทยว่าตอนนี้เอกสารเราถึงไหนแล้วนะ? เค้าจะคอยอัปเดตให้เราทราบตลอดเลยครับ เรียกว่าสะดวก ปลอดภัย ไว้ใจได้ เป็นบริการที่พรีเมียมสุดๆ ไปเล้ยยย!
 
เช็กลิสต์! เอกสารสำคัญสมัครเรียนต่อนอก + ส่งทางไหนเร็วและปลอดภัยสุด?

 
          เป็นไงบ้างครับน้องๆ ทั้ง 2 บริการที่พี่นำมาแนะนำให้รู้จักดีงามใช่มั้ยล่ะ? ความจริงแล้วนอกจากส่งเอกสารสมัครเรียน น้องๆ สามารถส่งพวกของพัสดุทั่วไปก็ได้นะ ยิ่งใครมีเพื่อนหรือญาติที่อยู่เมืองนอก อยากจะส่งของขวัญ ส่งขนมไปให้ ก็สามารถเลือกใช้บริการ EMS World และ คูเรียร์โพสต์ ได้เลยนะครับ 
 
         อ้อ! และอีกอย่างที่พี่อยากจะทิ้งท้ายไว้สำหรับเรื่องการเตรียมตัวเรียนต่อต่างประเทศ น้องๆ จะต้องศึกษาข้อมูลทุกอย่างให้พร้อม และจงใส่ใจในทุกขั้นตอนของการสมัครเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องการเตรียมเอกสาร รวมถึงการส่งเอกสารสมัครเรียนด้วย อย่าลืมนะครับว่าเอกสารที่เราส่งไปนั้นเป็นคะแนนสำคัญที่จะใช้พิจารณาเราเข้าเรียนต่อเลยนะ ดังนั้นเราก็ควรเลือกบริการขนส่งที่น่าเชื่อถือ รวดเร็ว และปลอดภัยเข้าไว้ก่อนเนอะ และพี่เองก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสมัครเรียนต่อต่างประเทศนะครับ ^^ 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เรียนต่อนอก #เอกสารสมัครเรียน #สมัครเรียนต่อต่างประเทศ #ไปรษณีย์ไทย #EMS World #Courier Post #คูเรียร์โพสต์ #ส่งของไปเมืองนอก

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?