'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ! []

วิว
'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ!
 
         สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D ทุกคน หากเราเคยมีอาการกังวลแล้วจู่ๆ ก็รู้สึกหัวใจเต้นถี่รัว หายใจถี่เร็วถึงขั้นหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกจนรู้สึกเจ็บ เหงื่อออก และตัวสั่น ให้น้องๆ สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าอาจอยู่ในภาวะเสี่ยงเป็น “โรคแพนิค” หนึ่งในโรคที่ศิลปินหลายๆ คนมักตกเป็นเหยื่อ! วันนี้พี่ชมพูจะขอพาไปรู้จักกับโรคที่ว่านี้กันว่ามีลักษณะอาการอย่างไร ขอบอกไว้ก่อนเลยโรคนี้ร้ายแรงไม่ใช่เล่นนะ
 
'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ!
Cr. pixabay.com
 
         โรคแพนิค (Panic Disorder) เป็นภาวะตื่นกลัวแบบไร้สาเหตุทั้งๆ ที่ไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย มักเกิดจากความกังวลหรือความเครียดต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จนแสดงออกมาในรูปของอาการที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น ตัวสั่น เหงื่อออก หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า ‘อาการแพนิค’ ความน่ากลัวคือมันสามารถเกิดขึ้นได้ซ้ำๆ ทุกที่ทุกเวลาแม้กระทั่งตอนนอน นั่นจึงเป็นเหตุให้ผู้ป่วยรู้สึกกังวลตลอดเวลาค่ะ 
 

รูปแบบของอาการแพนิค
 

- หัวใจเต้นถี่รัวเร็ว
- เหงื่อออก
- สั่นตามร่างกาย
- หายใจถี่ขึ้น หรือ รู้สึกหายใจไม่ออก
- รู้สึกเหมือนกำลังสำลัก
- แน่นหน้าอกจนเจ็บ
- คลื่นไส้ หรือ ปวดกระเพาะ
- รู้สึกหน้ามืด/เป็นลม
- รู้สึกหนาวสั่น หรือ ร้อนวูบวาบ
- เหน็บชาตามร่างกายเหมือนโดนเข็มจิ้ม
- รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นของปลอม ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่เป็นตัวของตัวเอง
- กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้
- กลัวตาย
- เนื่องจากโรคแพนิคอยู่ในกลุ่มอาการโรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) จึงมีโอกาสที่จะเกิดอาการร่วมกับโรคอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาวะซึมเศร้า การกลัวเข้าสังคม โรคย้ำคิดย้ำทำ ฯลฯ 
 
         หากมีอาการข้างต้นตั้งแต่ 4 ข้อขึ้นไป แสดงว่าเริ่มมีความเสี่ยงเป็นโรคแพนิคแล้วค่ะ เมื่อเกิดอาการขึ้นมาจะกินระยะเวลาไป 5 - 20 นาทีเชียว หลายคนฟังดูอาจคิดว่าเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่บอกเลยว่า ณ ขณะนั้นเรียกว่าแทบตายเลยค่ะ มันทรมานมากๆ (เสริมนิดนึงว่า ลักษณะของอาการแพนิคหลายๆ อย่างดันไปพ้องกับอาการของโรคหัวใจ ทำให้บางคนคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจค่ะ ดังนั้นถ้าใครสังเกตว่าตนมีอาการผิดปกติแบบนี้บ่อยๆ และเริ่มหนักข้อเรื่อยๆ ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ)

 

เมื่อคนดังตกเป็นเหยื่อของ “โรคแพนิค”
 

         เนื่องจากอาการแพนิคแสดงออกอย่างชัดเจนและมีโอกาสเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ ผู้ป่วยหลายคนจึงต้องเผชิญกับความรู้สึกอับอายและสูญเสียความมั่นใจ ซ้ำยังกระทบชีวิตประจำวันและหน้าที่การงานอีกด้วยค่ะ ที่เห็นได้บ่อยก็คงจะเป็นดารา ศิลปิน และไอดอลขวัญใจของใครหลายคนที่ป่วยเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว บางคนอาการแย่ลงเรื่อยๆ และในที่สุดก็ต้องหยุดพักงานไปเพื่อรักษาตัวให้หายเป็นปกติ
 
'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ!
(จากซ้ายสุด) อิวาฮากิ เก็งกิ, YUI, ซาโต้ เซระ
Cr. janishowa.wordpress.com/ wikipedia.org/ stage48.net

 
         เริ่มต้นกันด้วยศิลปินและไอดอลญี่ปุ่น บางคนตกอยู่ในภาวะโรคแพนิค แต่มีเพียงส่วนน้อยที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวให้รู้ และมักจะเผยเป็นข้อความสั้นๆ ส่งถึงบรรดาแฟนๆ เช่น “อิวาฮากิ เก็งกิ” แห่งวง King & Prince ที่ส่งข้อความขอโทษผ่านค่าย เนื่องจากตนรู้สึกป่วยมากจนไม่สามารถออกมาทำงานอย่างทีตั้งใจไว้ได้ และขอพักงานไปรักษาตัว ด้านอดีตศิลปินสาวอย่าง “YUI” เองก็หายหน้าหายตาไปจากวงการจนแฟนๆ รู้สึกเป็นห่วง จนมาได้ยินข่าวอีกทีก็ตอนเธอป่วยเข้าโรงพยาบาลเพราะโรคแพนิคไปแล้ว
 
         แม้แต่อดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง “SKE48” อย่าง “ซาโต้ เซระ” ก็ตกเป็นเหยื่อของโรคนี้เช่นกันค่ะ หลังจากที่ไม่มีข่าวคราวของเธอมานานหลายปี ในที่สุดเธอก็มาเปิดเผยเรื่องราวผ่านบล็อกส่วนตัวว่า ตอนเธออายุ 19 เธอต้องทนทุกข์กับโรคแพนิคที่รุนแรงถึงขั้นหายใจไม่ออก และคิดว่าตนจะต้องตายระหว่างการแสดงรอบโคเอน*แล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์น่ากลัวนั้นขึ้น เธอถึงกับขอพักงานเพราะกลัวมันจะเกิดขึ้นซ้ำอีก
 
         *การแสดงรอบโคเอน คือ การแสดงในโรงละครที่เป็นที่ประจำของวง
 
'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ!
(จากซ้ายสุด) ชาแทฮยอน, อี ซัง-ซ็อน, คิมยูจิน
Cr. wikipedia.org/ pinterest.com

 
         มาถึงฝั่งวงการบันเทิงของแดนโสมกันบ้างค่ะ ทราบกันดีว่าในเกาหลีวงการนี้มีการแข่งขันสูงมากกก จนทำให้คนดังหลายคนตกอยู่ในภาวะกดดันและเคร่งเครียด บ้างก็เผยอาการแพนิคออกมาให้เห็น ซึ่งกระทบต่อการใช้ชีวิตและหน้าที่การงาน เช่น “ชาแทฮยอน” นักแสดงหนุ่มชื่อดังที่คนรู้จักจากซีรีส์เรื่อง “My Sassy Girl” เขาคนนี้มีความเครียดสะสมมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ซีรีส์เรื่อง “Full House” ที่ฉายพร้อมกันในขณะนั้น มีเรตติ้งสูงกว่าเรื่องที่เขาแสดง ความกดดันทำให้อาการแพนิคปะทุขึ้น อย่างตอนถ่ายทำเรื่อง “A Prince’s First Love” ชาแทฮยอนก็เกิดเป็นลมหมดสติไปหลายครั้งในกองถ่าย
 
         แต่ไม่เพียงนักแสดงเท่านั้นนะคะ เพราะเหล่าไอดอลเกาหลีก็ป่วยเป็นโรคนี้กันเยอะมาก บางคนอาการหนักจนแฟนๆ อดเป็นห่วงไม่ได้เลย อย่าง “อี ซัง-ซ็อน” หรือ อีจุน อดีตสมาชิกวง MBLAQ ที่ป่วยจนมีข่าวลือว่าเขาฆ่าตัวตาย ซึ่งทางค่ายต้นสังกัดก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ก็ยอมรับว่าอีจุนป่วยเป็นแพนิคและกำลังรักษาตัวอยู่ในค่ายทหาร
 
         ทางด้าน “คิมยูจิน” จากวง KNK ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ต่อสู้กับโรคแพนิค หลังจากที่แฟนๆ เริ่มสังเกตว่าเขาไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมโปรโมตกับเหล่าเมมเบอร์ในหลายๆ งาน แถมยังมีข่าวลือว่ายูจินออกจากวงไปแล้วด้วย ทำให้คนพากันกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ในที่สุดทางค่ายก็ออกมาแถลงว่ายูจินป่วยเป็นโรคแพนิค และต้องพักรักษาตัว ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมในฐานะนักร้องต่อไปได้ ในที่สุดเขาก็ประกาศออกจากวงเมื่อปีที่แล้ว
 
'Panic Disorder’ ภาวะตื่นกลัวไม่ทราบสาเหตุ ที่คนดังหลายคนกำลังเผชิญ!
(จากซ้ายสุด) Emma Stone, Amanda Seyfried, Adele
Cr. wikipedia.org

 
         ข้ามมาที่ฝั่งตะวันตกกันบ้าง นักแสดงชื่อดังชาวอเมริกัน “Emma Stone” ได้ออกมาเล่าความจริงผ่านการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า เธอป่วยเป็นโรคแพนิคตั้งแต่เด็ก โดยครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่เธอไปเล่นที่บ้านเพื่อน แล้วคิดว่าไฟจะไหม้บ้าน หลังจากนั้นเธอก็กังวลเรื่องความตายมาตลอด ส่วนดาราสาว “Amada Seyfried” ก็มีจุดเริ่มต้นของอาการวิตกกังวลจากการแสดงละครเวทีเรื่อง “Way We Get By” ในรอบที่ 6 - 7 ตอนนั้นเธอเล่าว่ารู้สึกเหมือนจะตายให้ได้ และอยากออกไปจากตรงนั้น ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในทุกครั้งที่ต้องแสดงในรอบที่ 6 - 7 อาการเดิมๆ ก็จะเกิดขึ้นวนไปมาซ้ำๆ
 
         แม้กระทั่งศิลปินสาวชื่อดังอย่าง “Adele” ก็ออกมาเปิดเผยว่า ความจริงแล้วเธอกลัวผู้ชมมาก ในตอนที่เธอต้องออกทัวร์คอนเสิร์ตที่อัมเสตอร์ดัม เธอกลัวถึงขั้นวิ่งหนีออกจากเวทีแสดง ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นอีกครั้งที่บรัสเซลส์ค่ะ เธอเกิดอาการกลัวจนถึงกับอาเจียนออกมา เมื่อแฟนๆ รู้ความจริงก็เป็นห่วงเธอมากๆ

 
         ทั้งหมดนี้เป็นแค่ตัวอย่างคนดังที่ประสบกับโรคแพนิคนะคะ จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้กล่าวถึง หรือเจ้าตัวไม่ได้ออกมาเปิดเผยตรงๆ ด้วย หากน้องๆ ชาว Dek-D เริ่มกังวล รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาตัวเองจะเข้าข่ายรึเปล่า พี่แนะนำว่าไม่ควรต่อสู้กับโรคนี้ลำพัง แต่ควรปรึกษาคนใกล้ตัวและตรงดิ่งไปพบแพทย์เลยค่ะ เขาจะมีวิธีทดสอบว่าเราเข้าข่ายโรคทางจิตเวชนี้มากน้อยแค่ไหน
 
         ส่วนการรักษาจะมีอยู่ 2 ทางคือ กินยา กับ จิตบำบัด (บางทีก็ทำทั้ง 2 อย่าง) ซึ่งการบำบัดจิต = ปรับความคิดให้มองอาการแพนิคเป็นเรื่องเล็กๆ ที่เราจัดการและควบคุมได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาจะสอนเทคนิคที่ช่วยให้ผ่อนคลายเพื่อรับมือกับอาการเหล่านี้ด้วย เช่น การออกกำลังกายฝึกการหายใจ ฝึกคิดแง่บวก ฝึกเผชิญหน้ากับความกลัว หากน้องๆ ได้รักษาอย่างถูกวิธี โอกาสหายจากโรคนี้มีสูงถึง 70 - 90% เลยค่ะ เรียกว่าแทบกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ยังไงก็อย่าลืมหมั่นดูแลสุขภาพจิตของตัวเองให้ดีนะคะ ^^



 
ข้อมูลจาก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=chompu

พี่ชมพู - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #โรคแพนิค #Panic Disorder

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?