ซ่อน
แสดง

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019 []

วิว
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D พี่เชื่อว่าความฝันอันดับหนึ่งของน้องๆ มัธยมที่อยากเรียนต่อเกาหลีใต้ ก็คือการได้รับ “ทุนรัฐบาลเกาหลีใต้” เพื่อไปเรียนต่อปริญญาตรีนั่นเอง เพราะทุนนี้เป็นทุนเต็มจำนวนที่จัดให้ทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าตั้งรกราก ค่าประกันสุขภาพ แถมใครที่ได้ TOPIK 5-6 ยังได้ค่าใช้จ่ายเพิ่มถึง 100,000 วอน!
 
         สำหรับปีล่าสุดนี้ก็มีนักเรียนผู้สมัคร 132 คนจาก 67 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนั้นมี 3 นักเรียนไทยที่สมัครผ่านสถานทูต 2 คน (น้องหมูหวานและน้องเบ๊บ) และผ่านมหาวิทยาลัยท้องถิ่น 1 คน (น้องไคโตะ) ข่าวดีคือเขาจะมานั่งเล่าการเตรียมตัวและบรรยากาศการสัมภาษณ์ให้ฟังแบบไม่มีกั๊ก พี่ฟังวิธีการเตรียมตัวและการวางคอนเซ็ปต์เขียนเรียงความแล้วทึ่งมากกกก เลยเอามาเขียนแบบไม่มีกั๊กเช่นกัน ถ้าใครเล็งทุนนี้อยู่ห้ามพลาดนะคะ
 


 

1. เปิดบทสัมภาษณ์ด้วยคำแนะนำตัวสั้นๆ
 

          ไคโตะ:  สวัสดีครับ ‘ไคโตะ’ เกียรติพงศ์ อยู่เย็น จบ ม.6 จากแผนศิลป์-ภาษาเกาหลี รร.สารวิทยา ได้ทุนผ่านการสมัครทางมหาวิทยาลัยครับ

          หมูหวาน:  สวัสดีค่า ‘หมูหวาน’ รัชพร ช่วยชูวงศ์ จบ ม.6 จากแผนศิลป์-ภาษาเกาหลี รร.สารวิทยา เหมือนกันค่ะ ได้ทุนจากการสมัครผ่านสถานทูตเกาหลีใต้ในประเทศไทย
 
          เบ๊บ:  สวัสดีครับ ‘เบ๊บ’ ดนุช กาญจนโยธิน จบ ม.6 จบจากแผนศิลป์-ภาษาจีน จาก รร.สารสาสน์วิเทศธนบุรีครับ ได้ทุนจากการสมัครผ่านสถานทูตเกาหลีใต้ในประเทศไทย

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019
(จากซ้าย) ไคโตะ - หมูหวาน - เบ๊บ

 

2. ทำไมเราถึงสนใจเกาหลี และตัดสินใจสมัครทุนนี้?
 

          ไคโตะ:  ผมชอบประเทศเกาหลี ทั้งอาหาร บรรยากาศ เทคโนโลยี ฯลฯ เรียกว่าหาอะไรที่ผมไม่ชอบไม่ได้เลยครับ 5555 ผมสนใจทุนนี้เพราะเป็นทุน 100% ออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง
 
          หมูหวาน:  หนูชอบไอดอลเกาหลีเป็นทุนเดิม แล้วชอบมากขึ้นตอนเรียนแผนเกาหลีที่สารวิทยา เรามีโอกาสได้เจอพี่ๆ ม.ปูซานที่มาทำกิจกรรมในโรงเรียน และได้ไปเรียนภาษาเกาหลี 2 สัปดาห์ที่ ม.ปูซานด้วย เหตุผลที่สมัครทุนนี้เพราะเขาออกค่าใช้จ่ายให้ 100% เราคิดว่าดีที่สุดแล้วค่ะ
 
          เบ๊บ:  ถึงผมจะเรียนศิลป์-จีน แต่จริงๆ สนใจภาษาเกาหลีตั้งแต่ ม.3 แล้วครับ ชอบฟังเพลงและดูซีรีส์มากๆ ตามศิลปินบ้าง ใจจริงอยากไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่ ม.ต้น แต่ติดเรื่องค่าใช้จ่าย ตอนแรกก็เลยคิดจะต่อไทยก่อนแล้วค่อยทำงานหาเงินเรียน ป.โท ครับ แต่พี่ที่เคยสอนผมเขาแนะนำทุนนี้มา เราเลยลองหน่อยดีกว่า เห็นว่าเป็นทุนเต็มจำนวนแบบไม่ต้องใช้คืนและไม่มีสัญญาผูกมัด คือมันดีมากจริงๆ ครับ

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

 

3. เราเลือกคณะและมหาวิทยาลัยกันยังไงบ้าง?
 

          ไคโตะ:  ผมสมัครผ่านทางมหาวิทยาลัยครับ เลือกได้แค่คณะเดียว และแข่งกันหลายประเทศ ผมเลือก Pusan National University คณะ Science Computer Engineering เพราะสนใจด้านซอฟต์แวร์ครับ ก่อนหน้านี้เคยเรียนเขียนโปรแกรมแล้วชอบมากๆ คิดว่าตัวเองเข้าใจด้านนี้ได้เร็ว
 
          หมูหวาน:  หนูสนใจด้านเศรษฐศาสตร์ เพราะคิดว่าสามารถต่อยอดงานได้หลายสายค่ะ

         อันดับ 1 Pusan international university สาขา department of international trade (ได้อันดับนี้)
         อันดับ 2 Ehwa woman university สาขา Political Science  and International Relation
         อันดับ 3 Kyung Hee university สาขา Unit of International Business and Trade.

          เบ๊บ:  จริงๆ สนใจด้านภาษาครับ แต่คิดว่าเราไปเรียนถึงเกาหลี ยังไงก็ได้ภาษาอยู่แล้ว เลยเลือกไปเรียนรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ให้ได้ทั้งภาษาและความรู้หลายๆ แขนง แถมเอาไปต่อยอดได้หลายอาชีพครับ ส่วนตัวอยากทำงานสถานทูตอยู่เหมือนกัน ^^ ส่วนมหาลัยผมเลือกที่ ม.โซล เพราะเป็นมหาลัยอันดับ 1 ของเกาหลีครับ (อยากเก็บไว้เป็นโปรไฟล์ตอนเรียนต่อ ป.โท ด้วย)

         อันดับ 1 Seoul National University คณะ Political Science and International Relations (ได้อันดับนี้)
         อันดับ 2 Yonsei University คณะ Political Science and International Relations
         อันดับ 3 Sungkyunkwan University คณะ Political Science and Diplomacy

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

 

4. เรายื่นคะแนนอะไรบ้างคะ บอกพี่มาซะดีๆ
 

          ไคโตะ:  TOPIK ระดับ 5 ครับ
          หมูหวาน:  TOPIK ระดับ 4 ค่ะ
          เบ๊บ:  IELTS 6.0 และ TOPIK ระดับ 2 ครับ  

 

5. เราคิดว่าการเตรียมเอกสารหรือกรอกใบสมัครส่วนไหนยากสุดหรือใช้เวลานานมาก?
 

         Note:
         - Personal Statement = เอกสารแนะนำตัว 
         - Statement of Purpose (SOP) = เรียงความ/บทความที่ทำให้มหาวิทยาลัยรู้จักเรามากขึ้น (อ่านเพิ่มที่นี่)
         - Study Plan = แผนการศึกษา เน้นแสดงให้เห็นว่าเราวางแผนชีวิตในอนาคตไว้เป็นระบบแล้ว ทำให้กรรมการมั่นใจได้ว่าถ้าเราได้ทุนเข้าไปเรียน เราจะมีศักยภาพมากพอที่จะเรียนจบอย่างมีคุณภาพ (อ่านเพิ่มที่นี่)
 
          ไคโตะ:  ผมว่า Personal Statement กับ Study Plan ยากสุดครับ ถ้าเป็น Personal Statement เขาจะให้เขียนแนะนำตัวเราให้ดีที่สุดในกรอบสี่เหลี่ยมที่กำหนดมาให้ (ประมาณครึ่งกระดาษ A4) เราต้องกรองคำพูด พยายามทำให้เขาสนใจเราให้ได้ ส่วน Study Plan ก็เขียนว่าถ้าอยู่ที่นู่นแล้วอยากทำอะไรบ้าง ผมคิด 2 ส่วนนี้เป็นเดือนเลยครับ
 
          หมูหวาน:  หนูว่า Personal Statement กับ Study Plan ยากสุดเหมือนกันค่ะ ถ้าเขียนแนะนำตัวไม่ดีกรรมการจะไม่สนใจเรา ส่วนตรง Study Plan จะมี 2 แบบคือ แผนการเรียนภาษา + แผนการเรียนเมื่อเข้าไปในมหาวิทยาลัย ถ้าเป็นแผนการเรียนภาษาเราไม่ได้กังวล เพราะเราเรียนภาษามาตลอด แต่เรื่องแผนการเรียนคือเราไม่รู้ลึกขนาดนั้น แต่อาศัยหาข้อมูลในเว็บมหาลัย
 
          เบ๊บ:  ผมว่ายากทุกตอน 5555 อย่างแรกต้องขอ Recommendation Letter จากอาจารย์หรือที่ปรึกษา 2 ท่านด้วย ควรเลือกคนที่รู้จักเราดีที่สุด และบอกเขาไว้ล่วงหน้าด้วยครับ นอกจากนั้นถ้าเป็นเอกสารราชการก็ต้องไปรับรองที่กงศุลด้วย แล้วผมเตรียมทุกอย่างกระชั้นชิดมาก จริงๆ ตั้งใจสมัครทุนนานแล้ว แต่คิดล้มเลิกไป 2 สัปดาห์ แล้วเปลี่ยนใจไปสมัครสัปดาห์สุดท้ายก่อนเขาปิดรับอีกรอบ
 
        วันแรกที่เปลี่ยนใจก็รีบหาร้านแปลเอกสารเลย เพราะเป็นช่วงสอบไฟนอลพอดี (แนะนำให้ใช้สูติบัตรเพื่อยืนยันสัญชาติครับ) ทุกอย่างกดดันมากตอนนั้น เรียงความก็แก้จนนาทีสุดท้าย จำได้ว่าวันนั้นไม่ได้นอนเพราะนั่งจัดเอกสาร ไปส่งก่อนเดดไลน์พอดี มันเยอะมากจริงๆ ถ้าตอนนั้นไม่ยอมแพ้ไปคงไม่รู้สึกกดดันขนาดนี้

 

6. ข้อนี้ทีเด็ด!! อยากรู้ว่า SOP กับ Study Plan เราเขียนอะไรกันไปบ้าง?
 

          ไคโตะ:  
 
         SOP ย่อหน้าแรกเขียนแนะนำตัวเอง + ครอบครัว ต่อมาก็เขียนว่าทำไมเราถึงเลือกคณะนี้ รู้จักภาษาเกาหลีได้ยังไง ผมเขียนแนะนำผลงานตัวเองด้วยครับว่าเคยแข่งศิลปหัตถกรรม ช่วง ม.4 - 6 ก็มีพี่จาก ม.ปูซานมาทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในโรงเรียนผมด้วย และเน้นสิ่งที่ทำปีล่าสุดเป็นพิเศษ นั่นคือมีโอกาสเรียนกับพี่ๆ จากปูซาน (คล้ายๆ เป็นชมรม) เกี่ยวกับ  3D Printing ซึ่งก็คือการใช้โปรแกรมเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น โมเดลบ้านโมเดลรถต่างๆ ผมว่ามันเกี่ยวกับคณะที่ผมจะเรียน
 
         Study Plan ผมอยากทำงานเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของข้อมูลครับ เขียนประมาณว่าจะตั้งใจเรียน โดยเน้นวิชาที่เกี่ยวกับระบบนี้ เช่น Computer Network ซึ่งมีวิชาภาคปฏิบัติด้วย เราก็ไปดูว่าคืออะไร แล้วเขียนไปว่าเราอยากทำอะไรแบบนี้ครับ (เขียนว่าอยากฝึกงานที่เกาหลีด้วย) หลักๆ คือเราต้องไปดูวิชาที่จะได้เรียน แล้วเขียนให้เกี่ยวข้องกันครับ

 
          หมูหวาน:  

         
SOP หนูใส่ความเป็นตัวเองลงไป เขียนให้มั่นใจว่าถ้าเราได้รับเลือกจริงๆ เราจะเรียนได้โดยที่เขาไม่ต้องห่วงเราเลย ช่วงแรกจะเขียนไปว่าทำไมอยากเข้าคณะนี้ และโยงเรื่องกิจกรรม 
 
         Study Plan แยกเป็น 2 อย่าง คือ 1. ตอนเรียนภาษา หนูหาจุดที่เชื่อมโยงกับคณะของเรา อย่างหนูเรียนการค้าระหว่างประเทศ ก็เขียนไปว่าจะอ่านศัพท์เกี่ยวกับการค้า และศึกษาเนื้อหาเรียนล่วงหน้า 2. ตอนเรียนมหาลัยแล้ว เขียนประมาณว่าหนูจะไม่ใช่แค่ตั้งใจเรียนในห้องนะ แต่จะหาความรู้นอกห้องเรียนด้วยเสมอ ก่อนจะเขียนหนูก็เข้าไปดูเว็บมหาลัยก่อนว่าสาขาที่อยากเข้าเค้าเรียนกันประมาณไหน เพราะในเว็บมีบอกหมด

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

 
          เบ๊บ:  

         SOP 
ตอนแรกผมแอบเริ่มเขียนไม่ถูก เลยดูแนวทางจากเน็ตหลายๆ แบบก่อน แล้วลองร่างเรื่องที่จะเขียนแต่ละย่อหน้าเป็นภาษาไทยก่อนครับ เราเปิดมาด้วยเรื่องครอบครัว + โยงเรื่องตัวเอง เพื่อให้กระชับและน่าสนใจ เพื่อให้เขาเข้าใจตัวเราผ่านการปลูกฝังจากครอบครัว แล้วอยากอ่านต่อ ตอนเขียนก็พยายามลงดีเทล (เช่น บอกว่าจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ต้องขยายไปด้วยว่าสิ่งนั้นคืออะไร) ใส่คาแรกเตอร์ที่ชัดเจนของเราสักอย่างแล้วเน้นให้คนจดจำเราได้ครับ อย่างผมจะเลือกทักษะความเป็นผู้นำขึ้นมา แล้วพรีเซนต์กิจกรรมเพื่อส่วนรวม เพราะคิดว่าเป็นทักษะสำคัญที่สัมพันธ์กับสาขาที่ผมเลือกด้วย
 
         Study Plan มี 2 ส่วน ส่วนแรกคือการเรียนภาษา ก็เล่าว่าเราชอบเรียนภาษาอยู่แล้ว เรียน รร.สอนภาษามาตั้งแต่เด็ก เคยเรียนภาษาเกาหลียังไง แล้วก็อ้างวิจัยการเรียนภาษาไปด้วยเพื่อให้เรียงความเราดูน่าเชื่อถือ และส่วนที่ 2 เป็นเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัย อันนี้ยาก ต้องหาข้อมูลทั้งที่ยังไม่เคยเรียนมาก่อน ดูว่าจบมาแล้วทำอะไร ตอนนั้นผมหยิบเรื่องความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีมาเปิดเรื่อง เพราะน่าจะ impact เขาที่สุด (ปีนี้ครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีพอดีด้วย) เพื่อทำให้เขาเห็นว่าเรารู้เรื่องประเทศเขา ผมย้อนอดีตเรื่องแรงงานไทยในเกาหลีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีอ้างงานวิจัยนิดนึง (ตอนนั้นอ่านของจุฬาฯ) แสดงให้เขาเห็นว่าผมมุ่งหมายจะจัดการปัญหานี้ 

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019
เบ๊บเลือกเล่าเรื่องการทำกิจกรรม เช่น กรรมการนักเรียน, สารวัตรนักเรียน ฯลฯ
เพราะอยากนำเสนอทักษะความเป็นผู้นำ 


 

7. ตอนสัมภาษณ์เจออะไรบ้าง?
 

          ไคโตะ:  ผมสมัครผ่านมหาลัย ใช้การโทรสัมภาษณ์ตัวต่อตัวครับ เขาถามว่าเราเรียนอะไรเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มามั้ย พอผมบอกเคย เขาก็ถามชื่อโปรแกรม แล้วให้ผมอธิบายโปรแกรมนี้ทำอะไรได้บ้าง แล้วเขาก็มีถามข้อดีข้อเสียของตัวเอง เรารู้จักทุนได้ยังไง เคยไปเรียนประเทศไหนมั้ยนอกจากเกาหลี
 
          หมูหวาน:  หนูยื่นผ่านสถานทูต ต้องไปสอบสัมภาษณ์ที่สถานทูตค่ะ มีกรรมการ 5 คน (คนไทย 1 คน + คนเกาหลี 4 คน) เขาจะให้เลือกว่าเราจะสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษหรือเกาหลี (ถ้าใครยังพูดเกาหลีไม่ได้ ก็สามารถพูดอังกฤษได้ค่ะ) 
 
         พอเข้าไปห้องสัมภาษณ์ก็ตื่นเต้น แต่ด้วยความที่ชินกับการพูดภาษาเกาหลีแล้ว พอแนะนำตัวเสร็จก็เริ่มผ่อนคลาย เรามียื่นพอร์ตให้เขาดูด้วยค่ะ คำถามที่เจอก็ประมาณว่าทำไมอยากเรียนเกาหลี ทำไมสนใจคณะนี้ ตอนไปเรียนจะทำอะไรบ้าง ฯลฯ เขาจะเอาจากสิ่งที่เราเขียนส่งไปมาถามเราด้วย และมีคำถามจิตวิทยา เช่น ถ้าเจอสถานการณ์...จะทำยังไง บรรยากาศก็ไม่ได้ตึงเครียดค่ะ มีชวนคุยเล่นบ้าง ^^
 
          เบ๊บ:  ตอนเข้าไปถึงแล้วขออนุญาตนั่ง ผมตื่นเต้นจนพูดเกาหลีผิด เขาก็ยิ้มๆ แล้วให้นั่งครับ 5555 จากนั้นเริ่มแนะนำตัว ช่วงนี้จะเริ่มปรับสภาพได้แล้ว บรรยากาศไม่เครียดเลย เฮฮาๆ ไปเรื่อยๆ ครับ แนะนำว่าให้พูดแบบมั่นใจนิดนึง ยิ้ม อย่าหลบหน้า พยายามมองตากรรมการทุกคน และไม่นั่งนิ่งเกินไป ทำไม้ทำมือให้เขารู้สึกเราผ่อนคลายและมั่นใจ ผมว่าเรื่องความมั่นใจสำคัญมาก เพราะในความคิดผมคือในรอบสัมภาษณ์ เขาไม่ได้ต้องการหาเด็กที่เก่งที่สุด แต่เขาน่าจะมองหาคนที่พร้อมและมั่นใจที่สุดครับ"

        เสริมเรื่อง Portfolio ตอนสัมภาษณ์ ต้องมีนะครับ ไม่งั้นเราเสียเปรียบคนอื่นแน่ๆ และควรเตรียมเผื่อให้ครบตามจำนวนกรรมการทุกท่านด้วย ซึ่งปีนี้มี 5 คน (แต่ละปีจะต่างกัน) ถ้าเราเอาไปฉบับเดียว เขาจะไม่ได้เห็นทุกคน 

 

8. อยากให้ยกตัวอย่างผลงานที่ใส่ลงใน Portfolio
 

          ไคโตะ:  
 
         - เคยแข่งโปรเจกต์ภาษาเกาหลีระดับประเทศ ในงานแข่งขันศิลปหัตกรรมครั้งที่ 66 และได้อันดับ 8 จากการประกวดเขียนเรียงความในงานแข่งขันศิลปหัตกรรมครั้งที่ 67
         - เคยแข่ง Golden Bell ระดับมัธยมทีวัดมกุฏกษัตริย์ (แข่งภายในกรุงเทพฯ ได้ที่ 3)
         - เคยได้ทุนไปแลกเปลี่ยน 2 สัปดาห์ที่ ม.ปูซาน
         - ทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ที่มาทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่แผนเกาหลี รร.สารวิทยา

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019
 
          หมูหวาน:  
 
         - เคยได้ทุนไปเรียนภาษาเกาหลี 2 สัปดาห์ที่ ม.ปูซาน
        - เคยได้ทุนไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ ม.คย็องบก จังหวัดแทกู 10 วัน (มีคนมาจาก 24 ประเทศทั่วโลก)
         - เคยแข่งศิลปหัตถกรรมตอน ม.4 แข่งสุนทรพจน์ภาษาเกาหลี ตอน ม.5 แข่งเล่าเรื่องจากภาพ
         - ทำกิจกรรมกับรุ่นพี่ที่มาทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่แผนเกาหลี รร.สารวิทยา
 
โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019
 
โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019
ไป ม.ปูซาน กับโรงเรียน
 
          เบ๊บ:  

         - ผมเคยเป็นตัวแทนต้อนรับบุคลากรจากโรงเรียนในเนปาลที่มาดูการเรียนการสอนของ รร. เรา เราก็เล่าประมาณว่าเคยเชื่อมความสัมพันธ์กับต่างประเทศครับ

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

 

9. เราเตรียมตัวอะไรในช่วงรอเดินทางในปลายเดือน ก.พ. นี้?
 

          ไคโตะ:  เราก็คุยกับรุ่นพี่ที่ ม.ปูซานว่า ปี 1 เขาทำอะไรกันบ้างครับ
 
          หมูหวาน:  ช่วงนี้กำลังอ่านศัพท์เฉพาะเกี่ยวกับคณะที่จะเข้าค่ะ
 
          เบ๊บ:  ผมกังวลเรื่องอากาศมากกว่า ผมยิ่งขี้หนาวด้วยครับ ตอนนี้เลยกำลังหาวิธีรับมืออยู่ ส่วนเรื่องภาษา ผมอ่านเรื่อยๆ มาตลอดอยู่แล้ว มีสอนพิเศษภาษาเกาหลีพื้นฐานด้วย (ในอนาคตมีใครสนใจเรียนกับเรามั้ย? 55555) ทำให้ได้ทบทวนตัวเองตลอด พยายามหาความรู้เกี่ยวกับบทสนทนาภาษาเกาหลี แล้วจดอันที่คิดว่าน่าจะได้ใช้ไปครับ

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

 

10. ตอนนี้เราคิดเรื่องเป้าหมายหลังจากเรียนจบไว้ยังไงบ้าง?
 

          ไคโตะ:  ผมอยากทำงานที่บริษัทเกาหลีครับ พอเรียนจบ 4 ปีก็อาจจะลองหางานดูก่อน ถ้าได้ก็ทำเลย
 
          หมูหวาน:  หนูอยากทำงานที่ไทย แต่คิดว่าอยากทำแป๊บนึงแล้วไปเรียนต่อ ป.โท ที่เกาหลีค่ะ

          เบ๊บ:  ผมอยากหาประสบการณ์การทำงานก่อน อาจทำที่เกาหลีสัก 1-2 ปี แล้วสมัคร ป.โท แต่อาจไปเรียนฝั่งยุโรปหรืออเมริกาแทน (อาชีพที่อยากเป็น?) ผมอยากเป็นหลายอย่างมากครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากเป็นครู อาจารย์มหาลัย นักการทูต หรือไม่ก็นายกครับ (พูดเล่นครับ! 5555)
 
 

11. อยากให้ฝากทิ้งท้ายสั้นๆ ถึงน้องๆ ที่อยากได้ทุนรัฐบาลเกาหลีใต้เหมือนเราบ้าง
 

          ไคโตะ:  ถ้าใครอยากได้ทุนนี้ อย่างแรกเลย ภาษาเกาหลีสำคัญที่สุด ตั้งใจเรียนและสอบให้ได้เยอะๆ พยายามทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับภาษาเกาหลีให้มากที่สุด ถ้าเรามีผลงาน เคยสอน เคยแข่ง เราจะได้เปรียบ เราต้องเหมือนหาแรงบันดาลใจเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองตลอดเวลา 
 
          หมูหวาน:  ทุนรัฐบาลเกาหลีไม่มีข้อสอบ ใช้แค่การยื่นพอร์ตกับเอกสาร เกรดก็สำคัญ และควรทำกิจกรรมเยอะๆ เพื่อเก็บประสบการณ์และฝึกการใช้ชีวิต ที่สำคัญคือขอให้เชื่อมั่นในตัวเองก่อน อย่าเพิ่งคิดว่าคนอื่นเก่งกว่าเรา แล้วคิดว่าเราไม่มีทางทำได้
          เบ๊บ:  ถ้าผมพูดแล้วจะฟังดูเหมือนเทศน์รึเปล่านะ? 5555 อยากแนะนำให้เก็บเกรดให้ดีตั้งแต่ ม.4 (ได้ 3.9 ขึ้นไปจะยิ่งดีเลย) และทำกิจกรรมเพื่อหาประสบการณ์และค้นหาตัวเอง อย่ารอโอกาสวิ่งเข้าหาเราอย่างเดียว เราต้องวิ่งเข้าหาโอกาสด้วย ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอยากได้ทุนนี้นะ ทุ่มเทกับมันให้มาก ลองวางแผนหาข้อมูลไว้ ถ้าไปสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (แนะนำ IELTS) กับเกาหลี (TOPIK) ไว้ด้วย เพราะถ้ามีเราจะได้เปรียบมากขึ้น และลองเขียนเรียงความไว้เนิ่นๆ เพราะมันใช้เวลาเยอะ ที่สำคัญคืออ่านไฟล์สมัครให้ละเอียดด้วย ผมอ่านซ้ำหลาย 10 รอบมาก เพราะถ้าพลาดตรงไหนไป เขาจะรู้เลยว่าเราไม่ได้อ่านคำสั่งให้ดี  ขอฝากเพจ Chatchit with Babe ไว้หน่อยนะครับ ^^ ใครมีอะไรสงสัย มาพูดคุยกันได้เลย เราตั้งใจจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทุนนี้ด้วย

โพรไฟล์แน่น!! รู้จัก 3 นักเรียนไทยที่คว้า "ทุนรัฐบาล ป.ตรี เกาหลีใต้" 2019

         พี่ขอแสดงความยินดีกับน้องๆ ทั้ง 3 คนอีกครั้งนะคะ พอได้พูดคุยแล้วรู้สึกยอมใจความเก่งมากๆ เพราะทุกคนต่างพยายามนำเสนอความเป็นตัวเองให้โดดเด่นและแปลกใหม่จนเข้าตากรรมการ โดยทั้งหมดนี้ก็มีทั้งคนที่เรียนและไม่ได้เรียนแผนเกาหลีมาโดยตรงด้วย พี่หวังว่าน้องๆ จะได้รับฟังประสบการณ์หลายมุมมอง และเก็บเทคนิคดีๆ เพื่อนำไปปรับใช้เตรียมตัวชิงทุนรัฐบาลเกาหลีใต้ในปีต่อๆ ไป พี่ขอเอาใจช่วยทุกคนเต็มที่นะคะ
 
        และสำหรับผู้ที่อยากปรึกษารุ่นพี่นักเรียนทุนรัฐบาลเกาหลีใต้ (รวมถึงประเทศอื่นๆ) เตรียมตัวเคลียร์คิวให้พร้อม! เพราะในวันที่ 20 เม.ย. 2562 หมวดเรียนต่อนอกจะเป็นหนึ่งในบูธที่งาน Dek-D's TCAS Fair รอติดตามรายละเอียดเร็วๆ นี้นะคะ แอบกระซิบว่าครั้งหนึ่งน้องเบ๊บเองก็เคยมานั่งปรึกษากับรุ่นพี่ที่บูธเราด้วย! ^^   
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เกาหลี #ทุนเกาหลี #ทุนรัฐบาลเกาหลี #เกาหลีใต้ #เรียนต่อนอก #ป.ตรี #เตรียมตัว #ไคโตะ #หมูหวาน #เบ๊บ #IELTS #TOPIK

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?