'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน! []

วิว
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D ถ้าใครที่ฝันอยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ วันนี้พี่จะไปรู้จักรุ่นพี่คนหนึ่งที่หัดเรียนภาษาจีนด้วยตัวเองในยุคที่สื่อการเรียนไม่ได้แพร่หลายเหมือนตอนนี้ (สมัยนั้นยังไม่มียูทูบ) เรียกว่าพยายามทุกวิถีทาง ใช้ประโยชน์จากสิ่งรอบตัวที่เราเองอาจมองข้ามไปด้วยซ้ำ แล้วในที่สุด พี่เขาก็ได้ทุนรัฐบาลไต้หวันไปเรียนสายรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไต้หวัน! บทสัมภาษณ์นี้มีทั้งรีวิวขอทุน การเรียน สภาพแวดล้อม รวมถึงบอกเล่าธรรมชาติของผู้คนไต้หวันที่เกิดจากการหลอมรวมข้อดีของคนหลายชนชาติ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และอเมริกัน จะน่าสนใจขนาดไหนนั้น ตามมาอ่านเพื่อเตรียมพร้อมและเก็บแรงบันดาลใจกันค่ะ
 

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

 

เมื่อ F4 จุดประกายให้อยากไปเรียนไต้หวัน
 

         “สวัสดีค่ะ พี่ชื่อ ‘จูน’ จุฑามาศ ขอประเสริฐ อายุ 28 ปี จบศิลป์-จีน จาก รร.สุราษฎร์พิทยา แล้วได้ทุนรัฐบาลไต้หวันไปเรียน ป.ตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ภาคภาษาจีน) ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University: NTU)”
 
         พี่จูนเริ่มเล่าจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า “เราถูกจุดประกายด้วย 4 หนุ่ม F4 ค่ะ 555 (F4 หรือ 'เอฟโฟร์' คือวงบอยแบนด์ชื่อดังจากไต้หวัน) เหตุผลอาจฟังดูติ๊งต๊อง แต่เขาทำให้เรามุ่งมั่นมากกว่าสักวันจะต้องไปเหยียบแผ่นดินไต้หวัน ได้เจอพวกเขาและพูดคุยกับเขารู้เรื่อง และอีกเหตุผลหลักคือ เราเกิดในบ้านคนจีน แต่ตั้งแต่รุ่นพี่ลงไปไม่มีใครพูดจีนกลางได้เลย เราเสียดายตรงนี้มากเลยอยากสืบสานภาษาของตระกูล เพราะคิดว่าต้องได้ใช้ประโยชน์แน่ๆ” ปรากฏว่าสิ่งที่คาดไว้ไม่ผิด เพราะ 10 ปีหลังจากนั้นเป็นช่วงที่จีนยิ่งใหญ่พอดี เรียกได้ว่าพอจบมามีงานรอเยอะจนเลือกไม่ถูก ได้สัมผัสหน้าที่ที่หลากหลาย เก็บประสบการณ์หายากอีกเพียบ!

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

 

พาร์ตมหากาพย์เรียนจีนด้วยตัวเอง

เก็บยันเศษหนังสือพิมพ์ยันถุงกล้วยแขก!
 

         “พี่เริ่มเรียนภาษาจีนเองตอน ม.2-3 มั่วเองเรื่อยๆ ตอนนั้นทรัพยากรมีจำกัดมาก แล้วเราก็ไม่ได้มีโอกาสไปต่างประเทศ เลยพยายามกอบโกยจากสิ่งรอบตัวให้มากที่สุด เริ่มจากถามชื่อภาษาจีนของเราจากคุณแม่ (ชื่อจีนของเราคือ 許麗麗แล้วมาหัดเขียนและพิมพ์ในคอมพ์ พอปริ๊นท์ออกมาดูก็นั่งหลงใหลชื่อตัวเอง 5555 หลังจากนั้นมาพี่ก็เริ่มเก็บทุกอย่าง ทั้งถุงกล้วยแขก เศษกระดาษ เศษหนังสือพิมพ์ขาดเป็นชิ้นๆ ก็เก็บ ห่อธูปที่มีรูปเจ้าแม่กวนอิม นิตยสาร เก็บทุกอย่างที่มีตัวอักษรจีน รวมได้เป็นห่อๆ อะ จากนั้นก็ขอพ่อซื้อหนังสือแกรมมาร์เบื้องต้นกับดิกชันนารีเล่มใหญ่ๆ แล้วมานั่งคัดวันนึงเป็น 100 ตัว เวลาคัดนี่คัดด้วยใจนะ ไม่ได้สักแต่คัดให้จบ ตอนนั้นยังไม่ได้เรียนศิลป์-จีนด้วยซ้ำ"
 
         “ยุคนั้นอินเทอร์เน็ตเข้ามาแล้ว พี่เซิร์ชห้องแช็ตแล้วพิมพ์คุยกับคนจีนแบบมั่วๆ ดูรูปประโยคจากเขาแล้วมาฝึกซ้อม หาโหลด Podcast ที่เป็นบทสนทนาพื้นฐานมาฟัง หนังพี่ก็ดูเปาบุ้นจิ้นทางช่อง 3 ที่มีพากย์ไทยแล้วมีซับวิ่งได้ ถ้าเห็นตัวไหนอ่านออกก็จดเป็นประโยคใส่สมุด” พี่จูนฝึกภาษาจากการดูหนังและซีรี่ส์ยังไงบ้าง? “พี่ดูแบบมีซับนะ เพราะวิธีการเรียนรู้ของพี่คือจำเป็นภาพ เลยต้องใช้สื่อการมองเห็น + ฟังการออกเสียง พอเจอประโยคถูกใจก็จดไว้”
 
         “จริงๆ พี่ต้องขอบคุณหนังสือของครูเคท (เนตรปรียา ชุมไชโย) เขาสอนให้เราฟัง ฟัง และฟังไปเรื่อยๆ เราเอาปรับใช้กับการเรียนภาษาจีน ตอนแรกฟังไม่ออกก็ฟังต่อไป นอนตอนกลางคืนก็ใส่คาหูจนตื่นเช้า จนซึมซับไม่รู้ตัว มาวันนึงก็ฟังเข้าใจขึ้นมาเอง มันเกิดจากที่เราพยายามใช้งานจริงด้วย พี่จะฝึกพูดกับตัวเองตลอดเวลา โดยจินตนาการว่าอยากพูดอะไรกับ F4 เช่น ‘ฉันชอบคุณจังเลย’ และคำพูดอื่นๆ อีกเยอะมากที่ผลักดันให้เราหาวิธียังไงก็ได้มาแปลประโยคเหล่านั้นจากไทยเป็นจีน มาวันนึงเราเปิดวิทยุออนไลน์แล้วฟังออก 1 ประโยค วินาทีนั้นคือดีใจจนบ้าไปแล้ววว”
 
         พี่ใช้เวลาฝึกจากสิ่งใกล้ตัวแบบนี้นานเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเข้าที่? “น่าจะสัก 3 ปี แต่พี่อยู่ไทยตลอด ไม่เจอสถานการณ์ที่ต้องใช้ภาษาจีน จน ม.5 สวรรค์ถึงจะส่งเพื่อนคนจีนมาเรียนด้วย 1 คน ชื่อ 'โอว เยว่ เหวิน' ต้องขอบคุณเขามากๆ ที่เป็นแรงผลักดัน เราพยายามไปพูดคุยไปคลุกคลีกับเขา พอจบ ม.4 พี่ก็อ้อนแม่ขอไปเทคคอร์สภาษาและวัฒนธรรมเป็นเวลา 42 วันของสมาคมจงหัว (泰國中華會館) ในช่วงซัมเมอร์ เป็นจุดพลิกผันให้อยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของไต้หวัน นั่นก็คือ NTU”

เทคนิคการสมัครทุน

โดดเด่น + เกี่ยวข้อง + มิชชั่นชัดเจน + จริงใจ
 

         “พี่เดินเข้าในมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน หรือ NTU ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เพื่อนคะยั้นคะยอให้ไปด้วย แต่พอมาเห็นห้องสมุดแว่บแรกก็รู้สึกถึงความขลังความน่าดึงดูดบางอย่าง พี่เห็นภาพตัวเองในอนาคตอยู่ในที่แห่งนี้ และบอกตัวเองว่านี่คือมหา'ลัยที่เราจะเรียนในอนาคต จุดเด่นของที่นี่คือเป็น ม.อันดับ 1 ของไต้หวันและติดท็อปของโลก รัฐสนับสนุนงบการศึกษาเยอะที่สุดในไต้หวัน ซึ่งดีต่อโพรไฟล์เราแน่นอน สภาพแวดล้อมก็ดี คนหัวกะทิอยู่ที่นี่หมด และเปิดกว้างทางความคิดมากๆ”
 
         “พอกลับมาจากเทกคอร์ส เราเริ่มค้นหาทุนว่ามีที่ไหนบ้าง ตอนแรกดูจีนด้วย แต่ตัดสินใจเลือกไต้หวันเพราะค่าเทอมถูกกว่า และมีทุน ป.ตรี ที่ให้ 100% เราว่ามันครบแล้ว ใช้เวลาเตรียมตัว 2 ปี (ม.5-6) จากตอนแรกพี่เนิร์ดมากติสต์มาก ก็เริ่มลุยทำกิจกรรมเพื่อเก็บพอร์ตฯ ไปแข่งสอบวัดระดับ นั่งติวจีน และรักษาเกรดให้ดีที่สุด” 
 
'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Photo Credit: Pixabay
 
         เมื่อถามถึงเทคนิคการเขียนเรียงความและนำเสนอผลงานเพื่อสมัครทุน พี่จูนเล่าว่า “พี่ว่าเราต้องนำเสนออะไรให้เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสิ่งที่เราจะไปทำ อย่างพี่เองคือ 1.พี่ไปเรียนซัมเมอร์ที่ไต้หวัน และมี Reference Letter 2. พี่เคยเรียนหนังสือทางไปรษณีย์ (ตอนนั้นไต้หวันมีเว็บให้เรียนกับมหาวิทยาลัยทางไกลของ 中華函授學校 ส่งบทเรียนกับข้อสอบมาทางไปรษณีย์ ทำให้เรามีผลสอบเก็บไว้) และ 3. พี่ไปแข่งทักษะและสอบวัดระดับภาษาจีนล่วงหน้า 4. พี่เขียนแผนการเรียน (Study Plan) เป็นภาษาจีน โดยที่เขาไม่ได้กำหนดให้เขียนเป็นภาษาจีน เราแค่อยากให้เขาเห็นความตั้งใจของเรา ข้อนี้ต้องขอบคุณพี่แพร รุ่นพี่คนไทยในไต้หวันที่ให้กำลังใจระหว่างการเขียน
 
         “ก่อนเขียน Study Plan เราไปอ่านตัวอย่างจากคนไต้หวันก่อน พี่แบ่งการเขียนเป็น 3 ส่วนว่า ทำไมอยากไปไต้หวัน ไปแล้วจะทำอะไร เรียนจบแล้วจะทำอะไร ซึ่งพี่อธิบายไปตามความตั้งใจว่าเราต้องการสืบทอดภาษาจีนของครอบครัว และอยากเอาความรู้ที่ก้าวหน้าจากไต้หวันมาพัฒนาประเทศ เราต้องการให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เรียนเพื่อตัวเองอย่างเดียว แต่ยังทำเพื่อช่วยครอบครัวที่มีปัญหาทางการเงิน และอยากช่วยประเทศ และอีกส่วนคือพี่วางแผนว่า 4 ปีเราจะทำอะไรและเรียนอะไรบ้างชัดเจน”
 
         พี่ไม่ได้เขียนด้วยภาษาที่เลิศเลอ แค่ใส่ความจริงใจแบบบ้านๆ และความตั้งใจจริงลงไป มันทำให้คนอ่านสัมผัสได้ถึงความชัดเจนต่อเป้าหมายที่พี่มี ณ ตอนนั้น อาจมีบ้างที่เปิดดิกฯ เล่มหนาๆ หรือหาในเน็ตเวลาอยากให้บางคำหรูขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็ส่งให้เหล่าซือตอนเรียนซัมเมอร์ช่วยอ่านให้ เขาก็แก้คำผิด 2-3 คำกลับมา โดยแตะเนื้อหาและสำนวนของเราไว้ (ขอขอบพระคุณครู Miaoling Huang ไว้ ณ ที่นี้)"
 
         และเมื่อประวัติพี่จูนเข้าตากรรมการ เจ้าหน้าที่ (คุณ James) ก็โทรแจ้งและเรียกสัมภาษณ์ ตอนนั้นพี่จูนเจอคำถามประมาณไหนบ้าง? “ทำไมถึงอยากเรียนไต้หวัน? ไม่กลัวลำบากเหรอ เพราะเธอก็ไม่ได้เก่งภาษาจีนมาก? เราก็บอกท่านทูต (คุณ Michael) อย่างมุ่งมั่นจากใจจริงว่า 'เราพร้อม เพราะเตรียมตัวล่วงหน้ามา 2 ปี ทั้งศึกษาข้อมูล อัปเกรดระดับภาษาและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง เพื่อเตรียมตัวไปไต้หวันนี่แหละ'  ตอนวันสัมภาษณ์มีโรงเรียนเทพๆ มาเยอะมาก เด็กต่างจังหวัดอย่างเราก็แอบคิดไปก่อนแล้วว่าคงไม่อรดแน่ สุดท้ายก็ทำได้"
 
        "พี่เลยอยากบอกน้องๆ ว่าในทุกสนามบนโลกใบนี้ เวลาเจอโรงเรียนเทพๆ อย่าเพิ่งเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ หน้าที่เราคือชัดเจนกับเป้าหมาย เตรียมตัวล่วงหน้าให้พร้อม วิเคราะห์คณะและมหา'ลัยให้ดี เรามีดีอะไรโชว์ให้หมด ใส่ความมั่นใจและความจริงใจให้เต็มที่ในโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น" 
 
       "ต้องขอบคุณคุณแม่ที่สนับสนุนเงินทุนก้อนเล็กๆ ก้อนนั้นกับตั๋วเครื่องบินให้ไปตั้งต้นที่ไต้หวันตอนยังรอทุน ตอนนั้นรู้แค่ว่าอีกหน่อยที่บ้านจะไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเราต่อไปอีกแล้ว และได้เอาเงินไปให้น้องเรียนหนังสือต่อ"
 
'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Photo Credit: Pixabay

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

 

รีวิวชีวิตการเรียน IR 4 ปี :
เจอคาบแรกเข้าไปถึงกับร้องไห้

 

         หลักสูตร IR ที่พี่จูนเรียนคือ 4 ปี เน้นทฤษฎี ลงวิชาเลือกได้อิสระมากๆ เลือกลงปีไหนก็ได้ ซึ่งพี่จูนเองก็ลงเรียนเกินหน่วยกิต เพราะอยากใช้โอกาสนี้เรียนอย่างคุ้มค่า เรามาฟังรีวิวตัวอย่างวิชากันค่ะว่าพี่เขาเรียนอะไรและวิธีการสอนของเขาน่าสนใจขนาดไหน? 
 
         ปี 1 เรียนรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐศาสตร์การปกครอง รัฐธรรมนูญไต้หวัน  ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาษาจีนพื้นฐาน (วิชาภาษาจีน เด็กต่างชาติจะเรียนแยกกับคนไต้หวัน เพราะพื้นฐานต่างกัน คนไต้หวันจะเรียนแนวภาษาศาสตร์ไปเลย)”
 
         ปี 2 เรียนกฎหมายระหว่างประเทศ ปรัชญาการเมือง เศรษฐศาสตร์ สถิติ มีบังคับเรียนภาษาที่ 3 พี่ก็ลงสเปนกับอิตาเลียน (ลงภาษาเดียวก็ได้ แต่พี่อยากเก็บหน่วยกิตเพิ่ม) วิชาเลือกก็ลงประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ การบริหารองค์กรระหว่างประเทศ, การค้าระหว่างประเทศ, การเมืองการปกครองเปรียบเทียบ, ช่องแคบระหว่างประเทศ (จีน-ไต้หวัน)” 
 
         ปี 3 ลงเรียนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทฤษฎีการเมืองระหว่างประเทศ, ประเด็นการค้าระหว่างประเทศ, เศรษฐศาสตร์การเมือง, ลงซัมเมอร์เกี่ยวกับชีววิทยา, Art, Media, ประวัติศาสตร์อิสลาม, ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ, วิชาการทูต พอขึ้นปี 4 ลงวิชาเลือกเป็นหลัก ภาษาอิตาเลียน, เศรษฐศาสตร์มหภาค แล้วไปลงแนวๆ บริหารธุรกิจ”

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Photo Credit: 國立臺灣大學 National Taiwan University

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
ตอนไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ University of Malaya หลังจบปี 4
 
         ช่วงแรกที่เรียนพี่เจอปัญหาเรื่องเนื้อหากับภาษารึเปล่า? “เข้าไปคาบแรกถึงกับร้องไห้เลยค่ะ จำได้ว่าเป็นคาบ ‘รัฐศาสตร์การปกครอง’ กับ 'รัฐธรรมนูญไต้หวัน' ฟังอาจารย์พูดจีนไม่รู้เรื่อง แล้วยังอ่าน Text ภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องอีก ทนเรียนไป 2 ปีกว่าจะเข้าที่ (ทุกเย็นเขาบังคับให้เรียนภาษาจีนด้วย) แต่ช่วงที่ภาษาไม่ได้ก็กลายเป็นแรงผลักดัน เพราะกลัวทุนถูกตัด เทอมแรกพี่เลยสอบได้ที่ 11 ของคณะ”

         ในเมื่อภาษาเป็นอุปสรรคมากๆ ทำไมพี่ถึงสอบได้คะแนนดีมาก? “ข้อสอบเหมือนวัดความอึดในการท่อง และแต่ละปีออกไม่ต่างกันมาก เราก็เอาสรุปรุ่นพี่มานั่งอ่าน + นั่งแปลทีละตัว ข้อสอบเป็นอัตนัย กระดาษคำตอบเป็น A3 หลายๆ หน้า แล้วด้วยความที่เป็นภาษาจีนจะเสียเปรียบตรงเราเขียนช้า ยิ่งเป็นจีนตัวเต็มยิ่งขีดเยอะไปอีก ขนาดเด็กไต้หวันบางคนยังบอกเขียนไม่ทันเลย ตอนสอบถ้าพี่นึกคำไหนนึกไม่ออกจะพยายามเขียนพินอินหรือเขียนภาษาอังกฤษลงไปดีกว่าเว้นว่าง”

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Photo Credit: Pixabay
 
         “ยกตัวอย่างวิชาที่พี่ชอบ คือ วิชารัฐศาสตร์ แบ่งออกเป็น 3 เซค พี่ได้เซคอาจารย์ที่แปลกมาก ของอาจารย์ Si-Kuen Lee (李錫錕) สอนด้วยพลัง สอนแบบเรียลลิสติกส์ (Realistic) ไม่ใช่การท่องจำ ตอนนั่งเรียนอยู่ก็อาจเบื่อๆ แต่พอจบมา 10 ปีแล้วมองย้อนกลับไป หลายอย่างที่เขาสอนมันใช่มากๆ ค่ะ เช่น ถ้าถามว่ารัฐศาสตร์คืออะไร คนทั่วไปอาจบอกว่ามันคือการเมืองการปกครอง แต่ไอเดียที่พี่ได้จากการเรียนกับอาจารย์ท่านนี้คือ 'มันเป็นการคานอำนาจของแต่ละคน ประเทศ 1 ประเทศ ก็เหมือนคน 1 คนนั่นแหละ”
 
         “แล้วมีอาจารย์ใน 'วิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ' อีกท่าน คือ Ming, Chu-Cheng (明居正) ทำให้พี่เข้าใจเลยว่า การที่ 2 ประเทศมาตีกันก็เป็นเพราะเรื่องผลประโยชน์ เช่น เขตแดน ธุรกิจการค้า เศรษฐกิจการเงิน ฯลฯ เหมือนกับเวลาที่คน 2 คนทะเลาะกัน บ้านเธอต้นมะม่วงเกินมาบ้านฉัน (ปัญหาเรื่องเขตแดน) ยืมเงินแล้วไม่คืน คนไม่ใส่ชื่อเพื่อนลงในงานเพราะเพื่อนไม่ช่วย เป็นต้น อันนี้แหละคือมุมมองเรียลลิสติกส์” 
 
         "อีกตัวที่ชอบและช่วยฝึกภาษาดีมากคือ 'วิชาจิตอาสา' (Student Service Education) พี่ได้ทำงานกับมูลนิธิเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิก (Taipei Philharmonic Foundation for Culture and Education) ซึ่งเขาเปิดเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ เราก็ไปเป็นเบื้องหลัง จัดเก้าอี้ หรือ ส่งมอบดอกไม้หลังจบคอน ขายบัตร แจกบัตร พาแขกเข้าที่นั่ง ช่วยเป็นล่ามภาษาอังกฤษ-จีนให้คนญี่ปุ่น (เอ๊ะ?? 555) ของแถมคือได้ดูคอนเสิร์ตฟรี ประเด็นคือเราหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆ ได้เห็นคนไต้หวันเตรียมงานกันจริงจังมาก ในขณะเดียวกันเขาก็เป็นมิตรและเทคแคร์เราดีมาก เราได้เปิดโลกนอกเหนือจากการใช้ชีวิตในมหา’ลัย พี่แฮปปี้มากถึงขนาดอีเมลไปขอช่วยงานอีกแม้จะเก็บหน่วยกิตครบแล้วก็ตาม"

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
 
         “ปีสุดท้ายพี่ได้ไป Workshop ของ 'วิชาการสื่อสาร' ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรี อาจารย์เป็นคนไต้หวันที่อยู่อเมริกามานาน ชื่อ Barry Hu เขาให้ทุกคนออกมาฝึกพูดต่อหน้าชุมชน ในคลาสมี 20-30 คน เราจะพูดเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษก็ได้ โดยเขาจะให้หัวข้อมาก่อน แล้ววีคหน้าเตรียมมาพูด ใช้ Pattern ที่อาจารย์สอน อาจต้องมีสไลด์ด้วย พอพูดเสร็จเขาจะคอมเมนต์ว่าเราควรพัฒนาตรงไหนได้อีกบ้าง พี่ว่ามันมีประโยชน์มากในชีวิตจริง วิชานี้ใครๆ ก็บอกต่อว่าต้องเรียนให้ได้” 
 
         เคล็ดลับคือถ้าเด็กทุนรู้สึกเรียนตัวไหน(โดยเฉพาะตัวหลัก) แล้วไม่น่ารอด เสี่ยงผลออกมาแล้วกระทบคะแนนรวม ซึ่งอาจทำให้โดนตัดทุนได้ ให้ดร็อปเลย แล้วค่อยมาเรียนใหม่ปีหลัง พี่เองก็มีดร็อปไปตัวนึง แล้วอีกอยา่งนึง จริงๆ มหา’ลัยจะมีระบบซัพพอร์ตนักเรียนต่างชาตินะ ถ้าอยากปรึกษารุ่นพี่ให้นัดเวลา และต้องตั้งใจจริงๆ เวลาสอนเขาจะจริงจังมาก"
 
         “ส่วนการไปเรียนไต้หวันแล้วจะได้ภาษาขนาดไหน พี่ว่าขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราอยู่แต่กับคนชาติตัวเองก็จะได้แต่ภาษาตัวเอง แต่ถ้าใครชัดเจนว่าอยากได้ภาษาอังกฤษหรือจีน ก็ไปอยู่กับเพื่อนไต้หวันหรือเพื่อนต่างชาติ ที่นั่นมีคนเกาหลีกับญี่ปุ่นเยอะเหมือนกัน เพื่อนสเปน เยอรมัน แอฟริกัน ลาตินเมริกันก็มีเยอะ”

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Dance Sport Club

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
Dance Sport Training


 

ไต้หวัน = การหล่อหลอมข้อดีของหลายชนชาติ
 

         “ถ้าพูดถึงไต้หวัน พี่ว่าข้อดีคือความสะดวกสบาย เมืองเขาเล็ก รัฐจึงดูแลทั่วถึง สวัสดิการดีมากๆ ต่างชาติก็ได้เท่าเทียมคนในพื้นที่ บ้านเมืองสะอาดและคนเป็นมิตร วัฒธรรมที่ต่างจากบ้านเราคือความเร่งรีบ มีความกดดันและการแข่งขันสูงมาก และเนื่องจากไต้หวันเคยตกเป็นดินแดนอาณานิคมของญี่ปุ่น ทำให้เขาเป็นเหมือนคนจีนที่มีความเป็นญี่ปุ่น ทั้งสุภาพ อ่อนน้อม และมีระเบียบวินัยสูงมาก ทำงานและวางแผนจริงจังเป็นขั้นตอน และเน้นใช้ Logic นอกจากนี้ยังเป็นดินแดนที่เปิดกว้าง มีอิสระในการพูด คิด และทำ อารมณ์สไตล์น้องๆ อเมริกา อย่างเวลานักเรียนไม่พอใจอธิการหรือรัฐบาล เขาจะพากันออกมาประท้วงเพื่อแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ”
 
         “พูดง่ายๆ ว่าเขาเก็บข้อดีของหลายชาติมาหลวมรวมเป็นตัวเอง พี่เคยถามว่าคนไต้หวันมองตัวเองยังไง? เขาบอกว่า บางทีก็สับสนใน Identity ของตัวเองเหมือนกัน เพราะมีความเป็นไต้หวัน จีน อเมริกา ญี่ปุ่น ปัจจุบันนี้คนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อพยพเข้าไปเยอะ รัฐบาลก็เปิดรับ กลายเป็นสังคมที่หลอมรวมความหลากหลายแต่ไม่วุ่นวาย”

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!


'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
 
         แล้วเราเองเคยตกใจกับพฤติกรรมบางอย่างของคนไต้หวันที่แตกต่างกับไทยรึเปล่า? “เคยนะๆ เราเคยเดินๆ ใน MRT แล้วอยู่ๆ มีคนมาถามว่าเราเป็นคนประเทศไหน? เขาถามด้วยความสงสัยจริงๆ เพราะบ้านเมืองเขาเสรี มีความกล้าแสดงออก มันปกติมากที่จะอยู่ๆ จะเห็นคนเต้นกลางที่สาธารณะแบบไม่แคร์ใคร ซ้อมเต้นกลางถนนเลยก็มี"
 
         “ส่วนเรื่องค่าครองชีพ เท่าที่พี่สังเกตคือสูงกว่านิดหน่อยค่ะ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วพี่ไปไต้หวันลองกลับไปใช้ชีวิต 1 เดือน รู้สึกใช้เงินเยอะกว่าตอนอยู่ กทม. ที่นู่นอาหารมื้อนึงต่ำสุด 50 เหรียญ (ราวๆ 55 บาทไทย) แล้วแต่ละวันคือเอางานไปทำ อยู่แต่ในไทเป หมดไปประมาณ 30,000 บาท”

 

รัฐศาสตร์ช่วยให้มองความสัมพันธ์ทะลุปรุโปร่งมากขึ้น
 

         “พี่ได้เห็นว่ารัฐศาสตร์ไม่ใช่ทฤษฎี เรานำไปปรับใช้ได้กับทุกที่ เพราะความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ = ความสัมพันธ์ของคนในสังคม เราเข้าใจว่าความสัมพันธ์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง เขากำลังต้องการคานอำนาจกันรึเปล่า พอมาทำงานพี่เห็นชัดเจนขึ้นค่ะ บางทีอาจมี Conflict เรื่องผลประโยชน์ จากนั้นสเต็ปต่อไปคือเราพยายามฝึกตัวเองให้คน win-win ทั้ง 2 ฝ่าย”
 
         “พี่เคยโดนดูถูกมาเยอะว่าจบรัฐศาสตร์จะออกมาทำอะไรได้ พี่ว่ามันอยู่ที่มุมมองว่าเราจะมอบอะไรให้สังคมได้ ถ้าเรามีคุณค่าที่พร้อมมอบให้คนอื่น เราจบอะไรมาจะทำงานอะไรก็ได้ พี่จบมา 5 ปีครึ่งแล้ว ทำงานเยอะมาก เช่น วิเคราะห์สินเชื่อใน Bank of China, วิเคราะห์ธุรกิจ, สำรวจตลาด, กลยุทธ์ Digital Marketing, ล่าม ส่วนตัวพี่เองลงตัวกับงาน Digital Marketer แต่จะออกมารันโปรเจกต์ของตัวเอง อยากกำหนดทิศทางของัตวเอง เพราะคิดว่าเราได้สัมผัสอะไรมากหลายอย่างในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา”

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!

 

คำถามยอดฮิต
“จีน VS ไต้หวัน” เรียนที่ไหนดี?

 

         พี่เชื่อว่ามีน้องๆ ที่อยากเรียนภาษาจีน แต่กำลังลังเลว่าจะไปเรียนต่อที่จีนหรือไต้หวันดี เพราะต่างก็คุณภาพการศึกษาที่โดดเด่นทั้งคู่ พี่จูนแสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าเกิดชอบวิถีชีวิตแบบอิสรเสรี เปิดกว้างแบบชาวอเมริกัน ให้เลือกไปไต้หวัน แต่ถ้าอยากได้สำเนียงจีนปักกิ่ง ก็เหมาะกับการไปเรียนที่จีนแผ่นดินใหญ่ค่ะ” และเนื่องจากพี่ซึมซับภาษาจีนสำเนียงคนไต้หวันมา อยากรู้ว่าเป็นอุปสรรคเวลามาทำงานประเทศอื่นที่ใช้ภาษาจีนมั้ย? “พี่ทำงานกับคนไต้หวัน ฮ่องกง จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือทุกประเทศที่ใช้ภาษาจีนได้สบายมาก ถ้าจีนแผ่นดินใหญ่เลยเนี่ยอาจต้องปรับหูนิดนึง แรกๆ อาจไม่ชินบ้าง เฉพาะแค่สำเนียงคนจีนภาคเหนือ แต่สื่อสารกันรู้เรื่องปร๋อ"
 
         “ตอนนี้พี่ก็อยู่ระหว่างทำคอร์สภาษาจีนและคอร์สการศึกษา พี่จะสอนแนวประหลาดตามสไตล์ความติสท์แตกของพี่ ใส่เทคนิคบางอย่างเข้าไปไม่ให้จืดชืด ถ้าอยากรู้ก็รอติดตามกันได้ในเพจ พูดจีนได้ ไม่ต้องไปไกลบ้าน นะคะ ^^”
 

 
         ไม่มีความสำเร็จในพาร์ตไหนที่พี่จูนได้มาง่ายๆ เลยค่ะ นับตั้งแต่การค่อยๆ สั่งสมทักษะภาษาจีนจากหลากหลายช่องทางเท่าที่จะหาได้ การรักษาเกรด การเปลี่ยนตัวเองเป็นเด็กกิจกรรม การเตรียมตัวขอทุน จนกระทั่งการเรียนหลักสูตรสุดเข้มข้นในมหาวิทยาลัยในฝันจนจบอย่างสวยงาม พี่เชื่อว่าบทสัมภาษณ์นี้ช่วยเติมกำลังใจให้ชาว Dek-D ที่อยากฝึกภาษาหรืออยากขอทุนเรียนต่อนอกได้แน่นอน สำหรับใครที่อยากอ่านประสบการณ์เรียนไต้หวันในแง่มุมอื่นๆ เพิ่มเติม หมวดเรียนต่อนอกเคยสัมภาษณ์รุ่นพี่หลายสายเรียน น้องๆ อย่าลืมตามไปเก็บข้อมูลไว้เตรียมตัวกันนะคะ ^^

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
​‘วินนี่’ สาวนักเรียนทุน “ไต้หวัน”
เมืองเทคโนโลยี การศึกษาดี ค่าครองชีพถูก!

'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
คุยกับ ‘แนนซีส์’ หนึ่งในนักเรียนไทย
ที่คว้าทุนรัฐบาลไต้หวัน ป.ตรี ไปเรียนวิศวะอินเตอร์!
 
'จูน' แฟนคลับ F4 ที่เรียนจีนด้วยตัวเอง จนได้ทุนไปเรียน IR ในมหา'ลัยที่ดีที่สุดในไต้หวัน!
ประสบการณ์ลุยเดี่ยวเรียนภาษาจีนใน “ไต้หวัน” 
ที่ดีงามทั้งคน เมือง และชานมไข่มุก!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kookkai

พี่กุ๊กไก่ - ผู้เขียน

มนุษย์เบ้าหน้าจีน หวีดนักร้องไทย คลั่งไคล้ซีรี่ส์เกาหลี คลุกคลีกับอาหารญี่ปุ่น

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ไต้หวัน #NTU #National Taiwan University #รัฐศาสตร์ #IR #จูน #Pasagenius #ทุนรัฐบาลไต้หวัน #MOE #ทุนไต้หวัน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?