ซ่อน
แสดง

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม! []

วิว
         สวัสดีค่ะชาว Dek-D แม้ “ประเทศอินเดีย” อาจจะไม่ใช่ประเทศยอดนิยมที่หลายคนเลือกไปเรียนต่อ แต่ก็มีคนไทยอีกไม่น้อยเช่นกันค่ะที่เดินทางไปสัมผัสมาด้วยตัวเอง แล้วกลับมาบอกเล่าให้เราฟังว่าพวกเขาตกหลุมรักอินเดียมากขนาดไหน เพราะในอาณาเขตที่กว้างใหญ่นั้นอุดมไปด้วยความหลากหลายทางศิลปวัฒธรรม แถมน้ำจิตน้ำใจของคนอินเดียก็ทำให้ผู้ฟังอย่างเราอึ้งไปเหมือนกันค่ะ วันนี้เราจะมาขอแชร์ประสบการณ์ของสาวใต้ที่คว้าทุนรัฐบาลอินเดีย (ICCR) ไปเรียนต่อ ป.ตรี ต้องบอกเลยประสบการณ์ทั้งซึ้ง ทั้งฮา ทั้งพีคเยอะมากกกก! รับรองสาระกับความบันเทิงมาเต็มค่า

 

แนะนำตัว
 

         “สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘หนุงหนิง’ พรสวรรค์ สุขสุวรรณ อายุ 19 ปี จบจากสายศิลป์-ฝรั่งเศส รร.สุราษฎร์ธานี ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ (Bachelor of Arts (BA) English) ที่มหาวิทยาลัยปูเณ่ (Savitribai Phule Pune University)”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

 

ตกหลุมรักอินเดียจากการลงคอร์สเรียนภาษาแก้เบื่อ!
 

         “ย้อนไปตอนปิดเทอม ม.4 หนิงว่างจนอยากหาอะไรสนุกๆ แก้เบื่อบ้านค่ะ เลยไปลงคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ  1 เดือนที่เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย เรียนวันละ 4 ชม. ที่เหลือเราก็เดินเตร็ดเตร่ชมเมือง เที่ยวทริปกับเพื่อนๆ แล้วหนิงก็ได้เจอมิตรภาพดีๆ เพราะคนอินเดียมีน้ำใจมาก อย่างมีครั้งนึงขึ้นเขาแล้วป่วย เพื่อนที่แทบไม่เคยคุยกันกลับดูแลเราอย่างดี พอกลับมาเราก็เลยคิดถึงอินเดียตลอด”
 
         “แล้วอยู่ๆ เพื่อนก็ส่งกระทู้เกี่ยวกับอินเดียใน Dek-D มาให้ ทำให้รู้ว่าสถานทูตมีทุนรัฐบาลแบบนี้ให้ด้วย เราก็เริ่มศึกษาตั้งแต่ ม.4  ทั้งอ่านวิธีเตรียมตัว หาเฟซบุ๊กรุ่นพี่ที่เคยได้ทุน แล้วก็เตรียมตัวไปสอบตอน ม.6 ค่ะ ตอนนั้นสอบปลาย ม.ค. รอจนถอดใจเรียบร้อย แล้วสถานทูตก็แจ้งมาตอนปลาย ก.ค. ว่าผ่าน เราเหลือเวลาเตรียมตัวเรื่องเอกสาร 10 วัน พอบินปุ๊บเจ้าหน้าที่ ICCR ก็ไปรับที่สนามบิน ให้เรามารายงานตัวกับทางมหา’ลัย หนิงเองได้เรียนกับ College ที่อยู่ภายใต้ ม.ปูเณ่ ซึ่งโดดเด่นทางคณะสายภาษาค่ะ”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!
 
         เธออธิบายเกี่ยวกับทุนรัฐบาลอินเดีย (ICCR) ให้ฟังว่า “ทุนนี้จะมี 2 แบบคือ 1. General Cultural Scholarship Scheme (GCSS) 2. Mekong – Ganga Cooperation Scholarship Scheme (GCSS) หรือทุนราบลุ่มแม่โขงและคงคาค่ะ หนิงได้แบบแรกมา ฟรีค่าเล่าเรียน ค่าเทอม ค่าหอ ค่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรา ฟรีวีซ่านักเรียน ฟรีค่าเครื่องบิน 2 ครั้ง (ไป-กลับ) และค่าขนมรายเดือน ประมาณ 18,000 รูปี/เดือน (ราวๆ 9,000 บาท) มีค่าอุปกรณ์การเรียน เทอมละ 2,000 รูปี/เดือน ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้ ส่วนประเภท General จะเหมือนกันทั้งหมด ยกเว้นไม่มีค่าเครื่องบิน สถานทูตจะเลือกให้ว่าเราจะได้ทุนประเภทไหน เราเลือกเองไม่ได้ค่ะ”

 

รีวิวการเรียนฉบับย่อ ของเด็กปี 1 เอกอังกฤษ
 

         “คณะศิลปศาสตร์ที่หนิงเรียนจะแยกออกมาเป็นเอกจิตวิทยา ภาษาอังกฤษ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา ส่วนพวกวิชาฝรั่งเศส เยอรมัน จะไปอยู่ในวิชาย่อยที่คนในคณะเลือกลงเรียนเสริมได้ หลักสูตรเอกอังกฤษของหนิงเรียน 3 ปี เรียนจันทร์ - เสาร์ ตั้งแต่ 8.00 - 12.00 น. (แต่ปีต่อไปจะมีวิชาเชิงปฏิบัติมากขึ้น + ใช้เวลาเรียนมากกว่าเดิม)
 
         “ปีแรกจะยังเรียนรวมกันในคณะค่ะ ยกตัวอย่างภูมิศาสตร์เนื้อหาจะคล้าย ม.ปลาย ค่ะ ส่วนวิชาใหม่ๆ ที่เจอก็มีจิตวิทยา ประวัติศาสตร์ สังคมวิทยา แล้วในปี 1 จะต้องลงตัวบังคับก่อนจะเข้าเอกตอนปี 2 อย่างหนิงเลือกเรียนเอกอังกฤษ จะต้องลง 2 ตัวคือ 1. อังกฤษหลัก เน้นการเขียน การอ่านเนื้อเรื่องแล้วตีความ 2. หัดเขียนและตีความกลอน แกรมมาร์ และการออกเสียง (Linguistic) ส่วนเรื่องบรรยากาศการเรียนตอนนี้ยังไม่รู้สึกต่างจาก ม.ปลายที่ไทยนะ เขาจะเน้นอธิบาย นักเรียนยกมือถามได้ แล้วเด็กอินเดียชอบถาม บางทีเลยจะมี Debate เถียงกันมันส์ ซึ่งเป็นวิธีการเรียนที่ทำให้คนกล้าพูด”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

         จากระยะเวลาการเรียนที่ผ่านมา เรารู้สึกว่าทักษะภาษาของเราพัฒนาขึ้นมามากแค่ไหน? “สิ่งที่ได้มากที่สุดคือการเขียน เพราะข้อสอบเป็นอัตนัย เขียนล้วนๆ ที่เคยสอบผ่านมาเทอมนึงคือมาเป็นกระดาษคำตอบ 20 หน้า เด็กอินเดียเขียนเก่งมาก ปากกาหมดเป็นแท่งๆ หนิงต้องหัดอ่านหนังสือ หัดเขียน แล้วเอาไปให้อาจารย์ช่วยดูที่ College ว่าเขียนแบบนี้จะสอบผานมั้ย ส่วนสกิลการพูดเราพัฒนาแน่นอน เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คนพูดอิ๊ง สกิลฟังเราโอเคแล้ว เข้าใจโทนของเขา เช่น ตัว T ออกเสียงเป็น /ต/ เช่น Thailand = ไตแลนด์ หรือ Come = กัม” 

 

ชีวิต 7 วันแรกในปูเณ่โดยไม่มีซิมการ์ด
 

         “เมืองปูเณ่จะใช้ภาษามารตี คนรุ่นเก่าอาจพูดอังกฤษไม่ค่อยได้ (ต่างจากคนรุ่นใหม่) ภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดียก็เป็นปัญหาของหนิงเหมือนกัน ช่วงแรกเราไม่คุ้นหู เขาพูดกันเร็วจนเหมือนแร็ปให้ฟัง เราได้แต่ ‘Excuse me’  ใส่เขา เวลาขึ้นรถคนขับก็ไม่เข้าใจว่าเราจะไปไหน ภาษากายคำว่า ‘ใช่’ กับ ‘ไม่’ ก็มีสเต็ปการส่ายคอเหมือนกันอีก 555 แต่สมมติไปซื้อของในที่ที่ไม่ใช่ห้าง เขาก็มีวิธีบอกราคาเรา เช่น ซื้อน้ำ 10 รูปี เขาก็ชักแบงก์ 10 รูปีมาโชว์เป็นอันเข้าใจ เราใช้เวลาสัก 8-9 เดือนก็อยู่ตัว เพราะเราได้คลุกคลีกับเพื่อนกับครูที่โรงเรียน พยายามเรียนรู้ฮินดีในชีวิตประจำวัน”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

         “ถ้าถามถึงการใช้ชีวิตแต่ละวัน ปูเณ่เป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยมาก ตอนกลางคืนเดินได้สบายๆ อากาศอยู่ช่วง 10-30 องศา ไม่หนาวจัดไม่ร้อนจัด เลยเป็นเสน่ห์ให้เราอยากออกไปข้างนอก อย่างหนิงเองจะชอบไป ‘ตลาดพื้นเมือง’ แต่เวลาจะไปซื้อของต้องหนีบเพื่อนอินเดียไปด้วย เพราะถ้าคนขายรู้ว่าเราเป็นชาวต่างชาติ คิดดูว่าต่อจาก 400 รูปี เหลือแค่ 100 เดียว”
 
         ถึงจะฟังดูชีวิตราบรื่นดีไม่มีอะไรต้องทุกข์ แต่เธอเล่าว่าชีวิตในอินเดียของเธอพีคตั้งแต่แรกเริ่ม เพียงเพราะเวลาเตรียมตัวของเธอกระชั้นชิดจนลืมเรื่องซิมการ์ดไปสนิท! “แรกๆ เราอยู่ด้วยความกลัว เมืองก็ใหญ่ บอกก่อนเลย ‘ซิมการ์ด’ สำคัญมากกก มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ซิมการ์ดในเวลา 5 นาทีเหมือนกับไทย หนิงต้องพาจดหมาย ทุน รูปถ่าย พาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ไปซื้อซิมการ์ด และต้องรอ 7 วันกว่าจะได้!! ซึ่งก่อนหน้านั้นหนิงอยู่ในปูเณ่แบบไม่มีอะไรเลย ต้องไปขอชาวบ้านให้ช่วยแชร์ Hotspot ให้หน่อย ขอไปทั่วเป็นเวลา 1 อาทิตย์ รู้สึกได้สกิลคุยจากเรื่องซิมการ์ดนี่แหละ (แนะนำให้ซื้อซิมต่างประเทศจากไทยมาก่อนในช่วงระหว่างรอซิมของอินเดีย)”
 
         สำหรับค่าครองชีพในอินเดียจะไม่ต่างจากไทย นักศึกษามีสวัสดิการรักษาฟรีในโรงพยาบาลของมหา’ลัย ถ้ามีบัตรนักเรียนไทยหรืออินเดียจะมีส่วนลดหรือเข้าฟรีในสถานที่ ผู้หญิงขึ้นรสบัสได้ส่วนลด 20% (ต้องจองในเว็บ) พิพิธภัณฑ์โชว์พาสปอร์ตไทยเข้าฟรีทุกที่ หรือเข้าในราคาคนอินเดียได้ค่ะ ^^”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

 

จริงๆ แล้วอินเดียจะเป็นแบบที่เราได้ยินมารึเปล่า?


         เชื่อว่ามีหลายคนลังเลที่จะไปเรียนต่ออินเดีย เพราะได้ยินคนพูดถึงอินเดียในแง่ลบ อย่างเช่นเรื่องความสกปรก อยากรู้ว่าอินเดียที่หนิงเจอเป็นอย่างที่เขาว่ากันรึเปล่า? “หนิงเคยได้ยินเหมือนกัน แต่พอมาเจอด้วยตัวเองแล้วมันไม่ใช่นะ สองข้างทางไม่ได้เต็มไปด้วยขยะ ยกเว้นเดินไปย่านสลัมที่คนอยู่กันแบบแออัด จริงๆ แล้วบ้านเมืองเขาพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีระบบทำความสะอาดทุกเช้า และมีนโยบายลดการใช้พลาสติกโดยการใช้ถุงผ้า สมมติไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต เขาจะมีขายถุงผ้า 20 รูปี แต่ถ้าเกิดเจ้าหน้าที่เห็นเราถือถุงพลาสติก เขาจะปรับ 2,000 รูปี

         “แต่ถนนในอินเดียเราจะเห็นสรรพสิ่งจะเป็นหนึ่งเดียว บนถนนมีทั้งคน รถ และอาจเห็นน้องวัวเดินเพ่นพ่าน (เขาห้ามชนวัวด้วย ชนแล้วบาป) อยู่ที่นี่บอกเลยทักษะข้ามถนนหนิงเทพขึ้นมาก เวลาจะข้ามต้องใช้ห้านิ้วแผ่ไปที่หน้ารถ แล้วเขาจะเบรกให้เราเอง แต่ถ้าเลิ่กลั่กโอกาสโดนชนจะสูงค่ะ แล้วอีกเรื่องที่เจอ ตอนแรกๆ คือโดนรถบีบแตรใส่ แล้วบีบพร้อมๆ กัน เราก็คิดว่า เฮ้ยยย ทำไมต้องบีบใส่ด้วย? เพราะอย่างที่รู้กันว่าในไทยจะมองการบีบแตรเป็นการเสียมารยาท แต่ที่นั่นเขาบีบเพื่อเตือนว่ามีรถอยู่ตรงนี้ จะได้ไม่ชน”

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!
 
         นอกจากเธอจะประทับใจเมืองแล้ว ยังประทับใจคนที่นั่นด้วยเช่นกันค่ะ “แต่ก่อนคิดว่าการเป็นเพื่อนกับใครสักคนเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับอินเดียแล้วไม่ใช่เลยย เราได้เพื่อนจากการที่เขามาสอนภาษา ชวนกันไปเที่ยว หรือแม้แต่การเซลฟี่ จริงๆ ตั้งแต่ไปลงคอร์สระยะสั้นที่บังกาลอร์ ก็รู้เลยว่าแค่การเซลฟี่ก็ทำให้ได้เพื่อน เราแค่ ฮัลโหลนมัสเต เขาก็ดูตื่นเต้น แล้วชวนกันมาเซลฟี่กันเต็มเฟรมเลยค่ะ 5555”
 
         ดังนั้นหนิงเลยอยากทิ้งท้ายฝากถึงน้องๆ ว่า อย่าเพิ่งปักใจเชื่อเพียงเพราะฟังคนเล่ามาว่าอินเดียเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่อยากให้มาสัมผัสด้วยตัวเอง เพราะอินเดียเป็นหนึ่งในเมืองที่การศึกษาดี ทำให้เรามีโอกาสได้ใช้ภาษา แล้วอีกอย่างคือบ้านเมืองเขามีความหลากหลายทั้งคนและสภาพแวดล้อม ถ้าเราได้มาแล้วต้องพยายามปรับตัวให้ได้ เวลาเจออะไรไม่ดีหรือเจอคนไม่มีมารยาท ก็อย่าใส่ใจ พยายามเลือกมองแต่สิ่งดีๆ ค่ะ” ...และหากใครสนใจทุนนี้ พี่ขอแนะนำช่องทาง ICCR Scholarship students from Thailand (นักเรียนทุนรัฐบาลอินเดีย ICCR) ไว้สำหรับศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ ^^

ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!
 
         ถึงจะเจอเรื่องพีคโดยบังเอิญหลายเหตุการณ์ แต่ทุกอย่างกลับผลักดันให้เธอพัฒนาภาษาได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ  ถ้าใครสนใจทุนรัฐบาลอินเดียหรือทุนเรียนต่อประเทศอื่นๆ อย่าลืมมาพบกันที่ บูธของคอลัมน์เรียนต่อนอก ณ งาน Dek-D’s TCAS Fair ในวันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2019 นี้ ที่ไบเทคบางนา (หมายเลขบูธ 42, 43) ภายในบูธของเราจะมีบรรดารุ่นพี่ที่เคยได้ทุนเรียนต่อต่างประเทศมานั่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนต่อให้กับน้องๆ ซึ่งรวมไปถึง พี่หนุงหนิง ที่จะมาช่วยตอบทุกข้อสงสัยให้ทุกคนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ภายในบูธก็ยังมีกิจกรรมแจกของรางวัลอีกมากมาย ทราบแล้วเคลียร์ตารางให้พร้อมนะคะ ><
 
ชีวิตปี 1 ของ 'เด็กทุนรัฐบาลอินเดีย' ในปูเณ่ : ดีงามทั้งเพื่อน ภาษา และวัฒนธรรม!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #อินเดีย #ทุนรัฐบาลอินเดีย #ปูเณ่ #Pune #ICCR

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?