/>

ใช่เรารึเปล่านะ? ‘Ambivert’ มนุษย์ผู้อยู่กึ่งกลางระหว่างโลกส่วนตัวสูงและชอบเข้าสังคม []

วิว
        สวัสดีครับชาว Dek-D … เคยมั้ยครับเวลาที่อ่านพวกบทความหรือแบบทดสอบที่ถามว่า เราเป็นคนแบบไหน? คำตอบส่วนใหญ่ก็ล้วนสรุปออกมา 2 รูปแบบคือ เป็นคนโลกส่วนตัวสูง (Introvert) กับ เป็นคนที่ชอบเข้าสังคม (Extrovert) แต่ความจริงแล้วเราก็ไม่สามารถเลือกข้างใดข้างหนึ่งได้ เพราะบางเวลาเราอาจจะชอบเก็บตัว ในขณะเดียวกันเราก็สนุกกับการไปปาร์ตี้เจอคนเยอะๆ เมื่อเลือกข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ ก็เดินสายกลางเป็นมนุษย์ Ambivert ละกัน ว่าแต่คำนิยามนี้มันมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง มาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า   

 
         ที่ผ่านมาน้องๆ บางคนอาจจะเคยได้ยินคำศัพท์ที่ใช้นิยามว่าเราเป็นคนประเภทไหนกันมาบ้างเนอะ แต่สำหรับใครที่ยังงงๆ อยู่ว่ามันคืออะไร เรามาทำความรู้จักกันคร่าวๆ ก่อนดีกว่า 
 

Photo Credit: https://unsplash.com
 
        Introvert หรือคนที่มีบุคลิกชอบเก็บตัว พูดง่ายๆ คือ เป็นคนโลกส่วนตัวสูง ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ใช่ความผิดปกติอะไรหรอกนะครับ มันก็คือลักษณะหนึ่งของมนุษย์เรานี่แหละ สามารถมีความสุขได้เหมือนคนทั่วไป แต่แค่ความสุขของเค้าก็คือการได้ใช้เวลากับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองสามารถใช้ความคิดได้ดีตอนอยู่ลำพังมากกว่า บางคนไม่ชอบเป็นจุดสนใจเวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ เลยเลี่ยงออกมาเพราะรู้สึกว่าอึดอัด คนประเภท Introvert มักถูกมองว่าไม่เป็นมิตร แต่ความจริงแล้วพวกเค้าเพียงแค่ไม่รู้จะเริ่มต้นบทสทนากับคนอื่นยังไงดีต่างหาก ยิ่งกับคนแปลกหน้าอีก พูดเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่ที่เป็นคนเริ่มทักทายหรือชวนคุยก่อน แค่เข้าหาคนอื่นไม่เก่ง ไม่ได้แปลว่าหยิ่งหรอกนะ  
 

Photo Credit: https://unsplash.com
 
       Extrovert หรือคนที่บุคลิกชอบเข้าสังคม คนประเภทนี้เรียกว่าต่างจาก Introvert อย่างสุดขั้วเลยก็ว่าได้ ในขณะที่คนอีกกลุ่มนึงชอบเก็บตัวและรู้สึกมีความสุขกับการได้ใช้เวลาลำพังกับตัวเอง แต่คนประเภท Extrovert นั้นจะรู้สึกแฮปปี้เป็นพิเศษเวลาที่ได้อยู่กับคนเยอะๆ เหมือนกับว่าตัวเองนั้นได้ชาร์ตแบตเวลาที่เข้าสังคม ลักษณะที่เห็นได้ชัดของคนประเภทนี้คือ จะมีความมั่นใจในตัวเองสูง ชอบพูดคุยได้กับทุกคน ไม่ว่าจะคนรู้จักหรือคนแปลกหน้า พวกเค้าจะไม่รู้สึกขวยเขินที่จะต้องเป็นฝ่ายเริ่มสนทนากับใครก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนภายนอกมักมองว่าพวกเค้าคือคนเฟรนด์ลี่ ในขณะเดียวกันก็อาจถูกเข้าใจผิดไปได้ว่า คนพวกนี้นั้นเจ้าชู้ แต่ความจริงแล้วก็แค่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายต่างหากล่ะ และอีกเรื่องหนึ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนที่เป็น Extrovert ก็คือ คิดว่าพวกเค้าเป็นคนเฮฮาอยู่ตลอด หรือสามารถเล่าหรือพูดอะไรตลกๆ ได้อยู่เสมอ ซึ่งมันก็ไม่ใช่ตลอดเวลามั้ยเอ่ย     
 
         พอรู้จักทั้ง Introvert และ Extrovert ไปคร่าวๆ แล้ว มีใครรู้สึกว่าตัวเองเป็นทั้ง 2 แบบมั้ยครับ? ไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นเข้าข่ายประเภทไหน บางทีน้องๆ อาจจะเป็นมนุษย์ประเภท Ambivert ก็ได้นะ (เข้าเรื่องสักที 5555) 
 
  
Photo Credit: https://unsplash.com/photos/
 
        สำหรับคนที่มีอยู่ในกลุ่ม Ambivert จะมีบุคลิกที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง Introvert และ Extrovert ไม่ได้สุดโต่งไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะว่าไปแล้วคำนิยามของกลุ่มนี้มันก็มีมาตั้งนานแล้วครับ มีพร้อมๆ กับ 2 ประเภทข้างต้นนั่นแหละ อย่างคุณคาร์ลจุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาชาวสวิสผู้เคยศึกษาและพัฒนาทฤษฎีจิตวิทยาแบบวิเคาะห์ ได้ทำการวิจัยไว้ว่า บุคลิกภาพของมนุษย์เรานั้นแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ Introvert, Extrovert และ Ambivert นั่นเอง และสำหรับใครที่ยังนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าเข้าข่าย Ambivert มั้ย ลองเช็กบุคลิกคร่าวๆ ของคนกลุ่มนี้ดีกว่า 
 
1. สามารถทำงานแบบฉายเดี่ยวได้ดี และก็สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองชอบการทำงานแบบไหนมากกว่ากันสักเท่าไหร่
2. การเข้าสังคมไม่ได้ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่ก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกันเวลาเจอคนเยอะๆ
3. การเป็นจุดสนใจของคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าสนุกดีนะ แต่ก็ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่หรอก
4. บางคนคิดว่าเราเป็นคนเงียบๆ ในขณะเดียวกันบางคนก็คิดว่าเรานั้นเข้าสังคมเก่ง
5. ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องเปลี่ยนไปทำสิ่งใหม่ๆ แต่ถ้าจะปล่อยเวลาไปเปล่าๆ โดยไม่ทำอะไรก็รู้สึกน่าเบื่อเหมือนกัน
6. การพูดคุยทักทายสารทุกข์สุกดิบกับคนอื่นไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ แต่ก็รู้สึกเบื่ออยู่เหมือนกัน
7. บางทีก็เชื่อคนง่าย แต่บางครั้งก็ไม่หลงเชื่อใครง่ายๆ เหมือนกัน 
8. อยู่กับตัวเองมากเกินไปก็รู้สึกเบื่อ ในขณะเดียวกันถ้าอยู่กับคนอื่นมากๆ ก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย
 
        บุคคลที่มีลักษณะในกลุ่ม Ambivert มักจะเกิดความสับสนว่า สรุปแล้วตัวเองเป็นคนประเภทไหนกันแน่ บางทีก็อยากอยู่คนเดียว รู้สึกเอ็นจอยกับการนอนฟังเพลง เปิดดูซีรีส์คนเดียวอยู่ในห้องไม่อยากออกไปไหน แต่วันดีคืนดีก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศออกไปฟังเพลงพร้อมสังสรรค์กับเพื่อนในร้านอาหารหรือในคลับ บางเวลาก็รู้สึกว่าตัวเองโลกส่วนตัวสูง แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ายังอยากเจอผู้คนเยอะๆ อยู่เหมือนกัน 
 
        ฟังแล้วดูเหมือนจะย้อนแย้งในการกระทำเนอะ แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์นี่แหละครับ แค่บางครั้งเราก็อยากใช้เวลาอยู่กับตัวเองเพื่อคิดทบทวนอะไรบางอย่าง บางวันอาจเจองานมาอย่างหนักหน่วง พอเลิกงานก็แค่อยากกลับบ้าน ต้องการพักผ่อนอยู่เงียบๆ มากกว่าการออกไปปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยง หรือในตอนที่ออกไปข้างนอกแล้วเจอคนรู้จัก บางครั้งก็ทำเหมือนหลบหน้าแกล้งเป็นไม่เห็น ไม่ได้รู้สึกอยากทักทายใครสักเท่าไหร่ แต่ถ้าสถานการณ์นั้นมันเลี่ยงไม่ได้ ก็พร้อมที่จะยิ้มพูดคุยทักทายอยู่ดี ก็ยังมีท่าทีความเป็นมิตรอยู่นะ 
 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 
        แม้จะดูเหมือนเก็บตัวในบางครั้ง อยากใช้ชีวิตสงบๆ แต่มันก็มีฟีลในบางคราว อารมณ์ประมาณว่าวันนี้ชั้นอยากออกไปเที่ยว ไปเจอผู้คนที่ไม่รู้จัก อยากออกไปดูโลกภายนอกเปิดหูเปิดตากับสถานที่ใหม่ๆ ยังคงตื่นเต้นกับอะไรที่ไม่คุ้นเคย การที่ได้ออกมาเจอสังคมของ Ambivert ในบางครั้งก็เหมือนเป็นการชาร์ตพลังให้กับตัวเอง ให้จังหวะในหัวใจมันเต้นแบบดี๊ด๊าสักหน่อยเถอะ (เหี่ยวเฉาละเกิน) บางคนที่แสนจะเหนื่อยล้าจากการทำงานก็มองว่ามันคือการชาร์ตแบตที่ดีเลย และมันอาจนำมาซึ่งแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับเราได้เยอะเลยทีเดียว // ส่วนตัวพี่ค่อนข้างเข้าข่ายกลุ่มนี้อยู่เหมือนกันครับ แม้จะชอบเก็บตัว แต่บางทีแค่ออกไปหาของอร่อยๆ กินกับเพื่อนๆ ได้พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนหรืออัปเดตชีวิตของกันและกัน หรือแค่ไปเดินห้างดูของนั่นนี่ แม้ไม่ได้ซื้ออะไรก็เถอะ แต่ก็รู้สึกว่าได้รีแลกซ์ตัวเองเหมือนกันครับ 55555   
         
       ที่ผ่านมามีนักวิจัยหลายท่านที่สนใจเกี่ยวกับลักษณะของ Ambivert และลงความเห็นว่า คนที่มีลักษณะแบบนี้จะสามารถปรับตัวกับสถานการณ์ได้ง่ายกว่า Introvert และ Extrovert ด้วยความที่ไม่ได้สุดโต่งไปข้างใดข้างหนึ่ง เพราะว่าตัวเองนั้นอยู่กึ่งกลางพอดี จึงมีความเข้าใจในลักษณะของคนทั้ง 2 ประเภท แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่กับทุกคน เพราะว่ายังมีอีกหลายคนที่รู้สึกว่ายังไม่รู้จักตัวเอง และเกิดความสับสนว่าสรุปแล้วเรารักการเข้าสังคมหรือรักที่ตัวเองสันโดษกันแน่ เมื่อหาจุดสมดุลไม่ได้ มันก็อาจกระทบกับการใช้ชีวิตในบางคราว หรืออาจกระทบกับการทำงาน เพราะไม่รู้ว่าสิ่งแวดล้อมแบบใดที่มีส่วนช่วยให้เราทำงานได้ดีกว่ากันแน่ 
 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 
        ความจริงแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องไปหาคำตอบหรอกครับว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน เพราะสุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะมีบุคลิกหรือลักษณะแบบไหน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด หรือสภาพแวดล้อมแบบไหน เราเองก็แค่ปรับตัวกันไป ไม่ว่าเราเองจะมีมิติแบบไหน มันก็คือตัวเราอยู่ดีนั่นแหละ แค่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำก็พอแล้วครับ :) 


 
Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=wut_

พี่วุฒิ - ผู้เขียน

มนุษย์ 4 มิติผู้หลงใหลในเพลงเกาหลี ชาเนสที และหมูกระทะ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Ambivert #Introvert #Extrovert #โลกส่วนตัวสูง #จิตวิทยา

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?