ซ่อน
แสดง

เช็กลิสต์ 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปลงคอร์สเรียน "ภาษาญี่ปุ่น" ถึงถิ่น []

วิว
        สวัสดีค่ะ ชาว Dek-D ทุกคน ใครที่สนใจไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ดินแดนต้นตำรับอย่างญี่ปุ่นคงจะสงสัยว่าที่นั่นเขามีสไตล์การสอนเป็นอย่างไรบ้างใช่มั้ยคะ จะเหมือนกับคลาสเรียนญี่ปุ่นที่ไทยหรือเปล่า วันนี้พี่ชมพูจึงจะมาแนะนำบรรยากาศและสไตล์การสอนที่น้องอาจจะเจอจากการไปเรียนภาษาที่สถาบันสอนภาษาที่ญี่ปุ่นค่ะ  
 
*เซนเซย์ (先生) ในบทความนี้หมายถึง ครู, อาจารย์ 
 

1. ทักทายทุกครั้งที่เข้าเรียน
 

เช็กลิสต์ 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปลงคอร์สเรียน "ภาษาญี่ปุ่น" ถึงถิ่น
C
r. tofugu.com
 
      ข้อนี้คล้ายๆ กับที่เรียนภาษาญี่ปุ่นในไทยมั้ยคะ? ที่ญี่ปุ่นนั้นพอเริ่มเรียนทุกคนจะต้องทำความเคารพกับเซนเซย์ก่อนทุกครั้ง เป็นการทักทายตามมารยาทปกติในห้องเรียนญี่ปุ่น และแน่นอนมีเริ่มก็ต้องมีจบ ทุกครั้งที่เลิกเรียนจะกล่าวขอบคุณเซนเซย์ที่มาให้ความรู้กับเราค่ะ คล้ายกับที่เราเห็นในซีรี่ส์หรือการ์ตูนแนวโรงเรียนต่างๆ

 

2. การเรียนการสอน
 

       ใครที่วางแผนจะไปเรียนสถาบันสอนภาษาในญี่ปุ่น ถ้าเราไม่มีพื้นฐานมาก่อน เขาจะให้เริ่มนับหนึ่งกันตั้งแต่ท่องจำตัวอักษรเลยค่ะ แต่หากใครพอมีพื้นฐานอยู่บ้าง อาจได้เริ่มเรียนในระดับที่สูงขึ้น ส่วนเนื้อหาจะขึ้นอยู่กับหนังสือที่ใช้สอน ดังนั้นรับรองว่าถึงจะมาแบบว่างเปล่า ก็สามารถเรียนรู้เรื่องได้แน่นอน
 

3. เซนเซย์ใจดี
 

       กิตติศัพท์เรื่องความตั้งใจทำงานของชาวญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ หากพวกเขาทำอะไรแล้วจะทุ่มเทและเอาใจใส่เรามากกกก (ก.ไก่ล้านตัว) เซนเซย์จะคอยถามเราตลอดว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เข้าใจตรงไหนรึเปล่า ฯลฯ แถมยังใส่ความน่ารักเป็นกันเองเต็มที่ อาจจะเพื่อให้เข้าถึงนักเรียนได้ง่ายขึ้น พี่ขอบอกว่าถึงเซนเซย์บางท่านหน้าจะแอบดุ แต่อย่าเพิ่งด่วนตัดสินนะคะ พวกเขาก็เอาใจใส่นักเรียนกันทุกคนจริงๆ
 

4. มารยาทการถามระหว่างเรียน
 

เช็กลิสต์ 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปลงคอร์สเรียน "ภาษาญี่ปุ่น" ถึงถิ่น
Cr. tofugu.com
 
        ถ้าเกิดสงสัยในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียนเราสามารถถามเซนเซย์ได้ตลอดค่ะ เขาจะคอยอธิบายให้เราเข้าใจด้วยภาษาญี่ปุ่นและภาษากาย ทำให้เราเข้าใจกระจ่างและเติมความรู้ใหม่ๆ ได้ตลอด แต่พี่แอบได้ยินมาเหมือนกันนะคะว่าบางที่จะเคร่งเรื่องการถามมากก อนุญาตให้ถามเฉพาะหลังเลิกคลาสแล้ว ไม่สามารถถามระหว่างเรียนได้ เอาเป็นว่ายังไงก็อย่าลืมทำความเข้าใจก่อนเริ่มเรียนนะคะ
 

5. การสอบ 
 

เช็กลิสต์ 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปลงคอร์สเรียน "ภาษาญี่ปุ่น" ถึงถิ่น

 
        จะมีการสอบ 2 แบบ คือ แบบทดสอบหลังเรียน จะคล้ายกับสไตล์การเรียนของไทยค่ะ ในญี่ปุ่นเขาจะมีแบบทดสอบหลังเรียนทุกครั้ง แต่เป็นการสอบก่อนเรียนเรื่องใหม่ (ไม่ใช่เรียนเสร็จปุ๊บสอบปั๊บ) โดยทั่วไปการสอบแบบนี้จะไม่ซีเรียสมาก ใช้เวลาราวๆ 10 นาที เพื่อทดสอบว่าเราตั้งใจเรียนจริงๆ รึเปล่า ส่วนรูปแบบการสอบจะมีตั้งแต่การเขียนตามคำบอกไปจนถึงสอบพูดข้อความสั้นๆ ค่ะ อีกอย่างคือ การสอบเพื่อผ่านระดับชั้น การสอบแบบนี้จะเหมือนการสอบกลางภาคปลายภาค ตรงที่เป็นการรวบรวมความรู้ที่มีทั้งหมดมาสอบในคราวเดียว!! (ヤバイ!!) ฉะนั้นจงใส่ความตั้งใจลงไปให้สุดค่ะ หากผ่านแล้วจะได้เลื่อนขั้นไปเรียนในระดับที่สูงขึ้น แต่ถ้าไม่ผ่านคือเรียนซ้ำระดับเดิมอีกรอบ บรรยากาศการสอบจะออกกดดันหน่อยๆ แต่พี่เชื่อว่าถ้าตั้งใจเรียนตั้งใจทบทวน น้องๆ ต้องรู้สึกว่า เฮ้ย ข้อนี้จำได้ ข้อนี้ตอบแบบนั้นแบบนี้ ก็จะชิลล์ๆ หน่อยค่ะ 5555
 

6. คุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น
 

        ข้อนี้จะเป็นวิธีการเรียนภาษาอังกฤษกับฝรั่งนั่นคือ ไม่ว่าเราจะเรียนภาษาอะไรอยู่ก็จงพูดคุยด้วยภาษานั้น เมื่อเราอยู่ในคลาสเรียนญี่ปุ่น เซนเซย์จะคอยให้พูดญี่ปุ่นอยู่ตลอด พอบวกกับสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนใช้ภาษานี้ ก็ยิ่งเป็นตัวบังคับให้เราพูดญี่ปุ่นไปโดยอัตโนมัติ ทีนี้เป้าหมายหลักของการมาเรียนก็จะสำเร็จค่ะ เฮ้!!
 
        ทีนี้ในคลาสเราจะประกอบไปด้วยเพื่อนใหม่หลากหลายชนชาติมากๆ ตั้งแต่แถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ตอนที่เริ่มเรียนใหม่ๆ ถึงแม้คลังศัพท์ที่มีจะน้อยนิดก็ต้องพูดญี่ปุ่นสื่อสารให้เพื่อนเข้าใจให้ได้ค่ะ คราวนี้แหละภาษากายจะกลายเป็นที่พึ่งสำคัญเวลาสื่อสารไปเลยยย 5555
 

7. สิ่งที่ห้ามทำภายในห้องเรียน
 

เช็กลิสต์ 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปลงคอร์สเรียน "ภาษาญี่ปุ่น" ถึงถิ่น
Cr. pixabay.com
 
        เมื่อเข้ามาในห้องเรียนแล้วจะมีกฎสำคัญๆ อยู่ 3 ข้อ หนึ่งคือใช้ภาษาญี่ปุ่นคุย อีกสองข้อคือ ห้ามใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด และ ห้ามกินอาหารในห้องเรียนค่ะ 
 
        สำหรับเรื่องห้ามใช้เครื่องมือสื่อสาร กฎข้อนี้เห็นได้ทั่วไปในโรงเรียนญี่ปุ่น เหตุผลที่ห้ามเพราะเครื่องมือสื่อสารจะทำให้เราเสียสมาธิและไม่ตั้งใจเรียน จริงๆ เคยมีเหตุกรณีที่เด็กญี่ปุ่นคนหนึ่งหยิบมือถือขึ้นมาส่งเมลและถ่ายรูประหว่างเรียนด้วยนะ เซนเซย์จึงให้เก็บเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดลงกระเป๋าให้หมด คล้ายกับอาจารย์ไทยบางท่านที่ตั้งกฎว่าห้ามใช้มือถือยกเว้นตอนจะหาข้อมูลเท่านั้นค่ะ 
 
        ส่วนเรื่องห้ามกินอาหารในห้องเรียน คนไทยน่าจะคุ้นเคยกับกฎข้อนี้ดีค่ะ อยากบอกว่าที่ญี่ปุ่นเข้มกว่าบ้านเราอีกนะ!! สิ่งที่เขากังวลคือเรื่องกลิ่นและความสะอาดค่ะ แล้วถ้าแจ็กพ็อตเซนเซย์เกิดจับได้ด้วยตัวเอง เขาจะโกรธมากๆ เพราะเป็นเรื่องที่เขาย้ำเตือนตลอด แถมบางแห่งถึงกับมีป้ายติดเตือนไว้ด้วย
 

8. คนญี่ปุ่นพูดเร็ว
 

        โดยปกติคนญี่ปุ่นจะพูดกันรัวเร็วอยู่แล้ว (ถ้าอยากรู้ว่าเร็วแค่ไหน พี่แนะนำให้ลองฟังวิทยุจากช่อง NHK ได้) แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ ถ้าอยู่ในโรงเรียนเซนเซย์จะค่อนข้างพูดช้า และใช้คำศัพท์ที่กำลังเรียนอยู่ ณ ตอนนั้น เพื่อให้เราฟังทันและเข้าใจได้ง่าย พี่แนะนำให้น้องลองฝึกฟังจากพวกเพลงไม่ก็ดูอนิเมะก่อนค่ะ เริ่มจากเพลงที่ชอบกับการ์ตูนที่ชอบได้เลย ฝึกฟังให้พอชินหู จะได้ไม่ตื่นตกใจแบบ อะไรวะๆ ฟังไม่ทัน (หลุดพูด อะไรวะ ไปนี่เขาฟังออกนะว่าไม่เข้าใจ 5555)



 
        จริงๆ พอมาย้อนดูตั้งแต่ข้อแรก ก็แอบมีหลายอย่างที่คล้ายกับของไทยเหมือนกันนะเนี่ย (หรืออาจจะเคร่งกว่าด้วย) พี่เชื่อว่าน้องๆ สามารถปรับตัวและเรียนภาษาได้อย่างมีความสุขแน่นอนค่ะ ในญี่ปุ่นก็มีสถาบันสอนภาษาสำหรับชาวต่างชาติอยู่หลายแห่ง ใครมีประสบการณ์การเรียนภาษาญี่ปุ่นที่อยากแลกเปลี่ยนกันสามารถมาแชร์กันได้นะคะ พี่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าการเรียนของแต่ละแห่งจะคล้ายๆ กันรึเปล่า รออ่านนะคะ ^__^
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=chompu

พี่ชมพู - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เตรียมตัวก่อนเรียน #ภาษาญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป