/>
ซ่อน
แสดง

น่าอิจฉา! 5 ประเทศที่คนทำงานมี Work-Life Balance ดีที่สุดในโลก []

วิว
          สวัสดีค่ะน้องๆ Dek-D เคยคิดมั้ยคะว่าหลังเรียนจบแล้วอยากจะทำงานแบบไหน? งานที่ได้เงินเดือนสูงแต่อาจจะต้องเลิกงานช้าหรือต้องทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ด้วย หรือว่างานที่เรามีเวลาไปเดินเล่นชอปปิงหลังเลิกงานมีวันหยุดให้พักผ่อน วันนี้พี่ไอซ์เลยจะมานำเสนอ 5 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มี Work-Life Balance ที่ดีที่สุด พร้อมแล้วก็ไปกันเลยยย


1. ประเทศเนเธอร์แลนด์



Photo Credit: Unsplash

          เพราะว่าความสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวมีผลต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของแรงงาน บริษัทต่างๆ จึงต้องพยายามรักษาสมดุลนี้เพื่อผลประโยชน์สูงสุด ชาวเนเธอร์แลนด์ให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมากจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมบริษัทมากมายในประเทศนี้ถึงมีการปรับระบบให้พนักงานสามารถยืดหยุ่นเวลาทำงานได้ (เวลาไปสายเพราะรถติด เขาก็อะลุ่มอล่วยให้เหมือนกันนะ)

เวลาทำงาน: จันทร์-ศุกร์ 8.30 น. - 17.30 น. / 36-40 ชม. ต่อสัปดาห์ (นี่จึงเป็นสาเหตุที่พวกเขามักจะมีเวลากลับไปกินข้าวเย็นกับครอบครัวเสมอ)

วันพักร้อน: 4 สัปดาห์ต่อปี
*การลาคลอด: คุณแม่สามารถลาคลอดได้ถึง 16 สัปดาห์ โดยจะยังได้รับเงินตามปกติและคุณพ่อสามารถลาได้เช่นกันแต่จำนวนวันขึ้นอยู่กับแต่ละที่


2. ประเทศเดนมาร์ก



Photo Credit: Unsplash

          สำหรับประเทศเดนมาร์ก เพื่อให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนมีสมดุลในการทำงานและการใช้ชีวิต บริษัทต่างๆ จึงให้ความสำคัญกับความสุขทั้งกายและใจของแรงงานทุกคนอยู่เสมอ เราเลยเห็นว่าที่ทำงานหลายๆ แห่งให้โอกาสพนักงานในการปรับเวลาทำงานตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว

          อีกทั้งยังให้การสนับสนุนครอบครัวที่มีลูกที่ยังเด็กอีกด้วย ในเดนมาร์กนั้นมีนโยบายให้ฝ่ายคุณแม่ลาคลอดถึง 18 สัปดาห์และให้ฝ่ายคุณพ่อลาหยุดงานได้ถึง 2 สัปดาห์โดยยังได้รับเงินเดือนตามเดิม นอกจากนี้ยังอนุญาตให้พนักงานที่มีลูกยังเด็กออกไปรับลูกที่โรงเรียนหรือแม้กระทั่งให้เงินตามปกติในวันที่พนักงานพาลูกไปหาหมออีกด้วย (ใส่ใจพนักงานสุดๆ ไปเลยใช่มั้ยล่ะคะ^^)

เวลาทำงาน: จันทร์-ศุกร์ 8.00 หรือ 8.30 น. - 17.00 น. / 35-41 ชม. ต่อสัปดาห์ (คนเดนมาร์กมักจะรีบตรงกลับบ้านทันทีหลังเลิกงานแต่ในเวลางานพวกเขาก็ทำงานกันอย่างหนักนะคะ > <)

วันพักร้อน: 5 สัปดาห์ต่อปี
*การลาคลอด: คุณแม่สามารถลาคลอดได้ถึง 18 สัปดาห์ (ก่อนคลอด 4 สัปดาห์และหลังคลอด 14 สัปดาห์) และคุณพ่อสามารถลาได้ 2 สัปดาห์โดยจะยังได้รับเงินตามปกติ


3. ประเทศฝรั่งเศส



Photo Credit: Unsplash

          สิ่งที่ทำให้ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่อง ‘Work-life Balance’ ก็คงจะหนีไม่พ้นความหยืดหยุ่นในเวลาทำงานนั่นเอง พวกเขาอยากให้ประชาชนได้มีเวลาให้กับครอบครัวหรือว่ามีเวลาในการใช้ชีวิตส่วนตัวบ้างเลยอนุญาตให้พนักงานลาเพื่อไปศึกษาหาความรู้หรือว่าทำกิจกรรมที่ตัวเองสนใจได้ซึ่งหมายความว่าแรงงานเหล่านี้สามารถจัดระเบียบชีวิตการทำงานและชั่วโมงการทำงานได้ด้วยตนเอง (แต่ควรแจ้งล่วงหน้าด้วยนะว่าวันไหนหรือว่าเดือนไหน)

เวลาทำงาน: จันทร์-ศุกร์ 8.00 หรือ 9.00 น. ถึง 12.00 หรือ 12.30 น. และจาก 14.00 หรือ 14.30 น. ถึง 18.00 น. / 35 ชม. ต่อสัปดาห์

วันพักร้อน: 5 สัปดาห์ต่อปี
*การลาคลอด: คุณแม่สามารถลาคลอดได้ถึง 16 สัปดาห์ (ก่อนคลอด 6 สัปดาห์และหลังคลอด 10 สัปดาห์) และคุณพ่อสามารถลาได้ 11 วันโดยจะยังได้รับเงินตามปกติ


4. ประเทศนอร์เวย์



Photo Credit: Unsplash

          ประเทศนอร์เวย์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผู้คนให้ความสำคัญกับครอบครัวมากกว่างานเลยไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมการเลิกงานก่อนเวลา 30 นาทีเพื่อไปรับลูกจากโรงเรียนหรือว่าพาลูกไปซ้อมกีฬาถึงเป็นเรื่องปกติในประเทศนี้ (แต่ว่าเวลาที่พวกเขาทำงาน พวกเขาก็จริงจังและจดจ่ออยู่แค่กับงานจริงๆ น้า)

          นอกจากนั้นสถานที่ทำงานหลายๆ แห่งก็มีสิทธิพิเศษหรือกิจกรรมต่างๆ ให้กับพนักงานของพวกเขาอยู่เสมอเช่นกัน เช่น งานกีฬาสี กิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ คลาสเพื่อสุขภาพ คลาสภาวะการเป็นผู้นำ หรือสมาชิกยิมออกกำลังกาย (อื้อหืออ สวัสดิการดีมากๆ เลยยย)

เวลาทำงาน: จันทร์-ศุกร์ 8.00 น. ถึง 16.00 น. / 37-38 ต่อสัปดาห์
วันพักร้อน: 25 วันต่อปี
*การลาคลอด: กฎหมายบังคับให้คุณแม่ลาคลอดเป็นเวลา 9 สัปดาห์และคุณพ่อจะต้องลาหยุดทั้งหมด 14 สัปดาห์ก่อนลูกอายุครบ 3 ปี (เนื่องจากว่าประเทศนี้สนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในการเลี้ยงดูบุตร)


5. ประเทศเบลเยียม



Photo Credit: Pixabay

          ประเทศเบลเยียมก็เป็นอีกประเทศที่หลายคนให้การยอมรับว่ามี ‘Work-life Balance’ ที่ดี คนที่นี่มีความคิดที่ว่าพวกเขาทำงานเพื่อมีชิวิตอยู่ไม่ใช่มีชีวิตอยู่เพื่อทำงาน องค์กรต่างๆ ในเบลเยียมก็ตระหนักถึงเรื่องนี้เลยพยายามปรับระบบให้พนักงานของพวกเขามีสมดุลในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวด้วยการยืดหยุ่นเวาลาการทำงาน รวมทั้งออกนโยบายที่ช่วยลดแรงกดดันในการทำงานอีกด้วย

          ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันนี้ก็มีการทำงานที่บ้านหรือการทำงานทางโทรศัพท์ก็มีเพิ่มมากขึ้นในเบลเยียมเพราะผู้คนบางส่วนอยากที่จะใช้เวลากับครอบครัวให้มากกว่า แต่การทำงานประเภทนี้ก็ยังไม่ได้แพร่หลายมาก ส่วนมากเป็นเพียงบริษัทย่อยของบริษัทต่างชาติ

เวลาทำงาน: จันทร์-ศุกร์ 8.30 น. ถึง 17.30 น. (บางครั้ง 9.00 น. ถึง 18.00) / 40 ชม. ต่อสัปดาห์
*รัฐบาลของเบลเยียมได้นำนโยบายของ EU มาใช้โดยการกำหนดให้แรงงานแต่ละคนทำงานไม่เกิน 48 ชม. ต่อสัปดาห์

วันพักร้อน: 4 สัปดาห์ต่อปี
*การลาคลอด: คุณแม่สามารถลาคลอดได้ถึง 15 สัปดาห์ แต่ว่าจะได้รับเงินเดือนตามปกติแค่ 30 วันแรก ส่วนวันที่เหลือจะได้รับเงิน 75% ของเงินเดือน และคุณพ่อสามารถลาหยุดได้ถึง 6 สัปดาห์โดยบังคับ 1 สัปดาห์ก่อนคลอดและอีก 5 สัปดาห์หลังคลอดเป็นทางเลือก

          อ่านจบแล้วก็อยากไปทำงานกันที่ประเทศเหล่านี้เลยใช่มั้ยล่ะคะ > < ไม่ยากเลยค่ะ! ตั้งใจเรียนและหมั่นทบทวนบทเรียนบ่อยๆ รับรองว่าในอนาคตน้องๆ Dek-D ก็มีโอกาสได้ทำงานสักที่ใน 5 ประเทศนี้แน่นอนนนน





Source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #WorklifeBalance #Netherland #Denmark #Belgium #France #Norway

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?