/>

ส่องกระแสแอนตี้ 'Begpackers' นักท่องเที่ยวฝรั่งที่นั่งขอทานในเอเชียเพื่อหาเงินเที่ยว! []

วิว
          สวัสดีค่าน้องๆ Dek-D มีใครเคยเห็นชาวต่างชาติมานั่งขายของหรือว่านั่งตามริมข้างทางกันเพื่อขอเงินไปเที่ยวกันบ้างมั้ยคะ? แล้วรู้มั้ยคะว่าคนท้องถิ่นในแต่ละประเทศคิดเห็นยังไงกับคนเหล่านี้? วันนี้พี่ไอซ์จะมาบอกเล่าให้ฟัง ใครพร้อมแล้วก็ตามพี่มาได้เล้ยยย!

          น้องๆ รู้มั้ยคะว่าเราเรียกชาวต่างชาติที่มาหาเงินริมถนนเหล่านี้ว่า ‘begpacker’ (คำนี้มาจากการเล่นคำว่า backpack ซึ่งแปลว่า นักท่องเที่ยว backpacker + beg ซึ่งแปลว่า ขอทาน) และบ้านเราไม่ใช่จุดหมายเดียวที่คนกลุ่มนี้แบ็คแพ็กมาเล่นดนตรีหาเงินหรือว่าขอระดมทุนเพื่อท่องเที่ยวนะคะ เพราะประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างสิงค์โปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ก็เจอเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน

          อย่างไรก็ตาม คนในประเทศที่มีเหล่า Begpacker ไปเยือนต่างให้ความสนใจปัญหานี้ โดยพวกเขามองว่าสิ่งที่ชาวตะวันตกกลุ่มนี้ทำเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เวลาตนอยากเที่ยวก็สามารถเก็บหอมรอบริมได้เป็นเดือนเป็นปีเพื่อให้ได้ไปเที่ยวในที่ที่ต้องการ แต่ทำไมฝรั่งที่อยู่ในประเทศที่สภาพความเป็นอยู่ดีกว่า จึงเลือกที่จะมาขอเงินคนอื่นเพื่อไปเที่ยวล่ะ? 

          ว่าแล้วเราก็มาฟังความคิดเห็นของคนใน 3 ประเทศหลักๆ ที่ ‘Begpackers’ ชอบไปกันเลยดีกว่า!


1. ประเทศอินโดนีเซีย


          แม้ในอินโดนีเซียจะมีมาตรการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศ โดยอนุญาตให้ชาวตะวันตกเข้าประเทศได้อย่างงายดายโดยไม่ต้องมีวีซ่า แต่ชาวอินโดนีเซียจำนวนก็ไม่พอใจ Begpackers ที่เข้ามาในประเทศของพวกเขา เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังทำผิดกฎหมายของที่นี่อีกด้วย เพราะอย่างที่รู้กันว่าพวกเขาเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว จึงไม่สามารถทำงานหาเงินได้ แต่ยังมีหลายคนแอบลักลอบทำ โดยรูปแบบที่พบเยอะเป็นพิเศษก็คือ “การขอทาน” นี่แหละค่ะ 

          ยิ่งไปกว่านั้น ชาวอินโดนีเซียมองว่ามันไม่ยุติธรรมมากๆ ที่คนกลุ่มดังกล่าวจะเข้ามาหาเงินในประเทศได้ง่ายๆ แค่มีพาสปอร์ตกับตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าชาวอินโดฯ ต้องการไปประเทศฝั่งตะวันตกบ้าง กลับต้องเตรียมเอกสารมากมาย ทั้งเอกสารรับรองรายได้ เอกสารการจองโรงแรม และเงินอีกจำนวนมากสำหรับท่องเที่ยว

          ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ก็ยังบอกกับสื่ออีกว่า Begpackers เหล่านี้เริ่มสร้างปัญหาอย่างมาก (โดยเฉพาะในบาหลีที่มีนักท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ) เพราะหลายคนใช่ว่าจะมีเงินจริงๆ เพียงแต่พวกเขามาเพื่อหลอกเอาเงินจากคนอื่น จริงๆ แล้วเมื่อก่อนทางการอินโดฯ พยายามช่วยเหลือโดยการสนับสนุนเรื่องอาหารและที่พักด้วยนะคะ แต่ในปัจจุบันกลับมีคนกลุ่มนี้มากขึ้นทุกวัน จนพวกเขาเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าชาวต่างชาติพวกนี้พูดจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหยุดให้ความช่วยเหลือ และส่งตัวกลับไปยังสถานทูตแทน


2. ประเทศมาเลเซีย



Photo Credit: thestar

          เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในกัวลาลัมเปอร์มีสามีภรรยาชาวรัสเซียโชว์เหวี่ยงเด็กทารกวัย 4 เดือนไปมาในอากาศเพื่อขอรับบริจาคเงินจากคนในท้องถิ่น เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจจากคนแถวนั้นอย่างมากจนมีการถ่ายวิดีโอแชร์กันกระหน่ำในโลกโซเชียล ต้องบอกว่าคนที่ดูคลิปก็ไม่ค่อยชอบใจการกระทำของคู่รักคู่นี้สักเท่าไหร่ สุดท้ายก็มีคนโทรไปแจ้งตำรวจเพื่อขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว

          แล้วในที่สุด คู่รักนักขอทานชาวรัสเซียก็ถูกจับกุมไปตามระเบียบ ในข้อหาทำให้เด็กทารกตกอยู่ในอันตรายค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในมาเลเซียหรอกนะคะ แต่ครั้งนี้ถือว่าโหดร้ายกว่าครั้งก่อนมากไปจริงๆ พูดง่ายๆ คือพวกเขาไม่ควรที่จะเอาลูกของตัวเองมาเสี่ยงอันตรายเพื่อการหาเงินเช่นนี้เลย

          ทางด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวศิลปะและวัฒนธรรมของมาเลเซียได้ออกมาเตือน Begpackers เหล่านี้ให้หยุดหาผลประโยชน์จากความใจดีของคนในมาเลเซียเพื่อหาเงินเที่ยวได้แล้ว เพราะการกระทำนี้ส่งผลเสียต่อทั้งประชาชนและประเทศมาเลเซีย เขาเสริมอีกว่านักท่องเที่ยวต่างชาติควรเข้ามาเพิ่มรายได้ให้ประเทศ ไม่ใช่เป็นคนมาเลเซียที่ต้องให้เงินกับบุคคลเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลของมาเลเซียได้ย้ำว่าจะพยายามเร่งแก้ไขปัญหานี้ให้มากที่สุดด้วย  


Photo Credit: Imsolotraveller

          ปิดท้ายกันที่บ้านเราค่ะ คนไทยหลายคนก็ไม่พอใจ Begpackers เพราะเป็นการกระทำที่ไม่สมควร หากชาวต่างชาติอยากเที่ยวควรหาเงินด้วยตัวเองมากกว่าขอผู้อื่น เพราะจริงๆ ก็ยังมีคนในประเทศอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือและมีเหตุผลจำเป็นมากกว่าคนเหล่านี้ (ก็จริงๆ นะคะน้องๆ เพราะกว่าพี่จะเก็บเงินเที่ยวได้แต่ละทีต้องใช้เวลานานเหมือนกัน มาขอกันง่ายๆ แบบนี้ก็ไม่ไหว) 
 
          ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนก็ไม่พอใจอย่างมากที่นักท่องเที่ยวบางคนโกหกว่าพวกเขาไม่มีเงินกลับประเทศ ทั้งที่จริงๆ เป็นแค่วิธีหลอกเอาเงินจากคนท้องถิ่น พี่เองก็เคยเจอกับตัวเองเหมือนกันนะ แถมๆ สยามมักมีฝรั่งมาขายโปสการ์ดโดยอ้างว่าหาเงินกลับประเทศ ขายนานมากจนพี่ไม่รู้แล้วว่าเขาพูดจริงหรือโกหกกันแน่

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในไทยก็ชี้แจงว่า พวกเขาไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ เพราะก่อนจะเข้ามาในไทยได้ เจ้าหน้าที่ก็มีตรวจเช็กอยู่แล้วว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีเงินสดมากกว่า 20,000 บาทหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขามีเงินใช้จ่ายเพียงพอต่อการท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่จะเพ่งเล็งนักท่องเที่ยวที่มาด้วยวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะเป็น Begpackers
          
          อย่างไรก็ตาม คนไทยบางคนก็เชื่อว่าถ้าทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออกกฎระเบียบข้อบังคับฉบับใหม่ออกมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ จำนวน Begpackers ที่เข้ามาในไทยก็น่าจะลดลง
 

Photo Credit : Raphael Rashid

          ทุกวันนี้ Begpackers ชาวตะวันตกก็ไม่ได้เดินทางไปแค่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นะคะ พี่ได้ยินว่าที่กรุงโซลในเกาหลีใต้ก็เริ่มมีเหตุการณ์แบบนี้แล้วเหมือนกัน และคนในประเทศดังกล่าวก็ค่อนข้างต่อต้านการกระทำนี้อย่างรุนแรง พวกเขาคิดว่าการไปเที่ยวไม่ใช่สิ่งจำเป็นขนาดที่ต้องมาขอหรือหลอกลวงเพื่อเอาเงินจากคนอื่น ทั้งนี้ มีการติด #베그패커 เพื่อกระจายข่าวเกี่ยวกับชาวต่างชาติกลุ่มนี้ และเตือนไม่ให้หลงกลให้เงินด้วย

          แล้วน้องๆ Dek-D ล่ะคะคิดเห็นยังไงกับ ‘Begpackers’ เหล่านี้ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเยอะๆ นะคะ เดี๋ยวพี่ไอซ์จะมาตามอ่านนน
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=ice___

พี่ไอซ์ - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ฺBegpacker

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?