เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน []

วิว
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
       สวัสดีค่ะชาว Dek-D ทุกคน หลังจากติดตามข่าวจากทั่วโลกในช่วงนี้ ดูเหมือนว่าหลายๆ ประเทศกำลังตื่นตัวในเรื่องสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพกันมากๆ เห็นได้จากกระแสความเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศหรือแม้กระทั่งความเสมอภาคทางด้านเชื้อชาติด้วยก็เช่นกัน แม้ในบางแห่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่เดินทางต้านกระแสหลัก แต่ก็ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยจุดความหวังในสังคมต่อไป
 
       อย่างไรก็ตามเราก็คงต้องยอมรับว่ายังคงมีขนบธรรมเนียมหรือความเชื่อดั้งเดิมที่ลดค่าความเป็นมนุษย์ของบุคคลบางกลุ่มอยู่เช่นกัน ซึ่งเรื่องที่ พี่เยลลี่ หยิบยกมาเล่าให้น้องๆ ฟังในวันนี้ เป็นเรื่องของการค้ามนุษย์ในรูปแบบของการแต่งงานในประเทศจีน ดูไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เพราะหลายๆ คนน่าจะเคยเห็นหรือเคยได้ยินเรื่องนี้ผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว แต่ที่น่าตกใจก็คือเหยื่อในเหตุการณ์นี้ขยับขยายมาถึงกลุ่มเด็กสาวชาวคริสต์จากประเทศปากีสถานแล้วด้วย มาติดตามดูในบทความได้เลยค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 
       หลายคนคงทราบกันดีว่าคนจีนนั้นให้ความสำคัญเรื่องการแต่งงานมากๆ เพราะเป็นพิธีที่เกี่ยวพันกับความเชื่อ วัฒนธรรมและประเพณีหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการมีลูกหลานไว้สืบสกุล เพราะฉะนั้นเราจึงได้เห็นข่าวพ่อแม่ชาวจีนประกาศหาคู่ให้ลูกบ้าง ใช้บริการแม่สื่อบ้าง หรือเข้าร่วมงานนัดบอดก็มี จะพูดว่าการแต่งงานเป็นเสมือนเป้าหมายในชีวิตที่ต้องบรรลุเลยก็ว่าได้ ถึงขนาดที่ว่าหากมีลูกหลานชายเสียชีวิตไปโดยไร้คู่ ครอบครัวและญาติก็ต้องหาผู้หญิงที่เสียชีวิตขณะยังโสดมาทำพิธี “แต่งงานผี” ให้ด้วยค่ะ (อ่านต่อที่: หลอนในหลอน! "พิธีแต่งงานผี" ความเชื่อโบราณที่นำมาสู่คดีค้ามนุษย์ในจีน!)

 
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
พ่อแม่ชาวจีนเข้าร่วมตลาดหาคู่เพื่อเฟ้นหาคู่หมายที่เหมาะสมให้กับลูกตัวเอง
Photo Credit: https://supchina.com/

 
       แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าประเทศจีนในปัจจุบันมีสัดส่วนระหว่างประชากรเพศชายและเพศหญิงต่างกันมาก โดยมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงกว่า 30 ล้านคนเลยค่ะ ที่เป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งก็เพราะนโยบายลูกคนเดียวที่บังคับใช้เมื่อปี 1979 ในตอนนั้นจีนประสบปัญหาประชากรล้นประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องออกกฎหมายควบคุมประชากรโดยการให้แต่ละครอบครัวมีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่าบรรดาพ่อแม่ชาวจีนต่างก็ต้องการลูกชายไว้สืบเชื้อสายวงศ์ตระกูลของตัวเอง ทารกเพศหญิงซึ่งไม่เป็นที่ต้องการก็ถูกกำจัดด้วยการฆ่าทิ้งหรือทำแท้งตั้งแต่ยังไม่คลอด
 
       ผลที่ตามมาเมื่อจำนวนประชากรทั้ง 2 เพศไม่สมดุลกันอย่างรุนแรงก็คือผู้หญิงจีนกลายเป็นที่ต้องการของบรรดาหนุ่มโสด ค่าสินสอดของพวกเธอพุ่งสูงขึ้นจากประมาณ 10,000-50,000 บาท มาเป็น 1 ล้านบาทภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ครอบครัวฝ่ายชายที่มีฐานะก็อาจไม่เดือดร้อนสักเท่าไหร่ แต่ยังมีชายจีนอีกเป็นจำนวนมาที่ไม่มีกำลังเงินมากพอที่จะไปสู่ขอฝ่ายหญิง พวกเค้าจึงมองหาผู้หญิงจากต่างประเทศมาแต่งงานแทน ซึ่งเรื่องราวเบื้องหลังก็ไม่ได้โรแมนติกแบบที่ผู้ชายไปเข้าหาทำความรู้จักและค่อยๆ จีบกันไปนะคะ เพราะสิ่งที่ทำคือการ “สั่งซื้อ” ผู้หญิงจากต่างประเทศมาเป็นเจ้าสาว ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้ก็คือ “การค้ามนุษย์” ดีๆ นี่เอง

 
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
โฆษณาบริษัทหาคู่บนกำแพงที่ประเทศจีน
Photo Credit: https://nationalpost.com/

 
       ในระยะแรกผู้หญิงที่ถูกขายไปเป็นเจ้าสาวมักจะมาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่น กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม รวมถึงเกาหลีเหนือเองด้วยก็เช่นกัน แต่ตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว เริ่มมีเด็กสาวจากปากีสถานถูกครอบครัวขายให้มาแต่งงานกับชาวจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าตกใจก็คือเจ้าสาวบางคนมีอายุเพียงแค่ 13 ปีด้วยซ้ำค่ะ (อายุเท่านั้นพี่ยังเล่นหมากเก็บอยู่เลย T _ T)
 
       เด็กสาวที่ถูกส่งมาแต่งงานเหล่านี้ล้วนมาจากครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ในเมืองกุชรันวาลา ด้วยความที่ปากีสถานเป็นประเทศมุสลิม ชาวคริสต์ซึ่งมีเพียง 2.6% ของประชากรจึงกลายเป็นชนกลุ่มน้อยของประเทศ มีสิทธิ์มีเสียงทางการเมืองและสังคมเพียงน้อยนิด แถมจะบอกว่าเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของประเทศก็ไม่ผิดนักด้วยซ้ำ ยังไม่พอค่ะ ตามธรรมเนียมปากีสถานแล้ว พ่อแม่จะเป็นคนเลือกคู่ครองให้ลูกสาว แถมครอบครัวเจ้าสาวต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าสินสอดให้เจ้าบ่าวด้วยอีกต่างหาก รันทดในรันทดไปอี๊ก

 
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
Photo Credit: https://www.youtube.com/
 
       ขบวนการ “ค้ามนุษย์” นี้จะมีนายหน้าเข้าไปเป็นตัวกลางในการติดต่อเจรจา โดยยื่นข้อเสนอให้กับครอบครัวเด็กสาวว่าฝ่ายเจ้าบ่าวจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแต่งงานทั้งหมด รวมถึงจะมอบสินสอดให้อีกเป็นเงินประมาณ 3,500-5,000 ดอลลาร์ ที่น่าเศร้าคือบาทหลวงบางคนเข้าร่วมกับขบวนการค้ามนุษย์นี้เพราะหิวกระหายในเม็ดเงิน โดยหลอกครอบครัวฝ่ายหญิงว่าเจ้าบ่าวนั้นร่ำรวย และการที่ส่งลูกสาวไปแต่งงานนั้นเป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงยินดี เพราะชายจีนเหล่านี้ได้เข้ารีตเป็นชาวคริสต์ และกำลังช่วยเด็กผู้หญิงชาวคริสต์ให้พ้นจากความยากจน

 
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
Muqadas Ashraf 
Photo Credit: https://www.youtube.com/

 
       แต่ในความเป็นจริงนั้นตรงข้ามกับคำกล่าวอ้างเลยค่ะ Muqadas Ashraf เป็น 1 ในเด็กสาวที่ถูกส่งไปแต่งงานตอนอายุ 16 ปี เธอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AP ว่า สามีของเธอบอกไว้ในตอนแรกว่าตัวเค้านั้นร่ำรวย แต่พอไปถึงที่ประเทศจีนจริงๆ เธอกลับต้องไปอยู่ในบ้านหลังเล็กพร้อมห้องนอนขนาดเท่ากับห้องห้องเดียว แถมสามีก็ไม่ค่อยยอมให้เธอออกไปไหนมาไหนเอง หนำซ้ำยังบังคับให้เธอเข้ารับการตรวจทางการแพทย์หลายครั้งเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมเธอยังไม่ท้องสักที Muqadas ยังเล่าอีกว่าเธอเคยขอให้เค้าพาไปโบสถ์ในวันคริสมาสต์อีฟ แต่กลับโดนตบและทำลายโทรศัพท์มือถือทิ้งแทน สุดท้ายสามีของเธอก็ยอมส่งเธอกลับมาที่ปากีสถานหลังจากที่ครอบครัวของ Muqadas บอกว่าจะแจ้งความ เธอจึงได้กลับบ้านในขณะที่ตั้งท้อง 5 เดือน และตอนนี้ก็กำลังหาทางหย่าขาดจากสามีค่ะ

 
เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เมื่อการแต่งงานของชายจีนลามไปสู่ "การค้ามนุษย์" ในปากีสถาน
Mahek โชว์ทะเบียนสมรสที่จดกับสามีชาวจีน
Photo Credit: 
https://nationalpost.com/
 
       ส่วน Mahek วัย 19 ปีก็เป็นอีกคนที่ถูกส่งไปแต่งงานกับชายชาวจีน เธอเล่าว่าสามีของเธอทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของและไม่ยอมให้เธอออกจากบ้านไปไหนมาไหน จนกระทั่งครอบครัวของเธอขอความช่วยเหลือจากตำรวจให้พาเธอกลับปากีสถาน ตำรวจจึงบุกไปที่บ้านฝ่ายชายและบอกว่าได้รับแจ้งถึงเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้หญิงภายในบ้าน ซึ่งสามีของ Mahek ปฏิเสธโดยบอกว่าเธอไม่ยอมออกจากบ้านเอง แต่สุดท้ายก็ยอมซื้อตั๋วเครื่องบินให้เธอกลับปากีสถานไป
 
       แม้ Muqadas และ Mahek จะสามารถกลับมาบ้านได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเลยค่ะที่ไม่โชคดีแบบนั้นและยังต้องทนอาศัยอยู่กับสามี ปัจจุบันมีเด็กสาวปากีสถานที่เป็นเหยื่อจากการถูกขายไปแต่งงานที่จีนมากถึง 750-1,000 คน และดูเหมือนว่าปัญหาการค้ามนุษย์นี้น่าจะแก้ได้ยากพอตัว เนื่องจากเคยมีผู้เชี่ยวชาญบอกไว้ว่าความไม่สมดุลระหว่างประชากรชายและหญิงในประเทศจีนอาจต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีถึงจะกลับมาเป็นปกติ ฉะนั้นหากค่านิยมเรื่องการแต่งงานยังไม่เปลี่ยนไป การซื้อผู้หญิงมาเป็นเจ้าสาวจำเป็นก็ยังคงต้องมีต่อไปอยู่ดีค่ะ


 
       พอได้รับรู้เรื่องนี้แล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้จริงๆ ค่ะ ในขณะที่บางส่วนเริ่มต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเลยที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิต T ___ T คงเป็นเรื่องดีหากทุกคนให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมในฐานะมนุษย์เนอะ สู้ต่อไปชาวโลก!


 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=yelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ค้ามนุษย์ #จีน #ปากีสถาน #แต่งงาน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?