เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ! []

วิว
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
 
        สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน เมื่อพูดถึงวันวาเลนไทน์ เราจะนึกถึงพวกดอกกุหลาบ บ้างก็นึกถึงการ์ดหวานๆ แต่อีกสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยสำหรับเทศกาลแห่งความรักแบบนี้คือ ช็อกโกแลตที่มอบให้แก่คนที่เรารักค่ะ ที่ 'ญี่ปุ่น' เองถือเป็นอีกประเทศที่ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากกก จนถึงขนาดมีธรรมเนียมการให้ช็อกโกแลตที่ไม่เหมือนใคร แต่แทนที่การให้ช็อกโกแลตจะเต็มไปด้วยความสุข ดันกลายเป็นความทุกข์ของผู้ให้ซะงั้น
 
        ปกติแล้วในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันที่ผู้หญิงทำหน้าที่เป็นผู้ให้ช็อกโกแลตค่ะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการให้อยู่ฝ่ายเดียว เพราะอีก 1 เดือนให้หลังในวันที่ 14 มีนาคม (White Day) ฝ่ายชายจะให้เป็นการตอบแทนกลับมา ซึ่งธรรมเนียมการให้เจ้าช็อกโกแลตของสาวญี่ปุ่นเนี่ย มีแตกต่างกันถึง 4 แบบ แถม 1 ใน 4 แบบนี้ยังสร้างแรงกดดันให้แก่สาวออฟฟิศญี่ปุ่นไม่น้อยเลยด้วย ว่าแต่แต่ละแบบมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ
 
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
Photo Credit:  PAKUTASO
 

1. Honmei choco (本命チョコ)
 

เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
Cr. pixabay.com
 
        มาดูที่แบบแรกก่อนกับ ฮนเมช็อกโก้ หรือเราจะเรียกว่า ‘ช็อกโกแลตแทนใจ’ ก็ได้ค่ะ เพราะเป็นช็อกโกแลตที่มอบให้กับคนที่เรารักเท่านั้น แน่นอนว่าเวลาสาวญี่ปุ่นแอบรักใครชอบใครอยู่ก็จะให้ช็อกโกแลตนี้เป็นตัวแทนการสารภาพรักไป บอกเลยว่าคุณภาพจะดีมากๆ เผลอๆ เป็นช็อกโกแลตทำเองด้วย การห่อและกล่องจะประณีตมากๆ ถือเป็นการสื่อความรู้สึก ความตั้งใจลงไปในอาหาร คนที่รับไปจะรู้สึกมีความสุขสุดๆ และถ้ายิ่งอีกฝ่ายมีความรู้สึกเดียวกันล่ะก็จะกลายเป็นวันที่สุขที่สุดในชีวิตเลย แต่ถ้าตรงกันข้ามมันก็จะรู้สึกแป้วๆ ใจนิดหน่อย
 

2. Tomo choco (友チョコ)
 

เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
Cr. pixabay.com
 
        หากดูตามตัวอักษรคำว่า 友 (โทโมะ) หมายถึงเพื่อน ฉะนั้น 'โทโมะช็อกโก้' นี้เรามีไว้ให้เพื่อนเรานั่นเอง เป็นการมอบให้เพื่อแสดงความรู้สึกยินดีในมิตรภาพที่มีให้กันของลูกผู้หญิงค่ะ แต่ก็สามารถให้ผู้ชายได้ในฐานะ ’เพื่อนรัก’ (อยู่ๆ ก็เข้าเฟรนด์โซน 555) ส่วนใหญ่จะนิยมมอบให้ในรูปแบบของคุกกี้มากกว่าช็อกโกแลต
 

3. Jibun choco (自分チョコ)
 

เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
Cr. unsplash.com
 
        ต่อจากโทโมะช็อกโก้ ก็มาถึง 'จิบุนช็อกโก้' หรือ ช็อกโกแลตที่เราจะมอบให้ตัวเอง โดยคำว่า 自分 (จิบุน) ในชื่อนั้นมีความหมายว่า ‘ตนเอง’ ค่ะ ดังนั้นเจ้าจิบุนช็อกโก้นั้นจึงเป็นช็อกโกแลตที่เหมือนเป็นการให้รางวัลตัวเองกับความพยายามที่ผ่านมา แทนที่จะใช้เงินเพื่อคนอื่น สู้ใช้เพื่อตนเองดีกว่า อิ่มด้วยมีความสุขด้วย ฮ่าๆ (ความจริงอาจจะเป็นเพราะไม่มีใครให้แจกก็ได้นะ เศร้าแป๊บ T__T)
 

4. Giri choco (義理チョコ)
 

เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
Cr. pixabay.com
 
        มาถึงการให้แบบสุดท้าย จะเป็นการให้แบบทางการๆ นิดนึง นั่นคือ 'กิริช็อกโก้' หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ‘ช็อกโกแลตตามมารยาท’ ช็อกโกแลตประเภทนี้จะราคาถูกหน่อย เพราะเอาไว้ให้กับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมห้อง อาจารย์ หรือเจ้านาย ตามที่เห็นได้ในการ์ตูนเลยค่ะ เป็นการให้ตามหน้าที่เฉยๆ  ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ร่วมอยู่ด้วยเลย บางครั้งก็ให้เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ถึงแม้เราจะไม่เคยคุยกันเลย หรือ รู้สึกไม่อยากให้ใครบางคน พูดง่ายๆ ว่าเกลียดแต่ก็ต้องให้เพื่อรักษาน้ำใจไว้ (ญี่ปุ่นนี่ญี่ปุ่นจริงๆ)


 

Giri Choco กับความกดดันที่มองไม่เห็นของสาวออฟฟิศญี่ปุ่น
 

        จากที่พี่เกริ่นไปตอนต้นว่า มีช็อกโกแลตแบบนึงที่ทำให้พนักงานออฟฟิศสาวญี่ปุ่นถึงกับเครียดและกดดันมากในแต่ละปีเมื่อเทศกาลแห่งความรักนั้นแวะเวียนมาถึง ตอนนี้น้องๆ คงจะได้คำตอบแล้วว่ามันคือ Giri Choco นั่นเอง ก็แน่นอนล่ะ มันคงจะรู้สึกฝืนใจตัวเองไม่น้อยเลยที่จะต้องมอบช็อกโกแลตให้คนที่เราไม่รู้จักหรือไม่ชอบ แต่ด้วยความที่ต้องไหลไปตามวัฒนธรรมที่ผู้คนทำตามกันมา สุดท้ายก็ต้องยอมฝืนตัวเองเพื่อไม่ให้ผิดแปลกจากคนอื่น 
 
        และพี่เองก็เชื่อว่าน้องๆ พอจะทราบกันว่า การทำงานในสังคมญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างกดดันมากๆ การที่พนักงานทั้งหลายจะอุทิศถวายตัวให้กับบริษัทนั้นๆ จนกว่าจะลาออกกันไปข้าง ถือเป็นเรื่องปกติที่เห็นกันได้ทั่วไป แต่กว่าจะทำงานจนเกษียณตัวเองออกจากบริษัทนั้น เราจำเป็นต้องสร้างมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานในบริษัทเข้าไว้ก่อน ซึ่งการมอบกิริช็อกโก้นั้นถือว่าเป็นสื่อที่ใช้ในการสร้างความสมานฉันท์ รวมไปถึงสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน เหมือนเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อกันมาจนเป็นเรื่องปกติที่ควรมอบกิริช็อกโก้ให้กับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชาย แม้ว่าเราอาจจะไม่ชอบขี้หน้าบางคนก็เถอะ (คงกระอักกระอ่วนใจน่าดูเลยเนอะ) จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมในแต่ละปีมักมีข่าวเกี่ยวกับความเครียดของสาวออฟฟิศในวันวาเลนไทน์อยู่เสมอ
 
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
 
        เมื่อเร็วๆ นี้ทางสำนักข่าว ANN ของญี่ปุ่นได้ออกแบบสำรวจถามเหล่าพนักงานหญิงว่า “การที่พนักงานชายเรียกร้องช็อกโกแลตจากพนักงานหญิง ถือเป็นการคุกคามโดยการใช้อำนาจในที่ทำงานรึเปล่า” ซึ่งคำตอบที่ได้รับกลับเกือบ 40% เห็นด้วยว่ารู้สึกเหมือนถูกคุกคามอยู่ เพราะนอกจากจะมีเรื่องกำลังทรัพย์ของคนให้แล้ว บางทีพอไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่ง ก็อาจจะเกิดเสียงน้อยอกน้อยใจว่ายังไม่ได้เลย หรือบางทีก็รู้สึกไม่สบายใจที่ต้องให้คนที่เราเกลียดขี้หน้า
 
        จากการสำรวจนั้น มีสาวออฟฟิศหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันเยอะมาก และนี่เป็นตัวอย่างคำตอบของสาวๆ ที่มีต่อคำถาม “รู้สึกยังไงกับการให้ช็อกโกแลตตามธรรมเนียมในที่ทำงาน” ค่ะ
 
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
 
(คินชิซะเระเตะตะระ โซะเระวะโซะเระเดะ คุระคะโมะชิเระไน)
禁止されてたら それはそれで ラクかもしれない
- ถ้ายกเลิกไปก็น่าจะสบายขึ้นค่ะ
 
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
 
(เม็นดกไซเดะสึเนะ)
面倒くさいですね
- มันน่ารำคาญค่ะ (เป็นใบหน้าที่เห็นด้วยว่าให้ยกเลิกสุดๆ)
 
เปิดปมการมอบ 'ช็อกโกแลต' ของสาวออฟฟิศญี่ปุ่นในวาเลนไทน์ ที่แฝงการกดขี่ทางเพศ!
 
(เคียวเซเดะอะเกรุบุนคะกะมุคุนัตตะโนะเดะ สุโกะคุอีคะนะ)
強制であげる文化が無くなったのですごく良いかな
-ไม่มีการบังคับว่าต้องให้กิริช็อกโกแล้วนั่นดีมากๆ เลยค่ะ
 
        อย่างที่น้องๆ เข้าใจว่าญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ชายมีอำนาจกว่าผู้หญิง อ้างอิงจากข่าวการคัดเลือกแพทย์เมื่อปีที่แล้ว  อีกทั้งคนญี่ปุ่นยังมีนิสัยขี้เกรงอกเกรงใจมากๆ ฉะนั้นพอถึงธรรมเนียมที่ทำต่อกันมานานอย่างการให้ช็อกโกแลต ครั้นจะไม่ให้ก็จะรู้สึกกดดันว่าจะถูกมองไม่ดีรึเปล่า เขาจะน้อยใจมั้ย ควรเตรียมเงินเท่าไหร่ดีถึงจะซื้อครบจำนวนคน และอีกมากมาย จนกระทั่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีหลายบริษัทที่ยกเลิกกฎการให้ช็อกโกแลตตามธรรมเนียมไปค่ะ เหล่าสาวๆ ที่ทำงานกันอยู่ก็รู้สึกโล่งใจกันมากขึ้น เหมือนกับได้ปลดภาระบนบ่าออกไปเลย แล้วยิ่งข่าวของ Godiva แบรนด์ช็อกโกแลตชื่อดัง ที่ออกมารณรงค์ให้ซื้อช็อกโกแลตให้ตนเองแทนซื้อให้คนอื่นอีก ตอนนี้หลายๆ บริษัทน่าจะกลับไปคิดทบทวนแล้วล่ะว่าควรยกเลิกธรรมเนียมนี้ดีรึเปล่า

 
        การให้ช็อกโกแลตของคนญี่ปุ่นเนี่ยมีหลายแบบเลยนะคะ แตกต่างจากชาติอื่นๆ และพี่เชื่อว่าแตกต่างจากไทยด้วย ปกติเราก็จะให้แค่คนที่เรารัก เช่น แฟน หรือครอบครัว แต่กลับมีการให้ตามมารยาทเพื่อความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงานอีก นี่ถ้ามีคนรู้จักเยอะคงได้กระเป๋าแห้งแน่ๆ เรียกว่ายุ่งยากสุดๆ เลยล่ะ และจากดราม่าช็อกโกแลตนี้ ก็เป็นการสะท้อนความกดดันของสังคมญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนเลยเนอะ

ใครที่สนใจดูการสัมภาษณ์เต็มๆ ดูได้ที่ลิงก์ กด


 
ข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=chompu

พี่ชมพู - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ญี่ปุ่น #วาเลนไทน์ #การให้ช็อกโกแลต

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?