เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?) []

วิว

เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?)
       สวัสดีค่ะชาว Dek-D เลือกตั้งในประเทศไทยเพิ่งจบไปสดๆ ร้อนๆ ในฐานะพลเมืองไทยพี่เองก็ได้ออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเองเรียบร้อยแล้วค่ะ ฮี่ๆ เพราะฉะนั้นระหว่างที่รอผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ พี่เยลลี่ จะขอพานน้องๆ ทุกคนไปเก็บตกการเลือกตั้งรอบโลกว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง เชื่อว่าบางเรื่องน้องๆ ต้องคาดไม่ถึงแน่นอน!

 
เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?)
Photo Credit: https://unsplash.com/
 

1. ชาวออสเตรเลียคนไหนที่ไม่ไปเลือกตั้ง ถือว่าทำผิดกฎหมาย


       โดยทั่วไปแล้วในช่วงเลือกตั้ง รัฐบาลจะเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งของตัวเอง เพราะการลงคะแนนเสียงถือเป็น 1 ในสิทธิ์ที่ประชาชนพึงมี แต่ที่ประเทศออสเตรเลียนั้นต่างออกไป การใช้สิทธิ์เลือกตั้งถือเป็นกฎหมายที่พลเมืองต้องปฏิบัติตาม ชาวออสซี่คนไหนที่อายุครบ 18 ปีแล้ว จะต้องออกไปเลือกตั้งตามกฎหมาย หากใครไม่ไปจะถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 450 บาท) แต่ถ้าไม่จ่ายก็จะยิ่งถูกปรับเป็นจำนวนเงินที่มากขึ้น อาจจะสูงถึง 180 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 4,060 บาท) และอาจโดนดำเนินคดีอีกด้วยค่ะ ซึ่งไม่ใช่แค่ประเทศออสเตรเลียเท่านั้น แต่ประเทศอื่นๆ อย่างเบลเยี่ยมหรือบราซิลก็ถือว่าการออกไปใช้สิทธิ์เป็นการบังคับทางกฎหมายด้วยเช่นกันค่ะ

 

2. ประเทศอินเดียใหญ่มากจนใช้เวลาเลือกตั้งเป็นอาทิตย์


       อย่างที่หลายๆ คนทราบกันดีว่าอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก และบุคคลที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งนั้นมีมากถึง 800 ล้านคน เรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยล่ะค่ะ และด้วยจำนวนคนที่มีสิทธิ์มากขนาดนี้ทำให้การเลือกตั้งต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ บางครั้งอาจถึงเดือนเลยทีเดียว อย่างการเลือกตั้งทั่วไปครั้งล่าสุดในปี 2014 ที่เลือกส.ส.เข้าสภา 543 คน ต้องใช้เวลาถึง 9 วัน (แบบไม่ติดต่อกัน) กินเวลากว่า 5 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

3. เกาหลีเหนือก็มีเลือกตั้งด้วย


       แม้ว่าเกาหลีเหนือจะปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์โดยมีคิมจองอึนเป็นผู้นำ แต่ขอบอกว่าที่นี่ก็มีเลือกตั้งด้วยค่ะ ซึ่งสถิติผู้ออกไปใช้เสียงนั้นมีมากถึง 99.7% เลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าการเลือกตั้งนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าประชาธิปไตยแม้แต่น้อย เพราะว่าในบัตรเลือกตั้งนั้นมีอยู่พรรคเดียวให้เลือกกา ซึ่งถ้าคนไหนไม่ยอมรับผู้สมัครก็สามารถนำไปหย่อนลงอีกหีบที่ตั้งแยกไว้ได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายแล้วผลออกมาผู้สมัครต่างก็ได้รับคะแนนโหวตเป็นเอกฉันท์ 100% อยู่ดี หมายความว่าไม่มีใครปฏิเสธเลยซักคน หรือถึงจะมีคนไปหย่อนไว้จริงๆ หีบนั้นก็ไม่ถูกเอามานับเป็นคะแนนเหมือนกันค่ะ  

 

4. อดีตประธานาธิบดีไลบีเรียชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนโหวตที่มากกว่าคนไปโหวต


       Charles D.B King อดีตประธานาธิบดีของประเทศไลบีเรีย ชนะการเลือกตั้งในปี 1927 ด้วยคะแนนโหวต 234,000 โหวต ปัญหาอยู่ที่ว่ารายชื่อผู้ที่ไปออกสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งทั้งประเทศมีเพียงแค่ 15,000 คนเท่านั้นค่ะ งานนี้กินเนสส์บุ๊คเลยยกให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่หลอกลวงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เลย แต่ในอนาคตอาจจะมีการระบุสถิติใหม่อีกทีก็เป็นไปได้เหมือนกันนะ 

 
เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?)
Photo Credit: https://pixabay.com/

 

5. รัฐยูทาห์ถอนสิทธิ์การโหวตของผู้หญิงหลังผลโหวตไม่ถูกใจ


       ด้วยความที่ประเทศอเมริกาปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐ ทำให้แต่ละรัฐต่างก็มีกฎหมายเป็นของตัวเอง ซึ่งในอดีตรัฐยูทาห์ได้ให้สิทธิ์เสียงผู้หญิงในการโหวตในปี 1870 ก่อนอเมริกาทั้งประเทศถึง 50 ปีเลยค่ะ แต่พอผู้หญิงในรัฐยูทาห์โหวตให้มีการยกเลิกวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบหลายผัวหลายเมีย ทางรัฐสภาสหรัฐก็ทำการเพิกถอนสิทธิ์ในการโหวตของผู้หญิงในปี 1887 

 

6. รู้หรือไม่? ควีนอลิซาเบธก็มีสิทธิ์เลือกตั้ง


       เรื่องนี้พี่เองแอบแปลกใจมากเหมือนกัน ที่จริงแล้วกฎหมายของประเทศอังกฤษไม่ได้ปิดกั้นราชวงศ์จากการเลือกตั้งแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นทั้งควีนอลิซาเบธและสมาชิกในราชวงศ์ต่างมีสิทธิ์ที่จะออกไปเลือกตั้งด้วยเช่นกัน แต่โฆษกของพระราชวังบักกิงแฮมเคยกล่าวไว้ในประชามติว่าควีนอลิซาเบธและราชวงศ์อังกฤษจะไม่เข้าร่วมโหวตในการเลือกตั้งใดๆ เพื่อความเป็นกลาง พร้อมกับย้ำว่าราชวงศ์อังกฤษเองก็อยู่เหนือการเมืองด้วยค่ะ

 

7. การขอสัญชาติลิกเตนสไตน์ต้องได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศ


       ข้ามมาที่อีกประเทศในยุโรปอย่างลิกเตนสไตน์กันบ้าง ประเทศนี้นอกจากจะเป็น 1 ในประเทศที่เล็กที่สุดในโลกแล้ว ยังเป็น 1 ในประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวสูงที่สุดอีกด้วยค่ะ ซึ่งถ้าใครอยากเป็นพลเมืองของลิกเตนสไตน์แล้วล่ะก็ จะต้องแต่งงานกับคนลิกเตนสไตน์เป็นเวลา 3 ปี หรือจะขอวีซ่าและอาศัยอยู่ในประเทศเป็นเวลา 3 ปีก็ได้ แต่ความพีคอยู่ตรงที่นอกจากจะต้องทำตามเงื่อนไขที่ว่าแล้ว ต้องให้คนทั้งประเทศลงคะแนนโหวตว่าจะยอมรับให้เป็นพลเมืองมั้ยอีกทีด้วยค่ะ ซึ่งเค้าจะดูจากความสามารถของเราประกอบ ถ้าไม่ได้รับการยอมรับก็แอบหน้าแห้งอยู่นะเนี่ย ฮือ  

 
เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?)
Photo Credit: http://unsplash.com

 

8. ปริศนาบัตรเลือกตั้งสีมงคล!? (เอ๊ะ แล้วบัตรเกินมาจากไหน?)


       ความเชื่อเรื่องสีมงคลไม่ได้มีเฉพาะในบ้านเราเท่านั้นนะคะ แต่ถือเป็นความเชื่อปกติในแถบเอเชีย และหากใครคิดว่าไทยแลนด์จริงจังเวอร์แล้ว บอกเลยว่าเวียดนามพีคกว่า! เมื่อปี 1955 นายกรัฐมนตรีของเวียดนามที่ชื่อ Ngô Đình Diệm ได้หยิบทริกสีมงคลมาใช้ในการเลือกตั้ง โดยพิมพ์บัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของตัวเองลงบนกระดาษสีแดง ซึ่งเป็นสีที่ชาวเวียดนามเชื่อว่าเป็นสีนำโชค ส่วนบัตรของคู่แข่งก็พิมพ์ลงบนกระดาษสีเขียว ซึ่งเป็นสีอัปมงคล
 
       ผลปรากฏว่า Ngô Đình Diệm ชนะการเลือกตั้งจริงๆ ด้วยค่ะ แต่...สรุปแล้วเรื่องสีมงคลมีผลจริงรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะจำนวนคะแนนโหวตมากกว่าจำนวนคนที่มาเลือกตั้งซะอีก! (ว้าวเลยจ้า ปาฏิหาริย์มีจริง)

 

9. ผู้นำเผด็จการในเฮติชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนน 99.9%


       ย้ายไปที่ประเทศในแถบทะเลแคริบเบียนกันบ้างดีกว่าค่ะ เฮติเคยเป็นประเทศในอาณานิคมของฝรั่งเศส ก่อนจะได้รับเอกราชในปี 1804 ถือเป็นประเทศที่ 2 ในทวีปอเมริกาที่ได้รับเอกราช (ประเทศแรกคือสหรัฐอเมริกา) แต่การเมืองภายในประเทศยังค่อนข้างวุ่นวาย จนกระทั่งในปี 1964 ประธานาธิบดีอย่าง Papa Doc ได้จัดการเลือกตั้ง “ประธานาธิบดีตลอดชีพ” ขึ้น และชนะการเลือกตั้งไปด้วยคะแนนถึง 99.9% เลยค่ะ ส่วนสาเหตุที่ประชาชนเทใจให้จนได้รับคะแนนท่วมท้นขนาดนี้เป็นเพราะว่าบัตรเลือกตั้งนั้นถูกกาเครื่องหมาย “yes” มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สุดยอดไปเล้ยย

 

10. วิธีโหวตของชาวสปาร์ตา ใครตะโกนดังกว่าชนะ!


       สำหรับข้อนี้อาจจะต้องย้อนไปไกลสักหน่อยเพราะเป็นการโหวตในสมัยสปาร์ตาโบราณค่ะ น้องๆ บางคนอาจพอคุ้นๆ กับชื่อนี้อยู่บ้าง สปาร์ตาถือเป็นรัฐที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์กรีกโบราณ โด่งดังด้านการทหารและการรบ เรียกได้ว่าเป็นรัฐทหารที่แข็งแกร่งมากๆ ก็ว่าได้ค่ะ และถึงแม้จะเป็นรัฐทหาร แต่ชาวสปาร์ตาเองก็มีการโหวตออกสิทธิ์ออกเสียงอย่างเต็มที่ ต้องเรียกว่าเป็นการออกเสียงจริงๆ เพราะวิธีโหวตก็คือให้คนตะโกนแข่งกัน ฝ่ายไหนตะโกนได้ดังกว่าถือเป็นผู้ชนะในหัวข้อนั้นไป ซึ่งอริสโตเติล นักปรัชญาชาวกรีก ก็ได้ให้ความเห็นถึงวิถีปฏิบัติแบบนี้เอาไว้ว่า “อย่างกับเด็ก”

 
เก็บตก 10 เรื่องพีคๆ ของการเลือกตั้งทั่วโลก (แบบนี้ก็ได้จริงดิ?)

 
       ส่วนตัวแล้วพี่ว่าเรื่องที่พีคที่สุดคือเรื่องการโหวตของชาวสปาร์ตานี่แหละค่ะ ตอนเห็นครั้งแรกอดขำไม่ได้เลย ฮือ 555555 ใครมีเรื่องราวเกี่ยวกับการโหวตหรือการเลือกตั้งที่น่าสนใจก็สามารถนำมาแชร์ให้กับน้องๆ เพื่อนๆ ชาว Dek-D กันได้เลยน้า พี่จะรออ่านนะคะ เย้  

 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=yelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #เลือกตั้ง #โหวต

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?