ซ่อน
แสดง

เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ []

วิว
        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน ถ้าถามถึงเป้าหมายในการเรียนต่อต่างประเทศ เชื่อว่าส่วนใหญ่จะนึกถึงอเมริกาไม่ก็อังกฤษแน่ๆ แถมทั้ง 2 ประเทศนี้เองมักถูกนำมาเปรียบเทียบเรื่องค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ อยู่บ่อยๆ ด้วย ในปี 2017 ประเทศอังกฤษติด 1 ใน 10 ประเทศที่ค่าเล่าเรียนแพงที่สุดจากการจัดอันดับของ Heysucceed  เพราะไม่ใช่แค่นักเรียนต่างชาติอย่างเราเท่านั้นที่เหงื่อตกกับค่าเล่าเรียน นักเรียนในพื้นที่เองก็น้ำตานองหน้าแล้วเหมือนกันค่ะ T____T
 
        จากการเปรียบเทียบค่าเล่าเรียนทั้ง 2 ประเทศของ Top University พบว่าค่าเล่าเรียนของประเทศสหรัฐอเมริกาค่อนข้างสูงกว่าประเทศอังกฤษ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ค่าเรียนที่อังกฤษไม่แพงไปกว่าอเมริกาอยู่ที่ระยะเวลาในการศึกษาค่ะ ที่อังกฤษเราจะเรียนในระดับปริญญาตรีแค่ 3 ปี และในระดับปริญญาโท 1 ปี ในขณะที่ที่อเมริกาจะเรียน 4 ปี กับ 2 ปีค่ะ ทีนี้เรามาดูค่าใช้จ่ายอย่างคร่าวๆ ในแต่ละเมืองที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเลือกไปเรียนกันดีกว่า


 
Note: ข้อมูลในบทความนี้มาจากการรวบรวมจากหลายๆ แห่ง ค่าใช้จ่ายจะขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคน อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่าการประมาณค่าใช้จ่ายในบทความนี้ค่ะ

 

ลอนดอน (London)
 

เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. pixabay.com
 
        มาเริ่มกันที่เมืองหลวงอย่างลอนดอนกันก่อนค่ะ อย่างที่กล่าวว่าค่าใช้ต่างๆ ในการมาเรียนที่อังกฤษไม่เป็นมิตรกับทั้งนักเรียนท้องถิ่นและนักเรียนต่างชาติอย่างเราเลย ยิ่งเป็นเมืองหลวงด้วยยิ่งน้ำตาจะไหล T T แต่อย่างไรก็ตาม ลอนดอนกลับได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 1 ว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียนต่างชาติจากการจัดอันดับของ QS เมื่อปี 2018 แต่การจะอยู่ที่ลอนดอนได้ จากการสำรวจของ Study London บอกมาว่าอย่างน้อยๆ เราต้องมีเงินประมาณ 1,265 ปอนด์ต่อเดือน (ไม่รวมค่าเทอม) ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมงบเท่าไหร่จึงจะอยู่ในลอนดอนได้!
 
ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย 
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยในลอนดอนของนักเรียนต่างชาติ โดยเฉลี่ยจากทุกๆ มหา’ลัยจะอยู่ที่ประมาณ 12,000 ปอนด์ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกลงเรียนคอร์สอะไร ระดับไหน และมหาวิทยาลัยไหน เช่น
 
- หากเราเลือกเรียนในมหาวิทยาลัย University College London ระดับปริญญาตรีในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 19,970 ปอนด์ แต่ถ้าเรียนในหลักสูตรสายวิศกรรมศาสตร์ ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 26,740 ปอนด์ ตลอด 3 ปีที่เรียน
 
- หากเลือกเรียนที่ Imperial College London ระดับปริญญาตรีในสายวิศกรรมศาสตร์ ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 30,250 ปอนด์ 
*หมายเหตุ ทางมหาวิทยาลัยโน้ตไว้ว่าค่าเรียนจะเพิ่มขึ้นทุกปี เป็นไปตามค่า RPI (Retail Price Index) หรือ ดัชนีราคาค้าปลีกค่ะ*
 
- หากเราเลือกเรียนที่ King’s College London  ในระดับปริญญาตรีสาขาภาพยนต์ ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ 18,900 ปอนด์ 
*หมายเหตุ ที่มหา’ลัยนี้จะต้องจ่ายค่ามัดจำก่อนเรียนด้วย เป็นจำนวนเงิน 2,000 ปอนด์ แล้วเขาจะนำไปลบกับค่าเรียนที่ต้องจ่ายอีกทีค่ะ*
 
ค่าที่พัก
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. pixabay.com
 
        สำหรับราคาที่พักในลอนดอนนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะพักในหอพักของมหาวิทยาลัย หอพักเอกชน หรือ เช่าหอพักเอง แน่นอนว่าราคาทั้ง 3 แบบไม่เท่ากันค่ะ เรามาดูรายละเอียดของราคาที่พักกันดีกว่า
 
- หอพักของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งในลอนดอนต่างมีที่พักให้กับนักเรียนของตัวเอง ปกติในหอพักแบบนี้จะมีโซนที่เราใช้ร่วมกับนักเรียนคนอื่นๆ เช่น ห้องครัว และห้องนั่งเล่น ซึ่งได้รับความนิยมจากเหล่านักเรียนชาวต่างชาติอย่างเรามาก เนื่องจากอยู่ไม่ไกลกับตัวมหา’ลัย และค่าใช้จ่ายยังรวมค่าน้ำค่าไฟไว้ให้หมดแล้วด้วย ส่วนราคาจะไล่ไปตั้งแต่ห้องธรรมดาไปจนถึงห้องแบบสตูดิโอ ดังนี้
 
ห้องธรรมดา (Standard Room) ถ้าเราเลือกอยู่ห้องนี้ เราจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นๆ ในหอพักค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 135 - 210 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
ห้องออง-สวีต (En-suit Room) ห้องแบบนี้จะมีห้องน้ำในตัวประกอบด้วย ซิงค์ อ่างอาบน้ำ โถส้วม ราคาจะอยู่ที่ 130 - 260 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
ห้องแบบสตูดิโอ (Studio Apartment) หรือจะเรียกว่า Studio Flat เป็นห้องเดี่ยวที่มีทั้งห้องน้ำและห้องครัวอยู่ในตัว ราคาจะอยู่ที่ 140 - 340 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
- หอพักเอกชน ส่วนใหญ่เป็นหอพักที่มหาวิทยาลัยไปเช่าไว้ให้นักเรียนอาศัย ไม่ได้เป็นหอในเครือของมหา’ลัย ที่พักแบบนี้ก็ป็อปในหมู่นักเรียนเหมือนกัน เพราะมักจะอยู่ใจกลางเมือง ไม่ก็อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยค่ะ ประเภทห้องพักจะเหมือนกับหอพักของมหา’ลัยเลย แต่ราคาอาจจะสูงกว่านิดหน่อย 
 
ห้องธรรมดา (Standard Room) ถ้าเราเลือกอยู่ห้องนี้ เราจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่นๆ ในหอพักค่ะ ราคาจะอยู่ที่ 160 - 250 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
ห้องออง-สวีต (En-suit Room) ห้องแบบนี้จะมีห้องน้ำในตัวประกอบด้วย ซิงค์ อ่างอาบน้ำ โถส้วม ราคาจะอยู่ที่ 160 - 280 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
ห้องแบบสตูดิโอ (Studio Apartment) หรือจะเรียกว่า Studio Flat เป็นห้องเดี่ยวที่มีทั้งห้องน้ำและห้องครัวอยู่ในตัว ราคาจะอยู่ที่ 280 - 500 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
- ที่พักแบบเช่า หากเราไม่สามารถจองหอพักใน 2 แบบข้างบนได้จริงๆ เราสามารถหาห้องเช่าหรือบ้านเช่าอยู่ได้ แล้วแต่ด้วยว่าเราจะเช่าแบบฉายเดี่ยว หรือหาคนแชร์มาหารค่าเช่า แต่ราคาก็จะหลากหลายไปตามลักษณะห้อง/บ้านที่เราเลือก
 
เช่าคนเดียว ราคาจะเริ่มตั้งแต่ 120 - 1,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์
 
เช่าบ้านแชร์ ราคาโดยเฉลี่ยจะประมาณ 150 ปอนด์ต่อสัปดาห์ โดยไม่รวมค่าสาธารณูปโภค
 
ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทาง
 
        ทีนี้เรามาดูค่าอื่นๆ กันบ้างค่ะ นอกจากค่าเล่าเรียนและที่พัก สิ่งสำคัญขาดไม่ได้เลยคือค่ากิน ค่าหนังสือ และค่าเดินทาง อย่างแรกเลยเราจะมาโฟกัสกันที่ค่ากินก่อนค่ะ
 
ค่าอาหาร
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        หากเราอยากจะประหยัด แนะนำว่าให้ซื้อมาทำเองดีกว่าค่ะ (ส่วนใหญ่นักเรียนไทยหลายคนเลือกทำอาหารกินกันเอง บ้างก็รวมกลุ่มทำกินกัน ประหยัดไปได้เยอะเลย)  ซึ่งค่าใช้จ่ายโดยประมาณจะอยู่ที่ 235 ปอนด์ต่อเดือนต่อคนจากการประเมินของ Moving to London แต่หากอยากกินข้างนอกแนะนำให้กินตามร้านเหล้า (Pub) ค่ะ ค่าใช้จ่ายจะประมาณ 8 - 12 ปอนด์ต่อครั้งเท่านั้น  ส่วนคนไหนรู้สึกอยากกินตามร้านอาหารธรรมดาบ้าง ค่าใช้จ่ายจะประมาณ 15 - 25 ปอนด์ต่อครั้ง (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บ workgateways.com)
 
ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
 
        มาต่อกันที่ค่าหนังสือและค่าอุปกรณ์การเรียน พี่เคยอ่านเจอมาว่าค่า textbook ที่ต่างประเทศค่อนข้างแพงค่ะ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าราคามันอยู่ประมาณเท่าไหร่กันแน่ โดยทาง The World University Rankings ได้ประเมินค่าใช้จ่ายเรื่องหนังสือและค่าอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ที่ 15 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 60 ปอนด์ต่อเดือน ซึ่งเป็นการประเมินเมื่อปี 2017 ค่ะ
 
ค่าเดินทาง
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        การเดินทางในลอนดอนสามารถไปได้ทั้งรถไฟใต้ดิน, รถเมล์, รถราง, และรถไฟ ซึ่งค่าใช้จ่ายแบบคิดรวมการเดินทางทั้ง 4 แบบควรจะเตรียมไว้ประมาณ 23 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 90 ปอนด์ต่อเดือน และถ้าหากคิดเป็นรายปี (ประมาณ 1 เทอม) จะอยู่ที่ประมาณ 881.40 ปอนด์ค่ะ เป็นการประมาณค่าใช้จ่ายจากทาง The World University Ranking
 

แมนเชสเตอร์ (Manchester)
 

เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. Mark Andrew via en.wikipedia.org
 
        มาต่อกันอีกเมืองที่ฮอตฮิตในหมู่นักเรียน นักศึกษาค่ะ นอกจากแมนเชสเตอร์จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีแล้ว พี่เชื่อว่าถ้าใครเป็นแฟนทีมฟุตบอล “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ต” คงไม่พลาดที่จะมาเยี่ยมชมเมืองนี้แน่ๆ อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย กอธิก มาจนถึงสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่งดงามจนดึงดูดเหล่าผู้ชอบเสพงานศิลป์ จากการประมาณค่าใช้จ่ายจากทาง Numbeo เราต้องเตรียมเงินอย่างน้อยๆ 647 ปอนด์/เดือน ถึงจะอยู่ได้ (ไม่รวมค่าเช่า) ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่าค่าใช้จ่ายที่แมนเชสเตอร์เป็นยังไง
 
ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. pixabay.com
 
        มาดูค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในแมนเชสเตอร์กันค่ะ เริ่มจาก
 
- University of Manchester ถือเป็นมหาวิทยาลัยที่ชื่อเสียงของเมืองแมนเชสเตอร์ค่ะ เพราะติดอันดับ QS University Ranking 2019 ในอันดับที่ 29 ด้วย ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยนี้แบ่งไปตามคอร์สที่เลือกเรียนค่ะ โดยหากเราเลือกเรียนสายที่ไม่จำเป็นต้องเข้าแล็บ ค่าเล่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 18,000 ปอนด์ต่อปี ถ้าเป็นสายวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ค่าเรียนจะอยู่ที่ประมาณ 23,000 ปอนด์ต่อปี 
 
- Manchester Metropolitan University มหา’ลัยนี้จะเด่นในเรื่องธุรกิจและการเมืองค่ะ ค่าเล่าเรียนในระดับปริญญาตรีจะอยู่ระหว่าง 14,500 - 16,000 ปอนด์ต่อปี ส่วนในระดับบัณฑิตศึกษาจะอยู่ที่ระหว่าง 15,500 - 16,500 ปอนด์ต่อปีค่ะ 
 
ค่าที่พัก
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. pixabay.com
 
        ตามมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะมีที่พักรองรับนักศึกษาของตัวเองอยู่ค่ะ อย่างมหา’ลัย University of Manchester มีหอพักให้นักศึกษาอาศัยอยู่ 2 ประเภทในราคาประมาณ 5,925 ปอนด์ต่อปี ราคาจะมากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดอาหาร แต่ถ้าใครสนใจหอนอกมหาวิทยาลัย ค่าใช้จ่ายจะอยู่ระหว่าง 500 - 1,100 ปอนด์ต่อเดือน ขึ้นอยู่กับลักษณะห้องและพื้นที่ที่เราเลือกไปอยู่ค่ะ
 
ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทาง
 
        เรามาดูค่าอาหาร ค่าหนังสือ และค่าเดินทางในเมืองแมนเชสเตอร์กันดีกว่าค่ะ เขาว่าการใช้ชีวิตในเมืองนี้ค่อนข้างแพง งั้นเริ่มกันที่ค่าอาหารก่อนเลย
 
ค่าอาหาร
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        สำหรับคนที่ตั้งเป้าว่าจะกินแต่ในมหา’ลัยเท่านั้น ทางมหา’ลัยแมนเชสเตอร์ประมาณค่าใช่จ่ายสำหรับผู้ที่เรียนระดับปริญญาตรีไว้ที่  1,525 ปอนด์ต่อปี และโทไว้ที่ 2,025 ปอนด์ต่อปี ส่วนค่าอาหารทั่วไปๆ ทั้งกินข้างนอกบ้าง ซื้อมาทำเองบ้าง หรือกินในมหาวิทยาลัยบ้าง ค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 121 - 270 ปอนด์ต่อเดือนตามความแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านที่พักนักศึกษาจาก University Living
 
ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
 
        ค่าใช้จ่ายหนังสือและอุปกรณ์ต่างๆ ประมาณไว้ที่ 50 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ทาง University of Manchester ประเมินไว้
 
ค่าเดินทาง
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        การเดินทางในเมืองแมนเชสเตอร์มีตั้งแต่การขี่จักรยาน ขึ้นรถบัส รถไฟ รถราง และรถแท็กซี่ ซึ่งราคาแต่ละการเดินทางจะไม่เท่ากัน โดยประมาณราคาจะอยู่ที่ 395 ปอนด์ต่อปีค่ะ แต่แน่นอนว่าการปั่นจักรยานจะประหยัดงบสุด แต่ใครที่ไม่สะดวกกับการขี่ ก็เลือกขึ้นรถบัส รถไฟ และรถรางได้ ซึ่งแต่ละวิธีจะมีมีค่าบริการแตกต่างกันดังนี้
 
ราคารถบัสในแต่ละเที่ยวจะอยู่ที่ 1.50 ปอนด์ ตั๋ววันจะราคา 4 ปอนด์ และตั๋วสัปดาห์ราคา 9 ปอนด์ *เส้นทางบริเวณมหา’ลัยแมนเชสเตอร์ ระหว่างถนน Sackville Street และ Oxford Road นักศึกษาและบุคคลากรสามารถขึ้นได้ฟรี*
 
- ราคารถรางขาไป และ ขากลับ อยู่ที่ 3.60 ปอนด์และ 5.40 ปอนด์ หากสนใจตั๋วเดือนจะอยู่ที่ 40 - 50 ปอนด์
 
- ราคาแท็กซี่ เริ่มต้นที่ 2.30 ปอนด์ (กิโลเมตรละ 1.22 ปอนด์) และราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยช่วงกลางคืน (เริ่ม 22.00 น. - 6.00 น.)

 

นิวคาสเซิลอะพอนไทน์ (Newcastle upon Tyne)
 

เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. pixabay.com
 
        เมืองนิวคาสเซิลเป็นอีกเมืองนึงที่คนไทยนิยมไปเรียนเนื่องจากค่าครองชีพถูกกว่าเมืองอื่นๆ ในอังกฤษ ซึ่งใน 1 เดือนเราควรมีเงินประมาณ 641 ปอนด์จากการสำรวจของ Numbeo แต่นอกเหนือจากค่าครองชีพแล้วตัวมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลเองก็มีชื่อเสียงไม่น้อยในเรื่องของการวิจัย อีกทั้งบรรยากาศภายในเมืองที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมต่างๆ ทั้งภาษา แสงสียามค่ำคืน และดนตรีต่างๆ เป็นอีกสิ่งที่ดึงดูดให้เรามาเรียนต่อที่นี่ ในเมื่อเขาบอกว่าค่าครองชีพถูกงั้นเราไปดูการประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการมาเรียนที่เมืองนี้กันดีกว่า
 
ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. Sarah Cossom via en.wikipedia.org
 
        มหาวิทยาลัยที่ดังที่สุดในเมืองนี้คงไม่พ้น Newcastle University โดยแต่ละสาขาวิชาจะมีค่าเล่าเรียนแตกต่างกัน เช่น
 
- ป.ตรี สายวิศวกรรมศาสตร์ = 22,110 ปอนด์/ปี
- ป.ตรี สายภาษา = 17,175 ปอนด์/ปี
- ป.ตรี สายการตลาด แบบ 4 เทอม = 23,890 ปอนด์ และแบบ 3 เทอม =  18,995 ปอนด์ 
 
ค่าที่พัก
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        Newcastle University มีทั้งหอพักมหา’ลัยและหอพักเอกชนที่มหา’ลัยจัดสรรให้นักศึกษา 
 
- หอพักของมหาวิทยาลัย สำหรับหอพักประเภทนี้ ทางม.นิวคาสเซิลการันตีเลยว่ามีพอรองรับสำหรับนักศึกษาทุกคนแน่ๆ ถ้าเป็นคนท้องถิ่นในปีแรกจะต้องอยู่หอพักนี้ค่ะ ส่วนสำหรับพวกเราจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เรียน โดยราคาในปีการศึกษา 2018 อยู่ที่ 84.14 ปอนด์ต่อสัปดาห์สำหรับหอพักที่ต้องทำอาหารด้วยตัวเอง และ 164.09 ปอนด์ต่อสัปดาห์สำหรับหอพักที่มีบริการอาหารให้ ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าประกัน และค่าอินเตอร์เน็ตไว้แล้ว
 
- หอพักเอกชน ราคาสำหรับหอพักประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่เราเลือกอาศัยอยู่ โดยปกติจะเริ่มต้นที่ 85 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ในสัญญาเช่า 51 สัปดาห์ พร้อมเฟอร์นิเจอร์ รวมค่าสาธารณูปโภคต่างๆ แล้ว และไม่คิดค่าอื่นๆ นอกเหนือจากนี้เพิ่มเติมอีก
 
ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่าเดินทาง
 
        เรามาดูค่าอาหารกันก่อนเลยค่ะ เขาว่ากันว่าราคาอาหารที่เมืองนิวคาสเซิลเป็นมิตรกับนักศึกษาที่สุด 
 
ค่าอาหาร
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        ถ้าใครเป็นสายกินรับรองไม่ผิดหวังกับอาหารในเมืองนี้แน่นอน นอกจากจะอร่อยแล้วยังมีให้เลือกหลากหลาย ไล่เรียงตั้งแต่คาเฟ่ Tyneside Bar Café ที่มีเมนูอาหารที่ติดท็อปเรตของ TripAdvisor ไปจนถึงร้านอาหารอย่าง The Ship Inn, Ouseburn ที่มีจุดเด่นเป็นอาหารเพื่อคนรักสุขภาพ ราคามีตั้งแต่ 1.70 ปอนด์ ไปจนถึงประมาณ 12 ปอนด์ต่อมื้อ หรือคิดเป็นประมาณ 140 - 225 ปอนด์ต่อปี แต่ใครที่อาศัยในหอพักที่มีบริการอาหารให้ค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้จะลดลงไปอีกค่ะ
 
ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
 
        ค่าอุปกรณ์การเรียนนี้จะรวมทั้งหนังสือ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเครื่องเขียน ค่าอุปกรณ์พิเศษอื่นๆ ค่ะซึ่งทางมหา’ลัยนิวคาสเซิลประมาณไว้ให้อยู่ที่ 10 - 50 ปอนด์ต่อปี แต่ยังไงก็เป็นเพียงแค่การประมาณเท่านั้น ค่าใช้จ่ายตรงนี้จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับคอร์สที่เราเลือกลง 
 
ค่าเดินทาง
 
เทียบค่าใช้จ่ายใน 3 เมืองสุดฮิตที่คนไทยเลือกไปเรียนต่อ ณ ประเทศอังกฤษ
Cr. unsplash.com
 
        เมืองนิวคาสเซิลถือว่าเป็นเมืองเล็กๆ ที่เราสามารถเดินชิลล์ๆ ได้ แต่ก็มีบริการขนส่งสาธารณะให้เราได้ลองใช้เช่นกันค่ะ การเดินทางหลักๆ จะไปทางรถไฟฟ้าใต้ดินชื่อ Tyne and Wear Metro จะเป็นระบบคล้ายๆ กับรถไฟฟ้าใต้ดินของลอนดอน ราคาเริ่มต้นที่ 26 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากใครที่ต้องการเดินทางด้วยรถบัส ราคาจะอยู่ที่ 3 ปอนด์ หรือ อยากจะนั่งรถไฟ ราคาตั๋วจะอยู่ที่ 2 - 4 ปอนด์ค่ะ



 
        อย่างที่เห็นเลยว่ายิ่งเป็นเมืองหลวงค่าใช้จ่ายจะยิ่งสูงกว่าเมืองอื่นๆ มาก ซึ่งถ้าเราเลือกที่พักออกมานอกเมืองหน่อย ค่าใช้จ่ายต่างๆ จะลดลง และช่วยประหยัดได้มากขึ้น แต่มันอาจจะต้องแลกด้วยการเดินทางไกลแทนค่ะ อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การประมาณค่าใช้จ่ายคร่าวๆ จากการรวบรวมข้อมูลผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ของทั้ง 3 เมืองเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วยค่ะ หวังว่าตัวอย่างนี้จะช่วยให้น้องๆ ประมาณค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษได้นะคะ ^^ และหากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ในประเทศอังกฤษ มาแบ่งปันกันได้ค่ะ



 
ข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=chompu

พี่ชมพู - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เตรียมตัว

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?