/>
ซ่อน
แสดง

#KIMONO หรือเปล่านะ? เคลียร์ชัด 5 ความต่างระหว่าง "กิโมโน vs. ยูกาตะ" []

วิว
       คนนิจิวะค่ะชาว Dek-D ก่อนหน้านี้น้องๆ น่าจะได้เห็นข่าวเปิดตัวแบรนด์ชุดชั้นในของคิม คาร์เดเชียนที่ตั้งชื่อว่า #KIMONO เล่นคำกับชื่อของเธอเอง แต่ปัญหาอยู่ที่ชื่อนี้ดันไปซ้ำกับชื่อชุดกิโมโนของซึ่งเป็นชุดประจำชาติของญี่ปุ่นเข้า งานนี้ชาวญี่ปุ่นเลยร่วมกันลงชื่อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์กันยกใหญ่ พร้อมกับใส่ชุดกิโมโนถ่ายลงโซเชียลจนเป็นกระแส แต่เชื่อว่ามีหลายคนเลยที่เคยได้ยินชื่อชุดยูกาตะและเกิดความสับสนว่า อ้าว แล้วชุดกิโมโนนั้นใช่ชุดเดียวกับชุดยูกาตะหรือเปล่าเนี่ย? วันนี้ พี่เยลลี่ เลยจะมาช่วยไขข้อข้องใจให้น้องๆ กันค่ะ ว่าแล้วก็ตามมาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยค่า!

 
       ถ้าน้องๆ ได้ติดตามข่าวอยู่บ้าง จะเห็นว่ากระแสการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนชื่อแบรนด์นั้นจริงจังไม่น้อยเลย ขนาดที่นายกเทศมนตรีของเกียวโตเขียนจดหมายถึงคิม คาร์เดเชียนให้มีการพิจารณาเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เลยด้วยซ้ำ ซึ่งการที่ชาวญี่ปุ่นเค้าจะจริงจังถึงขั้นนี้ก็ไม่แปลกอะไร เพราะ “ชุดกิโมโน” ถือเป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติของญี่ปุ่นที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีการพัฒนาและดัดแปลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ในสมัยเฮอันหรือประมาณ 1,000 ปีที่แล้ว (นานมาก!)  
 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 
       ที่จริงแล้วคำว่ากิโมโน มาจากคำว่า “着” (คิ) ในกริยา 着る (คิรุ) ที่แปลว่าสวมใส่ กับคำว่า “物” (โมโนะ) ที่แปลว่าสิ่งของ โดยรวมจึงแปลว่า “สิ่งที่ไว้สวมใส่” นั่นเองค่ะ ชุดกิโมโนสามารถใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่จะมีลวดลายและรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ที่สำคัญคือคนญี่ปุ่นเองก็ยังใส่ชุดกิโมโนนี้ในปัจจุบันตามโอกาสสำคัญต่างๆ ด้วย บางทีเดินๆ เที่ยวอยู่ก็อาจจะเจอคนใส่กิโมโนเดินสวนมาก็ได้ (พี่เคยเจอที่อาซากุสะค่ะ ชาวต่างชาติรุมขอถ่ายรูปเต็มเล้ย) 
 
       แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเวลาเราเห็นคนญี่ปุ่นแต่งชุดในลักษณะนี้จะต้องเป็นกิโมโนเสมอไปนะคะ เพราะจริงๆ แล้วยังมีชุดนึงซึ่งมีลักษณะคล้ายๆ กันที่เรียกว่า “ยูกาตะ” อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นคนที่สับสนว่าทั้ง 2 ชื่อนี้เป็นชุดเดียวกันหรือเปล่า คำตอบก็คือคนละชุดกันค่ะ ถือว่าหายสงสัยไปเปราะนึง ประเด็นก็คือเราจะรู้ได้ยังไงว่าชุดไหนคือกิโมโน ชุดไหนคือยูกาตะกันแน่ เพราะคนต่างชาติแบบเราถึงมีรูปมาเทียบให้ดูก็ยังต้องขมวดคิ้วอยู่ดีเนื่องจากชุดมันคล้ายกันมากก แต่ที่จริงแล้วมันความแตกต่างอยู่ค่ะ แถมสังเกตได้ไม่ยากด้วย รับรองว่าอ่านจบแล้วแยกได้อย่างแน่นอน!

 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

1. ฤดูและโอกาสที่ใส่


       ถ้าน้องๆ ไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเจอสาวญี่ปุ่นใส่ชุดแบบนี้มา แต่สงสัยว่าเค้ากำลังใส่กิโมโนหรือยูกาตะอยู่กันแน่ ให้สังเกตจากฤดูที่เราไปเที่ยวค่ะ โดยปกติแล้วในฤดูร้อนหรือฤดูใบไม้ผลิคนญี่ปุ่นจะใส่ชุดยูกาตะกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเนื้อผ้าเบาและบางกว่า ถ้าใครอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นก็น่าจะคุ้นกับซีนที่นางเอกใส่ชุดยูกาตะไปเดทกับพระเอกในงานเทศกาลฤดูร้อน (ซีนยอดฮิตมากเวอร์ 5555) ในขณะที่ฤดูหนาวหรือฤดูใบไม้ร่วง รวมไปถึงโอกาสสำคัญๆ อย่างงานพิธีการเค้าจะนิยมใส่ชุดกิโมโนค่ะ  

 

2. วัสดุที่ใช้ทำชุด


       สำหรับข้อนี้อาจจะเหมาะกับคนที่สังเกตเนื้อผ้าเป็นซักหน่อย เพราะจะดูความต่างกันที่ผ้าค่ะ โดยมากชุดยูกาตะจะทำจากผ้าฝ้ายหรือโพลีเอสเตอร์ ซึ่งเป็นผ้าที่มีลักษณะบางและเบา ทำให้เหมาะกับการใส่ในฤดูร้อน ส่วนกิโมโนจะทำจากผ้าไหมซึ่งหนา มีน้ำหนัก และดูเรียบหรูกว่า จึงเหมาะกับการใส่ในฤดูหนาวและใส่ออกงานสำคัญๆ นั่นเอง  

 

3. ชั้นปกกิโมโน


       ใครที่ดูเนื้อผ้าไม่เป็นก็อย่าเพิ่งท้อแท้ไปค่ะ ให้เปลี่ยนมาสังเกตจากปกของชุดแทน ถ้าเป็นชุดกิโมโนล่ะก็ต้องมีปก 2 ชั้นซ้อนกัน อย่างที่บอกว่าชุดกิโมโนทำมาจากผ้าไหม เวลาทำความสะอาดจะยุ่งยากกว่าผ้าชนิดอื่น คนญี่ปุ่นจึงใส่ “นาคะจูบัง” หรือชุดชั้นในสำหรับกิโมโนไว้ก่อน 1 ชั้นแล้วค่อยใส่กิโมโนทับ เพื่อป้องกันเหงื่อและคราบสกปรกโดนชุดกิโมโนโดยตรง ส่วนชุดยูกาตะจะมีเพียงแค่ปกเดียวเพราะเป็นผ้าฝ้ายที่ทำความสะอาดง่ายกว่า จึงไม่ต้องใส่นาคะจูบังข้างในค่ะ 
 

4. ถุงเท้าและรองเท้า


       ดูที่ปกเสื้อแล้วก็มาสังเกตที่เท้ากันต่อ (แอบเหมือนโรคจิตอยู่หน่อยๆ … 5555) เนื่องจากกิโมโนนั้นใช้ใส่ในงานสำคัญๆ ถือได้ว่าเป็นชุดที่มีความสุภาพ ดังนั้นจึงไม่ควรให้เห็นเท้าเปล่า เลยต้องใส่ถุงเท้าที่เรียกว่า “ทาบิ” ด้วยค่ะ ซึ่งทาบิมีลักษณะพิเศษตรงที่มีรอยแยกอยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เพื่อให้ใส่รองเท้าเดินได้อย่างสะดวก (รองเท้าที่ใส่กับกิโมโนและยูกาตะจะเป็นเกี๊ยะ อารมณ์แบบรองเท้าแตะคีบ) แต่ถ้าน้องๆ เห็นว่าเค้าไม่ได้ใส่ทาบิด้วย ก็มีแนวโน้มว่าชุดที่เห็นจะเป็นชุดยูกาตะนั่นเองค่ะ
 

Photo Credit: https://unsplash.com/
 

5. ราคา


       ความแตกต่างที่สำคัญข้อสุดท้ายก็คือราคาค่ะ ชุดกิโมโนจะมีราคาแพงกว่ายูกาตะ แถมการใส่แต่ละทีก็ไม่ใช่มีแค่กิโมโนชิ้นเดียว ยังต้องมีชุดซับข้างใน ผ้าคาดต่างๆ ร่วม 10 ชิ้น ยิ่งถ้าเป็นชุดที่คุณภาพดีๆ มากๆ ล่ะก็รวมๆ กันแล้วอาจจะมีราคาสูงถึง 200,000 เยนเลยด้วยซ้ำ ส่วนยูกาตะมีตั้งแต่ 2,000 เยนไปจนถึง 10,000 เยน แล้วแต่คุณภาพเช่นกันค่ะ

 
       เป็นยังไงบ้างคะ อ่านจบแล้วพี่ว่าตอนนี้น้องๆ น่าจะพอแยกได้แล้วล่ะว่าอันไหนคือชุดกิโมโน อันไหนคือชุดยูกาตะ แต่จุดที่เหมือนกันก็คือน่าจะใส่ยากนี่แหละค่ะ ถ้ามัดไม่ดีมีเรื่องแน่ๆ 5555 ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นก็อย่าลืมไปลองใส่กันดูนะคะ ถือว่าไปสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบแท้ๆ สักครั้ง ><

 
Sources:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=yelly

พี่เยลลี่ - ผู้เขียน

อักษรศาสตร์ เอกมโน โทติ่ง หิวชานมตลอดเวลาและเป็นทาสลูกน้องแมว

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #กิโมโน #ยูกาตะ #ชุดประจำชาติญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น ##KIMONO

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?