/>

รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์! รวม 7 คำประสมภาษาอังกฤษเกิดใหม่ ไม่รู้ไม่ได้แล้ว []

วิว
          สวัสดีค่า น้องๆ Dek-D ทำอะไรกันอยู่เอ่ย? ทบทวนคำศัพท์เก่าๆ กันบ้างหรือเปล่าน้าาา วันนี้พี่ไอซ์กลับมาพร้อมกับคำศัพท์ที่ดูแล้วเหมือนจะเป็นคำศัพท์เก่า แต่เอ๊ะ! ทำไมความหมายใหม่ซะงั้น งงเลยล่ะสิ พี่หมายถึงอะไร5555555 เพื่อไม่ให้น้องๆ สับสนไปมากกว่านี้ เราไปดูกันดีกว่ามั้ยว่าพี่หมายถึงอะไร ลุยยย

          สิ่งที่พูดถึงนั่นก็คือ Nelogism ประเภท Portmanteau word หรือการสร้างสรรค์คำขึ้นมาใหม่นั่นเอง แต่การสร้างคำขึ้นมาใหม่ประเภทนี้ไม่ใช่การสร้างคำขึ้นมาแบบธรรมดา เป็นการนำ 2 คำศัพท์ที่มีอยู่แล้วมาผสมกันจนเกิดเป็นคำใหม่ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม คำที่เกิดขึ้นใหม่นี้ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย มีการใช้กันแค่เพียงในโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือเฉพาะกลุ่มคนเท่านั้น

*น้องๆ สามารถทำความรู้จักเกี่ยวกับคำประเภท Portmanteau word เพิ่มเติมได้ที่ที่นี่


   1.  cleanstagrammer (n)


          น้องๆ คุ้นคำว่า ‘Stagrammer’ กันมั้ยคะ รู้สึกว่ามันคล้ายกับคำศัพท์ไหนมั้ยนะ ใช่แล้วค่า!
คำว่า ‘Instagram’ นั่นเอง แล้วโดยปกติแล้วการเติม ‘er’ เข้ามา ความหมายของศัพท์ส่วนมากมักจะเปลี่ยนเป็นบุคคลใช่มั้ยเอ่ย? (เช่น teach + er = teacher: คุณครู หรือ play + er = player: ผู้เล่น)

          ถ้านำมารวมกับคำว่า ‘Clean’ ที่แปลว่าทำความสะอาดอีกล่ะ รู้มั้ยคะว่าคำศัพท์ใหม่ที่ออกมาจะเกิดเป็นความหมายอะไร ลองเดากันดูซิ^^ ติ๊กต่อกๆ เฉลยย...คำนี้หมายความว่า คนที่ให้คำแนะนำและแบ่งปันเทคนิคเกี่ยวกับงานบ้านและการทำความสะอาดบนโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมยังไงล่ะคะ ฟังดูแล้วคนที่จะเป็น cleanstagrammer เนี่ยต้องเป็นคนที่มีใจรักในการทำความสะอาดบ้านจริงๆ นะคะเนี่ย

     ตัวอย่างประโยค:

Minhyun is a new cleanstagrammer. He likes to give advice on how he cleans his house to his fanclubs.
มินฮยอนเป็นคลีนสตาแกรมเมอร์หน้าใหม่ เขามักจะชอบแนะนำวิธีการทำความสะอาดบ้านของเขาให้กับแฟนคลับ


Photo Credit: viu


   2.  sponcon (n)

         
          คำที่สองนี้อาจจะยากขึ้นเล็กน้อย เพราะว่าคำใหม่นี้เป็นการรวมคำของคำย่อ คำว่า ‘Spon’ ย่อมาจากคำว่า ‘Sponsor’ ที่แปลว่า ผู้สนับสนุน ส่วน ‘Con’ ย่อมาจาก ‘Content’ ที่แปลว่า เนื้อหา หลังจากที่รวมกันแล้วน้องๆ คิดว่าจะกลายเป็นความหมายว่าอะไรคะ? 

          ความหมายของคำนี้ก็คือ เนื้อหาที่ถูกสนับสนุน ตัวอย่างเช่น การโพสต์ข้อความเชิงโฆษณาลงโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือทวิตเตอร์ของผู้ใช้งานบางคนถึงสินค้าบางอย่าง เนื่องจากว่ามีบริษัทของสินค้าเหล่านั้นจ่ายเงินให้แก่พวกเขา (ดังนั้นเวลาเห็นใครรีวิวอะไรก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบอีกทีด้วยนะ อย่าเชื่อเขาไปหมดทุกอย่างล่ะ!)

     ตัวอย่างประโยค:

A famous twitter account that I follow always reviews many products on her twitter. I think they are sponcons.
แอคเคานต์ทวิตเตอร์ที่ฉันติดตามมักจะชอบรีวิวสินค้ามากมาย ฉันคิดว่าเนื้อหาเหล่านั้นถูกสนับสนุน


   3.  sadcom (n)


          น้องๆ เคยได้ยินคำว่า ‘Sitcom’ (รายการโทรทัศน์หรือวิทยุที่มีเนื้อหาตลก ซึ่งคำว่า ‘Com’ ย่อมาจากคำว่า ‘Comedy’) กันมาก่อนมั้ยเอ่ย? คำๆ นี้เป็นการสร้างคำใหม่ที่อ้างอิงมาจากคำว่าซิตคอมเลย โดยการนำคำว่า ‘Sad’ ที่แปลว่าเศร้าเข้ามาแทนที่ ทำให้คำนี้หมายความว่าซิตคอมประเภทหนึ่งซึ่งใช้อารมณ์ขันมานำเสนอเนื้อหาที่ค่อนข้างซีเรียส

     ตัวอย่างประโยค:

Nowadays, many TV producers tend to use sadcom to present serious topics because if they introduce them too explicitly, it might be too intense that they are boring for the audiences.
ในปัจจุบันนี้ ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หลายคนมีแนวโน้มที่จะใช้แซดคอมในการนำเสนอหัวข้อที่ซีเรียสเพราะถ้าพวกเขานำเสนอหัวข้อเหล่านั้นอย่างเปิดเผยเกินไป มันอาจจะทำเนื้อหาจริงจังเกินไปจนทำให้มันน่าเบื่อสำหรับผู้ชม


   4.  textavism (n)


          คำศัพท์ใหม่คำนี้อาจจะมีหลายๆ คนที่เดาได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของศัพท์คำใดบ้าง ใช่แล้วค่ะ! คำนี้เป็นการรวมตัวของคำว่า ‘Text’ ที่แปลว่าข้อความ และคำว่า ‘Activism’ ที่แปลว่า กลุ่มที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุผลทางการเมืองนั่นเอง 

          หลังจากที่รวมกันแล้ว คำนี้จึงหมายความว่า การเขียนข้อความเชิญชวนให้คนอื่นปฏิบัติตนไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง อาจจะเป็นเรื่องทางการเมืองหรือว่าทางสังคมก็เป็นได้ (ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาก็น่าจะได้เห็นตัวอย่างกันไปบ้างแล้วเนอะ)

     ตัวอย่างประโยค:

A particular political party attempts to use texavism to persuade many groups of people in the society so they can win the election.
พรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้พยายามที่จะใช้เท็กซ์ทาวิสซึ่มในการชักจูงคนหลากหลายกลุ่มในสังคมเพื่อที่พวกเขาจะได้ชนะการเลือกตั้ง


   5.  sadfishing (n)


          ‘Sadfishing’ หืมม น้องๆ รู้สึกว่าคำนี้คุ้นๆ มั้ยคะ? ทำไมหน้าตาคล้ายกันกับคำว่า ‘Catchfishing’ เลย นั่นก็เพราะคำว่า ‘Sadfishing’ ถูกสร้างขึ้นมาโดยอ้างอิงจากคำว่า ‘Catchfishing’ ยังไงล่ะคะน้องๆ 

          ปกติแล้วคำว่า ‘Catchfishing’ นั้นแปลว่า การปลอมเป็นคนอื่นบนโซเชียลมีเดียเพื่อหาคู่บ้าง หรือหลอกลวงคนอื่นบ้าง เมื่อนำคำว่า ‘Sad’ ซึ่งแปลว่าเศร้าเข้ามาแทนจึงทำให้ความหมายเปลี่ยนไปเป็น การอัปสเตตัสแบบเศร้าๆ บนโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกร้องความสนใจหรือเรียกร้องความสงสาร

     ตัวอย่างประโยค:

I have seen a lot of sadfishings on Facebook status. It often starts with the sentence ‘I’m done with all this.’ then a question like ‘What happen?’ or a soothing word like ‘Fighting’ from others will follow.
ฉันเห็นแซดฟิชชิ่งในสเตตัสเฟซบุ๊กมากมาย มันมักจะเริ่มต้นจากประโยคเช่น ‘ฉันไม่ไหวแล้ว พอกันที’ แล้วก็ตามมาด้วยคำถามว่า ‘เกิดอะไรขึ้น?’ หรือคำให้กำลังใจอย่าง ‘สู้’ จากคนอื่นๆ


   6.  skip-care (n)


          พี่เชื่อว่าถึงน้องๆ จะไม่เคยได้ยินคำศัพท์นี้มาก่อนแต่ว่าหลายคนต้องเคยทำแบบนี้แน่นอน (เพราะว่าพี่ก็ทำ55555) คำๆ นี้เป็นการรวมกันของคำว่า ‘Skip’ ที่แปลว่า ข้าม กับ ‘Care’ ซึ่งน่าจะเดาได้ไม่ยากว่าย่อมาจากคำว่า ‘Skin care’ หรือการดูแลผิว แล้วหลังจากรวมกันแล้ว มันแปลว่าอะไรล่ะ? 

          คำๆ นี้แปลว่า การดูแลผิวในแต่ละวันโดยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นลงให้เหลือขั้นตอนน้อยที่สุดแต่ยังคงประสิทธิภาพ เช่น จากที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์เป็น 10 ขั้นตอน ก็เหลือเพียง 3-4 ขั้นตอนที่สำคัญพอ (พี่คิดว่าคำว่า ‘Skip’ ในที่นี้น่าจะมาจากการที่เราข้ามเนื้อหายิบย่อยที่อาจจะไม่สำคัญไปยังส่วนที่สำคัญหรือเนื้อหาหลักๆ เท่านั้น)

     ตัวอย่างประโยค:

In my daily life, I always use skip-care because I rarely have time to look after my skin.
ในชีวิตประจำวันของฉัน ฉันมักจะใช้วิธีสคิ๊ปแคร์เพราะว่าฉันแทบจะไม่มีเวลาดูแลผิวของฉันเลย


Photo Credit: unsplash


   7.  poshtel (n)


          พี่คิดว่าคำๆ นี้น่าจะมีหลายคนพอทายออกว่าเป็นการรวมกันระหว่างคำไหนบ้างแต่จะใช่มั้ยน้า? คำศัพท์คำนี้เป็นการรวมคำของคำว่า ‘Posh’ ซึ่งหมายความว่า หรูหราหรือนำสมัย กับ ‘Hostel’ ซึ่งหมายความว่า ที่พักที่มีราคาไม่แพง โดยเมื่อรวมกันแล้วจะเป็นคำที่หมายถึง ที่พักที่ราคาไม่แพงแต่มีความหรูหรามากกว่าที่พักราคาถูกทั่วไป

     ตัวอย่างประโยค:
Next month, I will go to Spain. Can you find me one poshtel please?
เดือนหน้าฉันจะไปสเปน คุณช่วยหาโพชเทลให้ฉันสักที่ได้ไหม


          เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ? วันหลังถ้ามีคำศัพท์ที่น่าสนใจแบบนี้อีก พี่จะเอามาแบ่งปันให้กับน้องๆ Dek-D อีกนะคะ แล้วเจอกันค่าา^^
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #neologism

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?