/>

#BlueForSudan สงครามกลางเมืองซูดาน เมื่อทหารสังหารหมู่ประชาชน! []

วิว
          สวัสดีค่าน้องๆ Dek-D ช่วงนี้มีใครได้ติดตามข่าวต่างประเทศกันบ้างมั้ยคะ? ได้ยินข่าวที่ประเทศซูดานกันบ้างมั้ยเอ่ย? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่อนข้างรุนแรงเลยนะคะ พี่ไอซ์ได้ยินมาว่ามีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากเลย วันนี้พี่เลยจะมาสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้น้องๆ ฟังว่าอะไรที่ทำให้เหตุการณ์มันรุนแรงได้ถึงขนาดนี้ ถ้าพร้อมแล้ว ก็ไปกันเลย!!


   จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์



Photo Credit: BBC/ AFP

          เมื่อเดือนธันวาคมปี 2561 รัฐบาลของประเทศซูดานได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ตกต่ำด้วยการขึ้นราคาของใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างเช่น ขนมปัง หรือน้ำมัน จนทำให้ประชาชนในประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนัก ออกมาประท้วงขับไล่นายอุมัร อัลบะชีร (Omar al-Bashir) ประธานาธิบดีซึ่งอยู่ในตำแหน่งมาอย่างยาวนานให้พ้นจากตำแหน่ง (สถาปนาตนเป็นระบอบเผด็จการเป็นเวลามากกว่า 30 ปีแล้ว)

          การเรียกร้องนี้ดำเนินไปจนกระทั่งเดือนเมษายนปี 2562 เมื่อผู้ชุมนุมล้อมรอบจตุรัสกลางเมือง (town square) หน้ากองบัญชาการทหารเอาไว้เพื่อกดดันกองกำลังทหารให้ขับไล่ประธานาธิบดี อุมัร อัลบะชีรออกจากตำแหน่ง เพียง 5 วันหลังจากนั้น นายอุมัร อัลบะชีร ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

          หลังจากที่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลง ประเทศซูดานก็ถูกปกครองโดยสภาทหาร หรือที่เรียกว่า The Transitional Military Council (TMC) มีพลโท อับเดล ฟัตตาห์ อับเดลราห์มัน เบอร์ฮาน ( Lt-Gen Abdel Fattah Abdelrahman Burhan) เป็นผู้นำ

          ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้จะจบลงด้วยดีใช่มั้ยคะน้องๆ แต่เปล่าเลย เพราะว่าเหล่าผู้ชุมนุมยังคงประท้วงอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาต้องการให้ประเทศซูดานหลุดพ้นจากการปกครองโดยทหารและเปลี่ยนเป็นประเทศที่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนอย่างสมบูรณ์เหมือนประเทศอังกฤษ

          เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตัวแทนของผู้ชุมนุมได้มีการทำข้อตกลงกับสภาทหารที่ดูแลปกครองประเทศอยู่ในตอนนี้และได้ข้อสรุปว่าจะมีการปรับโครงสร้างการปกครองใหม่ โดยจะใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลงเป็นเวลา 3 ปี

          ในขณะที่พวกเขายังตกลงตำแหน่งผู้มีอำนาจสูงสุดในสภาในช่วงเปลี่ยนแปลงระบบกันไม่ได้ การเจรจาก็หยุดลงเพราะว่าในวันที่ 3 มิถุนายนฝ่ายทหารได้ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ประท้วงอยู่หน้ากองบัญชาการทหารในคาร์ทูมซึ่งเป็นเมืองหลวงของซูดานจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย มีรายงานจากทางแพทย์ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 รายในวันนั้น


   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ 3 มิถุนายน 2561



Photo Credit: BBC/ GETTY IMAGES

          สภาทหารได้ออกมาตอบโต้ว่าพวกเขารู้สึกเสียใจที่เหตุการณ์มีความรุนแรงขึ้น แต่พวกเขาจำเป็นต้องทำ พวกเขาอ้างว่าต้องจัดการกับผู้ก่อความวุ่นวายและอาชญากรรมระดับที่เล็กน้อยเหล่านี้ซึ่งถูกแทรกแซงโดยกลุ่มคนที่ไม่หวังดีและผู้ค้ายา มีรายงานจำนวนมากที่บอกว่าทางสภาทหารได้ส่งหน่วยกองกำลังหนุนเคลื่อนที่เร็ว หรือ Rapid Support Forces (RSF) ไปทั่วเมืองคาร์ทูมเพื่อจัดการกับประชาชน มีการทำร้ายร่างกาย มีการขัดขวางการรักษาคนเจ็บในโรงพยาบาล รวมทั้งการข่มขืนหญิงสาว (ทางการได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง) อีกด้วย

          สถานการณ์ในซูดานรุนแรงขึ้นจนมีการประกาศใช้กฎหมายฉุกเฉินและกำหนดเคอร์ฟิว (กำหนดเวลาที่ประชาชนจะต้องอยู่ที่บ้านโดยที่ห้ามออกไปไหน) โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็มีการประกาศหยุดเกือบทั่วประเทศ ในเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัด ทางฝ่ายผู้ประท้วงกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 100 ราย โดยมีศพจำนวน 40 ศพที่ถูกนำไปทิ้งในแม่น้ำไนล์ แต่ทางการออกมาปฎิเสธว่า ไม่เป็นความจริง มีผู้เสียชีวิตเพียง 46 รายเท่านั้น


   เหตุการณ์สงบลงได้อย่างไร?


          เมื่อการเจรจรตกลงของผู้ประท้วงและทางการทหารในซูดานต้องหยุดลงเพราะเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย อาบีย์ อาห์เหม็ด (Abiy Ahmed) ก็ได้เดินทางมาประเทศซูดานเพื่อไกล่เกลี่ยระหว่างสองฝ่าย หลังจากที่มีการพูดคุยกันอยู่หลายวัน ในวันที่ 11 มิถุนายนราชทูต มะฮมูด ดีรีร์ (Mahmoud Dirir) ก็ประกาศว่าหัวหน้าฝ่ายชุมนุมได้ตกลงที่จะหยุดการประท้วงชั่วคราวและจะกลับไปเจรจากับฝ่ายทหารเช่นเดิม ทางการทหารจึงจะปล่อยนักโทษทางการเมืองที่ถูกจับไปก่อนหน้านั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในกับกลุ่มผู้ประท้วงว่าจะไม่มีการใช้ความรุนแรงอีก ในทางกลับกันกลุ่มผู้ประท้วงก็มีการประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับไปทำงานตามปกติเช่นกัน


   อะไรคือ #BlueforSudan?
 

WTF PEOPLE!!??!! #SudanMassacre RAISE AWARENESS NOW!!!

A post shared by NE-YO (@neyo) on


          แล้วรู้มั้ยคะทำไมต้องเป็นคำว่า #BlueforSudan? นั่นก็เพราะว่าสีฟ้าเป็นสีโปรดของชายที่ชื่อว่า โมฮัมหมัด ฮาชิม มัธทาร์ (Mohamed Hashim Mattar) วัย 26 ปีซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ โดยที่ผู้ใช้งานแอคเคานต์ @reresolve_ เป็นคนริเริ่มให้ผู้ติดตามของเขาร่วมใจกันเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นสีฟ้าเดียวกับที่นายโมฮัมหมัด ฮาชิม มัธทาร์ผู้ตายใช้เป็นรูปโปรไฟล์ในอินสตาแกรมอยู่ในขณะนั้น หลังจากนั้นก็มีผู้คนมากมายที่ร่วมทำตาม รวมถึงดาราเซเลบที่พี่บอกไปในตอนแรกด้วย


   สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้


          เหตุการณ์การประท้วงเพื่อเรียกร้องการปฏิวัติในครั้งนี้ทำให้รู้ว่ามีประชากรวัยหนุ่มสาวจำนวนมากที่ต้องการให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง สังเกตได้จากการที่มีชาวซูดานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากออกมาชุนนุมในครั้งนี้ หนึ่งในผู้ชุมนุมสาวบอกว่า หลังจากเธอได้พูดคุยกับคนอื่นๆ เธอพบว่า พวกเขาคิดเห็นตรงกันว่า คนรุ่นใหม่อย่างพวกเขาสามารถนำประเทศไปได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ด้วยทักษะความสามารถที่พวกเขามีอยู่ รวมถึงความปรารถนาที่จะพัฒนาซูดานให้ดีขึ้นอีกด้วย (ไม่แน่นะคะในอนาคตประเทศซูดานอาจจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศไปในทางที่ดีขึ้นจากวัยหนุ่มสาวเหล่านี้ก็เป็นได้)


          เป็นยังไงกันบ้างคะน้องๆ? คิดเห็นยังไงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในซูดานกันบ้างคะ?
พี่ไอซ์ว่าเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจหดหู่ไม่น้อยเลยนะคะ ยังไงพี่ก็ขอเอาใจช่วยให้สถานการณ์ในประเทศซูดานดีขึ้นในเร็ววันนะคะ ไว้เจอกันครั้งหน้าค่า บ๊ายบาย
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #Sudan #Crisis #PrayforSudan #BlueForSudan

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?