/>

7 เรื่องชวนตกหลุมรัก 'ฮาร์บิน' เมืองหิมะในจีนที่ดีงามทั้งภาษา อาหาร และแหล่งช็อป! []

วิว
        สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ไหนมีใครที่ตอนนี้กำลังหาที่เรียนภาษาจีนดีๆ ที่เมืองจีนหรือเปล่าคะ? วันนี้พี่ภัทรจะมาเสนออีกหนึ่งเมืองที่สำเนียงจีนเริ่ด ค่าเดินทางในเมืองถูก แถมมีแหล่งช็อปปิ้งกับเทศกาลดังระดับโลกด้วย นั่นก็คือเมืองฮาร์บินนั่นเองค่า แค่เห็นแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ ตามพี่ภัทรมาดูกันเลย!

 

1. ฮาร์บินเป็นเมืองที่สำเนียงจีนชัดและฟังง่ายที่สุด  
 

        ว่ากันว่าการเรียนภาษาจีนให้ได้สำเนียงที่ชัด ถูกต้องและฟังง่ายที่สุดควรเรียนที่แถบตะวันออกเฉียงเหนือของจีน (โดยเฉพาะฮาร์บิน) เพราะสำเนียงที่นี่ไม่ติดภาษาถิ่นและต่อให้พูดด้วยคำสแลงของแถบนี้คนจีนทั้งประเทศก็ยังเข้าใจว่าเราพูดอะไรค่ะ ซึ่งการเรียนภาษาจีนที่ภาคอื่นๆ ของจีนด้วยสำเนียงที่ติดภาษาถิ่นอาจจะทำให้คนจีนอีกครึ่งหนึ่งของประเทศไม่รู้ว่าเรากำลังพูดอะไร และถึงแม้ว่าหลายๆ ครั้งคนจะแนะนำให้ไปเรียนภาษาจีนที่ปักกิ่ง แต่ความจริงแล้วสำเนียงปักกิ่งนั้นค่อนข้างที่จะฟังยากกว่าแถบตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เพราะคนปักกิ่งจะเติมเสียง "errrrrr" ลงในคำนามเกือบทุกคำเลยค่ะ ดังนั้นถ้าอยากเรียนสำเนียงจีนแบบมาตรฐาน ฮาร์บินถือว่าตอบโจทย์ที่สุดค่ะ^^

 

2. เรียนภาษาที่มหาลัยชั้นนำของจีน
 

        Harbin Institute of Technology หรือ HIT เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน ที่ก่อตั้งในปี 1920  เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้านวิศวกรรมอันดับ 6 ของโลกจากการจัดอันดับของ U.S. News ในปี 2017 เปิดสอนถึง 18 คณะโดยเน้นด้านวิศวะ วิทยาศาสตร์และการวิจัย ที่นี่โด่งดังด้านวิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ที่สำคัญสำหรับใครที่อยากเรียนภาษาจีนที่นี่ก็มีคอร์สสอนภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติด้วย! โดยมีระยะเวลาให้เลือกตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน ไปจนถึง 10 เดือนเลยค่ะ แถมบริเวณมหาวิทยาลัยยังมีร้านอร่อยให้กินเพียบตั้งแต่ร้านหม่าล่า ร้านอาหารจีน ไปจนถึงร้านปิ้งย่างเกาหลีเลย
 
ช่วงเวลาที่เปิดคอร์สสอนภาษา
  • แบบ 1 เดือน เป็นคอร์สฝึกพูด มี 2 ช่วงให้เลือกคือ ภาคฤดูหนาว ม.ค. - ก.พ. และ ภาคฤดูร้อน ก.ค. - ส.ค. โดยจะเรียน 20 ช.ม. ต่อสัปดาห์ รวมเป็น 80 ช.ม.
  • แบบ 3 เดือน แบ่งเป็น 9 ระดับ มี 2 ช่วงให้เลือกค่ะ คือ ภาคฤดูใบไม้ร่วง มี.ค. - มิย และ ภาคฤดูใบไม้ผลิ ก.ย. - ธ.ค. โดยจะเรียน 20 ช.ม. และแต่ละคลาสจะมีนักเรียนไม่เกิน 15 คน
  • แบบ 10 เดือน เป็นคอร์สฝึกภาษาสำหรับต่อมหาวิทยาลัยค่ะ โดยจะสอนตั้งแต่ระดับพื้นฐานเลยค่ะ เริ่มตั้งแต่เดือน ก.ย. -  มิ.ย. เรียน 26 ช.ม. ต่อสัปดาห์ (แอบกระซิบว่าใครที่ทำผลการเรียนดีทางมหาลัยจะพิจารณาให้ทุนเรียนฟรี 1 ปีกับทางมหาวิทยาลัยด้วยค่ะ ^^)
     
        สำหรับน้องๆ ที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของคอร์สสอนภาษาและทุนการศึกษาได้เลยค่ะ

 

3. เป็นเมืองที่มีนักเรียนมาเรียนเยอะ 
 

        ฮาร์บินโด่งดังว่าเป็นเมืองของเหล่านักเรียนนักศึกษาจึงทำให้ค่าอาหารที่นี่ถูกมาก เหมาะสำหรับเหล่านักเรียนที่อยากประหยัดค่าครองชีพ ที่สำคัญค่าเดินทางถูกมากกก รถเมล์ธรรมดาราคาเพียงแค่ 5 บาทตลอดสาย ส่วนรถเมล์แอร์ก็แค่ 10 บาท ส่วนรถไฟใต้ดินราคาก็เพียงแค่ 10 - 15 บาทเท่านั้น! และสำหรับการเดินทางในจีนแนะนำให้เปิดแอป Baidu Map ได้เลยค่ะ รับรองว่าไม่มีหลงเลย^^

 

4. หมดห่วงเรื่องช็อปปิ้ง
 

        สำหรับน้องๆ ที่กลัวว่ามาอยู่เมืองที่ไม่ใช่เซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งจะมีที่ให้ช็อปปิ้งหรือเปล่า? ก็ไม่ต้องกลัวค่ะเพราะฮาร์บินถือเป็นเมืองเอกของ มณฑลเฮย์หลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเลย ไม่ว่าจะห้างหรือร้านแบรนด์ไปจนถึงร้านของฝากก็มีหมดค่ะ โดยแหล่งช็อปปิ้งของที่นี่ก็คือถนนจงยาง ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยๆ แบบยุโรป ให้เดินเล่น ถ่ายรูป ช็อปปิ้งกันเต็มที่เลย! ที่สำคัญอย่าลืมไปกิน ma die er (马迭尔) ไอติมนมของดังของถนนนี้นะคะ แบรนด์ไอติมนี้เปิดมานานถึง 100 กว่าปีเลย! (แอบกระซิบว่าอร่อยมาก ห้ามพลาด><)
 

ถนนจงยางในตอนกลางคืน
 

ถนนจงยางในตอนกลางวัน
 


 

5. เมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรม
 

        ฮาร์บินมีคำขวัญประจำเมืองว่า “สัมผัสเสน่ห์ยุโรปในจีน พักร้อนในเมืองน้ำแข็ง” เพราะเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่อยู่ใกล้พรมแดนระหว่างจีนกับรัฐเซีย แถมยังเคยถูกปกครองโดยรัฐเซีย จึงทำให้เมืองนี้กลายเป็นเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมที่แตกต่างเข้ากันได้อย่างลงตัว รวมไปถึงสถาปัตยกรรมในตัวเมืองและชีวิตของผู้คนก็ได้รับอิทธิพลจากแถบยุโรป กลายเป็นเมืองที่รวมเสน่ห์ความเป็นจีนและยุโรปเอาไว้ จนทำให้เมือได้รับฉายาว่า 'มอสโกแห่งตะวันออก' หรือ 'ปารีสแห่งตะวันออก 'เพราะสถาปัตยกรรมในเมืองคล้ายกับในมอสโกหรือปารีสนั่นเองค่ะ
 
        นอกจากสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายยุโรปแล้วเมืองแห่งนี้ยังมี ฮาร์บินโอเปร่าเฮาส์ ซึ่งเป็นอาคารที่ออกแบบให้คล้ายกับสายลมและสายน้ำซึ่งเป็นอาคารที่ได้รับรางวัล ArchDaily 2016 Building of the Year ด้วย ที่นี่เป็นสถานที่จัดแสดงดนตรีและเป็นโรงหนังค่ะ แค่ไปชมตึกสวยๆ ก็คุ้มแล้วค่ะ><
 

6. ฤดูร้อนเป็น "เมืองแห่งดนตรี"
 

        เมืองฮาร์บินมี 4 ฤดู ซึ่งแต่ละฤดูก็มีอากาศที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่กังวลว่าฮาร์บินจะหนาวตลอดทั้งปีหรือเปล่า? ก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะว่าในฤดูร้อนอากาศที่นี้ประมาณ 30 องศาเลย เพราะฉะนั้นไม่ได้หนาวอย่างเดียวแน่นอนค่า ยังได้สัมผัสอากาศอุ่นๆ อยู่ และฮาร์บินเองก็โด่งดังเรื่องเทศกาลในแต่ละฤดูของเมืองด้วยค่ะ โดยเทศกาลที่โด่งดังในฤดูร้อนคือ "มหกรรมดนตรีฤดูร้อนเมืองฮาร์บิน" ซึ่งจะมีศิลปินจากทั่วโลกมาแสดงคอนเสิร์ตและจัดเป็นประจำทุก 2 ปี ประกอบกับเป็นเมืองแรกของจีนที่มีวงออเคสตราและโรงเรียนสอนดนตรีเปิดสอน ทำให้ UNESCO ประกาศให้เมืองแห่งนี้เป็น "เมืองแห่งดนตรี" 

 

7. เป็น "เมืองแห่งน้ำแข็ง" ในฤดูหนาว
 

        เมื่อถึงหน้าหนาวก็ต้องไปเที่ยวเทศกาลดังของเมืองอย่าง "เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน" ซึ่่งเป็น 1 ใน 4 เทศกาลน้ำแข็งและหิมะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวแทนจากแต่ละประเทศจะเเข็งขันกันแกะสลักน้ำแข็ง และแน่นอนว่าพี่ไทยของเราก็เป็นแชมป์มาหลายสมัย ^-^ ขอบอกเลยว่าเทศกาลนี้สวยสุดๆ (และก็หนาวสุดๆ เช่นกัน ฮ่าๆ)
 

เทศกาลน้ำแข็งเมืองฮาร์บิน
photo credit: 
pixabay.com

 
        เป็นไงบ้างคะน้องๆ ฮาร์บินนี่นอกจากจะสำเนียงจีนชัดแล้วยังมีเทศกาลให้เที่ยวในหลายฤดูเลย รับรองว่ามาแล้วไม่มีทางเบื่อ>< สำหรับใครที่สนใจไปเรียนภาษาที่เมืองนี้ก็ลองไปปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ดูนะคะ แล้วก็เตรียมจัดกระเป๋าไปฮาร์บินกันเลยย


 
source
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pat___

พี่พัด - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ฮาร์บิน #harbin #เรียนจีน #ภาษาจีน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?