ซ่อน
แสดง

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019! []

วิว
เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
 
        สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D ใครที่กำลังมองหาสถาบันเพื่อเรียนต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่นมาทางนี้เลยค่ะ วันนี้พี่ชมพูมีผลการจัดอันดับมหา’ลัยน่าเรียนที่ติดท็อป 10 จากการจัดอันดับของ QS Top University in Japan 2019 มาฝากค่ะ มหา’ลัยไหนจะได้ที่ 1 เราไปดูกันดีกว่า

 
*ค่าเล่าเรียนยังไม่รวมค่าแรกเข้า ค่ากิน ค่าที่พัก และอื่นๆ นะ*
 

10. มหาวิทยาลัยเคโอ (Keio University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. moana.hawaii.edu
 
ที่ตั้ง ย่านมินาโตะ โตเกียว
 
        มหาวิทยาลัยเคโอ หรือที่รู้จักกันนาม “เคได” เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนอันดับแรกๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นในปี 1858 โดย ยูคิจิ ฟุคุซาวะ บิดาแห่งวิทยาการสมัยใหม่ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น (ตั้งแต่สมัยที่ยังเรียกโตเกียวว่า เอโดะเลย!) ที่มหาวิทยาลัยเคโอมีแนวทางอยู่ด้วยกัน 7 ข้อคือ โรงเรียนราษฎ์ อิสระและเคารพตนเอง วิทยาศาสตร์ แหล่งแห่งตัวตนที่มีเกียรติ การเรียนที่ควบคู่ไปกับการสอน สร้างอดีตเพื่อกำหนดอนาคต และความร่วมมือภายในองค์กร ภายในจะกอบไปด้วย 11 คณะ แต่ถ้าพูดถึงจุดเด่นของมหาวิทยาลัย ต้องยกให้ทางด้านสาขาแพทยศาสตร์ เพราะว่ามีการแลกเปลี่ยนทางด้านงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดมาอย่างยาวนานค่ะ ม.เคไดนี้เองก็เปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษเช่นกัน ในระดับปริญญาตรี 3 คณะ และระดับบัณฑิตศึกษา 9 คณะ
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่ประมาณ 870,000 - 3,040,000 เยนต่อปี (261,000 - 912,000 บาท) ในระดับปริญญาโทจะอยู่ที่ประมาณ 940,000 - 3,500,000 เยนต่อปี (282,000 - 1,050,000 บาท) และในระดับปริญญาเอกจะอยู่ที่ประมาณ 940,000 - 3,500,000 เยนต่อปี (282,000 - 1,050,000 บาท)
 
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.keio.ac.jp/en/
 

9. มหาวิทยาลัยวาเซดะ (Waseda University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. topuniversities.com
 
ที่ตั้ง ย่านชินจูกุ เมืองโตเกียว
 
        มหาวิทยาลัยวาเซดะ หรือที่รู้กันนาม “โซได” เป็นมหาลัยเอกชนแห่งแรกที่ติดท็อป 10 การจัดมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นค่ะ มีกฎสำคัญๆ อยู่ 3 ข้อ ได้แก่ อิสระทางวิชาการ นวัตกรรมเชิงปฏิบัติ และพลเมืองผู้รู้แจ้ง ที่มหาวิทยาลัยวาเซดะได้ผลิตผู้นำในด้านต่างๆ มามากมายทั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐบาล นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ม.โซไดมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยเคโออยู่เสมอ และ 2 สถาบันนี้จะมีการแข่งขันกีฬาเบสบอลอยู่บ่อยๆ อีกทั้งที่วาเซดะเองยังเป็นสถานศึกษาที่รับนักเรียนต่างชาติเข้ามามากที่สุดด้วย และแน่นอนว่ามีทุนให้นักศึกษาต่างชาติถึง 50%
 
        มหาวิทยาลัยวาเซดะมีคณะทั้งหมด 10 คณะ โดยเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรีอยู่ 7 สาขา คือ รัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์, สังคมศาสตร์, การศึกษาทางด้านเสรีนิยมระหว่างประเทศ, วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมขั้นพื้นฐาน, วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างสร้างสรรค์, วิทยาศาสตร์และวิศกรรมขั้นสูง, และวัฒนธรรม สื่อ และสังคม แต่จะขึ้นชื่อมากที่สุดในด้านบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และรัฐศาสตร์
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคณะแต่ละสาขาแต่ละโปรแกรมการเรียน โดยในระดับปริญญาตรีจะที่ประมาณ 960,000 - 1,450,000 เยน (288,000 - 435,000 บาท) สำหรับปริญญาโทจะอยู่ที่ประมาณ 624,000 - 2,790,000 เยน (187,200 -  837,000 บาท) ส่วนปริญญาเอกจะอยู่ที่ประมาณ 448,000 - 775,000 เยน (134,400 - 232,500 บาท) (ที่กล่าวมาทั้งหมดเฉพาะปีแรกนะ)
 
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.waseda.jp/top/en
 

8. มหาวิทยาลัยคิวชู (Kyushu University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
 Cr. topuniversities.com
 
ที่ตั้ง เมืองฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ
 
        มหาวิทยาลัยคิวชูก่อตั้งเมื่อปี 1903 ในรูปของโรงเรียนแพทย์มาก่อนค่ะ อีกทั้งยังเป็นมหา’ลัยที่เก่าที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของญี่ปุ่นด้วย และแน่นอนว่ามหา’ลัยคิวชูเองก็เป็น 1 ใน 7 มหาลัยแห่งชาติของญี่ปุ่น ที่นี่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนเยอะเป็นอันดับที่ 3 ด้วยค่ะ ที่นี่เปิดสอนอยู่ด้วยกันทั้งหมด 11 คณะ โดยคณะที่มีคนมาสมัครเรียนสูงที่สุดคือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตามด้วยคณะแพทยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ค่ะ แล้วก็ยังเปิดหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษในหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ ทรัพยากรชีวภาพและสภาพแวดล้อมทางชีวภาพ และสหวิทยาการวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจะอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปี (160,740 บาท) สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 267,900 เยนต่อปีค่ะ (80,370 บาท)
 
​เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.kyushu-u.ac.jp/en/
 

7. มหาวิทยาลัยฮอกไกโด (Hokkaido University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. 663highland via wikipedia.org
 
ที่ตั้ง เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด
 
        มหาวิทยาลัยฮอกไกโดแรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการเกษตรมาก่อนมาค่ะ ก่อตั้งโดยวิลเลี่ยม สมิธ คลาร์ก ผู้มอบคติพจน์ “Boys, Be embitious!” (เด็กหนุ่มเอ๋ย จงทะเยอทะยาน) ซึ่งคำกล่าวยังคงเป็นที่รู้จักของวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นผู้ที่สนใจเรียนที่มหา’ลัยแห่งนี้ มหาวิทยาลัยนี้เองก็เป็น 1 ใน 7 มหาวิทยาลัยแห่งชาติของญี่ปุ่นเช่นกัน ที่นี่มีปรัชญาว่าด้วย จิตวิญญาณแห่งพรมแดน มุมมองระดับโลก การศึกษารอบด้าน และการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
 
        ปัจจุบันมหาวิทยาลัยฮอกไกโดมีคณะอยู่ทั้งหมด 12 คณะ เรียกว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่มีคณะมากที่สุดและครอบคลุมทุกสาขาวิชามากที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และคณะที่ขึ้นชื่อมากที่สุดคือ คณะเกษตรกรรม จากผลการจัดอันดับของ QS คณะอื่นๆ ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ค่ะ 
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา (โท-เอก) จะอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปี (160,740 บาท) นักศึกษาวิจัยจะอยู่ที่ประมาณ 356,400 เยนต่อปี (106,920 บาท) ส่วนใครที่สนใจทางด้านกฎหมายค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 804,000 เยนต่อปีค่ะ (241,200 บาท)
 
​เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.global.hokudai.ac.jp/
 

6. มหาวิทยาลัยนาโกย่า (Nagoya University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. topuniversities.com
 
ที่ตั้ง เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ
 
        มหาวิทยาลัยนาโกย่าก่อตั้งขึ้นในปี 1939 เป็น 1 ใน 7 มหาวิทยาลัยแห่งชาติของประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อในเรื่องของความเป็นอิสระ โดยทางมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายว่าจะติดตามความจริงและสร้างผลงานที่แตกต่างผ่านเวทีระดับโลก อีกทั้งจะปลูกฝังปัญญาชนผู้กล้าหาญด้วยความคิดแบบมีเหตุผลและสร้างสรรค์ค่ะ ภายในมหาวิทยาลัยประกอบไปด้วย 9 คณะ อีกทั้งยังเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษในระดับปริญญาตรี 3 สาขา คือ วิศวกรรมเครื่องยนต์ เคมี และสังคมศาสตร์ ส่วนในระดับบัณฑิตศึกษา (โท-เอก) เปิดสอน 3 สาขา คือ วิทยาศาสตร์การแพทย์ ฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ และวัฒนธรรมญี่ปุ่นและเอเชียศึกษา
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรี-โท-เอก อยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปีค่ะ (160,740 บาท)
 
​เว็บไซต์มหาวิทยาลัย http://en.nagoya-u.ac.jp/
 

5. มหาวิทยาลัยโทโฮคุ (Tohoku University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. tohoku365.com
 
ที่ตั้ง เมืองเซ็นได จังหวัดมิยางิ
 
        มหาวิทยาลัยโทโฮคุ เป็นมหาวิทยาลัยที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 และถือเป็น 1 ในมหาวิทยาลัยแห่งชาติของญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่รับนักศึกษาหญิงกับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน คณะที่เปิดสอนมีอยู่ด้วยกัน 10 คณะ โดยมี 3 คณะที่สอนหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วยนั่นคือ วิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่ที่มหาวิทยาลัยโทโฮคุจะเด่นในเรื่องการสอนทางด้านทันตแพทย์และงานวิจัยค่ะ 
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรี-โท-เอกจะอยูู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปี (160,740 บาท) ส่วนใครที่สนใจทางด้านกฏหมายค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 804,000 เยนต่อปี (241,200 บาท) และด้านบัญชีอยู่ที่ประมาณ 589,300 เยนต่อปีค่ะ (176,790 บาท)
 
​เว็บไซต์มหาวิทยาลัย http://www.tohoku.ac.jp/en/
 

4. สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. newsweek.com
ที่ตั้ง โตเกียว และ โยโกฮามะ
 
        สถาบันเทคโนโลยีแห่งโตเกียว หรือที่เรียกกันว่า “ไทเทค โทโกได” หรือ “โตเกียวเทค” ขึ้นชื่อในเรื่องของการเป็นผู้นำด้านงานวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม และยังถูกจัดเป็นวิทยาลัยชั้นนำของโลก มีด้วยกัน 3 วิทยาเขต คือ โอคายามะ ทามาจิ และซุสุคาเคได โดย 2 วิทยาเขตแรกตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว และวิทยาเขตซุสุคาเคไดตั้งอยู่ที่โยโกฮามะ หลักสูตรที่เปิดสอนจะเน้นไปทางด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม มีด้วยกัน 6 คณะค่ะ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์, คณะวิศวกรรม, คณะวัสดุและเทคโนโลยีเคมี, คณะคอมพิวเตอร์, คณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพและเทคโนโลยี, และคณะสิ่งแวดล้อมและสังคม สถาบันแห่งนี้ได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาชาวไทยสายวิศวะมากเลยค่ะ
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนสำหรับระดับปริญญาตรีจะอยู่ที่ประมาณ 635,400 เยนต่อปี (190,620 บาท) ส่วนผู้ที่จะต่อในระดับปริญญาโท-เอก ในภาคการศึกษาแรกจะอยู่ที่ประมาณ 534,000 เยนต่อปี (160,740 บาท) และในภาคการศึกษาหลังจะอยู่ที่ประมาณ 635,400 เยนต่อปี (190,620 บาท)
 
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.titech.ac.jp/english/
 

3. มหาวิทยาลัยโอซาก้า (Osaka University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. Bergmann via en.wikipedia.org
 
ที่ตั้ง โอซาก้า
 
        มหาวิทยาลัยโอซาก้า หรืออีกชื่อว่า “ฮันได” เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อปี 1931 มหา’ลัยโอซาก้าประกอบไปด้วย 3 วิทยาเขตหลักๆ คือ ซุยตะ โทโยนากะ และ มิโน ภายในม.ฮันไดประกอบด้วย 8 คณะ โดยในเขตซุตะจะเป็นที่อยู่ของคณะสายทางการแพทย์ ส่วนคณะอื่นๆ จะอยู่ในเขตโทโยนากะ ส่วนในเขตมิโนจะเป็นที่อยู่ของศูนย์ภาษา และคณะการศึกษาต่างประเทศ แต่สาขาที่เด่นๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 4 สาขาได้แก่ ทันตแพทยศาสตร์, วิศวกรรมเคมี, ฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติค่ะ นอกจากนี้หลักสูตรภาษาอังกฤษเปิดสอนอยู่ด้วยกัน 2 หลักสูตรคือ สาขาวิชาเคมีร่มกับชีววิทยา และ สาขามนุษศาสตร์
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาจะตกอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปีค่ะ (160,740 บาท) ส่วนใครที่สนใจทางด้านกฎหมายค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 804,000 เยนต่อปี (241,200 บาท)
 
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.osaka-u.ac.jp/en
 

2. มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
Cr. u-bordeaux.com
 
ที่ตั้ง เกียวโต
 
        มหาวิทยาลัยเกียวโต หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ “เคียวได” เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการสร้างนักวิจัยค่ะ โดยทางสถาบันได้ผลิตนักวิจัยระดับโลกมามากมายและยังเป็นนักวิจัยที่ได้รับรางวัลโนเบลมาแล้วถึง 13 คน ที่มหา’ลัยเคียวไดมีคติอยู่อย่างนึงคือ “เสรีภาพของจิตวิญญาณแห่งการศึกษา” ในส่วนของวิทยาเขตจะมีทั้งหมด 3 เขต คือ โยชิดะ อุจิ และคัตสึระ โดยวิทยาเขตโยชิดะจะเป็นวิทยาเขตหลัก มีสถาปัตยกรรมสวยๆ อยู่ภายในเพียบเลยค่ะ ทั้งหอนาฬิกา Centennail hall และ อาคารห้องปฎิบัติการที่ทันสมัย ภายในจะประกอบไปด้วย 10 คณะค่ะ โดยคณะที่มีคนสมัครเรียนมากที่สุดคือ คณะวิศวกรรมศาสตร์, คณะนิติศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษด้วย
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนในระดับปริญาตรีและบัณฑิตศึกษาจะอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปี (160,740 บาท) ส่วนใครที่สนใจด้านกฎหมายค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 804,000 เยนต่อปี (241,200 บาท)
 
​เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.kyoto-u.ac.jp/en/
 

1. มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo)
 

เปิดโผ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2019!
 Cr. topuniversities.com
 
ที่ตั้ง ย่านบุงเกียว โตเกียว
 
        มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ “โทได” เป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่นเลยค่ะ ก่อตั้งเมื่อปี 1877 มีศิษย์เก่ามากมายที่จบจากที่นี้ทั้งนายกรัฐมนตรีและนักบินอวกาศ ม.โทไดมีวิทยาเขตหลักอยู่ 3 แห่งได้แก่ ฮงโงะ โคมะบะ และ คาชิวะ ภายในมหา’ลัยจะประกอบไปด้วย 10 คณะด้วยกันค่ะ แต่ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือ คณะนิติศาสตร์, คณะเศรษฐศาสตร์, คณะมนุษยศาสตร์และสังคมวิทยา, คณะแพทยศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ โดย 2 ปีแรกในระดับปริญญาตรี จะเน้นให้นักศึกษามีทักษะพื้นฐาน ก่อนจะไปเน้นทักษะเฉพาะทางในอีก 2 ปีสุดท้าย
 
        สำหรับค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรีและโทจะอยู่ที่ประมาณ 535,800 เยนต่อปี (160,740 บาท) ส่วนระดับปริญญาเอกจะอยู่ที่ประมาณ 520,800 เยนต่อปีค่ะ (156,240 บาท) และสำหรับนักศึกษาวิจัยค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 346,800 เยนต่อปี (104,040 บาท) แต่ใครที่สนใจทางด้านกฎหมายค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 804,000 เยนต่อปี (241,200 บาท)
 
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย https://www.u-tokyo.ac.jp/en/index.html




 
        อันดับ 1 และอันดับ 2 นี่ไม่เกินความคาดหมายเลยนะคะ สำหรับ 2 มหาวิทยาลัยโตเกียวและเกียวโตยังคงครองอันดับไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ส่วนอันดับอื่นๆ จะมีขึ้นมีลงตามความนิยมในแต่ละปีเนอะ น้องๆ จะเห็นว่าค่าเล่าเรียนในมหา’ลัยเอกชนจะสูงกว่ามหา’ลัยรัฐ แต่ว่าทุกมหาวิทยาลัยต่างก็มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาที่มาเรียนกันทั้งนั้นค่ะ อาจจะมากน้อยไปตามทุนที่เราสมัคร เพราะฉะนั้นหากน้องๆ สนใจที่จะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไหนแล้ว ควรศึกษารายละเอียดเรื่องทุนดีๆ นะคะ บางมหา’ลัยมีทุนให้กับนักศึกษาต่างชาติทุกคน แต่บางแห่งจะต้องสมัครแข่งขันเพื่อรับทุนมา 


 
ข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=chompu

พี่ชมพู - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น #มหา'ลัยท็อป 10 ในญี่ปุ่น 2019

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?