/>

‘Día de Muertos’ วันแห่งความตาย เทศกาลพื้นเมืองเม็กซิกัน ต้นแบบแอนิเมชันที่ดังไปทั่วโลก! []

วิว
   
        สวัสดีค่ะชาว Dek-D เมื่อพูดถึงเทศกาลช่วงปลายเดือนตุลาคม ที่มีการแต่งตัวแฟนซีตามวิญญาณ มีการกลับมาของวิญญาณจากโลกแห่งความตาย และมีขนมหวาน น้องๆ หลายคนคงนึกถึงเทศกาลฮาโลวีนกันใช่ไหมคะ? แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกหนึ่งเทศกาลที่เพิ่งเป็นที่รู้จักได้ไม่นานผ่านแอนิชั่น Coco จากค่ายดิสนีย์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่มีความคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือ “Día de Muertos” วันแห่งความตายของชาวเม็กซิกันนั่นเองค่ะ จะเป็นเทศกาลแบบไหนตามมาดูกันเลยย 


 

photo credit: unsplash

 

ประวัติความเป็นมาของเทศกาล 


        Day of the Dead หรือ Día de Muertos ในภาษาสเปน เป็นเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองทั่วทั้งเม็กซิโกโดยเฉพาะในแถบภาคกลางและภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีการฉลองในประเทศฟิลิปปินส์และแถบอเมริกาใต้ที่ได้รับวัฒนธรรมเม็กซิโกไปด้วยเช่นกัน
 
        เทศกาลนี้มีต้นกำเนิดตั้งแต่เมื่อ 3,000 กว่าปีก่อนโดยอ้างอิงจากความเชื่อของชาว Aztec ที่ว่าความตายเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรชีวิต คนที่ตายไม่ได้จากไปไหนแค่ย้ายไปอยู่อีกโลกหนึ่งและจะกลับมาเยี่ยมครอบครัวปีละครั้ง เมื่อความเชื่อนี้ส่งต่อมาปัจจุบันจึงทำให้ชาวเม็กซิกันแต่ละครอบครัวจะมารวมตัวกัน “เฉลิมฉลอง” เพื่อระลึกถึงคนที่จากไป ที่ใช้คำว่า “เฉลิมฉลอง” ก็เพราะว่าชาวเม็กซิโกไม่ได้มองการตายเป็นเรื่องน่าเศร้า พวกเขาจึงเฉลิมฉลองกับการที่คนที่จากไปกลับมาเยี่ยมเยียนคนที่ยังมีชีวิตอยู่เป็นเวลา 1 วัน ที่สำคัญในปี 2008 ทาง UNESCO ยังได้ประกาศให้เทศกาลนี้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอีกด้วย
 
         ในปัจจุบันเทศกาลนี้กลายเป็นการรวมความเชื่อพื้นเมืองเข้ากับเทศกาลตามความเชื่อทางศาสนาของชาวคริสเตียน โดยมี 3 วัน คือ
  • วันที่ 31 ตุลาคม เรียกว่า All Hallows Eve เป็นวันที่เชื่อว่าวิญญาณของเด็กๆ ที่เสียไปจะกลับมาเยี่ยมที่บ้าน ทำให้ก่อนคืนวันที่ 31 ตุลาคม สมาชิกในครอบครัวจะทำความสะอาด เตรียมอาหารและขนมไว้ให้พร้อมโต๊ะบูชา เพื่อเป็นการต้อนรับวิญญาณของเด็กๆ ที่กลับมาบ้าน
  • วันที่ 1 พฤศจิกายน เรียกว่า All Saints Day เป็นวันที่วิญญาณผู้ใหญ่จะกลับมาเยี่ยมที่บ้าน
  • วันที่ 2  พฤศิจกายน เรียกว่า All Soul Day เป็นวันที่ทั้งครอบครัวจะไปที่สุสานเพื่อทำความสะอาดและตกแต่งสุสานด้วยดอกดาวเรือง โดยมีความเชื่อว่ากลีบดอกไม้สีสันสดใสกับกลิ่นที่หอมจะช่วยนำทางวิญญาณกลับมาบ้าน ในบางเมืองเช่น เมือง Mixquic เมือง Pátzcuaro และเมือง Janitzio ผู้คนนิยมไปอยู่สุสานทั้งคืนเพื่อที่จะได้ใช้เวลากับผู้ที่จากไปให้ได้นานที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะกลับโลกแห่งความตาย และในอีกหลายๆ เมืองผู้คนก็นิยมไปนั่งปิกนิกกันที่สุสานเช่นกัน โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อไปปิกนิกกันที่สุสานสมาชิกในครอบครัวก็จะสวดภาวนากันค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าเทศกาลนี้คือการเฉลิมฉลองเพราะฉะนั้นนอกจากการสวดภาวนาแล้ว สมาชิกในครอบครัวยังจะเล่าเรื่องราวความทรงจำเกี่ยวกับผู้ที่จากไปให้ลูกหลานฟังด้วยค่ะ (เรื่องตลกก็ได้นะเอ้อ) อ่านไปอ่านมาก็นึกถึงเทศกาลเชงเม้งของบ้านเราเลยค่ะ 555

     

การตกแต่งแท่นบูชา


        การตกแต่งแท่นบูชาโดยปกติจะประกอบด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้จากไปชอบ ดอกดาวเรือง เทียน ขนมรูปหัวกะโหลก รูปของผู้ที่จากไป ของเล่นหรือเครื่องประดับที่ผู้เสียชีวิตชื่นชอบ รวมถึงหมอนกับผ้าห่มที่เอาไว้ให้วิญญาณพักผ่อนหลังจากเดินทางกลับถึงบ้านด้วยค่ะ โดยการตกแต่งแท่นบูชามีความแตกต่างกันในแต่ละครอบครัวค่ะ บางครอบครัวก็ทำแท่นบูชากันที่บ้าน บางครอบครัวก็ไปทำแท่นบูชากันที่สุสานขึ้นอยู่กับความใกล้ไกลของสุสาน เพราะเมื่อก่อนชาวเม็กซิโกนิยมสร้างสุสานไว้ใกล้บ้าน เพื่อที่ญาติๆ ที่เสียไปจะได้ยังอยู่ใกล้กับครอบครัว เมื่อถึงเทศกาลก็จะโรยกลีบดอกดาวเรืองเป็นทางตั้งแต่สุสานไปจนถึงบ้านเพื่อให้วิญญาณที่กลับมากลับไปบ้านถูก


photo credit: Paolaricaurte, Wikimedia Commons
 

กระดาษ Papel Picado 


        Papel Picado คือกระดาษที่ใช้ห้อยประดับไปทั่วทุกที่ตลอดช่วงเทศกาล ทำจากกระดาษสีบางๆ โดยใช้ค้อนและสิ่วในการทำลวดลาย สื่อถึงลมหายใจและความเปราะบางของชีวิต
 

photo credit: Miguel Á. Padriñán from Pixabay
 

การแต่งตัว


        ผู้คนจะแต่งหน้าแต่งตัวเลียนแบบโครงกระดูก สวมเสื้อสูท เสื้อผ้าตามแบบผู้เสียชีวิต หรือแม้แต่เสื้อผ้าแฟนซีที่ตกแต่งด้วยเปลือกหอยโดยมีความเชื่อว่า เมื่อพวกเขาเต้นรำเปลือกหอยที่กระทบกันจะเกิดเสียงช่วยปลุกวิญญาณของญาติๆให้ตื่น
 
 
photo credit: 
Cristian Newman on Unsplash

แอนิเมชัน Coco


        เดิมทีแล้วเทศกาลนี้ในเม็กซิโกแทบจะถูกกลืนไปกลับเทศกาลฮาโลวีนเลยค่ะ เพราะมีวันที่ตรงกันด้วย ประกอบกับการแต่งชุดแฟนซีก็เหมือนกันอีก จึงทำให้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงวันฮาโลวีนของเม็กซิโก แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้เทศกาลนี้กลับมาเป็นที่สนใจของชาวเม็กซิโกก็เพราะว่า “Spectre” หนังภาคต่อของภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง James Bond 007 ที่นำเสนอภาพขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ของเทศกาลนี้ในเม็กซิโก ทำให้ได้รับความสนใจไปทั่วโลก และเมื่อทางดิสนีย์หยิบเทศกาลนี่มาทำเป็นแอนิเมชันจึงยิ่งต่อยอดความโด่งดังให้กับเทศกาล Day of the Dead ยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทางดิสนีย์เนี่ยเรียกว่าเก็บรายละเอียดต่างๆ ของเทศกาลได้ดีมากๆ เลยค่ะ โดยนำเสนอตั้งแต่การเตรียมตัวของครอบครัวในวัน All Hallows Eve การตกแต่งแท่นบูชา ไปจนถึงความเชื่อที่สอดแทรกในตัวแอนิเมชันได้อย่างเข้าใจง่าย แม้แต่เพลงอินโทรก็ยังมีภาพประกอบสวยๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Papel Picado ด้วยค่ะ
 
        กระแสตอบรับจากทั้งภาพยนตร์และแอนิเมชันทำให้เทศกาลนี้กลับมาเป็นที่สนใจของคนในเม็กซิโกอีกครั้ง จากแต่เดิมที่ในช่วงนี้ของทุกปีร้านขายของจะขายแต่สินค้าสำหรับเทศกาล Halloween แต่หลายๆ ปีมานี้ สินค้าสำหรับเทศกาล Day of the Dead กลับเข้ามาแทนที่ ตั้งแต่ขนมรูปหัวกะโหลก Papel Picado ไปจนถึงภาพโฆษณาของเทศกาลที่มีปรากฏไปทุกที่ตั้งแต่บนขวดเบียร์ไปจนถึงอาหารกระป๋อง แม้แต่ทางโรงเรียนก็ยังให้เด็กๆ แต่งตัวให้เข้ากับเทศกาล Day of the Dead มากขึ้นแทนที่จะไปแต่งให้เข้ากับเทศกาลฮาโลวีน ไปจนถึงการที่ทางรัฐบาลเม็กซิโกจัดพาเหรดของเทศกาลขึ้นตามอย่างในภาพยนตร์ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากอย่างในปี 2017 ก็มีผู้เข้าร่วมงานถึง 3 แสนคนเลยทีเดียว!


 
        เห็นแบบนี้แล้วก็อยากไปสัมผัสบรรยากาศของเทศกาลนี้ถึงประเทศเม็กซิโกบ้างนะคะเนี่ย สงสัยจะต้องเก็บเงินไปให้ได้สักครั้งแล้วล่ะ แต่ระหว่างที่งบไม่ถึงพี่คงได้แต่ดูแอนิเมชัน coco อยู่บ้านแทนไปก่อน ฮ่าๆ



 

 
source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pat___

พี่ภัทร - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#วัฒนธรรม #เทศกาล #วัฒนธรรมต่างประเทศ #เม็กซิโก #ดิสนีย์ #disney

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?