/>

'ไอซ์' แลกเปลี่ยน&เรียนต่อที่ 'นิวซีแลนด์' พร้อมเก็บหน่วยกิตวิชาเข้ามหา'ลัยในฝัน! []

วิว
        สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ วันนี้พี่ภัทรจะพาน้องๆ พูดคุยกับพี่ที่ไปแลกเปลี่ยนที่ “นิวซีแลนด์” หนึ่งในประเทศเรียนต่อนอกยอดฮิต! ซึ่งคนที่พี่ภัทรจะพาน้องๆ ไปพูดคุยก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลค่ะ คือ “พี่ไอซ์” ของเรานั่นเอง แอบสปอยล์ว่าพี่ไอซ์ตั้งใจเรียนเพื่อเก็บเครดิตให้ครบแล้วพาสชั้นเข้ามหาวิทยาลัย เพราะหนีคู่ปรับ นั่นก็คือวิชาวิทย์นั่นเองค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามมาอ่านกันเลย! ^-^//
 

แนะนำตัว
 

        “สวัสดีค่ะ ชื่อ ‘ไอซ์’ ศรุดา ทวีธรรมสถิตย์ เคยไปแลกเปลี่ยน ตอน ม.5 ที่ James Hargest College เมือง Invercargil ตอนนี้กำลังเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ (อินเตอร์) เอกภาษาและวัฒนธรรม โทภาษาสเปน ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ ^^”
 

 

เลือกนิวซีแลนด์เพราะพ่อแม่ไว้ใจ
 

        “ตอนมัธยมเราเรียนที่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม พอขึ้นมัธยมมันต้องแยกสาย เราไม่อยากเข้าสายวิทย์เลยมาเข้าสายศิลป์-ภาษาอังกฤษ แล้วมีคำพูดนึงของแม่ที่บอกว่า ‘ไหนๆ ถ้ามาสายนี้แล้วก็เอาให้สุดไปเลย’
 
        "ทีนี้โรงเรียนไอซ์จะมีโครงการของชื่อ 2+1 (เป็นโครงการของโรงเรียนเลย) คือเรียนที่ไทย 2 ปี และแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนในต่างประเทศที่ทำสัญญาไว้อีก 1 ปีค่ะ มีให้เลือก 3 ประเทศคืออังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เราตัดอังกฤษออกก่อนเพราะค่าใช้จ่ายสูง แล้วตอนแรกจะไปออสเตรเลียเพราะดูมีสีสัน แต่พ่อแม่เชียร์นิวซีแลนด์เพราะเป็นประเทศที่ดูปลอดภัย แถมไปอยู่เมืองเล็กๆ ไม่ได้อยู่ในตัวเมืองด้วย เลยตัดสินใจเลือกที่นี่"

 

โดนแซวเรื่องสำเนียงอเมริกัน!


        “พอไปถึงที่นู่น เราต้องยอมเปลี่ยนนิสัยส่วนตัวบางอย่าง เช่น ปกติเราเป็นคนกลัวความมืด และนอนกับแม่มาตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ พอไปอยู่ที่นู่นกลับต้องนอนคนเดียวแล้วปิดไฟ เพราะถ้าเปิดไว้ก็เปลืองค่าไฟ เกรงใจโฮสต์ หรืออย่างเมื่อก่อน เราไม่กล้าพูดกับคนอื่นก่อนเลย ก็ต้องเปลี่ยนตัวเองโดยพยายามทักคนอื่นก่อนบ้าง ไม่ใช่รอให้เขาเข้ามาทำความรู้จักเราอย่างเดียว เพราะก็ไม่ใช่ทุกคนอีกนั่นแหละที่จะกล้าเข้าหาเรา”
 
        และเนื่องจากไอซ์เรียน Mini English Program ตั้งแต่ประถม ทำให้ภาษาอังกฤษค่อนข้างใช้ได้ และสอบชิงทุนของโรงเรียนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย พอไปถึงที่นู่นก็ได้อัปชั้นด้วย เพราะตามอายุจริงๆ เธอต้องอยู่เกรด 11 แต่ผลสอบทำให้เลื่อนไปอยู่เกรด 12 ได้เลย
 
        “เราไปอยู่นู่นเจอแซวเรื่องสำเนียงด้วยนะ 5555 ปกติคนไทยจะเจอสำเนียง British กับ Amercian ปนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นอเมริกันมากกว่า แต่คนที่นู่นส่วนใหญ่เขาอิงสำเนียงบริติชกัน บางทีโฮสต์เลยชอบแซวๆ เวลาเราพูดสำเนียงแบบอเมริกัน เช่น ใช้คำว่า Tomato Sauce ที่นิวซีแลนด์จะออกเสียงแบบบริติช ว่า โท-มา-โทว ส่วนเราออกเสียงแบบอเมริกันว่า โท-เม-โดว เราเลยโดนแซวๆ บ้าง"

 

“ระบบการศึกษา” ที่ให้เด็กค้นหาตัวเอง
 

        “ถ้าถามว่าชอบอะไรที่สุดในนิวซีแลนด์ สำหรับเราคือ ‘การศึกษา’ เราเลือกเรียนสิ่งที่ชอบได้โดยไม่ต้องถูกบังคับ เราไปที่นู่นได้ลงเรียนวิชาที่ไม่ค่อยมีในไทยด้วยซ้ำ อย่างพวกถ่ายรูป ทำอาหาร หรือพวกสายธุรกิจ ซึ่งมันดีมากๆ เพราะตอบโจทย์เด็ก เด็กจะรู้ได้เลยว่าชอบสิ่งนั้นจริงๆ มั้ย แล้วยังได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาตัวเอง”
 
        “ตั้งแต่เราเรียนสายศิลป์ ใจเราก็อยากเข้าคณะอักษรฯ ตั้งแต่แรกแล้ว แต่คุณพ่อจบสายบริหารธุรกิจ เลยอยากให้เราไปทางนั้น เราก็อยากลองดูด้วย เลยลองลงวิชาเรียนที่เป็นสายธุรกิจทั้งหมดเลย เช่น Business Study, Accounting, Economic, English, Math"
 

photo credit: metalroofing
 

        “ยกตัวอย่างวิชา Business Study เขาเหมือนให้เราสร้างผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจริงๆ ทำตั้งแต่ขั้นตอนแรกคือ Business Plan > ติดต่อ Supplier เรื่องกระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์ แต่เราเข้าไปเทอม 2 เขาร่างนู่นนี่กันไปแล้ว เราเลยได้ไปช่วยแค่นิดหน่อย ไม่ได้รู้รายละเอียดมาก”
 
        “แล้วมันมีงานแข่งขันนึงชื่อ Young Enterprise ให้เราไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ของเรา โดยมีหัวข้อให้ไปพูด ถ้าชนะเขาจะให้ทุนไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อ แล้วกลุ่มเราก็ชนะและได้รางวัล Friendly Product พร้อมทุน พอได้ตรงนี้มาก็ต้องไปออกบูธขายของกับเพื่อนในงานแฟร์ เหมือนเรากำลังทำธุรกิจอยู่จริงๆ” 


 

 
        “แต่อย่างที่บอกว่าเรามีโอกาสลองเรียนวิชาพวก BBA ที่คุณพ่ออยากให้เรียน เพื่อดูว่าตัวเองจะชอบมั้ย เพราะเราเองก็ยังไม่เคยเรียนมาก่อนเหมือนกัน พอเรียนก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่เราได้รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชอบขนาดนั้นอะ เรารู้ว่าชอบเรียนเกี่ยวกับภาษาและผู้คนมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ยิ่งไปได้เจอคนวัฒนธรรมอื่นๆ ยิ่งรู้สึกทางนี้ใช่มากกว่าธุรกิจ สิ่งที่เรียนตอนแลกเปลี่ยนเลยช่วยให้ตัดสินใจเลือกคณะได้ง่ายขึ้น” 

         "นอกจากนั้นก็จะมีลง Photography ด้วย วิชานี้ชอบมากๆ เพราะมันเป็นวิชาที่ไม่มีในไทย เราชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว มันไม่ใช่ถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยนะ ต้องมีเรื่องราวว่าอยากถ่ายคอนเซ็ปต์อะไร เรียนแต่งรูปแต่งสี ทำเป็นโปรเจกต์จบ วิชานี้ทำให้เราสนิทกับเพื่อนเยอะขึ้นเพราะมันต้องมีนางแบบ ก็ต้องไปทำความรู้จักเพื่อน ไปขอให้เพื่อนเป็นนางแบบให้"
 


 

กระโดดข้ามชั้น เลยต้องขยันเป็นพิเศษ 
 

         “ตอนแรกเขาให้เราเรียนตามอายุของเราก่อน แต่เราค่อนข้างเกินระดับที่เพื่อนเรียน อย่างเลขก็ชิลมาก จนต้องนั่งเฉยๆ ทำอะไรไม่ได้เพราะเพื่อนช้ากว่าเรา ทางโรงเรียนที่ไทยเลยคุยให้ว่าเราได้ทุนมาจากโรงเรียน เกรดก็ดี เลยให้เราไปลองเรียนวิชาของเกรด 12 ทุกวิชา” 
 
        “ปัญหาคือบางวิชาเราไม่เคยเรียน เพราะเกรด 11 เป็นปีที่เขาปูพื้นฐานขอบางวิชาให้ เรามาเรียนตอนเทอม 2 ก็จะหนักหน่อย ต้องขยันมากๆ คอยไปตามงาน เพราะพอจบเกรด 12 เก็บหน่วยกิตครบ เราสามารถเทียบชั้น ม.6 ที่ไทยได้เลย ครูที่ปรึกษาบอกว่ายาก และไม่มีใครเคยทำได้ การเก็บคะแนนก็ไม่เหมือนบ้านเรา ใช้แค่คะแนนดิบจากสอบไฟนอลปลายปีครั้งเดียว แต่เรามีแรงบันดาลใจคือเราไม่อยากกลับไปเรียน ม.6 อีก เหตุผลก็คือไม่อยากเรียนวิทย์นั่นแหละ” 

 

สอบรวบยอดทีเดียวปลายปี!
 

        “การเรียนที่นิวซีแลนด์จะยากนิดนึง ถ้าเป็นที่ไทยจะมีแบ่งมิดเทอมกับไฟนอล แต่ที่นู่นจะมี 4 เทอม แล้วสอบรวบยอดทีเดียวปลายปีเลย (บางวิชาอาจมีสอบเก็บคะแนนย่อยนิดหน่อย) ข้อสอบที่ใช้ก็เป็นชุดเดียวกันทั่วประเทศ ถึงเราเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็ต้องเรียนแล้วสอบข้อสอบเดียวกับนักเรียนนิวซีแลนด์ ประเด็นคือเราไม่ได้ไปเทอมแรก เลยต้องไปตามเนื้อหาเพื่อเอามาสอบปลายปี ส่วนระยะเวลาสอบไฟนอลจะกำหนดเป็นเดือน เช่น วันนี้เราสอบวิชา A แล้วอาจต้องรออีก 2 สัปดาห์ถึงจะสอบวิชา B หรือไม่ก็อาจเจอสอบติดกันหลายๆ ตัวแล้วแต่ตารางและโชคชะตา 5555”
 
         “มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมนักเรียนที่นั่นต้องอ่านหนังสือตลอดเวลา เพราะไม่งั้นจะไปหนักทีเดียวตอนท้าย เราชอบตรงที่ทุกคนในประเทศได้เรียนเหมือนกัน สอบเหมือนกัน ไม่มีเกณฑ์ว่าโรงเรียนนี้จะดีกว่าโรงเรียนนั้น”
 
         ขอเล่าเสริมค่ะว่าระบบการเรียนการสอนของโรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์เกือบทุกแห่งจะสอดคล้องกันหมด เพราะคุณภาพการเรียนการสอนต้องได้มาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดไว้ ทำให้ทั้งเกณฑ์การรับนักเรียน หลักสูตรการเรียน ไปจนถึงมาตรฐานของการศึกษาจะไม่ต่างกันมาก
 

 

โฮสต์ทำอาหารอร่อย / คอยรับ-ส่ง / ไม่จำกัด Wi-Fi 
 

        “จริงๆ ตอนแรกแอบไม่ชอบโฮสต์แฟมิลี่ตัวเอง เพราะบางเรื่องเขาก็แปลกๆ อย่างเรื่องอาหาร ปกติเราต้องห่ออาหารไปกินเองตอนกลางวัน แต่ในตู้เย็นแทบไม่มีอะไรเลย ไม่มีเนื้อสัตว์ มีแต่ผักดอง กับพวก Spread garlic sauce อะไรพวกนั้น แล้วมื้อเช้าเขาจะกินเบาๆ แบบซีเรียล นม โยเกิร์ต โอ๊ตมีล ฯลฯ ซึ่งเราไม่อิ่ม คือหิวมากอะ หิวตั้งแต่เช้า แล้วกลางวันยังไม่อิ่มอีก เน้นหนักแค่มื้อเย็น น้ำหนักเราคือขึ้นเยอะมาก TT
 
        “แต่นอกจากเรื่องอาหารกลางวัน เรื่องอื่นเขาดีมากๆ เลยนะ ทั้งให้สิทธิ์เราใช้ Wi-Fi เต็มที่ (ที่นู่นจะมีข้อจำกัด Wi-Fi เพราะค่าใช้จ่ายสูง บางบ้านเลยจะเก็บส่วนนี้เพิ่ม) แล้วคอยไปรับ-ส่งตลอดเวลา โฮสต์มัมก็เป็นแม่ครัว เขาเลยทำอาหาร แล้วทำเมนูที่เป็นข้าวเยอะมาก เราเลยได้กินข้าวบ่อยกว่าบ้านอื่น โฮสต์พ่อก็ใจดีชอบชวนคุยฮาๆ โฮสต์มัมก็ชอบชวนไปซูเปอร์มาร์เก็ต เราเลยไปช่วยซื้อของ ช่วยทำอาหารทำขนม” 
 
        “เราจำชื่อเมนูอาหารไม่ค่อยได้ แต่เมนูนึงที่โฮสต์มัมทำอร่อยมากคือแกงกะหรี่ มันแปลกมากที่เขาเป็นคนนิวซีแลนด์แต่ดันทำอาหารอินเดียอร่อย เหมือนเขาเคยไปอินเดียมา แล้วข้าวกับแกงกะหรี่เขาอร่อยมาก อร่อยที่สุด ไม่เคยกินแกงกะหรี่ที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลยอะ (เชื่อแล้วว่าอร่อย) แล้วที่นิวซีแลนด์ขึ้นชื่อเรื่องแกะอยู่แล้ว บางทีเขาเลยเอาเนื้อวัวเนื้อแกะมาทำอาหาร ก็อร่อยอีก!! เวลาเขาทำสเต็กแกะราดน้ำเกรวี่คืออร่อยมากกกก”
 


อีกประสบการณ์ระทึก
อยู่ไม่ถึงเดือน โฮสต์ให้ลุยเดี่ยวนั่งบัสไปต่างเมือง!?

 

        “เราเพิ่งไปถึงได้ไม่ถึงเดือน แต่โฮสต์ให้เรานั่งบัสไปอีกเมืองคนเดียว เพราะจะให้เราไปเที่ยวอีกเมืองที่ลูกชายเขาอยู่ เข้าใจแหละว่าให้ไปเที่ยว แต่โฮสต์ก็ไม่ได้ไปด้วย ไม่มีใครตามไปเลย T___T เราเดินทางไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง ตอนอยู่ในรถคือตื่นเต้นมากกกก ข้างทางก็มีแต่ต้นไม้ น้ำแข็ง อากาศเย็นๆ กว่าจะถึงก็นาน”
 
        “จริงๆ ก็แปลกดีเนอะ ทำไมเขาส่งเราไปยังงั้น แต่ก็ถือเป็นการเที่ยวที่สนุกดี แล้วเมืองนั้นเป็นภูเขา ถนนก็ทั้งชันทั้งสูง เราได้เห็นเมืองลักษณะนี้ครั้งแรกเลย”
 

เมือง Dunedin
By Andy king50 (Own work) [CC BY-SA 3.0], via Wikimedia Commons


 

ค่าใช้จ่ายตลอดการแลกเปลี่ยน
 

        หลังจากฟังเรื่องการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ประสบการณ์น่าระทึก และความน่ารักของโฮสต์ เราก็ขอถามถึงค่าใช้จ่ายบ้างค่ะ “เราไปโครงการของโรงเรียน ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดตอนนั้นอยู่ประมาณ 4 แสน (7 เดือน) แต่เราได้ทุนของโรงเรียนเลยได้ลดไปแสนนึง เหลือประมาณ 3 แสน แล้วมันก็มีเบี้ยเลี้ยงหรือค่าขนมรวมอยู่ในค่าโครงการแล้ว ซึ่งจะได้ค่าขนมเป็นรายสัปดาห์ ประมาณ 40 เหรียญ หรือราวๆ 1,000 บาท ต้องไปเอาที่ออฟฟิศที่โรงเรียน มันดีตรงที่เราไม่ต้องเอาไปทีเดียวเป็นเงินก้อนใหญ่ๆ อะ”

 

เมื่อความรู้ที่เรียนมา ทำให้สอบติดคณะในฝัน
 

        “ตอนจะเข้ามหา’ลัย พ่อแม่ก็ห่วงว่าเรียนเร็วกว่าคนอื่นปีนึงจะไหวรึเปล่า จะสอบเข้าไหวมั้ย ถ้าไม่ได้คือเคว้งเลยนะ ตอนนั้นมี 2 ทางเลือกคือสอบให้ติด กับกลับไปเรียน ม.6 แต่เราสู้และยื่นทีเดียวติด BALAC ตามที่ตั้งใจไว้ และเราเชื่อว่าสอบข้อเขียนผ่านเพราะไปแลกเปลี่ยนเลย ตอนนั้นเราเลือกเขียน Essay เรื่อง ‘ลูกเทพ’ เราคิดว่ามุมมองจากการเรียน Business ที่นิวซีแลนด์ทำให้เราเขียนได้ต่างจากคนอื่น เขาอาจเขียนแค่ข้อดีข้อเสีย แต่เราเพิ่มเรื่อง Economics ไปด้วยว่ามันช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ”
 
        “ตอนสัมภาษณ์เขาก็ดึงสิ่งที่เกี่ยวกับคณะมาถาม เช่น นิวซีแลนด์มีปัญหาเรื่องการเหยียดมั้ย? คนชนเผ่านี้เป็นยังไง? ซึ่งการที่เราไปสัมผัสมาเองทำให้ตอบคำถามพวกนี้ได้ อาจารย์ยังถามอีกว่า เรารู้สึกเสียเปรียบมั้ยที่ไม่ได้เรียน ม.ปลายอีก 1 ปีให้เท่าคนอื่นๆ? เราก็ไม่ได้คิดว่าเสียเปรียบ จริงอยู่ที่อาจขาดประสบการณ์บางอย่าง ไม่ได้เจอเพื่อน แต่สิ่งที่ได้จากนิวซีแลนด์คุ้มค่ามาก” 
 

 

อย่าเอาแต่ยึดติดว่า “เราเป็นคนแบบนี้”
 

        “อันดับแรกถ้าอยากไปแลกเปลี่ยน เราต้องไม่ยึดติดกับสิ่งที่ตัวเองเป็น แต่ต้องพร้อมปรับตัวตลอดเวลา ถ้าเราบอกว่าตัวเองคน ‘แบบนี้’ แล้วจะไปเป็นคน ‘แบบนี้’ ที่นู่นตลอดเวลาเลยก็ไม่ได้ เพราะสภาพแวดล้อมก็ต่างกัน เราต้องพยายามปรับตัวให้ได้ แล้วจะได้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในไทย”

        นอกจากนี้ เราคิดว่าสิ่งที่เด็กแลกเปลี่ยนทุกคนจะได้คือการพึ่งพาตัวเอง เมื่อก่อนไม่ว่าเราจะทำอะไร ต้องขอความคิดเห็นจากแม่ตลอด ไม่กล้าไปซื้อของคนเดียว พ่อแม่ต้องไปส่ง แต่หลังกลับจากนิวซีแลนด์ เราทำได้หมด ดูหนัง ชอปปิง กินข้าวคนเดียวก็ยังได้ แม่เห็นแบบนี้ก็ไว้ใจ กล้าให้เราอยู่คอนโดคนเดียว แล้วพอเราพึ่งตัวเองได้ ความคิดก็โตขึ้น เข้าใจว่าเราไม่สามารถพึ่งใครได้ตลอด ทุกอย่างต้องเริ่มจากตัวเรา ต้องจัดการตัวเองให้ได้”
 
        “ถ้าใครสนใจนิวซีแลนด์ มันเป็นประเทศที่ดีมากๆ ทั้งระบบการศึกษา อากาศ การจราจร ที่สำคัญคือทุกอย่างจบในโรงเรียน ไม่ต้องเรียนพิเศษต่อตอนเย็น ครูก็ดีมาก พร้อมช่วยเหลือเราตลอดเวลาเลยค่ะ ^^” 
 

 
        โอ้โห ทั้งขยัน เก่ง และสตรองมากๆ อึ้งสุดคือตั้งใจเรียนจนเก็บหน่วยกิตครบ แถมสอบผ่านทั้งๆ ที่ขาดไปเทอมนึงอีกต่างหาก ถ้าใครอ่านแล้วรู้สึกอยากเรียนนิวซีแลนด์บ้าง หรืออยากเก็บข้อมูลไว้ตัดสินใจ ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความ 7 สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศนิวซีแลนด์!!! กับ บทความ เจาะลึก 'อักษรอินเตอร์ จุฬาฯ (BALAC)' จบมัธยมหลักสูตรธรรมดาก็เข้าอินเตอร์ได้! ที่พี่ไอซ์เป็นคนเขียนได้นะคะ รับรองเจาะลึกอินไซด์แบบคนในมาเองเลยค่ะ^^
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pat___

พี่ภัทร - ผู้เขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Studyabroad #ประสบการณ์ต่อนอก #นิวซีแลนด์ #New Zealand

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?