/>

เมื่อนิยามนางเงือกแต่ละชาติต่างกัน สรุปแล้ว 'The Little Mermaid' ควรเป็นแบบไหน? []

วิว
        สวัสดีน้องๆ ชาว Dek-D ค่ะ หลายๆ คนคงจะเคยดูแอนิเมชัน The Little Mermaid ของดิสนีย์ที่ออกฉายเมื่อปี 1989 กันใช่ไหมคะ? ภาพจำของแอเรียลในสายตาคนดูที่มีมายาวนานคือสาวผิวขาว ผมแดง กับดวงตาสีฟ้าสวย ทีนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ในโซเชียลก็มีดราม่าใหญ่โตเกี่ยวกับ The Little Mermaid หลังจากทางดิสนีย์เปิดเผยว่าผู้รับบทแอเรียลคือนักแสดงผิวสี “Halle Bailey” ทำให้มีผู้ออกความเห็นเป็น 2 ฝั่ง ระหว่าง “แอเรียลควรเป็นนักแสดงผิวขาว” กับ “แอเรียลเป็นนางเงือกไม่มีชาติพันธุ์ จะผิวสีก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน” 
 
เดี๋ยวเรามาดูการให้เหตุผลของทั้ง 2 ฝั่งกันค่ะ
 
photo credit: bbc
 

ฝั่งที่บอกว่าแอเรียลควรเป็นสาวผิวขาวผมแดง

(เหมือนในแอนิเมชัน)
 

        เสียงฝั่งนี้บอกว่ารูปลักษณ์ของแอเรียลควรยึดตามต้นฉบับที่ดิสนีย์เอามาใช้ ซึ่งเป็นของ “ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน” นักเขียนชาวเดนมาร์ก ทำให้ The Little Mermaid เป็นเทพนิยายในแถบสแกนดิเนเวีย ดังนั้นแอเรียลน่าจะอยู่แถวทะเลเดนมาร์ก เธอก็ต้องเป็นสาวผิวขาวเหมือนในแอนิเมชันสิ! เท่านั้นยังไม่พอเพราะเมื่อย้อนไปถึงพ่อของเธอ “ไททัน” ก็เป็นลูกของเทพโพไซดอน เทพเจ้ากรีกอีก จะมองมุมไหนก็เป็นคนขาวชัดๆ ไม่มีทางเป็นคนผิวสีได้
 
        ทีนี้ถ้าจะมองว่าในเวอร์ชัน Live-Action ไททันอาจเป็นคนผิวสีก็ได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาทางดิสนีย์ได้เปิดเผยรายชื่อนักแสดงเพิ่ม นักแสดงที่เล่นบท “ไททัน” พ่อของแอเรียลคือ Javier Bardem นักแสดงชาวสเปนซึ่งก็ยังไม่ใช่นักแสดงผิวสีอีกเหมือนกัน 
 
Photo Credit: revengeofthefans
 
        พอมีประเด็นเรื่องนักแสดงผิวสีออกมา หลายฝ่ายก็มองว่าดิสนีย์พยายามสนับสนุนความหลากหลายและความแตกต่าง จึงเลือกนักแสดงผิวสีมาแสดงเป็นแอเรียล แต่บางคนก็มองว่าดิสนีย์สนับสนุนได้ผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย เพราะถ้าจะพูดถึงความหลากหลาย ประชากรผิวขาวผมแดงก็มีเพียง 2% ในโลกเท่านั้น น้อยกว่าชาวผิวสีซะอีก แถมพวกเขาก็ถูกบูลลี่เหมือนกันนะ! ถ้าดิสนีย์อยากสนับสนุนจริงๆ เงือกสาวก็ควรเป็นสาวผิวขาวผมแดงนั่นแหละ แอเรียลผิวสีนี้เหยียดคนผมแดงชัดๆ แล้วยังเหมือนหักอกแฟนคลับแอเรียลด้วย
 

ฝั่งที่สนับสนุนแอเรียลผิวสี
 

        หลังจากดูความคิดเห็นของฝั่งที่อยากให้แอเรียลเป็นคนขาวกันไปแล้ว เรามาดูเสียงฝั่งที่สนับสนุนแอเรียลผิวสีกันบ้างค่ะ เริ่มด้วยเหตุผลข้อแรกคือ Halle Bailey เป็นนักแสดงที่ร้องเพลงได้ดีที่สุดในบรรดาแคสนักแสดงทั้งหมด การที่เธอได้บทนี้มาแสดงว่า The Little Mermaid เวอร์ชันนี้จะต้องเน้นการร้องเพลงแน่ๆ เราจะได้ฟังเพลงเพราะๆ กันไง! 
 
        มาต่อด้วยเหตุผลข้อที่ 2 มีข่าวลือว่าทางดิสนีย์เปลี่ยนฉาก (Setting) ในเนื้อเรื่องไปเป็นแถบแคริบเบียน (Caribbean) ถ้าเกิดนักแสดงเป็นผิวสีก็จะสมเหตุสมผลขึ้นมาบ้าง 
 
        เหตุผลข้อต่อมาที่น่าสนใจเหมือนกันคือ ทางดิสนีย์อาจอยากสะท้อนสังคมผ่าน The Little Mermaid เวอร์ชัน Live-Action ก็ได้นะ นึกถึงนางเงือกที่เป็นผิวสีกับเพลง Part of Your World สิ นางเงือกผิวสีที่ใฝ่ฝันถึงการได้ใช้ชีวิตบนโลกเหนือผิวน้ำ อยากมีขา แต่พอได้มีขาและใช้ชีวิตในโลกมนุษย์จริงๆ กลับไม่มีเสียงพูด แถมจบท้ายด้วยการรักกับเจ้าชายอีริคที่เป็นคนขาว นี่มันเป็นการสนับสนุนความแตกต่างที่ดีมากๆ เลยนะ!  (แอบกระซิบว่า Harry Styles รับบทเจ้าชายอีริค งานนี้ไว้ใจได้เรื่องสกิลร้องเพลงแน่นอน ><) 
 
       จบด้วยเหตุผลสุดท้ายคือ นางเงือกไม่มีชาติพันธุ์ที่แน่นอนหรอกนะจ๊ะ เพราะนางเงือกเป็นตำนานเทพนิยายของแต่ละประเทศ ซึ่งต่างก็มีตำนานเป็นของตัวเองทั้งนั้น ถ้าเกิดจะนับชาติพันธุ์ของนางเงือก ก็มีให้ครบทุกชาติพันธุ์เหมือนมนุษย์นั่นแหละ
 

แล้วนางเงือกของแต่ละประเทศหน้าตาเป็นยังไง?
 

        อย่างที่พี่บอกไปค่ะว่าประเทศอื่นๆ ก็มีตำนานนางเงือกเหมือนกัน แล้วนางเงือกของแต่ละประเทศก็มีรูปร่างหน้าตาที่ต่างกันไป ตั้งแต่เทพธิดางูน้ำไปจนถึงปลาที่มีปากเหมือนลิง บางตำนานนางเงือกก็จิตใจดี แต่บางตำนานก็แสนจะดุร้าย ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่านางเงือกของแต่ละประเทศหน้าตาประมาณไหน?
 
ญี่ปุ่น
 
        นางเงือกของญี่ปุ่นเรียกว่า “Ningyo” ซึ่งแตกต่างจากนางเงือกสาวสวยของฝั่งตะวันตกมาก เพราะเรียกได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดเลยทีเดียวค่ะ ในนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นอธิบายไว้ว่าเป็นปลายักษ์ที่มีใบหน้าเหมือนมนุษย์แต่มีปากเหมือนลิง บางครั้งก็มีเขาและเขี้ยว ตามตำนานกล่าวไว้ว่าใครก็ตามที่กิน Ningyo จะมีความเยาว์วัยและความงามนิรันดร์ แต่การจับ Ningyo มักจะนำพาความโชคร้ายและพายุมาสู่หมู่บ้านที่จับค่ะ
 

Photo Credit: Hyahumonogatari.com
 

แอฟริกา
 
        มาถึงนางเงือกผิวสีจากตำนานของแอฟริกากันบ้าง เธอมีชื่อว่า “Mami Wata” ตามตำนานเล่าว่า Mami Wata เป็นนางงเงือกที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ และเป็นแม่ของสัตว์น้ำทุกชนิด ตำนานของเธอแพร่กระจายทั่วทวีปแอฟริกาไปจนถึงหมู่เกาะแคริบเบียน บางคนอ้างว่าเห็น Mami Wata ในทะเลสาบ แม่น้ำ และชายฝั่งมหาสมุทร โดย Mami Wata มักจะมีงูน้ำพันอยู่รอบไหล่ของเธอ และสามารถแปลงกายเป็นผู้หญิง ปลา หรือนางเงือก โดยขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเธอ
 

Photo Credit: toptenz 
 
ชิลี
 
        ตำนานนางเงือกของชิลีเรียกได้ว่ามากันเป็นครอบครัวเลยค่ะ โดยเริ่มจากราชาแห่งท้องทะเลที่ชื่อ  Millalobo เป็นลูกครึ่งมนุษย์กับสิงโตทะเล เขาแต่งงานกับมนุษย์และมีลูกชายเป็นเงือกหนุ่มชื่อ Pincoy และลูกสาวเป็นนางเงือก 2 คน ชื่อ Sirena และ Pincoya
 
        ตามตำนานเล่าว่า Pincoya มีผมสีบลอนด์ยาวและดวงตาสีฟ้า กล่าวกันว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก เธอมักนั่งอยู่บนหินและเต้นรำ โดยหากเธอหันหน้าไปทางทะเลหมายความว่าชาวประมงจะพบปลาจำนวนมากในปีนั้น แต่หากเธอหันหน้าเข้าหาชายฝั่งหมายความว่าชาวประมงจะต้องดิ้นรนหาอาหารในปีนั้น
 
Photo Credit: Whatawonderfulworld.co
 
บราซิล
 
        นางเงือกจากตำนานของบราซิลมีชื่อว่า “Iara” แต่เดิมเล่ากันว่าเธอเป็นงูน้ำ ภายหลังเรื่องถูกปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนบางตำนานเล่าว่าเธอเป็นหญิงสาวชาวอเมซอนที่ฉลาดและกล้าหาญ มีดวงตาสีเขียวและผิวสีน้ำตาล ต่อมาเธอได้รับชีวิตอมตะจากเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ทำให้เธอกลายเป็นนางเงือกที่มีร่างกายท่อนล่างเป็นปลา เธอมักหลอกล่อชาวเรือให้ไปวังใต้น้ำของตน ทำให้เวลาเกิดอุบัติเหตุในแม่น้ำ (โดยเฉพาะเวลาที่มีผู้ชายหายตัวไป) ผู้คนมักโทษว่าเป็นฝีมือ Lara นี่แหละที่ลักพาตัวมนุษย์ 
 
สกอตแลนด์
 
        มาถึงนางเงือกจากฝั่งยุโรปกันบ้าง นางเงือกตามตำนานชาวสกอต มีชื่อว่า “Ceasg” เป็นครึ่งคนครึ่งแซลมอน (หิวเลยค่ะ...)
 
        ตามตำนานเล่าว่าถ้ากะลาสีจับ Ceasg ได้พวกเขาจะได้รับพร 3 ประการ (เหมือนจินนี่ในอลาดินเหมือนกันนะ) แล้วถ้ากะลาสีกับนางเงือกตกหลุมรักกัน เธอจะกลายเป็นมนุษย์และอาศัยอยู่บนบกแทน จากที่ขอพรได้เพียง 3 ครั้งกะลาสีคนนั้นจะได้รับโชคดีไปตลอดชีวิต ในปัจจุบันก็มีบางครอบครัวในสกอตแลนด์อ้างว่าครอบครัวของพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากคู่รักนางเงือก - มนุษย์เหมือนกันค่ะ
 
        แน่นอนว่า Ceasg ไม่ได้มีแค่มุมน่ารัก พวกเธอก็มีชื่อเสียงในด้านไม่ดีเหมือนกัน เพราะชอบหลอกล่อมนุษย์ผู้ชายให้มาตาย (เหมือนตำนานไซเรน) และหากโชคร้ายไปเจอด้านแย่ๆ ของ Ceasg เข้าวิธีเดียวที่จะฆ่าพวกเธอได้ก็คือการทำลายฮอครักซ์ (เหมือนโวลเดอร์มอร์) เพราะพวกเธอจะเก็บวิญญาณของตัวเองไว้ในวัตถุต่างๆ และซ่อนมันไว้เพื่อให้แน่ใจว่ามนุษย์จะไม่สามารถฆ่าได้
 
        นอกจากนี้สกอตแลนด์ยังมีอีกหนึ่งตำนานนางเงือกคือ “Selkie” ตามตำนานเล่าว่าพวกมันเป็นสัตว์ที่อ่อนโยน เวลาอยู่ในน้ำจะหน้าตาเหมือนแมวน้ำและจะถอดผิวแมวน้ำออกกลายเป็นมนุษย์เวลาขึ้นมาบนบก ตามตำนานผิวของพวกมันมักถูกขโมย Selkie จึงแต่งงานและมีลูกกับมนุษย์ เพียงเพื่อจะเอาผิวแมวน้ำของตัวเองคืนและกลับไปอยู่ในทะเล
 


photo credit: gods-goddess
ฝรั่งเศส
        มาถึงนางเงือกที่เราน่าจะเห็นรูปเธอบ่อยๆ บนแก้วกาแฟ Starbuck เธอมีชื่อว่า “Melusine” เงือกสาวสุดสวยที่มี 2 หาง และบางครั้งก็มีปีกด้วย จัดเป็นเป็นภูตน้ำชนิดหนึ่ง ตำนานของเธอมีหลากหลายเวอร์ชันทั้งในฝรั่งเศส เยอรมัน ลักเซมเบิร์ก และแอลเบเนีย แต่ค่อนข้างโด่งดังในฝรั่งเศสเพราะมีราชวงศ์ฝรั่งเศสชื่อว่า Lusignan ที่ปกครองไซปรัสในช่วงปี 1192 - 1489 อ้างว่าเป็นลูกหลานของเธอ 
 
Photo Credit:Melusinediscovered


 
        นางเงือกในแต่ละประเทศมีรูปลักษณ์ที่ต่างกันออกไป ถ้าดิสนีย์ย้ายเซตติ้งของเรื่องไปเป็นแถบแคริบเบียนแอเรียลอาจจะหน้าตาเหมือน Mami Wata ก็ได้นะคะ แต่ถ้าอ้างอิงตามต้นฉบับของเดนมาร์ก แอเรียลก็จะเป็นสาวผิวขาวผมแดงได้เหมือนกัน งานนี้ไม่ว่าความคิดเห็นจะแตกเป็นสองฝ่ายยังไง ก็เรียกได้ว่าดิสนีย์ก็ดึงกระแสความสนใจจากคนทั่วโลกได้ไม่น้อยเลยค่ะ ทีนี้เราคงต้องไปรอลุ้นกันนะคะว่า The Little Mermaid ของดิสนีย์จะออกมาเป็นยังไง ^-^//
 
source:
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pat___

พี่ภัทร - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #วัฒนธรรมต่างประเทศ #The Little Mermaid #Halle Bailey

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?